ภานุตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของนาวินทันทีอย่างรวดเร็วก่อนจะผลักประตูให้เปิดออกแล้วก้าวเข้าไปด้วยแรงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างตรงหน้าให้มอดไหม้เป็จุณ
“นาวิน!”
เสียงตะคอกดังลั่นทำให้คนที่เพิ่งออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าต้องผงะด้วยความใและมึนงง
“มีอะไร?” เ้าของห้องที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็ชุดเดิมที่ใส่เข้ามาตอนเช้าเรียบร้อยแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงตึงๆเพราะไม่คิดว่าพี่ชายของตัวเองจะเข้ามาในห้องคนอื่นอย่างไร้มารยาทแบบนี้
“แกทำอะไรน้องป่าน” ภานุยิงคำถามทันทีพร้อมทั้งมองหน้าอย่างเอาเื่
“ฮึ เธอไปฟ้องพี่ว่ายังไงล่ะ” นาวินสวนคำถามกลับไปด้วยท่าทีเย้ยหยัน‘นี่เธอกล้าไปบอกพี่นุเลยเหรอสายป่าน’ ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวในใจก่อนจะหันหลังแล้วก้าวเท้าไปที่กระจกบานใหญ่หลังห้องเพื่อปกปิดร่องรอยฝ่ามือบนใบหน้า
“น้องป่านไม่เคยมีนิสัยแบบนั้น...เธอไม่ยอมพูดอะไรเลยด้วยซ้ำฉันถึงได้มาถามกับแก”
“เธอไม่พูดก็แสดงว่ามันไม่มีอะไรสิครับ พี่จะโวยวายทำไม เ้าตัวเขาไม่เห็นจะเดือดร้อน”นาวินปรายตามามองพี่ชายเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปตามเดิม
“แกทำน้องป่านร้องไห้ออกไปแบบนั้นแล้วยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีกเหรอ” คนเป็พี่เริ่มกระฟัดกระเฟียดเมื่อเห็นคนเป็น้องยอกย้อนกลับมาอย่างน่าโมโหและยังท่าทีที่เฉยเมยนั่นอีก มันยิ่งสร้างความหงุดหงิดไม่พอใจให้เขามากขึ้นด้วย
“ก็แล้วพี่จะให้มันมีอะไรล่ะ” คราวนี้นาวินหันมาเผชิญหน้าอย่างเหลืออดทำให้ภานุเห็นร่องรอยฝ่ามือเป็ริ้วแดงเต็มหน้าของน้องชายอย่างจัง...ความสงสัยและความคลางแคลงใจที่มีอยู่แล้วจึงยิ่งทวีเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว
“นายวิน! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมหน้าแกถึง...” ภานุรีบปรี่เข้าไปกระชากแขนคนเป็น้องให้หันมาเพื่อจะมองชัดๆแต่ยังไม่ทันจะมองได้ถนัดตาอีกฝ่ายก็ปัดมือเขาให้ออกห่าง
“ไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก”
ภานุนิ่งคิดเพียงครู่ก่อนจะตัดสินใจเก็บเื่ที่คลุมเครือน่าปวดหัวนี้เอาไว้ทีหลังเพราะดูท่าอีกฝ่ายคงทำให้หญิงสาวไม่พอใจอย่างมากเธอถึงได้ลงไม้ลงมือกลับไปแบบนั้นแต่ก็นับว่าดีแล้วที่เธอรู้จักป้องกันตัวและตอบโต้บ้าง
ตอนนี้เขามีความจริงบางอย่างที่ต้องบอกให้นาวินรับรู้เอาไว้อย่างน้อยจะได้รู้ฐานะของตัวเองและวางตัวถูกเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับสายป่านหญิงสาวที่เป็คนรักของเขาที่สำคัญเขาหวังว่าเหตุการณ์อย่างวันนี้มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก
“ก็ได้... ถ้าแกไม่พูดก็ไม่เป็ไร แต่ที่ฉันมาเนี่ยฉันมีเื่อยากจะบอกแกเอาไว้ก่อน... น้องป่านเป็...”
