มนัสวีเถียงกลับแบบกล้าๆ กลัว ๆ ใบหน้าหวานละมุนซีดเผือดเพราะตระหนักรู้ดีว่าในเวลานี้สายตาของคนทั้งโรงพยาบาล ทั้งพยาบาล เ้าหน้าที่และผู้ป่วยนับสิบคนกำลังจับจ้องมองมาที่พวกเขาเป็ตาเดียวด้วยความงุนงง
"ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องงั้นเหรอ? หึ...งั้นเราขึ้นไปเคลียร์กันข้างบนให้ชัดเจน ว่าฉันเกี่ยวข้องกับเธอและ 'บางสิ่ง' ในชีวิตเธอแค่ไหน!" ภูดิศเหน็บแนมเสียงเรียบ ทว่าทรงอำนาจ
"มนไม่ไป! ปล่อยมนนะพี่ดิศคนมองกันทั้งโรงพยาบาลแล้ว พี่ไม่ละอายใจบ้างหรือไง!" มนัสวีตวาดกลับเสียงสั่นพยายามสะบัดข้อมือหนีอย่างสุดชีวิต
"คนจะมองก็มองไป! ฉันไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น!"
ภูดิศไม่ฟังเสียงทัดทานชายหนุ่มจอมบงการคว้าข้อมือถืออกแรงดึงและกระชากร่างบางให้ก้าวเดินตามแบบจำใจลากถลันเข้าลิฟต์ผู้บริหารตรงดิ่งขึ้นสู่ชั้นบนสุดทันทีโดยที่มนัสวีไร้ทางสู้ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคนในโถงอาคาร
เมื่อบานประตูห้องทำงานใหญ่สับกลอนล็อกแ่าภูดิศโยนซองเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง ‘ตึ่ก!’ ต่อหน้าเธอ
"เปิดอ่านซะมนัสวี!ดูซิว่าเธอจะยังกล้าโกหกคำโตหลอกฉันอยู่อีกไหม!" ภูดิศตวาดลั่นด้วยคำพูดประชดเฉือดเฉือนใจเธอ
มนัสวีมือสั่นเทาระคนตื่นตระหนกหล่อนดึงแผ่นกระดาษด้านในออกมาเปิดออกอ่าน และในวินาทีนั้นดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างหัวใจหล่นวูบดิ่งลงเหวทันที... มันคือ
‘ผลตรวจดีเอ็นเอ (DNA)ที่ระบุชัดเจนว่าภูดิศคือพ่อแท้ๆ ของน้องเติมเต็ม’
"พี่ดิศ... ฮึก...มนขอร้อง อย่าบอกอะไรลูกเลยนะคะ"
มนัสวีทรุดเข่าคว่ำปากร้องไห้โฮทันทีเมื่อความลับแตกภูดิศทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า เชยคางมนขึ้นมาสบตาปนเหน็บแนม
"ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้อำนาจเงินตราแย่งชิงเติมเต็มไปจากอ้อมอกเธอ...เธอต้องยอมทำตามคำสั่งฉันทุกอย่าง ฉันจะแต่งตั้งเธอเป็ ‘นักโภชนาการประจำโรงพยาบาล’และทุกวันเวลาห้าโมงเย็น เธอต้องก้าวเท้าเข้ามาทำอาหารคลีนอาหารสุขภาพให้ฉันกินที่นี่ทุกวัน... ถ้าเธอไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ล่ะก็...ฉันจะเดินหน้าไปบอกความจริงทั้งหมดกับเติมเต็มเดี๋ยวนี้เลยว่า ฉันคือพ่อแท้ๆที่ยังไม่ตาย!"
