
เครดิตภาพจาก https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
……………………..
สาวสวยกับผู้จัดการหนุ่มหายเข้าไปในห้องทำงานเกือบชั่วโมง มาราณีพยายามเงี่ยหูฟังเพื่อสำรวจความเป็ไป เธอนึกสงสัยเป็อย่างยิ่ง ทั้งสองเข้าไปทำอะไรกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ได้ยินแต่เสียงของความเงียบ ทันใดนั้นเอง ริงโทนเพลง "หมอลำ" ก็ดังมาจากโทรศัพท์มือถือข้างตัว
" บอกว่าอย่าขอหมอลำบอกว่าอย่าขอหมอลำ ไม่รู้หมอลำ เค้าลำแบบไหน "
" ฮัลโหล ใครคะ " มาราณีรับสาย สายตาเหลือบมองเบอร์ที่โทรมาแวบนึงมันเป็เบอร์แปลกที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
" ซ่า......." ปลายสายมีเสียงคล้ายวิทยุที่จูนหาคลื่นไม่ได้
" ฮัลโหล ใครโทรมาคะ "มาราณีตอบกลับด้วยเสียงที่ดังขึ้น ในใจนึกฉงน ทันใดนั้นเองปลายสายก็มีเสียงผู้หญิงดังแทรกเข้ามาเสียงนั้นดูเย็นๆ ลากยาวและตะกุกตะกักจนฟังไม่ออก
" จะ….จิต…..ตะ….หรา…. "
" อะไรนะคะ " มาราณีถามกลับด้วยเสียงที่ดังจนเกือบตวาดเพราะเธอเริ่มหัวเสียกับการสื่อสารที่เฮงซวย แต่ก่อนจะรู้เื่ราวปลายสายก็ตัดไปซะอย่างงั้น
" ตู้ด..... "
" เอ……อะไรของมันวะพูดไม่รู้เื่เลย " เลขานุการสาวนิ่วหน้า เธอวางโทรศัพท์และหันกลับไปทำงานต่อ
" เฮ้อ..... ช่างมันเถอะ "
ขณะที่เธอกำลังคัดกรองเอกสารทางกฎหมายเสียงริงโทนเพลงหมอลำก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
" บอกว่าอย่าขอหมอลำบอกว่าอย่าขอหมอลำ ไม่รู้หมอลำ เค้าลำแบบไหน "
เลขานุการสาวรีบกดรับสาย พร้ะโกนใส่ด้วยอารมณ์โกรธ
" คุณ นี่มันเวลาทำงานนะ ถ้ารบกวนกันชั้นจะแจ้ง..... "
มาราณีขู่อย่างดุดัน แต่ไม่ทันได้พูดต่อจนจบประโยค ก็มีเสียงเล็กแหลมของสาวนางหนึ่งดังแทรกเข้ามา
" เฮ้ย แกจะบ้ารึ ชั้นคือ "หมวย"เพื่อนของแกนะ "
" เอ...อะไรกัน หมวยหรอกหรือ " มาราณีดูเบอร์ที่หน้าจอ เธอจึงพบว่ามันเป็เบอร์ของ"หมวย" เพื่อนสาวคนสนิทที่ทำงานอยู่แผนกต้อนรับของบริษัทนี้
" ว่าแต่แกเป็อะไรมากป่ะ "สาวหมวยไถ่ถามด้วยความเป็ห่วง
" เออ....ไม่มีอะไร ก่อนแกโทรมา มันมีเบอร์แปลกๆโทรมาหาชั้นน่ะ "มาราณีตอบกลับ
