อุ้มบุญ ลุ้นรัก #21
พี่สาวซ่า น้องชายแสบ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในความคิดของแก้วใสนับแต่วันนั้นวันที่ได้เจอกับสามีจนถึงวันนี้วันที่มีลูก ๆ ถึงสามคน หล่อนมีความสุขทุกวันจนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าเื่ทั้งหมดเป็ความจริงหรือแค่ฝันไป กลัวว่าความสุขที่มีอยู่เป็เพียงแค่ความฝัน
แก้วใสมองดูรูปครอบครัวของตนเองที่มีพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้าแล้วเกิดอาการฟุ้งซ่านจึงสะบัดหัวอย่างแรงเพื่อไล่สิ่งไร้สาระออกไปจากสมองทำให้สามีซึ่งจ้องมองภรรยาอยู่ตลอดเวลาสงสัยและอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"แก้ว คุณเป็อะไรหรือเปล่าทำไมสะบัดหัวแบบนั้น" เขาวางปากกาลงบนโต๊ะแล้วเดินมานั่งข้าง ๆ ภรรยาบนโซฟา จากนั้นก็เอามือขึ้นไปอังบนหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิทำให้แก้วใสยิ้มน้อย ๆ มองใบหน้าสามีด้วยสายตาขอบคุณที่เขาเป็คนเสมอต้นเสมอปลายั้แ่อยู่กินกันมา
"แก้วไม่ได้เป็อะไรคะคุณเจฟ แก้วแค่คิดเพ้อเจ้อไปหน่อย"
หล่อนตอบด้วยรอยยิ้มแล้วเอามือของสามีขึ้นมาแนบที่แก้ม ออดอ้อนอย่างเช่นทุกวันที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง
"คิดอะไรบอกผมหน่อยสิ" เจฟฟรีย์ยิ้มตอบภรรยา อยากรู้ว่าหล่อนคิดอะไรถึงได้สะบัดหัวแรงนัก
"แก้วคิดว่าตัวเองฝันไปหรือเปล่าทำไมชีวิตถึงมีความสุขทุกวัน มีสามีเป็คนดี มีลูกน่ารัก จนกลัวว่าสิ่งที่เจอมันไม่ใช่ความจริง"
"หึ เพ้อเจ้อจริง ๆ ด้วยเห็นทีต้องเสกลูกอีกคนมาให้เลี้ยงซะแล้ว ดีไหม"
"ไม่ดี มีลูกสามคนพอแล้ว นี่ก็รับมือแทบไม่ไหว"
"ถ้าไม่ติดว่าสงสาร ผมรับรองลูกคนที่สี่ห้าต้องมีแน่"
"พอ ๆ พูดเื่นี้ทีไรมือไม้ต้องเลื่อยตลอดเลยนะคะคุณเจฟ" แก้วใสเอ่ยเสียงเขียวพร้อมกับปัดมือของสามีที่เลื้อยเข้ามาในกระโปรงตอนไหนก็ไม่รู้ให้ออกไปเพราะกลัวมันจะเลยเถิด ถ้าที่นี่ไม่ใช่ห้องทำงานของเขาเื่จะเลยเถิดหล่อนก็ไม่ว่า หนำซ้ำจะช่วยให้เขาสมปรารถนาอีกต่างหากแต่เจฟฟรีย์หาได้สนใจคำสั่งของเมียค่อย ๆ เลื้อยเข้าไปเรื่อย ๆ จนเกือบถึงของสงวนก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาเสียก่อน
"ใครมันโทรมาขัดจังหวะว่ะ"
"คิกคิก เอามือออกไปรับสายเร็ว"
"หึ ฝากไว้ก่อนเถอะ"
ชายหนุ่มต้องตัดใจจากเนื้อตัวนุ่มนิ่มของภรรยาแล้วกดรับสายที่โทรเข้ามาขัดจังหวะด้วยความไม่สบอารมณ์แต่พอรู้ว่าสายที่โทรมาเป็ใครหน้าซีดขึ้นมาทันทีเพราะคนที่โทรมาคือครูประจำชั้นของลูกสาว
ภายในห้องปกครองของโรงเรียนเอกชนชื่อดังระดับประเทศที่มีลูกท่านหลานเธอและลูกคนมีเงินจำนวนไม่น้อยเข้ามาเล่าเรียน มีเด็กน้อยหน้าสวย รูปร่างอวบแต่ไม่ถึงกับอ้วน นั่งจ้องคู่กรณีอย่างไม่เกรงกลัว และมีเด็กแฝดที่หน้าตาท่าทางเหมือนกันเป๊ะขนาบข้างพี่สาวซ้ายขวาราวกับเป็บอดี้การ์ดกำลังจ้องคู่กรณีอยู่เช่นกัน
