คดีที่ตำรวจบุกทลายจับกุม เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลมานานหลายปี โดยที่ได้กระทำสิ่งผิดกฎหมายหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค้าขายยาเสพติด ค้าอาวุธปืน และยังล่อหลอกหญิงสาว ส่งไปค้าประเวณีในต่างแดน เลื่องลือกระฉ่อนร้อนแรง เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ว่าจะทางอินเทอร์เน็ต หรือสำนักข่าวไหนๆ ก็ขึ้นพาดหัวข่าวตัวใหญ่ๆ กันทั้งนั้นในตอนนี้
ส่วนเรื่องคดีความของกวินตราที่เป็นผู้จ้างวานเกี่ยวกับคดีพยายามฆ่าชมพูนิกข์ ก็มีพาดหัวเป็นข่าวไปด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงถึงกัน และตำรวจก็มีหลักฐานพร้อมมูลที่จะเอาผิดกวินตรา ซึ่งกฤษกรก็ได้มอบหมายให้ ทนายความฝีมือดีของบริษัทของเขา เป็นผู้ติดตามและดำเนินการทางกฎหมาย ให้ถึงที่สุดตามที่เคยกล่าวไว้
“นี้แหละนะเขาถึงเรียกว่า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว เวรกรรมสมัยนี้มันไฮท์สปีด เหมือนกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตนั่นแหละ”
ตรีทิพยนิภาพูดขึ้น เมื่อได้อ่านข่าวในโทรศัพท์มือถือจบลง ซึ่งในวันนี้ตรีทิพยนิภาและดมิสา ต่างพร้อมใจกัน มาเยี่ยมเยือนเพื่อนสาวถึงที่บ้านกันเลยทีเดียว
“อืม!! ยัยพี่ตานี้ก็เหลือเกินจริงๆ นะ ตัวทำกับพี่กรไว้ขนาดนั้นแล้ว แทนที่จะอายแทนที่จะสำนึก และทางใครทางมัน กลับไม่ยอมแต่โดยดีซะนี่ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ”
ดมิสาส่ายหน้า เมื่อคิดไปถึงสิ่งที่กวินตราได้กระทำต่อกฤษกรและชมพินิกข์ ก็รู้สึกสมเพชใจนาง ที่คิดอะไรอยู่ ณ ตอนนั้น
“เขาเรียกว่าหมาหวงก้างไง!!.... คงจะคิดว่าตัวเองสวยเริศเลอเพอร์เฟ็ค และพี่กรเคยรักมากจนหัวปักหัวปรำ ถึงได้ทำซะขนาดนี้ คงจะหวังล่ะสิว่า หากพี่กรจะต้องกลับไปคืนดีกลับนาง หากไม่มีนิกข์แล้วน่ะ จะบอกให้นะว่าไม่มีทางเป็นอย่างนั้นอย่างเด็ดขาดย่ะ พี่ชายฉัน ฉันรู้ดี หากพี่เขาตัดแล้วก็คือตัดเลย ไม่มีทางกลับไปคบอีกอย่างแน่นอน”
ญาตาวีพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ ในตัวของผู้เป็นพี่ชายสุดที่รักของเธอเป็นอย่างยิ่ง
“อ้าว!! ถ้าว่าพี่กรรักยัยนั่นมากจนหัวปักหัวปรำ แล้วอย่างนี้พี่กรจะยังรักยัยนั่นอยู่หรือเปล่าล่ะเนี้ย!!??” ดมิสาเลิกคิ้ว ถามลอยๆ ขึ้นอย่างสงสัย
เพลี๊ยะ!!......
จึงถูกตรีทิพยนิภายื่นมือตีไปที่ต้นแขนเบาๆ เพื่อเป็นการปรามไม่ให้พูดให้ถามอย่างนั้นออกมา เดี๋ยวจะทำให้ชมพูนิกข์คิดมากเอาได้
“เธอนี้ถามอะไรไม่เข้าเรื่องนะ”
ตรีทิพยนิภาต่อว่าดมิสา ก่อนจะหันไปมองหน้าชมพูนิกข์ ซึ่งก็ให้โล่งใจที่เห็นสีหน้าชมพูนิกข์ยังคงเป็นปกติ ไม่ได้มีสีหน้าสลดคิดมากแต่ประการใด
“อันนี้น่ะฉันก็มั่นใจและแน่ใจเป็นที่สุด ว่าพี่ชายของฉันหมดรักยัยพี่ตานั้นแล้วย่ะ ส่วนทำไมถึงหมดรัก? หมดรักไปได้ยังไง? คงต้องถามคนทำเขาเอง ว่าทำอีกท่าไหนถึงทำได้อย่างนั้น และทั้งยังทำให้พี่ชายของฉัน หันมารักจนหัวปักหัวปรำ จนโงหัวไม่ขึ้นมากกว่ายัยพี่ตานั่นซะอีก คิคิ!! ....”
ญาตาวีทำสายตาล้อเลียนส่งให้ชมพูนิกข์ที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน
“เธอก็ว่าไปนั้น!! หลงเหลิงหัวปักหัวปรำที่ไหนกัน”
ใบหน้าสวยหวานของชมพูนิกข์แดงระเรื่อขึ้นมาเพราะความเขินอายอย่างเห็นได้ชัด ชมพูนิกข์ส่งค้อนให้ญาตาวีไปวงหนึ่ง ทั้งยังต่อว่าไปด้วยอย่างแก้เก้อ
“แหมๆ ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เขาไม่เรียกว่ารักว่าหลงเหรอย่ะแม่คู๊ณณ!!.... หวงราวกับไข่ในหิน หวงมากกว่าน้องสาวแท้ๆ อย่างฉันซะอีก ไปไหนทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ได้ แทบจะอุ้มกันไปอยู่แล้ว และแถมยังไม่ยอมให้คลาดสายตาด้วยล่ะนั่น”
ญาตาวียื่นหน้ายื่นตา ไปพูดกับเพื่อนสองคน ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างสนุกสนาน
เพลี๊ยะ!!....
ญาตาวีจึงถูกชมพูนิกข์ตีเข้าให้เบาๆ ที่แขนเรียว โทษฐานที่ทำให้เธออายมากขึ้น
“พูดอะไรเวอร์ไปแล้วนะเธอ”
ชมพูนิกข์หน้าแดงมากขึ้นกว่าเดิมอีกทีนี้ เพื่อนๆ ที่มองมาจึงพากันหัวเราะชอบอกชอบใจเข้าไปใหญ่ และก็รู้สึกยินดีไปกับชมพูนิกข์ด้วย ว่าเมื่อฟ้าหลังฝนจะมีสิ่งสวยงามรออยู่อย่างที่เป็นอยู่นี้
๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