" แล้วเ้าของเบอร์แปลกๆนั่นพูดว่าอะไรหรือใช่หนุ่มที่ตามจีบแกรึป่าว ฮิๆ " ปลายสายล้อเลียน พร้อมหัวเราะเสียงใส
" ไม่ใช่ๆ แกอย่ามั่วน่าเค้าไม่ชอบชั้นหรอก เราสองคนเป็แค่พะ….เพื่อนกัน" มาราณีตอบตะกุกตะกัก ใบหน้าแบบตุ๊กตาหน้ารถเริ่มแดงก่ำ
" อั่นแน่!ฮ่าๆ เพื่อนชั้นได้คู่กันคราวนี้ล่ะว้า….." ปลายสายยังล้อไม่เลิก
" บ้าๆ ไม่ใช่นะโว้ย เขาชอบโทรหาชั้นตอนสามทุ่มต่างหากอุ้บ " มาราณีโวยดังด้วยความอาย สุดท้ายเธอก็พลั้งปากบอกความจริง
" ฮ่าๆ หลุดจนได้ มิน่า ตอนชั้นโทรไปหาแกเวลาสามทุ่มสายถึงไม่ว่างซักที แต่ๆ แต้ๆ " พอสาวหมวยรู้ความจริง เธอก็ล้อเพื่อนซี้หนักขึ้นโดยทำเสียงเป็ทำนองเพลงงานแต่ง ทำเอามาราณีอายจนพูดไม่ออก
" นะ…..นี่…… แก ถะ….ถ้าไม่มีไรชั้นวางแล้วนะ " เมื่อเห็นท่าว่าจะโดนล้อแบบยาวๆ มาราณีจึงกล่าวตัดบท แต่เพื่อนรักที่ปลายสายไม่ยินยอม
" ฮ่าๆ โอเค ไม่แกล้งแล้ว ฮ่าๆท้องแข็งเลย ฮ่าๆ "
สาวหมวยพูดไปก็หัวเราะไป ท่าทางเธอคงเส้นตื้นไม่ใช่น้อย หลังจากที่ขำจนหนำใจสาวหมวยก็เริ่มเข้าเื่ที่้าพูด
" พวกชั้นเห็นยัยผู้ช่วยคนสวยขึ้นไปหาตาผู้จัดการขี้หลีได้ชั่วโมงเศษแล้วเกิดอะไรเด็ดๆขึ้นรึเปล่า "
มาราณีรู้ในทันทีว่าผู้ช่วยที่กล่าวถึงก็คือ.......จิตหรา เธอจึงเริ่มพูดในสิ่งที่คิด
" เออ ใช่ ยัยผู้ช่วยคนนั้นมาที่นี่เกือบชั่วโมงแล้วแต่พอมาถึง เธอก็หายเข้าไปในห้องพร้อมผู้จัดการ ชั้นเองก็สงสัยเหมือนกันว่าสองคนนั้นกำลังทำอะไร"
พอมาราณีพูดจบ ปลายสายก็พลันเงียบไปชั่วขณะคล้ายว่าสาวหมวยกำลังตรึกตรองบางสิ่งอย่างหนักหน่วง มันเงียบจนทำให้เลขานุการสาวนึกสงสัยแต่ก่อนจะได้ไถ่ถาม เพื่อนสาวคนสนิทก็กล่าวถึงบางสิ่งด้วยกระแสที่เบาจนใกล้เคียงกับเสียงกระซิบบ่งบอกว่าเื่ราวที่จะเล่าต่อไป น่าเป็ความลับระดับห้าดาว
" เออนี่ เพราะเห็นว่าแกเป็เด็กใหม่ชั้นเลยจะบอกความลับบางอย่างให้ฟัง "
" เออ…..ว่ามา " มาราณีลดเสียงลงบ้าง เธอเตรียมรับฟังด้วยความยินดี
" เก็บเงียบไว้นะ แกไม่งั้นเราหัวขาดทั้งคู่แน่ " สาวหมวยเน้นย้ำ
" เออ...ว่ามา เร็วๆ " มาราณีตอบกลับเสียงเข้ม เพราะเธอเริ่มลุ้นเข้าให้แล้ว
สาวหมวยนิ่งอยู่อึดใจ ก่อนจะตัดสินใจบอกความลับแก่เพื่อนรัก
" ที่บริษัทนี้ เขาลือกันว่า.......ยัยผู้ช่วยสาวกับตาผู้จัดการขี้หลีเป็กิ๊กกัน "
