ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นเล็กน้อย ปรเมศวร์กำลังจะเอากระเป๋ามาให้นิภา เขาก็โดนชายร่างผอมบางชื่อ ‘อิฐ’ ที่ได้เล่นเป็ตัวประกอบของเื่หยุดเอาไว้ก่อน ตรงหน้าทางเข้าสตูดิโอที่ใช้สำหรับถ่ายทำ
“นายเป็ใคร? แล้วเข้ามาที่นี่ได้ยังไง? ทีมงานก็ไม่ใช่!”
“คือ..คือผมเป็คนขับรถของคุณนิภา กำลังนำกระเป๋าที่เธอลืมไว้ที่รถไปให้เธอครับ”
“นายเป็แค่คนขับรถ ไม่มีสิทธิ์เข้ามาในกองถ่าย เอากระเป๋าของเธอมา เดี๋ยวฉันจะนำไปให้คุณนิภาเอง!”
'ถ้าฉันเป็คนที่นำกระเป๋าไปให้เธอด้วยตนเอง เธอจะต้องจดจำบุญคุณต่อฉันอย่างแน่นอน'อิฐคิดกับตนเอง
ทว่าปรเมศวร์ก็ไม่ทำให้อิฐสมหวัง
“ผมทำแบบนั้นไม่ได้ครับ!” ปรเมศวร์ปฏิเสธเสียงแข็ง
"!!"
ใบหน้าของอิฐเริ่มตึงขึ้นมาทันที เมื่อมีคนขัดขวางความตั้งใจของเขา ยิ่งเป็แค่คนขับรถแล้วนั้นเขายิ่งมีน้ำโห
อิฐกัดฟันพูดในเวลาต่อมา
“อย่าให้ฉันต้องพูดเป็ครั้งที่สอง!”
“ไม่ได้จริงๆ ครับ บางทีในกระเป๋าใบนี้อาจมีของสำคัญ..” ปรเมศวร์นำกระเป๋าไปไว้ด้านหลังของตนเพื่อความปลอดภัยในทันที เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มที่จะไม่ดีแล้ว
“บอกให้เอามา!!”
ไม่พูดพร่ำทำเพลงทันใดนั้นอิฐก็ยื่นมือไปข้างหน้าพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาปรเมศวร์ หวังว่าจะแย่งกระเป๋าไปจากมือของเขา
"!!"
ทว่าปรเมศวร์ก็เบี่ยงตัวหลบได้ทันอย่างฉิวเฉียด!
ความจริงค่าสถานะของปรเมศวร์นั้นคือหนึ่ง ซึ่งเหนือกว่าอิฐ 0.5 คะแนน ย่อมว่องไวกว่าอยู่แล้ว แม้กระชั้นชิดก็ตามเขาย่อมสามารถหลบได้ทันท่วงที
อย่างไรก็ตามมันไม่จบลงเพียงแค่นั้น เพราะอิฐได้สะดุดเท้าของตนเองแล้วพุ่งไปชนกับผนังอย่างรุนแรง ทำให้ข้าวของหลุดร่วงเสียหายเป็ระนาว
เพร้ง!!!
เปรี๊ยง!!!
โอ๊ย!!!
สุดท้ายอิฐก็ร้องขึ้นด้วยความเ็ป เนื่องจากมือที่ใช้ค้ำยันนั้นถลอกจนเืออก
ปรเมศวร์หวาดกลัวมากยิ่งขึ้น กลัวว่าแผนที่เตรียมมาจะพังั้แ่ไม่ทันได้เริ่ม
‘บ้าจริง! แผนที่ฉันเตรียมมายังไม่ทันได้ใช้เลย!..หรือเราจะใช้โอกาสนี้ไปเลยล่ะ’
ทันใดนั้นดวงตาของปรเมศวร์ก็สว่างไสว เริ่มทำการแสดงตามน้ำไปในทันที
“ขอโทษครับ! ขอโทษครับ!! ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“หุบปาก! แกกล้าดีอย่างไรถึงได้หลบฉัน!”
