รถลีมูซีนสีดำคันใหญ่ ติดตามมาด้วยรถบีเอ็มสีดำสองคัน ค่อย ๆ เลี้ยวออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีรั้วสูงลิบ ตลอดแนวกำแพง ฮิโรยูกิที่นั่งทางตอนหลังรถหรูกำลังมองไปยังด้านข้างนอกตัวรถและก่อนที่รถจะวิ่งผ่านประตูใหญ่ชายหนุ่มได้เห็นหญิงสาวหน้าตามอมแมม ไม่ต่างจากภาพในวงจรปิดเลยสักนิด หล่อนกำลังยืนกอดอกนิ่ง แววตาที่แสดงความอ่อนล้าฉายออกมาทางสายตา
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น มองตอบกลับมายังชายหนุ่มเหมือนเรียกร้องอ้อนวอน ฝนฟ้าที่ทำท่าจะตกอยู่เมื่อครู่กลับเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เม็ดฝนทำให้ภาพของหญิงสาวร่างเล็กบางค่อย ๆ เลือนลับหายไปในระดับสายตา รถหรูเคลื่อนตัวพ้นออกมาจากรั้วประตูใหญ่ กระจกมองหลังยังพอส่องเงาสะท้อนให้เห็นร่างเล็กวิ่งเข้าไปหลบฝนใต้หลังคาบานใหญ่ของรั้วบ้าน
“ฝนตกหนักอย่างนี้ หล่อนอาจจะไม่สบายได้นะครับ”
“รู้สึกว่านายจะเป็ห่วงหล่อนมากเหลือเกินนะ ที่ฉันเคยพูดไว้ ว่าจะยกหล่อนให้นาย งั้น..ก็แล้วแต่นายจะจัดการก็แล้วกัน”
“ถ้าอย่างนั้น..ผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ” ทานากะจับสังเกตสีหน้าของเ้านายหนุ่มที่ยังคงทำหน้านิ่งเฉย ทั้ง ๆ ที่สายตาคู่นั้นแสดงออกมาให้เห็นถึงความอนาทรหญิงสาวอยู่ลึก ๆ แต่ไม่ยอมปริปาก ทานากะรู้ดีว่าผู้หญิงไทยคนนั้นต้องมีอะไรที่ทำให้เ้านายของเขายังคงปราณีอยู่บ้าง หากไม่เป็เช่นนั้น ป่านนี้เขาคงส่งคนให้พาตัวหล่อนไปที่สนามบิน เพื่อส่งตัวกลับบ้านเกิดเมืองนอนไปแล้ว หรือไม่ ก็ส่งหล่อนไปในที่ ที่ไม่มีใครได้รู้เลยว่ายังมีคนชื่อน้ำรินอยู่บนโลกนี้ แต่ที่เ้านายเขาทำอยู่ตอนนี้คือ เพื่อลงโทษหล่อนเท่านั้นเอง และเพื่อเป็การกักตัวหล่อนให้ยอมรับที่จะอยู่ที่นี่เองด้วยความสมัครใจ ดูเหมือนว่าแผนการของเ้านายหนุ่มจะถูกเขาอ่านออกจนหมดสิ้นแล้ว
“เสียใจด้วยนะ คงเป็ตอนนี้ไม่ได้หรอกทานากะ เพราะฉันต้องรีบไปเจอลูกค้าคนสำคัญ นายก็ต้องไปด้วยในฐานะเลขาของฉัน” บอดี้การ์ดหนุ่มแอบซ่อนยิ้มเพียงลำพังเมื่อได้ยิน ประโยคที่สวนกลับมาแทบจะทันทีเมื่อเขากล่าวจบ เท่านี้ก็รู้แล้วว่าเ้านายหนุ่มรู้สึกหวงก้างขึ้นมาบ้างแล้ว
สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ลมกระโชกแรงสาดซัดเข้าหาร่างเล็กอย่างไม่ปรานี หญิงสาวพยายามที่จะเอาตัวหลบเม็ดฝนให้มากเท่าที่จะมากได้ สุดท้ายเนื้อตัวหล่อนก็เปียกปอนราวกับลูกหมาตกน้ำก็ไม่ปาน น้ำรินมองตามรถหรูคันใหญ่ที่วิ่งออกไปเมื่อครู่อย่างหมดอาลัย คนระดับเขาคงไม่เห็นหล่อนอยู่ในสายตาเป็แน่ หมดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงหนาวตายเท่านั้น สู้ไปตายเอาดาบหน้า หรือไม่ก็รีบตายไปเสียั้แ่ตอนนี้จะดีกว่า ดีกว่าที่จะไปเจอเหตุการณ์ร้าย ๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมา ชั่ววินาทีนั้นหญิงสาวไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ดังนั้น เมื่อขบวนรถคันใหญ่และรถเหล่าบอดี้การ์ดของเขาจากไปไม่นาน น้ำรินตัดสินใจก้าวเท้าเดินฝ่าสายฝนออกมา อย่างเลื่อนลอย รู้สึกอาภัพในโชคชะตาของตัวเอง
หญิงสาวเดินก้มหน้าก้มตามาจนถึงมุมอับ ที่ถ้าหากว่ามีรถสวนมา กับคนที่เดินขึ้นมาตรงบริเวณเนินนี้ จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นซึ่งกันและกัน ไฟตรงริมทางเดินก็เสีย จึงทำให้ตรงนี้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
“เฮ้ย!”