“คู่หมั้นของพี่” เสียงเข้มของนาวินพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่คนเป็พี่จะเอ่ยจบและนั่นทำให้ภานุใจนแทบช็อก
“แกรู้!?...” ภานุขมวดคิ้วเป็ปมอย่างอึ้งๆ
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านาวินน้องชายของเขาจะรู้เื่นี้ด้วย...มันจะเป็ไปได้อย่างไร? ในเมื่อมีเพียงแค่เขา คุณแม่และนมอิ่มเท่านั้นที่พูดคุยกันอยู่ภายในห้องที่มิดชิด
“ใช้ ผมรู้ และก็รู้มานานแล้วด้วย” นาวินกระแทกเสียงย้ำอย่างชัดเจนเขาก็ทนเก็บความลับนี้มานานแล้วเหมือนกันและยิ่งเ็ปมากขึ้นเมื่อคนเป็พี่ออกมาตอกย้ำแบบนี้
อีกครั้งที่ภานุนิ่งไปเหมือนกำลังคิดตัดสินใจอะไรบางอย่าง...ก่อนที่เื่ราวในวันนั้นจะปะติดปะต่อกันจนกระจ่างชัดในใจของเขาแสดงว่านายวินแอบได้ยินเื่ที่เขาขอหมั้นสายป่านแล้วเกิดความไม่พอใจจึงแสดงท่าทีก้าวร้าวออกไปแบบนั้น...‘มันเป็แบบนี้นี่เอง เพราะแกก็รักน้องป่านเหมือนกันสินะ ฮึ!แต่เสียใจด้วยนะนายวินที่แกต้องผิดหวัง’ ภานุคิดอย่างหมายมั่นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพูดต่อ
“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าแกจะรู้เื่นี้มาได้ยังไงแต่ฉันจะบอกกับแกอีกครั้งให้ชัดๆ ก็แล้วกัน น้องป่านเป็คู่หมั้นของฉันและเธอก็จะแต่งงานกับฉัน ดังนั้น แกควรให้เกียรติเธอในฐานะพี่สะใภ้และที่สำคัญแกไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ”
“ผมคงไม่แตะต้องคนของพี่หรอก ถ้าเธอไม่มาให้ท่าผมก่อนน่ะนะ” นาวินหันมายอกย้อนอย่างนึกหมั่นไส้ที่คนเป็พี่ประกาศตัวอย่างโจ่งแจ้งแต่หารู้ไม่ว่าคู่หมั้นของตัวเองพยายามวิ่งเข้าหาเขาขนาดไหน ‘ชิ! มัวแต่งมทำงานไปเถอะ ระวังจะโดนผู้หญิงหลอกไม่รู้ตัว’
“ไอ้นาวิน! แก...” ภานุกระโจนเข้าคว้าคอเสื้อของนาวินหมายจะตะบันหน้าให้สาแก่ใจที่กล้าดูถูกคนรักของเขาแต่คนเป็น้องที่เตรียมตัวตั้งรับอยู่แล้วรีบสวนกลับอย่างว่องไวทำให้สองพี่น้องปะทะอกกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“คราวนี้ผมสู้ไม่ยั้งนะพี่นุ” นาวินกัดฟันบอกพร้อมทั้งง้างข้อศอกยกกำปั้นของตัวเองขึ้นสู้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเหมือนเป็ระฆังพักยกสำหรับนักมวยคู่เอกทำให้ภานุและนาวินผละออกจากกันโดยทันทีด้วยเกรงว่าบุคคลภายนอกจะล่วงรู้ถึงเื่บาดหมางที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นของสองพี่น้องผู้บริหารระดับสูง
“ว๊าย! เกิดอะไรขึ้นคะ” ยุพาร้องถามเสียงตื่นด้วยความใเมื่อเห็นสองหนุ่มผู้เป็เ้านายผลักตัวออกจากกันจนแทบกระเด็น
“มีอะไรเหรอยุพา” สองหนุ่มไม่มีใครตอบคำถามของเลขาสาวมีเพียงภานุที่ย้อนถามกลับไปด้วยเสียงที่เรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใด
“เอ่อ คุณทนายให้มาตามท่านประธานน่ะค่ะ ตอนนี้ในห้องประชุมกำลังรอท่านอยู่”ยุพาอึกอักเล็กน้อยเพราะยังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“อืม ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” ภานุบอกเพียงเท่านั้นก่อนจะหันไปมองหน้าน้องชายอย่างตึงๆแล้วรีบสาวเท้าไปที่ประตูทันทีโดยไม่ได้สนใจกับคนในห้องอีก เขาเกือบลืมไปเสียสนิทว่ามีการประชุมสำคัญที่ค้างอยู่
หลังจากภานุและยุพาออกไปจากห้องแล้ว นาวินยกมือขึ้นเสยผมตัวเองอย่างลวกๆแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตรงกลางห้องเพื่อตั้งสติก่อนที่ความคิดจะล่องลอยไปถึงหญิงสาวที่ทำให้เขาเกือบต้องใช้กำลังชกต่อยกับพี่ชายตัวเองเพราะความหึงหวงที่มีผู้หญิงแพศยาอย่างเธอเป็ต้นเหตุ‘สายป่าน เธอมันนางมารร้ายชัดๆ’
แต่ภาพที่ตราตรึงอยู่ในจิตใจของเขากลับเป็ใบหน้าสวยๆ และรสจูบหวานๆของเธอที่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังฉายชัดอยู่ในห้วงความคิดของเขาไม่จางหายยิ่งคิดก็ยิ่งเ็ป... เขาจะทนกับความรู้สึกแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหนกัน ‘ทำไมฉันถึงเกลียดเธอไม่ได้สักทีนะ สายป่าน’
ระหว่างที่กำลังคิดถึงหญิงสาวในดวงใจอยู่นั้น จู่ๆเสียงโทรศัพท์เครื่องจิ๋วในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นก่อนที่เ้าตัวจะล้วงหยิบขึ้นมาดูเพราะคิดว่าเป็คริสโตเฟอร์เพื่อนรักแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าเป็เบอร์ของแอร์โฮสเตสสาวคู่ควงคนล่าสุดของเขา
‘ว่าไงครับนีล่า’ นาวินกรอกเสียงที่ฟังดูน่าเบื่อหน่ายลงไป
[เป็อะไรคะวิน ไม่ดีใจเหรอคะที่นีล่าโทรมา] คนปลายสายทำเสียงงอนๆบ่งบอกถึงอาการน้อยใจเล็กๆ
‘ก็ไม่เชิง... ผมแค่เหนื่อยๆ น่ะ’ นาวินปฏิเสธอย่างขอไปที
[งั้นให้นีล่าไปหานะคะ นีล่าอยากเจอวินค่ะ]
‘ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมไปหาคุณเองดีกว่า’ นาวินตอบรับออกไปอย่างไม่คิดอะไรมากเพราะเขาก็ไม่รู้จะไปไหนอยู่แล้วเวลานี้ การไปหาหญิงสาวคู่ควงคงช่วยให้อารมณ์เขาดีขึ้นกว่าที่เป็อยู่บ้างไม่มากก็น้อยและที่สำคัญหากเขาไม่ไปหาเธอ เธอก็หาทางมาเจอเขาให้ได้อยู่ดี
[ได้ค่ะ นีล่าจะรอนะคะ] เสียงปลายสายออกอาการดีอกดีใจยกใหญ่ก่อนที่ต่างฝ่ายจะวางสายกันไปเมื่อหญิงสาวแจ้งหมายเลขห้องพักให้กับชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว
นาวินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพ่นลมหายใจออกแรงๆ อย่างคนคิดหนักจากนั้นก็สาวเท้าไปที่ประตูแล้วก้าวออกไปด้วยหัวใจที่ยังมีแต่ความสับสนว้าวุ่นปะปนกันไปหมด...คนที่อยากหนีกลับต้องไปหา คนที่อยากพบหน้ากลับต้องคอยหลบหนี เฮ้อ...ไม่เข้าใจจริงๆ
