บทที่ 29 วางแผนเปิดกิจการ
อาจารย์เถียนลืมตาขึ้น “ไม่รู้ว่าใคร!”
จากนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างออก ก่อนจะพูดด้วยความตื่นตระหนก “อย่านะ อย่าส่งเสียง รอให้เขาจากไปก่อน แล้วเราค่อยออกไป”
ลั่วโหวพยักหน้า ถ้าไปเปิดประตูในเวลานี้ แล้วปล่อยให้คนที่เข้ามาเห็นสภาพของอาจารย์เถียน ก็คงพูดอะไรไม่ออกแน่
ดังนั้นทั้งสองคนจึงอยู่เงียบ ๆ และไม่พูดจา เมื่อพวกเขาสบตากัน อาจารย์เถียนก็ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกอายเล็กน้อย ลั่วโหวจึงยื่นมือไปดึงเธอลุกขึ้น ใครจะรู้ว่าร่างกายของอาจารย์เถียนนุ่มนิ่มขนาดนี้
มือของทั้งสองคนชุ่มด้วยเหงื่อ หรืออาจเป็เพราะมือเล็ก ๆ ของอาจารย์เถียนเนียนนุ่มเกินไป จึงลื่นหลุดมือกัน
สักพักเสียงเคาะประตูก็เงียบลง อาจารย์เถียนจึงลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ
ลั่วโหวยกน้ำร้อนที่เย็นแล้วขึ้นมาดื่ม หลังจากดื่มเสร็จเขาก็เดินไปที่ประตู เพื่อแอบฟังว่ามีใครอยู่หรือไม่ เมื่อพบว่าไม่มีใครจริง ๆ เขาจึงเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆ แล้วบอกว่า “ผมกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะมาอีก”
อาจารย์เถียนตอบรับ แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “อย่ามาเลย!”
ลั่วโหวหัวเราะ “ผมบอกให้อาจารย์ซื้อบ้านก็ไม่ซื้อ พรุ่งนี้ผมจะมาสอนการหมุนเวียนลมปราณให้ ถ้าฝึกได้จะมีผลดีกว่าการนวด”
หลังจากออกจากหอพักแล้ว ลั่วโหวพบว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น จึงรู้สึกสบายใจขึ้น ถ้ามีคนเห็นเขาออกมาจากห้องอาจารย์เถียน โดยเฉพาะคนที่มาเคาะประตูเมื่อกี้ คงจะเป็ปัญหาใหญ่
เมื่อลงมาจากหอพัก เขาเห็นรถบีเอ็มดับเบิลยูคันหนึ่งจอดอยู่ข้างล่าง ทะเบียนรถดูดีมาก และเมื่อมองผ่านกระจกที่เปิดอยู่ เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังสูบบุหรี่และคิดอะไรบางอย่าง
ลั่วโหวคิดในใจว่า ‘เฮ้ย เมื่อกี้คงไม่ใช่เขาหรอกนะ? ช่างเป็ความจริงที่ว่าหญิงสาวสวยงามมักมีชะตากรรมร้าย!’
……
เมื่อลั่วโหวกลับถึงบ้าน เขาเห็นแม่และน้าเล็กว่างงาน จึงถามว่า “แม่กับน้าอยากทำอะไรสักอย่างไหม?”
แม่ของเขาจบการศึกษาระดับมัธยมต้น ซึ่งถือว่ามีการศึกษาพอสมควรในยุคนั้น
แม่จึงถามว่าทำอะไร?
ลั่วโหวบอกว่า “หมู่บ้านที่เราเพิ่งซื้อบ้านใหม่ มีห้องแถวอยู่ใช่ไหม? ตอนนี้ราคาถูก ซื้อมาเปิดร้านขายเหล้าบุหรี่สิ เฮ้ ๆ พ่อจะได้ซื้อของจากร้านเราด้วย ประหยัดเงินได้เยอะเลย อีกอย่างแม่ยังไม่แก่ จะนั่งอยู่บ้านทำไม พอย้ายบ้านใหม่ก็จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดก็พอแล้ว”
น้าเล็กฟังแล้วก็รีบบอกว่า “น่าสนใจมาก!”