เอี๊ยด!!! ปึง!
ไม่มีแม้กระทั่งเสียงร้อง ของร่างที่ล้มฟุบลงต่อหน้ารถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู สีเงิน โชคดีที่รถชะลอความเร็วลง เนื่องจากคนขับเห็นทัศนวิสัยที่ไม่ค่อยดีก่อนหน้านี้
“เกิดอะไรขึ้นเรอะ!” เสียงผู้าุโที่นั่งในตอนหลังของรถ ท่าทางภูมิฐานกล่าวออกมาหลังจากที่รู้สึกมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น คาดว่าน่าจะเป็การชนกับอะไรบางอย่าง
“ไม่แน่ใจครับท่าน เมื่อครู่นี้ยังเห็นไม่ชัด เพราะฝนตกแรงมากครับเดี๋ยวผมจะลงไปดูก่อน”
“อืมม์ ลงไปดูหน่อยซิ”
“เอ่อ..ท่านครับ! เราชนคนครับ” คนขับรถวิ่งไปดูตัวต้นเหตุ แล้ววิ่งกลับมาอย่างกระหืดกระหอบทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
“อ้าว! ถ้าอย่างนั้นก็รีบพาขึ้นรถ ไปที่บ้านของหลานชายฉันก่อน แล้วโทรเรียกหมอยูอิจิเข้ามาที่บ้านด่วนเลย”
“ครับ ๆ” คนขับรถรีบวิ่งไปที่ร่างหญิงสาวเพื่อไปอุ้มเธอขึ้นรถ ชายวัยกลางคนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเป็ลำดับ เมื่อไม่พบร่องรอยาแ บนร่างกายผู้เคราะห์ร้ายอย่างที่ใกลัวั้แ่แรก
“ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงหรอกนะครับท่าน ผมได้ตรวจเช็กหมดแล้วไม่พบร่องรอยการกระทบกระเทือนทางร่างกายเลย จะมีก็เพียงแต่ภายในตัวของเธอที่อ่อนแออยู่ก่อนแล้ว ดูเหมือนว่าจะขาดน้ำไปมาก ผมจึงให้น้ำเกลือเพื่อช่วยให้มีกำลังสักขวด และอาจจะเป็ไข้หวัดได้ เธอควรได้รับการดูแลและจะต้องพักผ่อนมาก ๆ”
“ถ้าอย่างนั้น..ผมก็ไม่ได้ชนเธอใช่ไหมครับคุณหมอ”
“แน่นอนครับ เธออาจจะเป็ลมล้มลงไปก่อนก็ได้ แต่คราวหน้า คราวหลัง ลุงขับรถให้ระวัง ๆ ก็ดีครับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกยูอิจิ.. โคซูอิ เขาขับรถอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว และถ้าหากประมาทล่ะก็ แม่หนูคนนั้น อาจจะไม่มีชีวิตรอด แล้วก็ได้”
“เอาล่ะครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวกลับก่อนนะครับท่าน พรุ่งนี้จะแวะเข้ามาดูใหม่ ลาล่ะครับ” หมอหนุ่มประจำตระกูล รูปร่างสูงโปร่ง แต่งตัวสะอาด โค้งคำนับผู้าุโกว่าอย่างนอบน้อม หันหน้าลงไปมองยังคนไข้นิดหนึ่ง ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากห้องนอนที่ไว้ใช้รับรองแขก