ข้อมูลดังกล่าวทำให้มาราณีใอย่างรุนแรงจนถึงขั้นะโออกมา
" หา!แต่ผู้จัดการ แกมีลูกมีเมียแล้วนะ "
" ก็จริง แต่แกก็รู้ว่าตาผู้จัดการนั่นมันขี้หลีระดับโลก เ้าชู้ระดับชาติ ไม่แปลกหรอก ถ้ามันจะเล่นชู้กับยัยผู้ช่วยคนสวยนั่น" สาวหมวยแจงที่มาของข่าวลือ
" อืม…..มันก็เป็ไปได้ " มาราณีรับคำ สมองเริ่มคล้อยตามเพราะสิ่งที่ได้รับรู้ ค่อนข้างมีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือ หลายวันที่เข้ามาทำงานเธอพบว่าผู้จัดการนพพลเป็คนเ้าชู้ขนาดหนักจริงๆ
" อีกอย่าง แกรู้มั้ย เมื่อหลายปีก่อนยัยผู้ช่วยคนนั้นก็ทำงานในตำแหน่งเดียวกับแก " สาวหมวยเล่าต่ออีกเื่
" หา!จิตหราเคยทำงานตำแหน่งเลขานุการ " มาราณีใจนร้องเสียงหลง
" ใช่ เบาๆหน่อยดิ นี่คือความลับนะโว้ย" สาวหมวยร้องเตือนเสียงขรึม เธอนึกระอานิสัยขี้ตื่นของเพื่อนซี้
" ได้ๆ แล้วทำไมยัยนั่นถึงก้าวมาเป็ผู้ช่วยผู้จัดการได้ล่ะเพราะตำแหน่งเลขานุการที่ชั้นทำ มันแทบไม่มีดีกรีอะไรให้ไต่เต้าเลย "มาราณีถามรัวๆ
" เขาว่ากันว่า..." ถึงตรงนี้สาวหมวยลดเสียงลงอีกครั้ง
" อะไร " มาราณีลุ้นตาม
" เธอใช้เต้าไต่ "สาวหมวยตัดสินใจกล่าวถึงความจริงที่ดำมืด
" หา!เต้าไต่จริงดิ " มาราณีหลุดปากะโออกมาอีกครั้ง ทำเอาเพื่อนสาวใจนต้องรีบปราม
" เบาๆสิวะ เดี๋ยวได้ตายกันหมดหรอกไอ้บ้านี่ "
" จ้ะๆ แล้วไงต่อ เล่าแบบละเอียดๆเลยนะ" มาราณีลดเสียง พลางถามต่อ
" ยัยจิตหราใช้ความสาว ความสวยเสนอต่อผู้จัดการตอนนั้นไอ้ผู้จัดการขี้หลีทั้งรักทั้งหลง มันเลยทั้งผลักทั้งดันจนยัยนั่นก้าวไกลไปถึงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ" สาวหมวยใส่เป็ชุด เพราะเื่ดังกล่าวจัดเป็ความลับที่พนักงานเกือบทุกคนรู้และพยายามจะไม่ปริปากออกมาเนื่องจากกลัวถูกไล่ออก
" อืม..... " มาราณีพยักหน้ารับคำ เธอเริ่มปรับอารมณ์ได้ แต่ยังมีอาการตื่นเต้นเหลืออยู่เล็กน้อยทว่าสาวหมวยยังไม่ยอมจบการสนทนาที่เผ็ดร้อน อึดใจต่อมา ก็เริ่มเข้าเื่ที่ตั้งใจจะพูดจริงๆ
" และอีกเื่ เื่นี้คือความลับสุดยอดนอกจากนี้มันยังเกี่ยวพันกับแกด้วย "
" หา เกี่ยวข้องกับชั้น "มาราณีร้องเสียงหลง จากนั้นเธอเหลือบซ้ายแลขวาด้วยอาการระแวง