ลั่วโหวพูดต่อ “ที่นั่นการเดินทางสะดวก ทำเลดี และมีคนรวยอยู่รอบ ๆ คงทำมาค้าขายได้ดี แต่ก็คงทำได้ไม่กี่ปีหรอก เพราะอีกสองสามปี พ่อจะเป็เ้าของโครงการ ส่วนผมจะเป็ชายหนุ่มที่มีชื่อเสียง และมีทรัพย์สินหลายพันล้าน ร้านเล็ก ๆ แบบนี้ก็ทำแค่เล่น ๆ แต่อย่างน้อยก็ไม่ขาดทุน”
พ่อลั่วกลับมา และตกลงที่จะซื้อห้องแถวมาเปิดร้านขายเหล้าบุหรี่
ลั่วโหวพูดอีกว่า “เหล้าเหมาไถ และเหล้าอู่เหลียงเยี่ย เก็บไว้หลาย ๆ ปีก็จะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น”
……
ปีนั้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ค่อยดี เมื่อบริษัทพัฒนาอสังหาฯ สร้างร้านค้าเสร็จ ส่วนใหญ่้าขายทั้งหมดในครั้งเดียวแทนที่จะปล่อยเช่า ซึ่งห้องแถวขนาดสองร้อยตารางเมตร ราคาตารางเมตรละสองพันหยวน รวมภาษีราวสี่แสนหยวนเศษ ถือว่าเป็จำนวนเงินไม่น้อย
วันรุ่งขึ้น ลั่วโหว น้า และพ่อไปสำรวจสถานที่จริง ลั่วโหวพูดว่า “ที่นี่ดีจริง ๆ ตอนนี้ยังไม่มีคนรวยมากนัก หลายคนไม่ได้คาดการณ์ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าธุรกิจอสังหาฯ จะคึกคักแค่ไหน”
น้าเล็กเดินรอบ ๆ แล้วพูดยิ้ม ๆ “ฉันอยากได้ร้านเล็ก ๆ ข้างนั้น!”
พ่อลั่วหัวเราะ “เธอจะทำอะไร เธอก็อยากลงทุนด้วยรึไง?”
น้าเล็กอายุเพียง 23 ปี น้อยกว่าพ่อลั่วถึง 20 ปี ในสายตาของพ่อลั่วเธอยังคงเป็ ‘เด็ก’
ลั่วโหวพูดว่า “พ่อ ตอนนี้ในประเทศจีนหาที่ลงทุนที่เหมาะสมไม่ค่อยได้ และเงินทุนของพวกเรามีไม่มากนัก คิดว่าลงทุนซื้อร้านค้าจะดีกว่า อีกห้าถึงหกปี ที่นี่คงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า อย่างน้อยก็มากกว่าฝากธนาคาร หลังจากซื้อมาแล้ว พวกเราก็เปิดร้านขายเหล้าบุหรี่ ส่วนที่เหลือให้คนอื่นเช่า แม้่แรกจะไม่มีคนเช่าก็ไม่เป็ไร แต่ภายในสองปีจะไม่ว่างแน่นอน”
พ่อลั่วค่อนข้างเชื่อวิสัยทัศน์ของลั่วโหว จึงเห็นด้วย
ดังนั้น ลั่วโหวจึงซื้อห้องแถวสองห้อง ขนาดราวสองร้อยตารางเมตร แบ่งเป็ห้องละหนึ่งร้อยกว่าตารางเมตร รวมเป็เงินราวหนึ่งล้านหยวนเศษ ส่วนน้าเล็กซื้อห้องแถวอีกหนึ่งห้อง เธอบอกว่า ซื้อมาเพื่อเก็งกำไร ดีกว่าฝากเงินไว้ที่ธนาคาร
จากนั้นต้องเตรียมตกแต่งร้านขายเหล้าบุหรี่ และเตรียมเงินลงทุนสินค้า เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ลั่วโหวมีเงินคงเหลือราว 1.5 ล้านหยวนเท่านั้น
ในประเทศจีน หนังสืออวตารฉบับภาษาจีนกลางมีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์รุนแรง จึงไม่มียอดขายมากนัก แต่ฉบับภาษาจีนไต้หวันยังขายดี เพียงแต่ค่าลิขสิทธิ์จากการพิมพ์ครั้งที่สองหนึ่งแสนเล่ม จะได้รับเงินในปลายปีนี้
ลั่วโหวคิดว่า หากฉบับภาษาอังกฤษได้รับการตีพิมพ์ออกมา จะกระตุ้นยอดขายฉบับภาษาจีนกลางในประเทศจีนอย่างมาก หากติดอันดับหนังสือขายดีในต่างประเทศ ชาวจีนที่ชื่นชอบวัฒนธรรมตะวันตกอยู่แล้ว จะยิ่งนิยมหนังสือเล่มนี้มากขึ้น แต่ในปีนี้ การได้รับการยอมรับในต่างประเทศถือเป็เื่ยาก
ลั่วโหวคิดต่อว่า ไม่ได้ ต้องติดต่อกับคาเมรอนก่อน แินี้เป็ของเขา ปีหน้าเขาจะร่างต้นฉบับประมาณแปดสิบหน้า บางทีตอนนี้เขาอาจจะกำลังคิดอยู่แล้ว หากฉันติดต่อเขา เขาคงประหลาดใจมาก จากนั้นให้เขาเขียนคำนำ แน่นอนว่าจะกระตุ้นยอดขายได้มาก...เพียงแค่มีเงินดอลลาร์สหรัฐก็จัดการได้แล้ว
การซื้อหน้าร้านในวันนี้ใช้เงินไปกว่าหนึ่งล้านหยวน พ่อของลั่วโหวรู้สึกประทับใจ ลั่วโหวจึงพูดว่า “ถ้าเราเอาใจท่านประธานจงและหัวหน้าบริษัทพัฒนาอื่น ๆ ได้ ต่อไปเพียงแค่รับงานก่อสร้างอย่างเดียว ใช้เวลาห้าปี พ่อก็จะมีทรัพย์สินสองถึงสามพันล้านแล้ว”
พ่อของลั่วโหวพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านประธานจงขึ้นเรือของพวกเราแล้ว!”