ผู้สูงวัย ก้าวเข้ามายืนมองเด็กสาวหน้าตาขาวซีดราวกับกระดาษ ที่ตอนนี้มีน้ำเกลือห้อยระโยงระยาง ภาพหญิงสาวผมสีน้ำตาลยาว ล้อมรอบดวงหน้าขาวใส เปลือกตาที่ปิดสนิท ใบหน้าที่ออกจะมอมแมมไปสักนิดคงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ใหญ่เป็แน่ นี่หล่อนเป็ใครกันนะ เป็ลูกเต้าเหล่าใครกัน ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คนญี่ปุ่นด้วยซ้ำ ใยถึงมาอยู่หน้าบ้านหลานชายเขาได้ เพราะบ้านหลังนี้ถูกปลูกสร้างให้แยกออกมาจากตัวเมือง แถมยังอยู่บนเนินเขาสูง คนทั่วไปไม่สามารถที่จะเดินทางเข้ามาได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน
รถสปอร์ตสีน้ำเงินเข้มยี่ห้อหรู ราคาแพงลิบลิ่วรูปลักษณ์สะดุดตา เลี้ยวขวับเข้าไปในทางเข้าของอาคารสูงนับเกือบยี่สิบชั้นตรงหน้า สายตาหลายต่อหลายคู่ที่เดินอยู่บนทางเท้า ทั้งที่อยู่ในรถ และบนท้องถนนต่างก็มองตามไปจนสุดสายตา เมื่อสตรีสาวผิวขาว ผมยาวใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี
หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวสมส่วนก้าวลงจากรถ รองเท้าส้นสูงสีดำแตะพื้นก่อนจะตามมาด้วยเรียวขาขาวเนียนละเอียด หล่อนอยู่ในชุดแส็คสีขาวสะอาดตา และถูกสวมทับด้วยเสื้อโอเวอร์โค้ตขนเฟอร์สีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าเรียวสวยถูกสวมทับด้วยแว่นตาสีชา ขายาวเรียวก้าวเข้าไปยังตัวตึกสูงตระหง่านด้วยความมั่นใจในตัวเองสูง หญิงสาวเดินตรงดิ่งไปกดลิฟต์ชั้นที่้าทันที
“ฉันมาพบ ฮิโรยูกิเขาอยู่ไหม?”
“มีธุระด่วน อะไรหรือเปล่าครับ พอดีว่าท่านกำลังงานยุ่งอยู่”
“ไปบอกเขาสิว่า เพื่อนเก่า ชื่อมิจิโกะ ฮานะ มาหาน่ะ อ๊ะ! ไม่ต้องดีกว่าฉันจะเข้าไปหาเขาเอง เพื่อเป็การเซอร์ไพรส์”
“เอ่อ..อ้าว!เดี๋ยวก่อนสิครับคุณ!..เดี๋ยว” ไม่ทันเสียแล้วเมื่อร่างเพรียวบางเดินลิ่ว ๆ ไม่ยอมฟังเสียงทานากะที่ร้องห้ามแม้แต่น้อย ฮิโรยูกิกำลังนั่งพลิกกระดาษไปมา เพื่อทบทวนโครงการ และแผนงานของปีหน้าในธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัทในเครือที่ฝ่ายวางแผนและฝ่ายการเงินได้นำเข้ามาเสนอให้เขาพิจารณาเพื่ออนุมัติเห็นชอบ แต่มีหลายจุดที่ใช้งบประมาณมากเกินความจำเป็ ชายหนุ่มจึงจรดปากกาลงบนกระดาษเพื่อท้วงติง ก่อนจะส่งกลับไปให้แผนกดังกล่าวนำไปแก้ไข และเอากลับเสนอแผนงานมาใหม่อีกครั้ง
ร่างสูงที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับงานในมือ ไม่ได้สนใจสักเพียงนิดว่ามีใครเข้ามาพบเขาโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเข้ามาก่อน ชายหนุ่มได้ยินเสียงเอะอะแลดูวุ่นวายดังอยู่ด้านนอก จึงเงยหน้าขึ้นมองและสิ่งที่เห็นทำให้สีหน้าที่เรียบเฉยอยู่แล้ว กลับกระด้างขึ้นเป็ทวีคูณ ชายหนุ่มได้แต่นิ่งเงียบอยู่อย่างนั้นเป็ครู่ ปรายตาคมกริบส่งไปยังเลขาคนสนิทเชิงต่อว่ากลาย ๆ ที่ปล่อยให้แขกที่ไม่ได้นัดล่วงหน้าเข้ามาโดยพลการ
“เอ่อ..ผมห้ามแล้วครับ แต่หล่อน..”
