นับั้แ่วันนั้นผมก็ได้เข้ามาอยู่ในแก๊งมาเฟียที่ชื่อว่าพยัคฆ์ทมิฬ ผมถูกฝึกวิชาการต่อสู้ทุกชนิดส่วนเื่เรียนเนื่องจากอีกไม่กี่ปีผมก็จะจบแล้วผมจึงขอนายเมฆินทร์เื่เรียนว่าผมขอเรียนให้จบโดยที่จะไม่บอกใครเื่ของแก๊งเด็ดขาด
เวลาล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันผมเรียนจบทั้งเื่เรียนและวิชาการต่อสู้ที่คนเป็ลูกน้องของแก๊งมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จำเป็ต้องเรียนตลอดระยะเวลาห้าปีผมต้องเริ่มทำงานั้แ่งานเล็กๆ เช่นการคุมโต๊ะบอล การคุมผับและงานก็ค่อยๆใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ผมไม่รู้หรอกว่าการที่ผมตัดสินใจเข้าสู่วงจรอันดำมืดนี้จะเป็อย่างไรแรกๆผมอาจจะรู้สึกเหมือนใครหลายๆคนที่มองพวกเราว่าเป็พวกอันธพาล เป็พวกตัวร้ายแต่เมื่อเข้ามาอยู่ในสังคมของพวกเขาจริงๆผมถึงได้รู้ว่าสังคมของพวกเขานั้นบางทีอาจมีความจริงใจมากกว่าสังคมสวมหน้ากากข้างนอกนั้นอีกด้วยซ้ำ
“อัคคีคิดไรอยู่วะ นายเมฆินทร์ให้มาตามนะ”โจเซฟรุ่นพี่ที่คอยดูแลผมั้แ่วันแรกที่ผมเข้ามาอยู่ที่นี่จนกระทั้งตอนนี้เดินเข้ามาตามผมให้ไปพบกับนายเมฆินทร์คงจะมีงานใหญ่ให้ผมทำอีกตามเคย
ั้แ่วันแรกที่ผมเข้ามาอยู่ที่นี่ผมก็ได้พี่โจเซฟนี่แหละครับที่คอยดูแลคอยสอนวิชาการต่อสู้ต่างและยังใจดีให้ผมเป็คู่หูในการปฏิบัติงานด้วยกันทำให้ผมสามารถเรียนรู้งานได้เร็วขึ้นจนได้รับความไว้วางใจจากนายให้ผมทำงานใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเหมือนอย่างเช่นตอนนี้ที่นายเรียกไปก็คงเป็เพราะมีงานใหญ่ให้ผมไปจัดการอย่างแน่นอน
“มาแล้วหรืออัคคี”นายเมฆินทร์ทักผมทันทีที่ผมเข้ามาถึง
“ครับนาย”ผมขานรับไปตามปกติ
“วันนี้นายต้องไปกับฉัน”
“ไปที่ไหนครับ”ผมถามออกไปอย่างแปลกใจ
“วันนี้จะมีการประชุมเลือกหัวหน้าแก๊งใหญ่คนใหม่และฉันก็ตั้งใจที่จะสมัครด้วยแต่ที่นี่เขาอนุญาตให้พาลูกน้องไปได้เพียงสองคนฉันจึงเลือกนายกับโจเซฟไปกับฉันส่วนคนอื่นๆคงต้องให้รออยู่ด้านนอก”
หัวหน้าแก๊งใหญ่คือศูนย์รวมของเหล่าบรรดาแก๊งมาเฟียทั้งหมดในเมืองไทยเป็การทำสนธิสัญญากันระหว่างแก๊งว่าเราจะไม่ทำงานล่ำเส้นกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจึงต้องมีผู้นำสูงสุดที่สามารถคุมอำนาจทั้งหมดของทุกแก๊งไว้ได้มีสิทธิและอำนาจเด็ดขาดในการสั่งการและแก้ปัญหาเวลาที่มีแก๊งหนึ่งแก๊งใดมีปัญหากันหัวหน้าใหญ่ผู้มีอำนาจสูงสุดก็จะเป็คนคอยไกล่เกลียไม่ให้ปัญหานั้นลุกลาม
จะว่าไปตำแหน่งนี้ถึงจะมีอำนาจสูงสุดซึ่งเป็ที่หมายปองของเหล่าบรรดาหัวหน้าแก๊งต่างๆที่อยากจะได้ตำแหน่งนี้มาเพราะนั้นหมายความว่าคุณคือผู้นำของผู้นำของเหล่ามาเฟียทั้งหลายอีกทีแต่ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุดนี้ได้โดยง่ายและเมื่อขึ้นไปแล้วการจะรักษาตำแหน่งนี้ให้อยู่กับตัวไปได้นานๆยิ่งยากกว่าเพราะเมื่อเป็ตำแหน่งที่ใครๆก็อยากได้จึงไม่แปลกที่จะมีการรอบสังหารเพื่อ่ชิงตำแหน่งนี้มาเป็ของตัวเอง