“…”
‘ตรรกะอะไรของมัน ถ้าฉันไม่หลบก็เป็ฉันสิที่เจ็บตัว’
“แก! ล้างคอ..”
“เกิดอะไรขึ้น! ทำไมถึงเสียงดังกันขนาดนี้! มันรบกวนสมาธิคนอื่นรู้บ้างไหม!!” ทันใดนั้นผู้กำกับยศก็ได้เข้ามาที่ต้นตอของความวุ่นวาย
“คือว่า..”
ปรเมศวร์พอรู้ว่าเป็ใครเขาก็พยายามที่จะอธิบาย ทว่าเขาก็โดนอิฐขัดเสียก่อน
“ผู้กำกับครับ จู่ๆ คนนอกก็เข้ามาที่กองถ่าย ผมพยายามห้ามเขาไว้ ไม่เพียงแต่เขาไม่ฟัง แต่ยังทำร้ายผมด้วยครับ”
การแสดงท่าทางของอิฐเปลี่ยนไปจากตอนแรกทันที เวลานี้เขาคืออิฐผู้แสนอ่อนน้อมถ่อมตน ช่างเปลี่ยนสีได้ไวเสียจริง
ปรเมศวร์สังเกตเห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม
‘ช่างสมเป็นักแสดง...ทว่าฉันไม่ยอมแพ้เพราะลูกไม้ตื่นๆ แค่นี้หรอก'
“เปล่านะครับ ผมไม่ได้ทำ พี่คนนั้นเขาพุ่งเข้ามาหาผมเอง ผมแค่หลบแล้วสภาพก็เป็อย่างที่เห็น”
“แกโกหก! อย่าไปเชื่อเขานะครับผู้กำกับ ถึงอย่างไรเขาก็เป็แค่คนนอก” อิฐพยายามให้ร้าย เขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองเป็ฝ่ายถูกต้อง
“ผมพูดเื่จริงนะครับ ลองเปิดกล้องวงจรปิดดูก็ได้ถ้าทุกคนไม่เชื่อ! ทุกที่ก็มีกล้องติดตั้งอยู่แล้วนี่!” เื่นี้ปรเมศวร์รู้ดี เพราะทุกวันนี้ผู้คนอย่างรู้เื้ัการถ่ายทำ ทีมงานจึงได้ซ่อนกล้องไว้ยังจุดต่างๆ เพื่อการนี้โดยเฉพาะ
แต่น่าเสียดายดูเหมือนว่าอิฐจะไม่รู้เื่นี้ เพราะเขาแสดงออกมาเต็มที่ซะขนาดนั้น
‘เข้าแผน! นี่มันสมัยไหนแล้วลุง ลุงไม่รอดแน่!’ ปรเมศวร์คิดกับตนเองอย่างสะใจ
“…”
พอปรเมศวร์พูดจบใบหน้าของอิฐก็เขียวคล้ำในทันที แม้จะไม่รู้ว่าที่ปรเมศวร์พูดมาเป็เื่จริงรึเปล่า แต่ก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากไปกว่านี้
‘บ้าเอ๊ย!’
..
ั้แ่ต้นเหตุการณ์ที่อิฐกับปรเมศวร์ถกเถียงกันก็อยู่ในสายตาของผู้กำกับและผู้ช่วยผู้กำกับอยู่ตลอด เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้วก็ได้เวลาที่เขาจะเป็คนไกล่เกลี่ย
“นายคนนอก นายตั้งใจจะเข้ามาทำอะไรในกองถ่าย” ผู้กำกับยศถามเสียงเข้ม และแววตาที่ดุดัน
“ผมเป็คนขับรถของคุณนิภา พอดีเธอลืมกระเป๋าไว้ที่รถ ผมจึงตั้งใจจะนำมาให้เธอ แต่ก็โดนขัดขวางไว้ก่อนครับ” ปรเมศวร์ก้มหน้าลงขณะกำลังที่จะอธิบาย
“นายก็รู้ใช่ไหมว่ากองถ่ายห้ามคนนอกเข้า”
“รู้ครับ คุณนิภาย้ำเตือนผมเื่นี้อยู่เสมอ แต่ว่าบางทีของในกระเป๋าของนิภาอาจมีสิ่งที่สำคัญก็ได้ ผมเลย..”