คำขู่ข่มขู่เฉียบขาดทำลายกำแพงทิฐิของมนัสวีจนราบคาบหล่อนไม่มีทางเลือกอื่นใดเหลืออยู่นอกจากการก้มหน้ายอมรับบัญชาจากจอมบงการเพื่อปกป้องดวงใจของเธอ
"มนยอมแล้ว...มนจะทำตามที่พี่สั่งทุกอย่าง" หญิงสาวสะอื้นไห้ ยอมตกลงจำนนต่อเงื่อนไขในห้องทำงานทันที
++++++++++
ตัดภาพมาทางฝั่งของสวนมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกในเวลาเดียวกันนั้น...กาลเวลาหมุนเวียนพากระบวนการเรียนรู้วิถีชาวสวนของ ‘แพทย์หญิงลลิตา’ มาถึง ‘วันสุดท้าย’ ของคำท้าทายจนครบกำหนด7 วันเต็ม
ภาพคุณหนูชุดกาวน์ใจแคบคนเก่ามลายหายไปสิ้นความใกล้ชิดคลุกคลีลุยโคลนตักเลนตมทำลายอคติและแปรเปลี่ยนหัวใจของคนทั้งคู่ไปอย่างลึกซึ้งท่ามกลางร่มเงาทางมะพร้าวที่พริ้วไหว
ลลิตาในชุดเชิ้ตยีนส์เปื้อนดินปาดเหงื่อที่แก้มพลางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มจับใจส่งให้ ‘ธราธร’ ที่กำลังยื่นลูกมะพร้าวอ่อนให้เธอดื่มน้ำของมันความสัมพันธ์ครั้งนี้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทั้งความรู้สึกและการกระทำแววตาของธราธรที่ใช้จับจ้องมองคุณหมอคนสวยเต็มไปด้วยความรักทะนุถนอมระคนเอ็นดูสุดหัวใจ
ส่วนลลิตาก็ก้าวเท้าขยับเข้าใกล้เลิกทำตัวเย่อหยิ่งและยอมเปิดใจยอมรับในความรู้รักษ์โลกจิตสาธารณะของชายชาวสวนอย่างแท้จริงทั้งสองคนยืนหยอกล้อหัวร่อต่อกระซิกส่งผ่านไออุ่นความผูกพันลึกล้ำตามลำพัง
ทว่า...เหตุการณ์ความหวานกลับตกอยู่ในสายตาของบุคคลที่สาม ‘ลำดวน’ หญิงสาวท้องถิ่นที่แอบหลงรักทิวมาเนิ่นนานแอบซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่จับจ้องมองภาพบาดตานั้นด้วยสายตาที่เคียดแค้น โกรธจัดและมีเล่ห์กลเลศนัยชั่วร้ายพุ่งพล่านในดวงตา ลำดวนกำหมัดแน่นขบกรามจนหน้าบิดเบี้ยว หล่อนกุมความลับสำคัญที่ว่า ‘ทิวกับมนัสวีเป็แค่พี่น้องคนละพ่อคนละแม่กัน’ไว้แน่นและในยามนี้ความหึงหวงหน้ามืดสั่งให้เธอเริ่มวางแผนการร้ายบางอย่างเพื่อเตรียมทำลายหน้ากากความรักของคนทั้งคู่พายุอารมณ์ครั้งใหม่กำลังจะพัดย้อนกลับไปทำพิษโกลาหลให้แก่ทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
++++++++++
ไอแดดอุ่น ๆยามบ่ายทอดผ่านสวนมะพร้าวน้ำหอมอันกว้างใหญ่ของ ธราธรชายหนุ่มยืนมองรถกระบะขนมะพร้าวรอบล่าสุดที่เพิ่งเคลื่อนตัวออกไปบนเบาะข้างคนขับนั้นมี ลลิตา หรือ คุณหมอลลิตาสาวจากในเมืองที่เขาเพิ่งยอมใจอ่อนขายมะพร้าวล็อตที่ดีที่สุดให้หลังจากที่เธอเพียรพยามยามทำตามคำสั่งของเขา เป็ชาวสวนจนครบ 7 วัน ตามสัญญาเพื่อนำไปเป็วัตถุดิบหลักในงานวิจัย
ชายหนุ่มลอบยิ้มพลางคิดในใจว่าหลังจากนี้คงจะได้เจอเธอเกือบทุกวันเพื่ออัปเดตเื่ผลผลิต... แต่เขาคิดผิด
ผ่านไปร่วมหนึ่งสัปดาห์ลลิตากลับหายเงียบไปราวกับไร้ตัวตน ไม่มีแม้แต่ข้อความหรือสายโทรเข้าสาเหตุเพราะหญิงสาวขังตัวเองอยู่แต่ในห้องแล็บของศูนย์วิจัยในโรงพยาบาลเธอเร่งมือทำโปรเจกต์ "เวชสำอางจากสารสกัดกะลามะพร้าวและน้ำมะพร้าวอ่อน"อย่างบ้าคลั่งเพื่อความสมบูรณ์แบบ จนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนและตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
ความเงียบหายของเธอส่งผลโดยตรงต่อเ้าของสวนมะพร้าว...