"เมื่อไหร่พ่อแม่ของเด็กพวกนี้จะมาฉันทนไหวแล้วนะ กล้าดียังไงถึงมาต่อยลูกฉัน" หญิงสาวปากแดงแม่ของเด็กชายเอ็ดดี้ซึ่งเป็คู่กรณีของกู๊ดเลิฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนพร้อมกับจ้องไปที่เด็กทั้งสามคนโดยเฉพาะกู๊ดเลิฟ
"พวกเขากำลังมา คุณเอมม่าใจเย็น ๆ ก่อน เราค่อย ๆ คุยกัน" ผู้อำนวยการของโรงเรียนพยายามเกลี้ยกล่อม
"ใจเย็นจะให้ฉันใจเย็น ทั้ง ๆ ที่ลูกเอ็ดดี้ของฉันถูกทำร้ายเนี่ยนะ ไม่มีทาง เด็กสามคนนี้เป็ลูกของใคร พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือยังไงถึงมาทำร้ายร่างกายคนอื่น ป่าเถื่อนที่สุด โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงคนนี้ ฉัน้าให้ทางโรงเรียนไล่ออก"
"เราสองคนเป็พ่อแม่ของเด็ก ๆ เอง"
ยังไม่ทันที่เอมม่าจะได้พ่นวาจาร้ายกาจเพิ่มเติมสองสามีภรรยาก็ปรากฏตัว เจฟฟรีย์รีบอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอก แล้วจ้องไปที่ผู้หญิงปากร้ายตรงหน้า ส่วนแก้วใสก็นั่งลงข้าง ๆ สามีพร้อมกับสำรวจเนื้อตัวของลูกสาวและลูกชายที่มีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด หล่อนไม่รู้ว่าเื่ราวเป็มาอย่างไรแต่เห็นลูก ๆ เป็แบบนี้ก็อดโมโหไม่ได้เหมือนกัน
"ผู้อำนวยการ เื่ราวมันเป็ยังไงเด็ก ๆ ถึงมีเื่แบบนี้" แก้วใสหันไปถามแต่ยังไม่ทันที่ผู้อำนวยการของโรงเรียนตอบก็มีเสียงแหลมปรี๊ดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"ก็ลูกของพวกคุณมันนิสัยไม่ดีถึงได้มาทำร้ายลูกของฉัน ดูสิ ลูกเอ็ดดี้ของมี้เจ็บไหมลูก"
"เจ็บค้าบมี้ เลิฟต่อยผมตรงนี้ กู๊ดลัคกับกู๊ดไลฟ์ก็ทำ" เด็กชายตัวขาวอ้อนแม่ทันทีแล้วชี้ไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้มารดาได้เห็น
"ก็นายมาทำพี่สาวเราก่อนทำไม"
"ใช่ นายทำพี่เราก่อน"
สองแฝดเถียงทันทีอย่างไม่ยอมแพ้ พวกเขารักพี่สาวมากจึงไม่แปลกที่จะออกโรงปกป้องแต่สิ่งที่เอ็ดดี้บอกทำเอาคุณพ่อคุณแม่ของเด็กสาวคนเดียวถึงกับหน้าเหวอ ลูกสาวของเขาเพิ่งจะสิบขวบจะไปต่อยตีกับคนอื่นได้ยังไง แถมคู่กรณีก็เป็ผู้ชายอีก
"หนูทำจริง ๆ เหรอลูก" เจฟฟรีย์ก้มถามลูกสาวที่นั่งอยู่บนตักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"จริงค่ะ แด๊ดดี้" กู๊ดเลิฟยอมรับเพราะทำจริง ๆ ไม่จำเป็ต้องโกหก
"พี่เลิฟโดนแกล้งก่อนครับแด๊ดดี้"
"ช่ายยยย ลัคกับไลฟ์อยู่ด้วยตอนที่เอ็ดดี้แกล้งพี่เลิฟ"
เด็กชายที่มีอายุห่างกับพี่สาวสี่ปีรีบวิ่งมาเกาะแขนบิดาคนละข้างพร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง แก้วใสจึงบอกให้ลูก ๆ เล่าเื่ทั้งหมดั้แ่ต้นจนจบโดยไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้น สองแฝดจึงรีบเล่าให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายฟังทันทีอย่างออกรส