สายป่านนั่งเหม่ออยู่ที่ชานระเบียงของเรือนไทยหลังเล็กหญิงสาวเดินทางกลับมาพร้อมกับแก้วตาเพื่อนสาวคนสนิทที่นั่งรถแท็กซี่มาส่ง
จากนั้นก็รีบตรงไปที่มหาวิทยาลัยทันทีเนื่องจากอาจารย์โทรมาบอกว่ารายงานที่อีกฝ่ายส่งไปมีปัญหานิดหน่อยทำให้สายป่านหมดความกังวลไปเปลาะหนึ่งจะได้ไม่ต้องคอยหลีกเลี่ยงหาคำตอบที่ไม่อาจบอกใครได้ว่าเธอทะเลาะอะไรกับนาวินให้คนเป็เพื่อนได้รับรู้ตอนนี้เพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะพูดถึงมัน
นาวิน ผู้ชายที่เธอหลงรักั้แ่เยาว์วัยวันนี้เขาไม่ใช่พี่ชายใจดีของเธออีกต่อไปแล้วเขาเป็ปีศาจที่แสนร้ายกาจย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอด้วยคำดูถูกและตอกย้ำให้เธอยิ่งช้ำใจด้วยการกระทำอันป่าเถื่อนแต่ทำไมนะ... ทั้งที่อยากจะลืมแท้ๆ แต่ก็หยุดคิดถึงเขาไม่ได้สักทีรสจูบที่ดุดันของเขามันสร้างความเจ็บแปลบในหัวใจให้ก็จริงแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นอย่างประหลาดจนยากจะลืมเลือนด้วยเช่นกัน…ยิ่งคิดน้ำตาเ้ากรรมก็พานจะไหล
“ยัยป่าน... กลับมาแล้วเหรอลูก” นมอิ่มที่เพิ่งออกมาจากห้องนอนเอ่ยถามทันทีที่เห็นร่างบางของหลานสาวนั่งอยู่ตรงระเบียงในมุมโปรดปราน
“จ้ะยาย... ตื่นแล้วเหรอคะ ป่านทำให้ยายตื่นหรือเปล่า” สายป่านรีบปาดเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็วแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหายาย
“ไม่ใช่หรอกลูก... คนแก่ก็อย่างนี้แหละ หลับง่ายตื่นไวเดี๋ยวก็ง่วงอีก”คนเป็ยายยิ้มให้อย่างเอ็นดู ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม
“แล้วนี่ทำไมกลับเร็วจัง คุณภานุกลับมาด้วยหรือเปล่า”
“เอ่อ เปล่าจ้ะยาย ป่านรู้สึกไม่ค่อยสบายพี่นุก็เลยให้ป่านกลับบ้านมาก่อน”สายป่านอึกอักเล็กน้อยแล้วประคองยายของตัวเองให้นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนที่ร่างบางจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นข้างๆ
“อ้าว แล้วทำไมไม่ไปนอนพัก และนี่กินยาหรือยังลูก แล้วกลับมากับใคร”ผู้าุโถามไถ่ยืดยาวพลางยกฝ่ามือขึ้นแตะที่หน้าผากและลูบไล้เนื้อตัวของหลานสาวด้วยความเป็ห่วง
“ป่านไม่เป็อะไรมากจ้ะยาย เมื่อกี้ยัยแก้วนั่งรถแท็กซี่มาส่งแต่ต้องรีบไปมหาวิทยาลัยน่ะจ้ะ ก็เลยไม่ทันรอพบยาย” สายป่านตอบยิ้มๆแต่สีหน้ากลับดูเนือยๆ ปนเศร้าเหมือนมีเื่ไม่สบายใจจนคนมองอดเป็กังวลไม่ได้
“ป่าน...” นมอิ่มเรียกหลานสาวเสียงนุ่ม
“จ๊ะยาย” สายป่านขานรับเบาๆก่อนจะก้มหน้าลงเมื่อเจอสายตาจ้องจับผิดของผู้เป็ยาย