อาการคนเหงา จากเสือยิ้มยากที่เคยกระฉับกระเฉงวันนี้ธราธรกลับดูซึมและหงอยลงไปถนัดตา เขานั่งเหม่อลอยอยู่ตรงแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นจามจุรีสายตาคอยแต่จะชำเลืองมองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัว
"เป็อะไรไปคะ พี่ทิว...ดูทำหน้าเข้าสิ ไม่สดชื่นเอาเสียเลย"
เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ ลำดวน ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านประจำตำบลเธอเดินนวยนาดเข้ามาหาในชุดกระโปรงสีสด เสื้อคอลึกปาดไหล่หวังจะมาโปรยเสน่ห์ให้ชายหนุ่มที่เธอหมายปองมานานลำดวนขยับเข้าไปนั่งเบียดบนแคร่ไม้ไผ่พลางแกล้งบีบนวดที่แขนแกร่งของเขา
"่นี้ไม่เห็นพี่ทิวแวะไปหาที่บ้านเลยลำดวนคิดถึ๊งคิดถึง" เธอส่งสายตาเชิญชวน
ทว่าธราธรกลับขยับตัวออกห่างอย่างสุภาพแต่ชัดเจนเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วลุกขึ้นยืน
"พี่ไม่ได้เป็อะไรหรอกลำดวนพอดีมีงานในสวนต้องไปดูน่ะ ขอตัวก่อนนะ"
การปฏิเสธอย่างเ็าซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำเอาลำดวนหน้าชาความพยายามที่จะบริหารเสน่ห์กลายเป็ความอับอาย ลำดวนกำหมัดแน่น มองตามหลังธราธรที่เดินเลี่ยงไปในดงมะพร้าวด้วยความโมโหสุดขีด
"ไม่เล่นด้วยงั้นเหรอ!แต่ก่อนไม่เคยเป็แบบนี้นี่!" ลำดวนกรีดร้องเบา ๆ ในใจ ความโกรธแค้นทั้งหมดถูกหันเหไปยังแพะรับบาปเพียงหนึ่งเดียว...คุณหมอลลิตา
"เพราะยัยหมอนั่นแน่ ๆ! ั้แ่มันเข้ามาป้วนเปี้ยนซื้อความรู้จะทำครีมอะไรนั่นพี่ทิวก็เปลี่ยนไป! อย่าหวังเลยว่าจะสมหวัง!"
ด้วยไฟริษยาของลำดวนที่ลุกโชนขึ้นสุมทรวงลำดวนบึ่งรถกลับบ้านตรงไปหา ผู้ใหญ่บารมี พ่อของเธอทันที เธอฟูมฟายและเล่าเื่ราวใส่สีว่าถูกธราธรหมางเมินเพราะมีหมอจากในเมืองมาโปรยเสน่ห์
ผู้ใหญ่บารมีซึ่งรักลูกสาวปานแก้วตาดวงใจและแอบเล็งธราธรไว้เป็ลูกเขยเพื่อผลประโยชน์ในชุมชนอยู่แล้วเมื่อเห็นลูกสาวร้องห่มร้องไห้ก็ทุบโต๊ะดังปังด้วยความฉุนเฉียว
"นังหนูของพ่อ หยุดร้องก่อน!เดี๋ยวพ่อจัดการเอง" ผู้ใหญ่บารมีหันไปกวักมือเรียกไอ้แช่ม ลูกน้องคนสนิทที่ยืนคอยรับใช้อยู่ข้าง ๆ
"แช่ม... มึงไปสืบมาซิว่ายัยคุณหมอลลิตาอะไรนี่มันเป็ใครมาจากไหน! มาทำอะไรที่นี่แล้วไอ้โปรเจกต์เวชสำอางของมันเนี่ยมันคือเื่อะไรกันแน่! สืบมาให้ละเอียด...กูอยากรู้ว่ามันมีจุดอ่อนตรงไหน!"
"ครับนาย!" ไอ้แช่มรับคำเสียงเฉียบก่อนจะรีบหมุนตัวออกไปดำเนินการตามคำสั่งทันที
าความรักและการแย่งชิงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นโดยที่ลลิตาซึ่งยังคงง่วนอยู่กับหลอดทดลองในห้องแล็บไม่รู้เลยว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้าหาเธอ...