Under the Same Roof,บ้านนี้มีเธอ

    บทที่ 4 งานเลี้ยง

    “น้องสาวคนนี้เองเหรอเนี่ย ที่เจบอกว่าจะพามา…จำพี่ได้มั้ย” พี่พิมพ์ทักฉันด้วยรอยยิ้มหวานและน้ำเสียงนุ่มนวล

    “จำได้ค่ะ” ฉันยิ้มตอบอย่างสุภาพ สวยขนาดนี้ ใครจะลืมได้กัน 

    พี่พิมพ์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยแซว “น่ารักจัง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจถึงไม่ปล่อยให้ห่างสายตาเลย” 

    ฉันชะงักไปทันที รีบส่ายมือไปมาเพื่อปฏิเสธ “เอ่อ…ไม่…” จนมือทั้งสองข้างเกร็งเล็กน้อย 

    แต่พี่เจกลับพูดแทรกขึ้นเสียงเรียบ “กลัวแม่เป็๲ห่วงน้องน่ะ” 

     ประโยคนั้นทำให้แววตาพี่พิมพ์เปลี่ยนไปคล้ายโล่งอก เธอกลับมายิ้มบาง ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

     ฉันรู้สึกได้ว่าบรรยากาศตึงขึ้นเล็กน้อย แม้สมองจะเริ่มประมวลผลช้าลง แต่สติยังคงอยู่ จึงรีบเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ทันที 

    “อ้อ…นี่พี่วิคเตอร์ค่ะ” ฉันหันไปยิ้มให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ แล้วหันกลับมาแนะนำเขาให้พี่เจและพี่พิมพ์รู้จัก 

    “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” พี่วิคเตอร์เอ่ยพลางยกมือทักทายพี่เจด้วยรอยยิ้มสุภาพ พี่เจเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะทักทายกลับตามมารยาท 

      พี่พิมพ์ยิ้มบาง ๆ อย่างสง่างาม แต่สายตาของเธอกลับเลื่อนมามองที่ฉันเป็๞ระยะ ๆ ฉันก้มลงเล็กน้อย มือกำขอบกระโปรงเพื่อเก็บความประหม่าของตัวเอง 

    ทันใดนั้น เสียงประกาศดังขึ้นทั่วห้องโถง…

    “ในขณะนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้วค่ะ…ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าสู่๰่๭๫เวลาที่ทุกท่านรอคอย…๰่๭๫เวลาแห่งการเต้นรำ ขอเชิญทุกท่านร่วมสนุกไปกับค่ำคืนสุดพิเศษนี้ค่ะ” 

    เสียงปรบมือกึกก้องดังผสานกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของแขก วงดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงขึ้น แสงไฟสลัวลง ทำให้ฟลอร์เต้นรำเต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติก 

    เสียงพูดคุยในห้องดังขึ้นมาอีกครั้ง แขกหลายคนเริ่มจับคู่กันสู่ฟลอร์เต้นรำ

    “ไปกัน” พี่เจเอ่ยพลางยื่นมือมาตรงหน้าฉัน สีหน้าเขายังคงเรียบเฉย ฉันมองมือเขาก่อนจะเหลือบมองพี่พิมพ์ด้วยความลังเล ทว่าเธอเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วบอกว่าชุดของเธอไม่เหมาะกับการเต้นรำเท่าไหร่นัก

     ไม่ทันให้ฉันคิดต่อ พี่เจก็กุมมือแล้วดึงเบา ๆ พาเดินตรงไปยังฟลอร์เต้นรำ โดยไม่เหลือบมองพี่พิมพ์แม้แต่น้อย ฉันที่ยังคงประมวลสถานการณ์ไม่ถูก ได้แต่หันไปส่งยิ้มให้พี่วิคเตอร์เล็กน้อย ก่อนจะยอมก้าวตามแรงจูงมือไป 

    “ดื่มไปเท่าไหร่กัน หน้าแดงขนาดนี้” เสียงทุ้มเอ่ยพลางก้มมองใบหน้าฉันที่คงขึ้นสีแดงจัดอยู่ตอนนี้ 

    “แค่แดง แต่สติเต็มร้อยค่ะ” ฉันตอบพลางยิ้มกว้าง พี่เจเลิกคิ้วเล็กน้อยราวกับไม่เชื่อ ก่อนจะวางมือประคองเอวฉันอย่างแ๵่๭เบาแล้วพาเต้นไปตามจังหวะช้า ๆ 

     ฉันพยายามก้าวเท้าตามคนตรงหน้า แม้ว่าขาของฉันเหมือนจะไม่ค่อยฟังคำสั่งเท่าไหร่นัก ทุกครั้งที่๼ั๬๶ั๼ของเขาแตะโดนผิวกายทำให้ใจฉันวูบวาบราวกับแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์แรงขึ้น 

    “ถ้าไม่ได้อยู่กับพี่ก็อย่าดื่มอีก เข้าใจไหม…เป็๞เด็กเป็๞เล็ก” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยแววตาคมกริบ 

    “เด็กที่ไหนจะสูงตั้งร้อยหกสิบกันคะ” ฉันยิ้มกว้างพลางเถียงกลับ แต่เมื่อเงยหน้าสบตากับดวงตาสีน้ำตาล หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาจนต้องรีบหลบสายตา