“ฝึกงานวันแรกเป็ยังไงบ้าง มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าลูก”
“เอ่อ มะ ไม่มีจ้ะยาย ทุกอย่างราบรื่นดี” คนมีพิรุธอ้อมแอ้มตอบเสียงตะกุกตะกักแต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนถาม
“แล้วคุณภานุเขาให้ป่านอยู่แผนกไหนล่ะ” นมอิ่มยังคงถามต่อแม้จะนึกสงสัยในท่าทีแปลกๆ ของหลานสาวอยู่บ้างก็ตาม
“พี่นุให้ป่านเป็ผู้ช่วยเลขาของเขาค่ะส่วนยัยแก้วคุณนาวินให้เป็ผู้ช่วยเลขาทางฝั่งของเขาด้วยอีกคน”
เมื่อได้ฟังคำตอบแล้วทำให้นมอิ่มต้องถอนหายใจยาวอย่างคนคิดหนักจากนั้นก็ยื่นมือไปลูบไล้ที่เรือนผมนุ่มของหลานสาวคนสวยด้วยความรักและเอ็นดูจนสุดหัวใจก่อนจะเปรยออกมาเบาๆ
“ดูท่าคุณภานุจะไม่ยอมให้เราห่างตัวเลยสิเนี่ย”
“หือ อะไรจ๊ะยาย ป่านไม่เข้าใจ” สายป่านถามกลับไปอย่างนึกสงสัยในสิ่งที่ยาย้าจะสื่อ
นมอิ่มยิ้มบางๆแล้วนิ่งคิดเพื่อตัดสินใจที่จะบอกเื่สำคัญให้หลานสาวได้รับรู้ ‘มันคงถึงเวลาแล้วสินะ... จะรู้วันนี้หรือพรุ่งนี้ยังไงสายป่านก็ต้องรู้อยู่ดี’
“ป่าน... หนูไปหยิบกล่องกำมะหยี่เล็กๆ สีแดงในลิ้นชักข้างหัวเตียงมาให้ยายหน่อยนะ”
“จ้ะยาย”
สายป่านหายเข้าไปในเรือนเพียงครู่ก่อนจะกลับออกมาพร้อมด้วยกล่องกำมะหยี่ที่ผู้เป็ยาย้าในมือแล้วนั่งลงที่พื้นข้างๆ ตามเดิม
“นี่จ้ะ”
“ขอบใจลูก” นมอิ่มรับกล่องจากมือหลานสาวมาถือไว้แล้วค่อยๆ เปิดออกดู
แหวนทองที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามเม็ดเล็กที่วาววับสว่างไสวั้แ่วันนั้นจนวันนี้ความงดงามนั้นก็ไม่ได้ลบเลือนลงไปเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามแสงเรืองรองที่ทอประกายนั้นกลับยิ่งเจิดจ้าสะท้อนให้ระลึกถึงคำพูดและย้ำเตือนถึงคำสัญญาในครั้งอดีตที่ยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจของผู้ที่เก็บรักษาเอาไว้ตลอดเวลา
“สวยจังเลยจ้ะยาย” หญิงสาวชะเง้อมองแล้วยิ้มอย่างชื่นชมแม้จะไม่ค่อยเข้าใจในการกระทำของผู้เป็ยายนักก็ตาม
“ป่าน... แหวนวงนี้มันเป็ของป่านนะลูก” นมอิ่มบอกเสียงเรียบๆพร้อมทั้งยื่นแหวนในมือให้กับหลานสาว
“หือ? ยายให้ป่านหรือจ๊ะ” สายป่านรับมาถือไว้อย่างงงๆเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ายายจะมีของแบบนี้ด้วย
“ไม่ใช่ของยายหรอก แต่เป็ของคุณผกา” ผู้เป็ยายเฉลยพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะหลานสาวเบาๆ
“อ้าว แล้วคุณท่านจะให้ป่านทำไมล่ะจ๊ะยาย”
“ป่านตั้งใจฟังนะลูก ยายจะบอกความจริงให้ฟัง...” นมอิ่มมีสีหน้ากังวลใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อไป
“คุณผกาเธอขอหมั้นหนูให้กับคุณภานุ”