" ใช่ แกรู้มั้ย เลขานุการคนก่อนเป็หญิงสาวที่สวยมากแถมยังอายุน้อยกว่าแกตั้งปีนึง " ปลายสายเริ่มอารัมภบท
" อืม..... " มาราณีรับคำ สมองคิดตาม
" ตอนนั้นผู้จัดการนพพลหลงใหลในตัวเด็กใหม่คนนี้มากถึงขนาดที่... " สาวหมวยพูดเรียบๆ แต่แ่เบาด้วยสัญชาตญาณระวังภัย
" ที่...อะไร เล่าต่อเร็ว " มาราณีติดตามผลงาน
" เขาคิดจะเอาเด็กสาวคนนี้มาเป็ผู้ช่วยแทนยัยจิตหรา" ปลายสายกล่าวเฉลย
" หา!" มาราณีอุทานอีกครั้ง
" แต่ก็เกิดปัญหาบางอย่าง... " สาวหมวยเล่าค้างให้คิด
" อืม…..ปัญหาอะไร " มาราณีรีบพยักหน้ารับ พร้อมกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ด้วยอาการลุ้น
" ปัญหาก็คือ….. ยัยจิตหรานั้นร้ายกว่าที่ใครๆคิด เมื่อเดือนที่แล้วยัยนั่นเข้ามาต่อว่าเด็กใหม่อย่างรุนแรงแกรู้มั้ย การทะเลาะครั้งนั้น มันบานปลายไปถึงขั้นตบตีเลย
" สาวหมวยต่อคำ น้ำเสียงที่เล่าดูเร้าใจ
" หา จริงเหรอ! " เลขานุการสาวทวนคำเสียงดัง
" ใช่ เมื่อเกิดเื่แบบนี้ขึ้น ทางบริษัทจึงรู้สึกเสียหน้าผู้จัดการก็ถึงกลับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะอีกฝ่ายเป็คู่ขากันมาหลายปี ส่วนอีกฝ่ายก็เป็เด็กใหม่ที่จ้องจะลิ้มลอง" สาวหมวยแจงต่อ
" แล้วมันจบยังไง " มาราณีไถ่ถามรัวเร็ว
" จบลงที่ให้เด็กใหม่ลาพักงานไปก่อนส่วนยัยจิตหรา ก็คาดโทษเอาไว้ " สาวหมวยตอบ
" ไม่ยุติธรรมเลย อีกฝ่ายถูกลงโทษ แต่อีกฝ่ายไม่โดนอะไรเลย" มาราณีโวย
" ก็ยัยผู้ช่วยนั่น เส้นใหญ่นี่นาได้ข่าวว่ามีอยู่่หนึ่ง คุณเธอไปกิ๊กกับประธานบริษัทเลยนะ " สาวหมวยแจง
" โห!เต้าไต่ขนานใหญ่เลยนะเนี่ย " มาราณีกล่าวเสริม
" ใช่ๆ และที่ร้ายสุดคืออะไร รู้มั้ย" สาวหมวยหรี่กระแสลงจนกลายเป็เสียงกระซิบ
" อะไร " มาราณีถามต่อใจเต้นระทึก
" หลังจากวันนั้น เด็กใหม่ก็ไม่ได้กลับมาทำงานอีกเลย" สาวหมวยพูดห้วนๆ แล้วก็นิ่งเงียบไปซะอย่างงั้น
" ทะ…..ทำไม " มาราณีถามเสียงสั่น ถึงตอนนี้เลขานุการสาวเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วเพราะรู้ว่าตนต้องทำงานในตำแหน่งเดียวกับบุคคลที่น่าจะสูญหาย แต่คำตอบที่ได้รับในเวลาต่อมาทำให้สำนึกว่าเธอไม่ควรจะถามเพื่อนสาวเลย คำตอบนั้นก็คือ........