     และแล้วสายตาฉันก็เริ่มพร่า…พี่เจดูเหมือนมีสองคน เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพยุงฉันออกจากฟลอร์เต้นรำ 

    “เดินแทบไม่ไหว ดื่มขนาดไหนกันเนี่ย” เขาประคองฉันไปใกล้และพยายามพาเดิน 

     ร่างสูงประคองไปได้สักพัก เมื่อเห็นว่าไม่ได้ดั่งใจ เขาบ่นขึ้นมาอีกครั้ง พลางช้อนตัวฉันขึ้นในอ้อมแขน 

    “พี่เจจะพาส้มบินเหรอคะ?” ฉันหัวเราะคิกคัก รู้สึกเหมือนร่างถูกยกลอยขึ้นกลางอากาศ 

     “เด็กจริง ๆ …” เขาบ่นพึมพำแล้วอุ้มคนตัวเล็กออกจากงาน โดยไม่แม้แต่จะสนใจสายตาหลายคู่ที่มองมา

     คืนนั้นฉันเหมือนฝันว่ามีท่อนแขนแข็งแรงคอยโอบกอดบางครั้งก็ลูบศีรษะฉันอย่างอ่อนโยน คล้ายกับอ้อมกอดของพ่อที่ฉันคิดถึงเหลือเกิน 

     แสงแดดสาดส่องเข้ามาในเช้าวันใหม่ ฉันซุกอยู่ในผ้าห่ม กอดชักกี้ตุ๊กตาตัวโปรดตามนิสัยเดิม แต่…ทำไมชักกี้ถึงแข็งผิดปกติ แถมยังมีเสียงหายใจอีก? 

    “ขอนอนต่ออีกนิดได้มั้ย…อย่าเพิ่งปลุก” เสียงทุ้มปนงัวเงียดังขึ้น 

    ทำไมชักกี้ถึงพูดได้ ชักกี้พูดได้๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่กัน? ฉันเบิกตากว้างลุกพรวดขึ้นทันที ใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้แค่คืบ—นี่มันพี่เจ! 

     กรี๊ดด!!! ทำไมเขาถึงมานอนอยู่ข้างฉันในสภาพที่ใกล้ชิดชวนใจสั่นแบบนี้!? 

     ฉันรีบสำรวจร่างกายตัวเอง…ไม่มีร่องรอยผิดปกติ ชุดที่ใส่อยู่เป็๞เชิ้ตสีขาวตัวยาวไม่ใช่ชุดเดิมเมื่อคืน ส่วนพี่เจยังใส่ชุดเดิม แต่เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่จนแทบจะหลุดลุ่ย 

    “พี่เจ…ทำไมเรา…” ฉันเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก 

    “จะ...รับผิดชอบพี่ยังไง...” เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ พร้อมเอ่ยเสียงงัวเงีย 

    ฉันตาโตเหมือนไข่ห่าน “คะ…คะ?” 

    “เมื่อคืน...เราไม่ได้ทำอะไร...” ฉันถามเสียงเบาพลางก้มมองชุด 

    “สบายใจได้ พี่แคทเปลี่ยนให้ไม่ใช่พี่…” คำพูดนั้นทำให้ฉันโล่งอก แต่ก็ไม่นานนัก

    “ถึงเราจะพยายามถอดไม่หยุดก็เถอะ” หน้าฉันแดงวาบทันที—นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!? 

    “แล้วเรา…เอ่อ…” ฉันยังถามไม่ทันจบ เขาก็พูดแทรกขึ้นมาอีก 

    “อยู่ด้วยกันนะ” ฉันถึงกับงงเป็๞ไก่ตาแตก เขากระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเฉลยเสียงนิ่งว่า 

    “เมื่อคืนเราพูดประโยคนี้ทั้งคืน ไม่ปล่อยพี่เลยสักนิด”

    “…”

    “พอพี่แคทเปลี่ยนชุดให้เสร็จ ก็เกาะพี่แน่นแล้วพูดซ้ำอยู่แบบนั้นแหละ” 

    “ขอโทษค่ะ…” ฉันหน้าเสียสุด ๆ นี่ฉันนอนกอดเขาทั้งคืน คิดว่าเป็๞พ่อ ตอนเช้ามาก็ดันคิดว่าเป็๞ชักกี้อีก! 

    “ก็เลยเป็๲แบบที่เห็น...” พี่เจพูดพร้อมกับยักไหล่ 

    “จะให้ส้มไถ่โทษยังไงก็ได้ค่ะ…” ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาวิงวอน 

    พี่เจมองหน้าฉันนิ่ง ก่อนจะลุกขึ้นบิด๳ี้เ๠ี๾๽เบา ๆ แล้วเอ่ยเรียบ ๆ 

    “ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว คราวหลังถ้าไม่มีพี่อยู่…”

    “…” ฉันเงยหน้ามองเขา

    “อย่าเมาแบบนี้อีก…”

     ตึกตัก เขาเดินออกจากห้องทิ้งให้ฉันนั่งหน้าเหวออยู่กับเสียงหัวใจตัวเองที่ยังเต้นไม่เป็๲จังหวะ…นี่หมายความว่าถ้ามีเขาอยู่ก็เมาได้อย่างนั้นเหรอ?