แต่อำนาจและสิทธิ์ขาดต่างๆที่ได้มาพร้อมกับตำแหน่งนี้ก็ยังหอมหวานพอที่ใครหลายๆคนกล้าที่จะเอาชีวิตของตนเองและพวกพ้องเข้ามาเสียงในเื่นี้เหมือนเช่นตอนนี้ที่นายเมฆินทร์ก็หมายปองตำแหน่งนี้เช่นกันดังนั้นเวลาที่มีการคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมสำหรับตำแหน่งนี้จึงมีกฏข้อห้ามในการเข้าไปในสภาใหญ่ก็คือผู้นำแก๊งหนึ่งคนสามารถพาคนของตัวเองเข้าไปได้เพียงสองคนเท่านั้นเพื่อความสงบเรียบร้อยและป้องกันากลางเมืองหากเกิดมีหนึ่งในผู้นำแก๊งคนใดที่คิดไม่ซื่ออยากจะได้ตำแหน่งนี้มาโดยมิชอบ
“ได้ครับนาย”ผมรับคำนายเมฆินทร์ไปก่อนจะไปเตรียมตนเองให้พร้อมเพราะถึงแม้ที่สภาใหญ่จะมีเวรยามอย่างแ่าและมีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยของผู้เข้าประชุมอย่างดีเพียงใดแต่คนที่จ้องกับคนเฝ้าระวังก็ไม่เหมือนกัน ยิ่งเป็การเลือกผู้นำสูงสุดแบบนี้สิ่งที่ไม่คาดฝันก็ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ
ผมสวมเสื้อเกาะก่อนจะสะพายเอี้ยมที่สำหรับการพกปืนและะุปืนมันสามารถบรรจุะุได้เท่าไรผมจัดเตรียมไว้จนเต็มก่อนจะตรวจดูลำกล้องของปืนพกคู่ใจเพื่อความแน่ใจอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเก็บมันให้เรียบร้อย เสร็จแล้วผมก็นำเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำขึ้นมาสวมทับ
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วผมก็ไปสมทบกับพี่โจเซฟก่อนจะไปรอนายอยู่ที่รถเพื่อออกเดินทางไปที่สภาใหญ่ของเหล่าแก๊งมาเฟียตลอดการเดินทางทุกอย่างผ่านไปด้วยดีพี่โจรับหน้าที่เป็คนขับโดยมีผมนั่งอยู่ด้านข้างคนขับ ส่วนนายเมฆินทร์นั่งอยู่ที่เบาะทางด้านหลังของรถกันะุที่กำลังพาพวกเราสามคนไปที่สภาใหญ่โดยมีลูกน้องคนอื่นๆของแก๊งขับตามมาอยู่ไม่ห่าง
ถึงแม้ตอนเข้าไปจะสามารถพาคนเข้าไปได้เดียงสองคนแต่ก็ไม่ได้มีกฏข้อไหนห้ามไม่ให้ลูกน้องของตนเองรออยู่ด้านนอกได้และเพื่อความปลอดภัยการที่มีลูกน้องตามไปคอยอารักขาด้วยก็ย่อมดีกว่าไม่มีอย่างแน่นอนและพวกที่ตามมาทางด้านหลังนั้นก็เป็เซทเดียวกับทีมในวันแรกที่ผมได้เจอกับพวกเขาจนได้มาอยู่ที่นี่นั้นเอง
เมื่อรถเข้าสู่เขตของที่ตั้งสภาใหญ่รถของผมก็สามารถผ่านเข้าไปได้เพียงคันเดียวโดยที่รถคันอื่นๆที่ตามมาต้องรออยู่ด้านนอกไม่สามารถเข้าไปด้านใดได้ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนเช่นทุกครั้ง ทั้งมีการตรวจอาวุธร้ายแรงที่ทางสภาสั่งห้ามพกพาเข้าไปด้านในก่อนจะมีคนมานำทางพวกเราสามคนพาเดินเข้าไปด้านใน
เมื่อเข้ามาสู่ด้านในก็พบกับเหล่าบรรดาหัวหน้าแก๊งมาเฟียจากแก๊งอื่นๆต่างก็มารวมตัวกันอยู่เป็ที่เรียบร้อยแล้วโดยทางงานได้จัดที่นั่งของหัวหน้าแก๊งอีกด้านหนึ่ง และผู้ติดตามอยู่อีกด้านหนึ่งผมกับพี่โจจึงต้องแยกมานั่งอยู่อีกด้านหนึ่งตามที่ทางงานจัดไว้ให้โดยที่สายตาของพวกเราสองคนต้องคอยสอดส่องและระวังความปลอดภัยให้กับนายเมฆินทร์อยู่ทุกเมื่อเพื่อไม่ให้เกิดเื่อะไรหรือสิ่งไม่คาดฝันขึ้นไม่ช้าประธานการจัดงานก็เริ่มกล่าวเปิดงาน