“พอแล้ว! นำกระเป๋าของเธอมาให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะเอาไปให้เธอเอง!”
“คงไม่ได้ครับ!..” ปรเมศวร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด เขายังเป็ลูกจ้างของนิภาอยู่ คงให้ทรัพย์สินของเ้านายแก่คนอื่นไม่ได้
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเนื้อตัวสั่นอย่างเกรงกลัว
“หึ!”
เมื่อเห็นความเด็ดขาดและความดื้อดึง ผู้กำกับยศคิดว่าปรเมศวร์คงไม่ยอมเป็แน่แท้ ก็เลยยกวิทยุสื่อสารขึ้นมาแล้วพูดในทันที
“นิภา มาที่ทางเข้าสตูด่วน มีคนอยากพบเธอ”
พอปรเมศวร์รับรู้ว่าผู้กำกับยศไม่เอาเื่ เขาก็เอ่ยขอบคุณ
“ขอบคุณครับที่เข้าใจ”
..
ในเวลาต่อมานิภาก็ได้เดินมาถึงทางเข้าสตูดิโอ
“ใคร้าพบดิฉันเหรอคะ ผู้กำกับถึงได้เป็คนบอกดิฉันเป็การส่วนตัว” น้ำเสียงของนิภายังคงหวานใสกระชากใจ อิฐเผลอเคลิ้มไปนิดหน่อยอย่างลืมตัว ทว่าครั้งนี้มันใช่ไม่ได้ผลกับปรเมศวร์แล้ว
“เป็คนขับรถของเธอนั่นแหละ! แต่ว่าเธอมีคนขับรถที่ดีนะ” พูดจบผู้กำกับยศและแพรวผู้ช่วยของเขาก็เดินจากไป
ในเวลาต่อมาปรเมศวร์ก็ได้นำเอากระเป๋าให้นิภาได้สักที ทว่าเขาก็ดีใจมากที่ผู้กำกับได้เอ่ยชมเขา
ส่วนอิฐก็ได้แต่อิจฉา เพราะเขายังไม่เคยได้รับคำชมจากผู้กำกับยศเลยสักครั้ง
“ขอบคุณมากนะคะพี่เมศ” นิภายังแสดงมารยาทอันดีงามเพราะอยู่ต่อหน้าผู้คน
อย่าให้เล่า อยู่กันตามประสาลูกน้องเ้านาย เวลาพูดคุยกันหางเสียงแทบไม่มี นี่คือเื่จริงจะบอกให้
“ไม่เป็ไรครับ”
'หึ! แสดงได้ดีนะแม่ลิ้นสองแฉก'ปรเมศวร์สังเกตเห็นกิริยาของนิภาก็รู้สึกกระดากใจ
พูดจบปรเมศวร์ก็เดินจากไปอย่างเศร้าสร้อย เพราะแผนที่เตรียมมาพังไม่เป็ท่า เพราะไอ้เ้าคนชื่ออิฐคนเดียว
‘แม่งเอ๊ย!’
เวลานี้ปรเมศวร์ทำได้เพียงกลับไปเล่นเกมแก้เครียดกับจ่อยเพื่อระบายความแค้นใจ
“ไอ้จ่อย! สร้างห้องรอไว้รึเปล่า”
“เป็อะไรพี่ ทำไมถึงได้หน้าเครียดแบบนั้น! หัวร้อนมันไม่ส่งผลดีต่อการเล่นเกมเลยนะ”
“ไม่มีอะไร แล้วแกจะสนใจฉันทำไม? ตั้งใจเล่นเกมได้แล้ว! ถ้าแกเป็ตัวถ่วงนะ ฉันจะไม่เล่นกับแกอีก!”
“โหพี่! เล่นดีแค่วันเดียวโม้ใหญ่เลยนะ!”
“ไอ้เด็กนี่!”