“หุบปาก!”
หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนตวาดแคลร์ พร้อมกับเอาใบมีดจ่อไปที่ใต้ปลายคาง ทำให้แคลร์ปิดปากเงียบสนิทไม่ยอมให้เสียงเล็ดรอดออกมา
น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเธอ แสดงให้เห็นว่าเธอรู้สึกหวาดกลัวมากมายแค่ไหน
“เธอ ใจเย็นๆ ก่อนนะ..มีอะไรค่อยๆ พูดกันก็ได้ อย่าใช้อาวุธเลย”
เซร่าพยายามควบคุมสติที่กระเจิงไปเมื่อครู่ พร้อมกับพยายามพูดจาดีๆ กับหญิงสาวคนนั้น และค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้เตียงของแคลร์
“อย่าเข้ามานะ!!”
หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนคนนั้นหันกลับมาตวาดเซร่า พร้อมกับกวัดแกว่งมีดในมือของเธอหันมาทางเซร่า ทำให้หญิงสาวหยุดชะงักการก้าวเดิน
“ใจเย็นสิ ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอก็เป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกับฉันนี่ ใช่รึเปล่า?”
เซร่าถามหญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลอย่างใจเย็น สายตาจับจ้องไปที่ใบมีดคมวาวสะท้อนแสงแดดช่วงบ่ายอย่างระวัง
“อย่ามาเป็นพูดจาดีหน่อยเลย!”
“แกก็ไม่แตกต่างจากนังนี่หรอก คิดจะจับคุณคิมหันต์เหมือนกันล่ะสิ ฮ่า ฮ่า ฝันไปเถอะย่ะ!!”
หญิงสาวคนนั้นกรีดเสียง พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“นังนี่ มันไม่เจียมตัว แถมยังทำงานไม่ได้เรื่อง แค่ให้ไปจัดการกับแกที่เป็นตัวจุ้นจ้านชอบไปยุ่งกับคุณคิมหันต์แค่นี้ ก็ยังทำไม่สำเร็จ ห่วยแตกเสียจริง! ถุ๊ย!”
หญิงสาวคนนั้นสบถออกมาอย่างหยาบคาย ก่อนจะถุยน้ำลายใส่หน้าของแคลร์ที่เบิกตาโพลงอย่างตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวคนนั้นพูด
“เธอพูดอะไรของเธอ ฉันไม่เข้าใจ” เซร่ารู้สึกงุนงงกับสิ่งที่หญิงสาวคนนั้นพูดออกมา พร้อมกับค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เตียงของแคลร์อย่างช้าๆ
“เฮอะ! แกจะไปรู้อะไร้! แค่ทำหน้าตาไร้เดียงสา พูดจาอ่อนหวาน แค่นี้ก็ทำให้คุณคิมหันต์และเหมันต์หัวปั่นไปด้วยกันทั้งคู่ คิดว่าฉันไม่รู้เรอะ!”
หญิงสาวยังคงกราดเกรี้ยวใส่เซร่าอย่างโกรธแค้น สายตาของเธอจ้องมองเซร่าด้วยความชิงชัง
หากเธอสามารถที่จะฆ่าเซร่าให้ตายได้ภายในพริบตา เธอคงทำไปแล้ว
“เธอ...อย่า..บอก.นะ ..ว่าเธอคือ...คุณ.......ที่สั่ง....ให้ฉันกับบรรดา...แฟน..คลับ..ไป....”
เสียงของแคลร์ขาดหายเป็นช่วงๆ พร้อมกับประโยคสุดท้ายที่กลืนหายเข้าไปภายในลำคอที่แห้งผากของเธอ
เพียะ!
“โอ๊ย!”
หญิงสาวคนนั้นตบไปที่ใบหน้าของแคลร์อย่างแรง โดยไม่สนใจเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของแคลร์ที่ดังขึ้นมา
เซร่าสะดุ้งสุดตัวเพราะเธอไม่คิดว่าหญิงสาวคนนั้นจะโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้
“อย่ามาสะเออะเรียกฉัน! แกก็เหมือนกัน ชอบเข้าหาคุณคิมหันต์ ทั้งๆ ที่คุณคิมหันต์ไม่ได้สนใจแกซักนิด”
“ที่ฉันให้แกไปทำร้ายนังนั่น ก็เพราะว่าแกน่ะ มันโง่ แค่หลอกแกด้วยภาพถ่ายกับคำพูดง่ายๆ ที่บอกว่า คุณคิมหันต์ชอบแม่นี่ แกก็ร้อนรนจนทนไม่ได้วิ่งโร่มาปรึกษาฉันเอง ฉันก็แนะนำวิธีให้แก แต่แกดันทำไม่สำเร็จ แถมยังทำให้คุณคิมหันต์เห็นธาตุแท้ของแกเสียอีก ฮะ ฮะ สะใจเสียจริง”
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากปากของหญิงสาวคนนั้นทำให้เซร่าตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้น
เธอคิดว่าผู้หญิงคนนี้ช่างเป็นคนที่ร้ายกาจเสียจริง หรือไม่ก็ต้องเป็นโรคจิตเป็นแน่
“แล้วทำไม...ต้องมาทำ...ร้าย....ฉัน...ด้วย...” แคลร์ข่มความเจ็บปวดเอาไว้ พยายามถามออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากของเธอ
“เฮอะ! แกนี่ช่างโง่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะ” หญิงสาวคนนั้นทำเสียงขึ้นจมูกด้วยความดูถูกในความคิดของแคลร์
“แกไปมีเรื่องกับนังนั่น ถ้าฉันทำร้ายแกซะ นังนั่นก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก ยิ่งทำร้ายแกให้เจ็บมากเท่าไหร่ นังนั่นก็จะได้รับผลตอบแทนจากพ่อของแกมากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญ......”