เื่มันมีอยู่ว่ากู๊ดเลิฟกำลังเล่นชิงช้าอยู่กับน้องชายฝาแฝดอยู่ดี ๆ เอ็ดดี้ก็เดินเข้ามาแล้วล้อพูดว่ากู๊ดเลิฟเป็เด็กอ้วนไม่น่ารัก ล้ออย่างเดียวยังไม่พอยังมาเปิดกระโปรงของสาวน้อยอีกทำให้กู๊ดเลิฟโกรธจึงต่อยไปที่ปากของเอ็ดดี้เต็ม ๆ คู่กรณีจึงผลักเด็กสาวล้ม สองแฝดที่มีอายุน้อยกว่าจึงรีบเข้ามาช่วยพี่สาวทั้งทุบทั้งตีโชคดีที่มีครูเห็นเหตุการณ์เอ็ดดี้จึงไม่ได้เป็อะไรมากและทุกอย่างก็มาจบที่ห้องปกครองพร้อมกับเรียกผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายมาเคลียร์
"ที่น้องเล่ามาจริงไหมลูก" แก้วใสเป็คนถามลูกสาวพร้อมกับลูบแขนสามีเบา ๆ ให้ใจเย็น
"จริงค่ะหม่ามี้ เอ็ดดี้ว่าหนูอ้วน หนูไม่น่ารัก แล้วเปิดกระโปรงของหนูอีก"
"ลูกคุณทำลูกผม" เจฟฟรีย์เอ่ยเสียงเครียดจ้องมองเด็กชายที่กล้าเปิดกระโปรงลูกสาวตัวเองอย่างโกรธเคือง กล้าดียังไงถึงมาผลักลูกสาวของเขา ถ้าไม่ติดว่าเอ็ดดี้ยังเป็เด็กรับรองเลยว่าโดนจัดหนักแน่
"ก็แค่ล้อ ไม่เห็นต้องลงไม้ลงมือ ลูกของคุณมีตั้งสามคน ลูกของชั้นมาแค่คนเดียว จะไปสู้อะไรได้" คนเป็แม่เห็นเื่ที่ลูกทำเป็เื่ธรรมดาจึงเข้าข้างลูกและโทษลูกของอีกฝ่าย
"ฉันไม่แปลกใจทำไมเอ็ดดี้ถึงได้นิสัยแบบนี้เพราะมีแม่อย่างคุณ" แก้วใสทนไม่ไหวจึงยิ้มอย่างสมเพชมองสองแม่ลูกอย่างเวทนา สงสารก็แต่เด็กชายตัวน้อยที่มีแม่ไร้เหตุผล ไม่รู้โตขึ้นมาจะเป็คนแบบไหน
"แก แกกล้าว่าฉัน รู้ไหมว่าฉันเป็ใคร" เอมม่าโกรธจนหน้าดำหน้าแดงชี้หน้าแก้วใสที่กล้ามาด่าตนเอง
"แล้วคุณรู้ไหมผมเป็ใคร ถ้าไม่รู้ผมจะสงเคราะห์บอกให้เอง ผมชื่อ เจฟฟรีย์ มิกาเรนท์ และนี่ภรรยาของผม แก้วใส มิกาเรนท์ หวังว่าคุณจะเคยได้ยิน"
"ว่ายังไงนะ มะ มิกาเรนท์เหรอ" พอได้ยินชื่อและน้ำสกุลของอีกฝ่าย ใบหน้าที่เคยแดงก่ำไปด้วยความโกรธกลับซีดลงทันตาเห็นเพราะมีใครบ้างที่ไม่เคยได้ชื่อนี้ ทั้งอำนาจและเงินทองไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหล่อนเจอกับเื่ลำบากเข้าแล้ว
"ท่าน ผู้อำนวยการ ช่วยจัดการเื่นี้ให้ผมด้วย ท่านคงรู้ต้องจัดการยังไง"
"ครับคุณเจฟฟรีย์" ผู้อำนวยการรีบรับคำสั่ง เจฟฟรีย์ไม่รอให้ฝั่งตรงข้ามขอโทษขอโพยหรือพูดอะไรทั้งนั้นรีบสั่งให้ลูกกับเมียเดินออกไปจากห้องปกครองแล้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องคนสนิทที่ติดตามมาด้วยจัดการต่อ
ในขณะที่ทุกคนกำลังจะพ้นจากประตูกู๊ดเลิฟ กู๊ดลัค และกู๊ดไลฟ์ก็ยังไม่วายหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เด็กชายเอ็ดดี้แล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เมื่อคู่กรณีร้องไห้จ้า สองสามีภรรยาไม่ทันเห็นในสิ่งที่ลูกสาวและลูกชายกระทำจึงไม่รู้ว่าลูก ๆ ทั้งสามนั้นร้ายกาจแค่ไหน ต่างจากคนที่อยู่ในห้องโดยเฉพาะแอนดริวกับอันเดรลูกน้องคนสนิทของเจฟฟรีย์ที่เปล่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ เห็นทีพวกเขาทั้งสองต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมกับความแสบและซ่าของคุณหนูทั้งสามที่เจริญรอยตามคนเป็พ่อได้ไม่ผิดเพี้ยน
****************