“น้องสาวคนนี้เองเหรอเนี่ย ที่เจบอกว่าจะพามา…จำพี่ได้มั้ย” พี่พิมพ์ทักฉันด้วยรอยยิ้มหวานและน้ำเสียงนุ่มนวล
“จำได้ค่ะ” ฉันยิ้มตอบอย่างสุภาพ สวยขนาดนี้ ใครจะลืมได้กัน
พี่พิมพ์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยแซว “น่ารักจัง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจถึงไม่ปล่อยให้ห่างสายตาเลย”
ฉันชะงักไปทันที รีบส่ายมือไปมาเพื่อปฏิเสธ “เอ่อ…ไม่…” จนมือทั้งสองข้างเกร็งเล็กน้อย
แต่พี่เจกลับพูดแทรกขึ้นเสียงเรียบ “กลัวแม่เป็ห่วงน้องน่ะ”
ประโยคนั้นทำให้แววตาพี่พิมพ์เปลี่ยนไปคล้ายโล่งอก เธอกลับมายิ้มบาง ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉันรู้สึกได้ว่าบรรยากาศตึงขึ้นเล็กน้อย แม้สมองจะเริ่มประมวลผลช้าลง แต่สติยังคงอยู่ จึงรีบเปลี่ยนเื่ทันที
“อ้อ…นี่พี่วิคเตอร์ค่ะ” ฉันหันไปยิ้มให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ แล้วหันกลับมาแนะนำเขาให้พี่เจและพี่พิมพ์รู้จัก
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” พี่วิคเตอร์เอ่ยพลางยกมือทักทายพี่เจด้วยรอยยิ้มสุภาพ พี่เจเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะทักทายกลับตามมารยาท
พี่พิมพ์ยิ้มบาง ๆ อย่างสง่างาม แต่สายตาของเธอกลับเลื่อนมามองที่ฉันเป็ระยะ ๆ ฉันก้มลงเล็กน้อย มือกำขอบกระโปรงเพื่อเก็บความประหม่าของตัวเอง
ทันใดนั้น เสียงประกาศดังขึ้นทั่วห้องโถง…
“ในขณะนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้วค่ะ…ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าสู่่เวลาที่ทุกท่านรอคอย…่เวลาแห่งการเต้นรำ ขอเชิญทุกท่านร่วมสนุกไปกับค่ำคืนสุดพิเศษนี้ค่ะ”
เสียงปรบมือกึกก้องดังผสานกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของแขก วงดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงขึ้น แสงไฟสลัวลง ทำให้ฟลอร์เต้นรำเต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติก
เสียงพูดคุยในห้องดังขึ้นมาอีกครั้ง แขกหลายคนเริ่มจับคู่กันสู่ฟลอร์เต้นรำ
“ไปกัน” พี่เจเอ่ยพลางยื่นมือมาตรงหน้าฉัน สีหน้าเขายังคงเรียบเฉย ฉันมองมือเขาก่อนจะเหลือบมองพี่พิมพ์ด้วยความลังเล ทว่าเธอเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วบอกว่าชุดของเธอไม่เหมาะกับการเต้นรำเท่าไหร่นัก
ไม่ทันให้ฉันคิดต่อ พี่เจก็กุมมือแล้วดึงเบา ๆ พาเดินตรงไปยังฟลอร์เต้นรำ โดยไม่เหลือบมองพี่พิมพ์แม้แต่น้อย ฉันที่ยังคงประมวลสถานการณ์ไม่ถูก ได้แต่หันไปส่งยิ้มให้พี่วิคเตอร์เล็กน้อย ก่อนจะยอมก้าวตามแรงจูงมือไป
“ดื่มไปเท่าไหร่กัน หน้าแดงขนาดนี้” เสียงทุ้มเอ่ยพลางก้มมองใบหน้าฉันที่คงขึ้นสีแดงจัดอยู่ตอนนี้
“แค่แดง แต่สติเต็มร้อยค่ะ” ฉันตอบพลางยิ้มกว้าง พี่เจเลิกคิ้วเล็กน้อยราวกับไม่เชื่อ ก่อนจะวางมือประคองเอวฉันอย่างแ่เบาแล้วพาเต้นไปตามจังหวะช้า ๆ
ฉันพยายามก้าวเท้าตามคนตรงหน้า แม้ว่าขาของฉันเหมือนจะไม่ค่อยฟังคำสั่งเท่าไหร่นัก ทุกครั้งที่ััของเขาแตะโดนผิวกายทำให้ใจฉันวูบวาบราวกับแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์แรงขึ้น
“ถ้าไม่ได้อยู่กับพี่ก็อย่าดื่มอีก เข้าใจไหม…เป็เด็กเป็เล็ก” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยแววตาคมกริบ
“เด็กที่ไหนจะสูงตั้งร้อยหกสิบกันคะ” ฉันยิ้มกว้างพลางเถียงกลับ แต่เมื่อเงยหน้าสบตากับดวงตาสีน้ำตาล หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาจนต้องรีบหลบสายตา
และแล้วสายตาฉันก็เริ่มพร่า…พี่เจดูเหมือนมีสองคน เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพยุงฉันออกจากฟลอร์เต้นรำ
“เดินแทบไม่ไหว ดื่มขนาดไหนกันเนี่ย” เขาประคองฉันไปใกล้และพยายามพาเดิน
ร่างสูงประคองไปได้สักพัก เมื่อเห็นว่าไม่ได้ดั่งใจ เขาบ่นขึ้นมาอีกครั้ง พลางช้อนตัวฉันขึ้นในอ้อมแขน
“พี่เจจะพาส้มบินเหรอคะ?” ฉันหัวเราะคิกคัก รู้สึกเหมือนร่างถูกยกลอยขึ้นกลางอากาศ
“เด็กจริง ๆ …” เขาบ่นพึมพำแล้วอุ้มคนตัวเล็กออกจากงาน โดยไม่แม้แต่จะสนใจสายตาหลายคู่ที่มองมา
คืนนั้นฉันเหมือนฝันว่ามีท่อนแขนแข็งแรงคอยโอบกอดบางครั้งก็ลูบศีรษะฉันอย่างอ่อนโยน คล้ายกับอ้อมกอดของพ่อที่ฉันคิดถึงเหลือเกิน
แสงแดดสาดส่องเข้ามาในเช้าวันใหม่ ฉันซุกอยู่ในผ้าห่ม กอดชักกี้ตุ๊กตาตัวโปรดตามนิสัยเดิม แต่…ทำไมชักกี้ถึงแข็งผิดปกติ แถมยังมีเสียงหายใจอีก?
“ขอนอนต่ออีกนิดได้มั้ย…อย่าเพิ่งปลุก” เสียงทุ้มปนงัวเงียดังขึ้น
ทำไมชักกี้ถึงพูดได้ ชักกี้พูดได้ั้แ่เมื่อไหร่กัน? ฉันเบิกตากว้างลุกพรวดขึ้นทันที ใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้แค่คืบ—นี่มันพี่เจ!
กรี๊ดด!!! ทำไมเขาถึงมานอนอยู่ข้างฉันในสภาพที่ใกล้ชิดชวนใจสั่นแบบนี้!?
ฉันรีบสำรวจร่างกายตัวเอง…ไม่มีร่องรอยผิดปกติ ชุดที่ใส่อยู่เป็เชิ้ตสีขาวตัวยาวไม่ใช่ชุดเดิมเมื่อคืน ส่วนพี่เจยังใส่ชุดเดิม แต่เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่จนแทบจะหลุดลุ่ย
“พี่เจ…ทำไมเรา…” ฉันเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก
“จะ...รับผิดชอบพี่ยังไง...” เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ พร้อมเอ่ยเสียงงัวเงีย
ฉันตาโตเหมือนไข่ห่าน “คะ…คะ?”
“เมื่อคืน...เราไม่ได้ทำอะไร...” ฉันถามเสียงเบาพลางก้มมองชุด
“สบายใจได้ พี่แคทเปลี่ยนให้ไม่ใช่พี่…” คำพูดนั้นทำให้ฉันโล่งอก แต่ก็ไม่นานนัก
“ถึงเราจะพยายามถอดไม่หยุดก็เถอะ” หน้าฉันแดงวาบทันที—นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!?
“แล้วเรา…เอ่อ…” ฉันยังถามไม่ทันจบ เขาก็พูดแทรกขึ้นมาอีก
“อยู่ด้วยกันนะ” ฉันถึงกับงงเป็ไก่ตาแตก เขากระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเฉลยเสียงนิ่งว่า
“เมื่อคืนเราพูดประโยคนี้ทั้งคืน ไม่ปล่อยพี่เลยสักนิด”
“…”
“พอพี่แคทเปลี่ยนชุดให้เสร็จ ก็เกาะพี่แน่นแล้วพูดซ้ำอยู่แบบนั้นแหละ”
“ขอโทษค่ะ…” ฉันหน้าเสียสุด ๆ นี่ฉันนอนกอดเขาทั้งคืน คิดว่าเป็พ่อ ตอนเช้ามาก็ดันคิดว่าเป็ชักกี้อีก!
“ก็เลยเป็แบบที่เห็น...” พี่เจพูดพร้อมกับยักไหล่
“จะให้ส้มไถ่โทษยังไงก็ได้ค่ะ…” ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาวิงวอน
พี่เจมองหน้าฉันนิ่ง ก่อนจะลุกขึ้นบิดี้เีเบา ๆ แล้วเอ่ยเรียบ ๆ
“ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว คราวหลังถ้าไม่มีพี่อยู่…”
“…” ฉันเงยหน้ามองเขา
“อย่าเมาแบบนี้อีก…”
ตึกตัก เขาเดินออกจากห้องทิ้งให้ฉันนั่งหน้าเหวออยู่กับเสียงหัวใจตัวเองที่ยังเต้นไม่เป็จังหวะ…นี่หมายความว่าถ้ามีเขาอยู่ก็เมาได้อย่างนั้นเหรอ?