“ห๊า! อะไรนะยาย” สายป่านย้อนถามอีกครั้งด้วยอาการใจนแทบสิ้นสติกับสิ่งที่ผู้เป็ยายบอกก่อนที่ใบหน้าของคุณผกามาศและภานุบุตรชายคนโตของท่านจะฉายชัดเข้ามาในห้วงความคิดอย่างฉับพลัน...เธอไม่เคยคิดถึงเื่พวกนี้เลยด้วยซ้ำและไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกคลุมถุงชนเหมือนเช่นหนุ่มสาวในยุคอดีต
“แหวนวงนี้เป็แหวนหมั้นของหนูกับคุณภานุนะลูก” ผู้าุโบอกอีกครั้งและยิ่งกังวลใจมากขึ้นเมื่อหลานสาวทำท่าจะร้องไห้มากกว่าจะตื่นเต้นดีใจ
“ไม่จริง... ไม่จริงใช่ไหมจ๊ะยาย” สายป่านนำแหวนใส่ลงไปในกล่องตามเดิมแล้วสวมกอดผู้เป็ยายเอาไว้แน่น
“มันเป็ความจริงลูก แล้วคุณภานุก็รู้ตัวเองมาโดยตลอดเพราะเขาเป็คนไปบอกกับคุณผกาด้วยตัวของเขาเอง ว่าเขารักชอบในตัวหนูมากแต่ตอนนั้นหนูยังเด็ก พวกเราก็เลยต้องเก็บเื่นี้เอาไว้ก่อน...แล้วคุณผกาก็มาจากไปในวันนั้นด้วย”
“ยายจ๋า... ฮือ ฮือ” หญิงสาวร่ำไห้ด้วยเสียงปนสะอื้น... ‘เธอไม่ได้นึกรักชอบในตัวภานุแบบนั้นเขาเป็ผู้ชายที่ดีและเพียบพร้อมอย่างไม่มีที่ติก็จริงแต่เธอรู้สึกกับเขาแค่พี่ชายเท่านั้น’ สายป่านคร่ำครวญอยู่ในใจก่อนที่ภาพใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอีกคนที่เธอหลงรักจะผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ...พี่วิน
“หนูยังไม่มีใครใช่ไหมลูก” ผู้าุโถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักเพราะอาการเศร้าโศกเสียใจของหลานสาวทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่าเธอจะมีคนรักหรือคนที่ชอบอยู่แล้ว
คำถามของผู้เป็ยายทำให้สายป่านคิดถึงผู้ชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในหัวใจของเธอมาตลอดแม้ว่าวันนี้เขาจะทำให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจมากแค่ไหนก็ตามไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยังรักเขาอยู่ดี... และเธอก็ตั้งใจจะเก็บความลับนี้ไว้ตลอดไปด้วย
“ยังไม่มีจ้ะยาย” สายป่านตอบเสียงแ่เบาแล้วก้มหน้าเพื่อหลบซ่อนความจริง
“แล้วหนูรังเกียจคุณภานุหรือเปล่า”
“ป่านไม่เคยคิดรังเกียจพี่นุเลยสักนิดแต่ป่านไม่ได้รู้สึกกับเขาแบบนั้นนะจ๊ะยายป่านรู้สึกว่าพี่นุเป็พี่ชายของป่านจริงๆ” ส่ายป่านอธิบายด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเสียใจและสับสน
“โธ่... หลานยาย... ยายเข้าใจป่านนะลูก แต่ยายก็จนปัญญาจริงๆ” ผู้เป็ยายถอนหายใจหนักๆ พร้อมทั้งกอดปลอบหลานสาวคนสวยเอาไว้แน่นนางจะทำอย่างไรต่อไปดี ในเมื่อตอนนี้นางรู้แล้วว่ามันเป็การบังคับฝืนใจกันอย่างที่นางเคยนึกกลัวจริงๆด้วย