“ขอขอบคุณเหล่าแก๊งมาเฟียของประเทศไทยทุกท่านที่ให้เกียรติมาเป็สักขีพยานของการคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าสูงสุดของสภาแห่งนี้และเป็ผู้นำของพวกเราอีกทีโดยในวันนี้มีหัวหน้าแก๊งมาเฟียให้ความสนใจลงสมัครตำแหน่งนี้อยู่มากมายเลยทีเดียวและเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเราจะให้หัวหน้าแก๊งแต่ละแก๊งขึ้นมานำเสนอนโยบายในการที่จะนำพาพวกเราเพื่อให้ทุกคนสามารถตัดสินใจเลือกผู้นำของตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้นโดยกติกาการคัดเลือกหนึ่งแก๊งสามารถเลือกผู้นำที่ถูกใจได้เพียงหนึ่งแก๊งเท่านั้นและใครที่ได้รับการคัดเลือกมากที่สุดจะต้องเข้ารับการทดสอบจากทางเราเพื่อค้นหาคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ในขั้นตอนต่อไปและถ้าหากผู้ที่ได้รับการเลือกจากทุกท่านไม่ผ่านการทดสอบจากทางเราการเลือกของทุกท่านก็จะเป็โมฆะและเราต้องกลับมาลงคะแนนเสียงกันใหม่แบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ในที่สุด”ประธานจัดงานขึ้นมากล่าวเปิดงานพร้อมกับบอกรายละเอียดและกติการการคัดเลือกผู้นำสูงสุดของสภาแก๊งมาเฟีย
หลังจากนั้นทางทีมงานก็เชิญให้หัวหน้าแก๊งผู้สมัครทุกท่านขึ้นไปกล่าวปราศรัยเพื่อบอกเจตจำนงค์ของแต่ละคนในการบริหารจัดการภายในของพวกเราเหล่าแก๊งมาเฟียแต่ละคนต่างก็ขึ้นมากล่าวปราศรัยและบอกนโยบายการบริหารจัดการของตนเองกันอย่างออกรสบางท่านก็ให้นโยบายไว้อย่างน่าสนใจ บางคนก็ดูรุนแรงจนหลายคนเบ้หน้าบางคนก็ดูละมุนละไมจนไม่คิดว่าจะสามารถนำมาใช้กับพวกเราที่มีความกักขฬะมากกว่าที่จะใช้วิธีการที่นุ่มนวลในการตัดสินและแก้ปัญหาได้
แต่ละท่านขึ้นมากล่าวนโยบายกันทีละคนทีละคนโดยที่ไม่มีสิ่งผิดปกติใดเกิดขึ้นจนมาถึงที่นายเมฆินทร์หัวหน้าแก๊งของผมและเป็ตัวเก๊งที่จะได้ตำแหน่งนี้ไป นายเมฆินทร์ก้าวขึ้นเวทีไปอย่างมั่นใจและแสดงอำนาจอยู่ในทีโดยที่ไม่ต้องทำอะไร ความยิ่งใหญ่และอำนาจที่ออกมาจากตัวของคนคนนี้ก็แสดงออกมาให้ทุกคนได้ประจักษ์ด้วยตัวเองอยู่ดีเหมือนเช่นที่พวกเราที่แก๊งพยัคฆ์ทมิฬได้ััด้วยตัวเองกันมาแล้ว
นายเมฆินทร์เป็หัวหน้าที่มีความยุติธรรมกับลูกน้องทุกคนและรู้วีธีการจัดการคนให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ ทำให้ทุกครั้งที่พวกเราออกปฏิบัติงานจึงมักผ่านพ้นไปได้ด้วยดีโดยที่ไม่เกิดปัญหาหรืออุปสรรคใดๆหรือหากเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้นทุกคนที่ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายอยู่นั้นก็สามารถดูแลและจัดการได้เต็มความรู้ความสามารถของตนจนทำให้ปัญหาที่มีได้รับการแก้ไขและงานที่ได้รับมอบหมายก็ผ่านไปได้ด้วยดีนั้นเอง