จริงอย่างที่พูด แค่เื่ที่ลั่วโหวช่วยคุณจงเล่นหุ้น เขาก็คงยืนอยู่ข้างเดียวกับพ่อของลั่วโหวแล้ว
เมื่อลั่วโหวกลับถึงบ้านในบ่ายวันนั้น เขาก็รีบเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ หลังจากเขียนจบจึงพูดว่า “โถ่เอ๊ย ที่อยู่บ้านของคาเมรอนคือที่ไหนนะ?”
เมื่อคิดถึงเื่ยุ่งยากนี้ ลั่วโหวจึงต้องชะงักการส่งจดหมายไว้ก่อน
เขามาที่ห้องของอาจารย์เถียนอีกครั้งในตอนเย็น เธอถอนหายใจและพูดว่า “วันนี้เป็ครั้งสุดท้ายแล้วนะ หลังจากนี้อย่ามาที่นี่อีก ถ้ามีคนเห็นเข้าจะไม่ดี ดูเหมือนฉันจะเอาเปรียบเด็กผู้ชายตัวน้อย ๆ”
ตอนนี้เธอพูดคุยกับลั่วโหวได้คล่องแคล่วขึ้นบ้าง
ลั่วโหวพูดว่า “งั้นอาจารย์รีบซื้อบ้านสักหลังสิครับ!”
หลังจากพูดจบ เขาก็บอกชื่อหมู่บ้าน และบอกว่าบ้านใหม่ รวมถึงหน้าร้านของตัวเองอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน
อาจารย์เถียนส่ายหน้า
ลั่วโหวจึงพูดว่า “แนะนำแฟนอาจารย์หน่อยสิ!”
อาจารย์เถียนหัวเราะ “ถามมากไปรึเปล่าเนี่ย เื่ของผู้ใหญ่อย่ายุ่งนะ!”
สักพักหนึ่ง ลั่วโหวให้อาจารย์เถียนปูเสื่อฤดูร้อนบนพื้น แล้วสอนท่าทางของการหมุนเวียนลมปราณขั้นที่หนึ่ง
จากนั้นเขาก็พูดว่า “ยังมีวิธีการหายใจด้วยนะ แต่ผมกำลังคิดว่าจะบอกอาจารย์ดีหรือเปล่า เพราะอาจารย์ไม่จริงใจกับผม และคงไม่ได้เป็ศิษย์ของผม มิฉะนั้นความสัมพันธ์ของเราจะยุ่งเหยิง อาจารย์เป็ครูของผม แต่ก็เป็ศิษย์ของผมด้วย อืม!”
อาจารย์เถียนหัวเราะ “สอนฉันสิ ผู้เชี่ยวชาญมาก่อน ศิษย์สอนครูเื่การหมุนเวียนลมปราณเพื่อสุขภาพที่ดี ฉันไม่ต้องเรียกเขาว่าอาจารย์ก็ได้”
สักพักหนึ่ง ลั่วโหวประคองร่างกายของเธอ และสอนท่าทางบางอย่างให้ จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงการััร่างกายบ้างเป็ธรรมดา
ลั่วโหวมีจิตใจและกิริยาวาจาที่แก่กล้า แต่รูปร่างยังคงเป็หนุ่มน้อย อาจารย์เถียนจึงไม่มีอุปสรรคทางจิตใจมากนัก เว้นแต่ลั่วโหวจะกระทำการใดที่เกินเลยไป
แต่แล้วใครจะรู้ ขณะที่อาจารย์เถียนกำลังฝึกท่าหนึ่ง เธอเสียการทรงตัวไป ลั่วโหวจึงเหยียดแขนออกไปค้ำ แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน มือของลั่วโหวไปจับที่อกของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ
‘โอ้พระเ้า อุ่นและนุ่มนิ่มราวกับลูกโป่งจริง ๆ ััแล้วรู้สึกสบายเหลือเกิน!’
ในชั่วขณะนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับเื่รักระหว่างชายหญิงของลั่วโหวถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้เขาหายใจถี่
อาจารย์เถียนผลักเขาออกห่างอย่างแรง และใบหน้าของเธอก็แดงก่ำ
ลั่วโหวผ่อนลมหายใจ และรีบวิ่งไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้าด้วยน้ำเย็น เขาต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะคลายอาการลง จากนั้นจึงออกมา และพบอาจารย์เถียนนั่งอยู่บนเสื่อโดยไม่พูดจากับเขา