หญิงสาวคนนั้นลอยหน้าลอยตาอธิบายให้แคลร์ฟังฉอดๆ พร้อมกับเอามีดชี้ไปทางเซร่า ก่อนจะแสยะยิ้มเหยียดที่มุมปากออกมา
“ที่สำคัญ....การป้ายร้ายให้แกน่ะ ทำให้นังออยเฟ่ย์โดนหางเลขไปด้วย เพราะคนที่แนะนำให้ออยเฟ่ย์ไปคุยกับแกก็คือฉัน ฉันเลยฉวยโอกาสที่ออยเฟ่ย์เรียกแกไปคุย เข้าไปโขมยพวงกุญแจงี่เง่าของแก รวมทั้งผ้าเช็ดหน้าที่แกให้ออยเฟ่ย์ด้วยไงล่ะ ฮ่า ฮ่า” หญิงสาวคนนั้นพูดทุกสิ่งทุกอย่างออกมาพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“คิคิ นังออยเฟ่ย์ก็ต้องโดนคุณคิมหันต์สงสัย และอาจรวมไปถึงเลิกชอบมันเลยก็ได้ คิคิ ....”
หญิงสาวคนนั้นหัวเราะกับตัวเองอย่างชอบใจในแผนการของตนเอง
เซร่ายืนตะลึงอึ้งกับความคิดที่ชั่วร้ายของเธอ รวมไปถึงแคลร์ที่เพิ่งรู้ความจริงว่า เธอโดนหลอกมาโดยตลอด
“ทำไม....เธอต้อง....ใส่ร้ายฉันด้วย เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน” เซร่าถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น
“แกนั่นล่ะตัวดี!!! ออดอ้อนออเซาะ ทั้งคุณคิมหันต์และคุณเหมันต์ มารยานักนะแกน่ะ” หญิงสาวคนนั้นเอามีดตวัดกลับมาชี้หน้าเซร่าอย่างเกลียดชัง
“ผู้หญิงทั้งโรงเรียนนี้ มีนังออยเฟ่ย์คนเดียวเท่านั้น ที่ฉันยอมให้มันสนิทกับคุณเหมันต์และคุณคิมหันต์ได้ หึ! เพราะคนที่มันหลงรักคือคุณเหมันต์หรอก”
“แต่แก...แกมันหน้าด้านหลอกล่อให้คุณเหมันต์ตกบ่วงเสน่ห์ของแกคนเดียวไม่พอ ตอนนี้ยังคิดจะมาหลอกล่อคุณคิมหันต์อีก” หญิงสาวคนนั้นนัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธและเกลียดชังพร้อมกับผละออกจากร่างของแคลร์ ค่อยๆ เดินมาหาเซร่าอย่างช้าๆ โดยในมือยังคงถือมีดจ่อมาที่ใบหน้าของเซร่า
“แต่..แต่..ฉันกับคุณเหมันต์....และก็.....กับนายคิมหันต์นั่น ...ไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อย.... ฉัน....”
“ตอแหล!!!”
เพียะ!!!
“โอ๊ย!”
เซร่าโดนหญิงสาวคนนั้นตบหน้าอย่างแรงทำให้เซถลาไปฟุบอยู่ตรงโซฟารับแขกของห้องพักพยาบาล ใบหน้าของหญิงสาวแดงเป็นรอยนิ้วมือขึ้นมาทันที
“ฉันเปล่า...เปล่านะ” เซร่าปฏิเสธเสียงรัว ใบหน้าซีดเผือด
“เปล่าบ้าอะไร!! แกเกาะติดคุณคิมหันต์ยิ่งกว่าปลิงเสียอีก แถมคุณคิมหันต์ยังยอมลงทุนสืบหาคนที่ทำร้ายนังแคลร์ให้ด้วยตัวเอง ถ้าแกไม่มีอะไรพิเศษ มีหรือคุณคิมหันต์จะยอม” หญิงสาวคนนั้นตวาดใส่เซร่าอย่างเกรี้ยวกราดเคียดแค้น
เธอก้าวเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเซร่าที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ถ้าไม่มีแกซักคน โอกาสที่ฉันจะได้เข้าใกล้คุณคิมหันต์ก็ไม่ยาก ฉันอยากจะรู้นักว่าถ้าแกเสียโฉม ผู้ชายคนไหนมันจะสนใจแกอีก ฮ่า ฮ่า”
หญิงสาวคนนั้นแสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างสะใจกับสิ่งที่เธอคิด