" เธอตกตึกตาย "
" หา!" มาราณีะโดังอีกครั้ง คราวนี้เธอร้องจนสุดเสียง เพราะเื่ราวที่รับฟังมันเลวร้ายจนยากจะรับได้จริงๆ
" ในตอนแรกตำรวจก็สงสัยว่าฆาตกรน่าจะเป็ยัยผู้ช่วยเพราะก่อนที่จะเกิดการตาย สองคนนี้มีเื่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่อมาข้อสงสัยนั้นก็ตกไปเนื่องจากยัยผู้ช่วยมีพยานหลายคนระบุว่า…..ขณะเกิดเหตุเ้าหล่อนไปอยู่ที่อื่น ตำรวจจึงวินิจฉัยว่าคดีนี้น่าจะเป็การฆ่าตัวตาย ถึงอย่างนั้นมันก็น่าสงสัยอยู่ดี ลองคิดซิ ยัยเลขานุการคนนั้นทั้งสาวทั้งสวยและอนาคตไกล คุณเธอจะฆ่าตัวตายโดยที่ไม่มีมูลเหตุจูงใจได้ยังไง"สาวหมวยแจงด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ชวนหลอน
" น่ากลัวอ่ะ แล้วชั้น...จะเป็อะไรมั้ยเนี่ย " มาราณีถามเสียงสั่น
" แกจะไม่เป็ไร ถ้าก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปโดยไม่มักใหญ่ใฝ่สูงให้เกินตัว นี่เพราะเราเป็เพื่อนสนิทกัน ชั้นถึงได้มาเตือนแก" สาวหมวยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใย
" จ้ะๆ ชั้นไม่ไปขัดคอยัยจิตหราแน่ โคตรน่ากลัวเลยว่ะ" มาราณีตอบกลับตื่นๆ
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงใสของหญิงสาวนางหนึ่งกระแอมดังที่ด้านหลังของเลขานุการสาว
" ฮะ.....แฮ่ม "
" อุ้ย " มาราณีสะดุ้งใ เธอรีบกดตัดสายในทันทีจากนั้นก็ค่อยๆหันกลับมาอย่างช้าๆ เ้าของเสียงกระแอมที่ด้านหลังจะเป็ใครไปไม่ได้นอกเสียจากผู้ช่วยคนสวยที่มีนามว่า " จิตหรา "
" มะ…..มาไม่ให้สุ้มให้เสียงละ…..เลยนะคะ คุณจิตหรา "มาราณีพยายามทักทายด้วยน้ำเสียงที่ปกติ แต่ฟังยังไงมันก็ไม่ปกติ
" จ้ะ พี่มาได้ซักพักแล้วล่ะงานที่ทำเหนื่อยมากมั้ยจ๊ะ " จิตหราตอบยิ้มๆ หน้าสวยดูสดใส
" ไม่ค่ะ ว่าแต่คะ……คุณออกมาั้แ่เมื่อไหร่คะ " มาราณีเห็นท่าทางที่ดูปกติของจิตหรา เธอก็เริ่มใจชื้นขึ้น
" เมื่อครู่นี้เองจ้ะทันฟังหนูคุยกับเพื่อนพอดีเลย " จิตหรายังคงยิ้มให้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
" ฮะๆ ค่ะ " มาราณีหัวเราะแห้งๆเธอทำตัวไม่ถูก มือไม้สั่นไปหมด
" เฮ้อ..... อันที่จริง พี่ไม่ว่าอะไรหรอก คนเราเข้าใจผิดกันได้เสมอ " จิตหราพูดเรื่อยๆแต่ถ้าฟังให้ดี ก็จะพบความเ็ปแฝงอยู่ในน้ำเสียงเล็กน้อย
" เอ่อ…. ค่ะ " มาราณีตอบได้แค่นี้ เพราะเธอไม่รู้จะพูดอะไรในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้
" หนูรู้มั้ยว่า…..เมื่อสิบปีที่แล้ว พี่เองก็ทำหน้าที่ในตำแหน่งเดียวกับหนู อายุของพี่ในตอนนั้นก็น่าจะใกล้ๆกับหนูนี่แหละ" จิตหรากล่าวขึ้นมาลอยๆ ดวงตางามเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง
" พี่พยายามทำงานอย่างสุดความสามารถทั้งเรียนภาคค่ำเสริมความรู้ หวังเอาความรู้ที่ได้มาช่วยเหลือองค์กร แต่...ยังไม่วายถูกคนเข้าใจผิดไปต่างๆนาๆ " เสียงจิตหราเริ่มขาดห้วงและแฝงแววะเืใจ
มาราณีเงยหน้ามอง เธอเห็นน้ำใสๆเครืออยู่ที่ขอบตางาม วินาทีนั้นเองเลขานุการสาวก็เริ่มใจอ่อนเพราะสงสารคู่สนทนาอย่างจับจิต
" อย่าเสียใจไปเลยค่ะ " มาราณีกล่าวปลอบและยื่นกระดาษทิชชู่ให้
" อึกๆ จ้ะๆ ขอบใจจ้ะ " เสียงของจิตหรายังคงสะอื้นน้อยๆคล้ายจะพยายามสะกดกลั้นความเสียใจที่กำลังทะลักออกมา
" ไม่เป็ไรค่ะ " มาราณีตอบกลับพร้อมยิ้มให้กำลังใจ
" อีกอย่างนะจ๊ะ ตอนที่พี่ทะเลาะกับ "กุลสตรี"เออนั่นคือ....ชื่อของเลขานุการคนก่อนน่ะ "จิตหราเอ่ยชื่อหนึ่งออกมา จากนั้นก็หยุดแจงเล็กน้อย เพราะเธอคิดว่ามาราณีน่าจะไม่รู้จักชื่อของเลขานุการคนก่อน
" ค่ะ แล้วไงต่อ " มาราณีถามเร็วจี๋แต่จิตหรายังไม่เล่าในทันที
"...เอ่อ...หนูต้องสัญญาก่อนนะ……หนูห้ามเล่าเื่ที่ได้ยินให้ใครฟังเด็ดขาดคือ...มันไม่ดีต่อผู้ตายน่ะ "
" ค่ะๆ หนูสัญญา "มาราณีรีบรับคำ
" เื่เป็มาอย่างนี้ กุลสตรีเป็เด็กใหม่ไฟแรงเธอขยันขันแข็ง ฉลาด หัวไว เรียนรู้งานได้รวดเร็ว นอกจากนี้พี่และกุลสตรียังสนิทกันมากเธอเปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆ ่นั้นพี่มีความสุขมาก " จิตหราพูดไปก็ยิ้มไป ในใจหวนระลึกถึงความหลังเก่าๆที่แสนสุข
" ค่ะๆ " มาราณีพยักหน้ารับคำ
" แต่อยู่มาวันนึง พี่เกิดจับได้ว่า....เด็กคนนั้นกระทำผิดต่อบริษัทด้วยการโกงเงิน " จิตหราหน้าเสียอย่างฉับพลันน้ำเสียงที่เล่าก็แ่ลง แถมเจือสำเนียงเ็ปอยู่เล็กน้อย อันคล้ายกับอาการของพี่สาวที่ถูกน้องสาวแท้ๆทรยศ
" หา!" มาราณีตกตะลึง เื่ราวทั้งหมดเริ่มโอละพ่อแล้ว
" พี่ตามไปตักเตือนกุลสตรีให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้แต่เธอก็......." จิตหราพูดต่อ สุดท้ายก็ค้างไว้เท่านั้น ดวงตาเหม่อลอย
" อะไรคะ กุลสตรีทำอะไร "มาราณีรีบทวงถาม ในตอนนี้เธอเลิกสงสัยจิตหราไปเรียบร้อยแล้ว เพราะท่าทางของผู้ช่วยสาวนั้นดูจริงใจและอ่อนโยนจนแทบไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างนี้จะทำอะไรที่ชั่วร้ายและน่ารังเกียจได้ถึงขนาดนั้น
" กุลสตรีทำร้ายพี่ก่อน พี่เลยจำเป็ต้องป้องกันตัวหลายวันต่อมาเธอก็จบชีวิตตัวเองด้วยการโดดตึกตาย บางทีพี่ก็คิดว่า......." จิตหราพูดด้วยเสียงที่สั่นเทา แต่พอถึง่ท้าย เธอก็นิ่งไป
" คิดว่าอะไรคะ " มาราณีเอ่ยถามดีกรีความลุ้นในจิตใจปะทุขึ้นมาถึงจุดสูงสุด
" ว่าเหตุที่กุลสตรีฆ่าตัวตายอาจเป็เพราะพี่ก็ได้ ฮึกๆ " จิตหราพูดจบ ก็สะอื้นไห้ คราวนี้ดูเหมือนว่าเธอจะสะกดกลั้นความเสียใจเอาไว้ไม่อยู่