“ทำไม ไม่รับโทรศัพท์ฉันล่ะคะฮีโร่ โทรหาตั้งหลายครั้งก็ไม่ติด” หญิงสาวรูปร่างสะโอดสะอง ก้าวเข้ามาหาชายหนุ่มที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่ไหวติง โอบรอบคอชายคนรักเก่า ก้นงามงอนนั่งลงที่ขอบโต๊ะ อย่างแสดงความเป็เ้าของ
“ฉันมาที่นี่ตั้งหลายวันแล้วนะ แต่ติดต่อคุณไม่ได้เลย อยากเจอหน้าแทบแย่แล้วรู้ไหมคะ”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวรูปร่างสูงเพรียว แต่ดูอวบอัดชั่วอึดใจ ก่อนจะถอนหายใจอย่างอึดอัด และวางสีหน้าเ็ากลับไป
“ดูคุณ..เปลี่ยนไปนะ”
“ฮึ..เปลี่ยนไปยังไงคะ สวยขึ้นใช่ไหมล่ะ”
“ดูกร้าน..ขึ้นต่างหาก แต่ก่อนคุณไม่กล้าแม้แต่จะจับมือด้วยซ้ำ”
“แหม..คุณก็ดูเปลี่ยนไปเหมือนกันนั่นล่ะ ปากร้ายขึ้นนะ แต่ช่างเถอะ ยังไงคุณก็ยังจำเื่ระหว่างเราได้ ฉันก็พอใจแล้ว”
“มีธุระอะไร ถึงมาที่นี่ได้”
“อะไรกันคะ ต้องมีธุระด้วยหรือถึงจะเจอกันได้ ก็ได้..ฉันมีเื่จะปรึกษาคุณหน่อยน่ะค่ะ”
กริ๊ง..กริ๊ง..เสียงโทรศัพท์ภายในห้องทำงานดังขัดจังหวะได้พอดิบพอดี ชายหนุ่มจึงรีบหยิบขึ้นมาแนบหูอย่างรวดเร็ว
“ฮัลโหล”
“ท่านครับ สายรายงานจากทางบ้านว่า ท่าน คัทซึฮิโกะ อาเบะ เดินทางมาจากเกาหลีเมื่อเช้านี้เองครับ”
“อืมม์..เข้าใจแล้ว”
“เดี๋ยวครับท่าน มีอีกเื่นึงครับ คือว่า..ขณะที่ท่านกำลังเดินทางจะเข้ายังตัวบ้านเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย”
“อะไรนะ! เกิดเหตุอย่างนั้นหรือ? เกิดอะไรขึ้นแล้วท่านปู่เป็อะไรมากหรือเปล่า ฮึ..ทานากะ”
“ใจเย็น ๆ ครับท่าน ท่านคัทซึฮิโกะ ไม่ได้เป็อะไรครับ แต่..คนที่เป็คือ..คุณน้ำรินบังเอิญว่ารถที่ท่านนั่งมา เอ่อ..ผมไม่แน่ใจนักว่าชนหล่อนหรือเปล่าตอนนี้เธอนอนให้น้ำเกลืออยู่ที่บ้านครับ”
“ผมต้องกลับบ้านด่วน ขอตัวก่อนนะ”
“อ๊ะ! ดะ..เดี๋ยวสิคะ ฮีโร่ เดี๋ยว” ชายหนุ่มผู้สูงสง่าเปิดประตูห้องทำงานออกมาอย่างร้อนรน ฮิโรยูกิหันมาสั่งการกับเลขาก่อนจะวิ่งไปที่ลิฟต์ กดลิฟต์ซ้ำ ๆ ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ที่ดูเหมือนว่าลิฟต์วิ่งช้าเหลือเกินในความรู้สึก อาการอย่างนี้ทานากะไม่เคยเห็นมาก่อนเ้านายหนุ่มที่ชอบวางท่าเ็า กับทุก ๆ เื่ กลับมีอาการรีบร้อน กระวนกระวายใจ เพียงแค่ปู่ของเขามาถึงแล้วเท่านั้นน่ะหรือ ไม่น่าใช่ น่าจะเป็อีกเหตุผลหนึ่งมากกว่า ที่ทำให้เ้านายมาดขรึม กลายเป็หนุ่มเืร้อนเหมือนเมื่อครั้งที่ยังเป็วัยรุ่น
เอี๊ยด!!
รถคันใหญ่วิ่งเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูง เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหว ร่างสูงสง่าเปิดประตูรถวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน จุดหมายปลายทางของเขาคือห้องรับรองแขก ที่ตอนนี้คงมีร่างเล็ก ๆ นอนอยู่ แต่ก็ต้องเบรกฝีเท้าแทบจะทันทีเมื่อเจอกับผู้สูงอายุเสียก่อน ชายหนุ่มเดินไปหยุดยืนหอบอยู่หน้าห้องโถงซึ่งมีผู้าุโที่เขาเคารพรัก นั่งอยู่บนโซฟาหนานุ่มตัวใหญ่กลางห้อง
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> ฝากติดตาม และเป็กำลังใจให้ด้วยนะคะ