" หนูขอโทษ เออ....พี่ไม่ต้องเล่าต่อก็ได้ค่ะ " มาราณีหน้าเจื่อน ความรู้สึกผิดเริ่มกัดกินหัวใจ
" ไม่เป็ไรจ้ะ ฮึกๆ ถือซะว่าพี่ได้ระบายความอึดอัดบางส่วนให้หนูฟังก็แล้วกันฮึกๆ " จิตหราพยายามข่มความเศร้าในใจ เพื่อเล่าเื่ราวในอดีตต่อ
" กุลสตรีคงกลัวว่าพี่จะเปิดโปงเื่ที่เธอทำผิดต่อบริษัทเลยคิดมากจน......ฮึกๆ " ถึงจุดสุดท้ายจิตหราถึงกลับจุกอกจนเล่าต่อไม่ได้ดูเหมือนว่าเธอจะรู้สึกผิดกับการตายของกุลสตรีจริงๆ
" บางทีพี่ก็คิดว่า...พี่น่าจะเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับ แล้วแกล้งทำเป็ไม่รู้…...ถ้าทำเช่นนั้น กุลสตรีอาจไม่พบจุดจบแบบนี้ ฮือ……" จิตหราพูดจบ เธอก็สะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร
" พี่คะ อย่าคิดมากเลยค่ะพี่ไม่ผิดหรอก หนูเชื่อว่าซักวันความจริงจะปรากฏ " มาราณียื่นทิชชู่ให้อีกชุดพลางปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
" จ้ะ ขอบใจนะจ๊ะ " จิตหรารับทิชชู่มาซับน้ำตา
หลังจากจิตหราเริ่มระงับความเศร้าได้ เธอก็เอื้อมมือเรียวงามมาแตะที่หัวไหล่ของเด็กสาวรุ่นน้อง
" หนูมีน้ำใจมากนะพี่ขอให้มีความสุขกับการทำงานจ้ะ " จิตหราส่งยิ้มอ่อนโยนให้เด็กสาวรุ่นน้องพร้อมเดินจากไป แต่ก่อนที่ร่างของผู้ช่วยคนสวยจะหายลับไปจากสายตา มาราณีก็ยิ้มตอบ พร้ะโกนให้กำลังใจสุดเสียงชนิดไม่อายใคร
" อย่าคิดมากนะคะมันไม่ใช่ความผิดของพี่ "
ไม่รู้ว่าจิตหราจะได้ยินมั้ย แต่นาทีนี้มาราณีไม่สนแล้ว เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโทรไปหา "หมวย" เพื่อนซี้สมัยมหาลัย พร้อมเล่าทุกสิ่งที่เพิ่งรู้ (เพิ่งรับปากว่าจะเก็บเป็ความลับอยู่แท้ๆ)
หลังจากมาราณีเล่าจบ หมวยก็เริ่มเปิดปากวิจารณ์ตามประสาคนช่างเมาท์
" มันก็ดูเป็คนดีนะ แต่คิดไปคิดมาก็น่าแปลก ยัยจิตหราจะเป็คนดีอย่างที่เล่าจริงเร้อ…."
" อย่าไปเรียกพี่เขาอย่างนั้นสิ" มาราณีออกตัวปกป้องตามประสาคนซื่อ
" จ๋าๆ แม่คนดี แม่คนซื่อ ไม่ว่ามันจะเป็เื่จริงหรือเื่ไม่จริงแกก็ควรระวังตัวเอาไว้ก่อน อย่าไปเชื่อใครให้มากนัก เข้าใจมั้ย " สาวหมวยกล่าวเตือนในใจนึกระอาความใสซื่อของเพื่อนสาว
" จ้ะๆ ไอ้เพื่อนรักเย็นนี้กินข้าวกันนะ " มาราณีรับคำเสียงใส แต่ปลายสายกลับกล่าวล้อเลียน
" อ้าว......ไม่อยู่กินข้าวกับหวานใจหรือจ๊ะ "
" แก ไอ้บ้..." มาราณียังด่าไม่ทันจบ สาวหมวยก็วางสายหนีไปซะก่อน
มาราณีเก็บโทรศัพท์มือถือเข้าที่ จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป แต่ก็อดคิดถึงพี่จิตหราคนสวยไม่ได้เธอรู้สึกสงสารอย่างจับจิตจับใจ เพราะผู้ช่วยสาวนางนี้ต้องเผชิญชะตากรรมและความรู้สึกผิดในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