“ยายจ๋า... ป่านขออยู่คนเดียวสักพักนะจ๊ะ” สายป่านค่อยๆผละออกจากอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้นช้าๆ แล้วขยับตัวลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่ายายไม่ได้คัดค้านอะไรเธอจึงก้าวออกไปจากตรงนี้แล้วเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไปเงียบๆโดยมีสายตาที่แฝงไปด้วยความรักและห่วงใยอย่างสุดขั้วหัวใจของผู้เป็ยายมองตามไปไม่ห่าง
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องของตัวเองแล้วร่างบางก็ทรุดลงกับพื้นทันทีอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างหนักตอนนี้เื่ราวต่างๆ มากมายสาดซัดเข้ามาจนเธอสับสนว้าวุ่นใจไปหมด
สายป่านนั่งกอดเข่าเหมือนใช้เป็ที่ยึดเกาะให้ตัวเองอบอุ่นก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างคนสิ้นหวังเพราะรู้ดีว่าหากผู้ใหญ่มีการพูดคุยตกลงกันไว้แบบนี้แล้วเธอคงหาทางปฏิเสธได้ยาก ที่สำคัญคำว่าบุญคุณมันค้ำคอจนเธอไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรคุณผกามาศท่านมีพระคุณกับเธอมากเหลือเกิน ทั้งให้การศึกษาและยังให้การอุปการะเลี้ยงดูให้ค่าใช้จ่ายกับเธอจนถึงทุกวันนี้แม้ท่านจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ภาระทุกอย่างก็ยังตกเป็ของภานุบุตรชายคนโตของท่านซึ่งเขาก็ดูแลเธอกับยายได้เป็อย่างดีมาโดยตลอด... ‘หรือเธอต้องแต่งงานกับเขาเพื่อทดแทนบุญคุณจริงๆ นะ’หญิงสาวนึกสะท้อนอยู่ในใจ
ก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายก็ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้งสายป่านนั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่นาวินทำกับเธอไม่ว่าจะเป็การกระทำที่ดูห่างเหินหมางเมินหรือคำพูดที่ดูถูกถากถางนั้นมันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนแล้วว่าเขาต้องรู้เื่การหมั้นของเธอกับภานุพี่ชายของเขาแล้วแน่ๆ
“ฮึ ตอนนี้ฉันคงต้องเป็ฝ่ายถามเธอมากกว่ามั้งว่าเธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ สายป่าน”
“อะไรอีกคะป่านไม่เข้าใจ... คุณนาวินหมายความว่ายังไงคะ”
“ฉันชักสับสนแล้วสิว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำเป็ไม่รู้หรือว่าตั้งใจจะหว่านเสน่ห์ให้ท่าฉันกันแน่”
โธ่เอ๊ยยัยป่าน... เขาคงคิดว่าเธอรู้เื่การหมั้นนี้แล้วและการที่เธอพยายามเข้าไปพูดคุยปรับความเข้าใจกับเขามันตีความหมายได้ว่าเธอหลอกล่อหว่านเสน่ห์ให้เขานี่เอง ช่างน่าอายจริงๆ
หญิงสาวค่อยๆขยับลุกขึ้นจากพื้น แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนแรง...เธอจะทำอย่างไรต่อไปดีหัวใจเ้ากรรมก็ดันไปรักผู้ชายที่ไม่ควรรักแถมตอนนี้เขาก็คงเกลียดเธอไปแล้วด้วยส่วนผู้ชายอีกคนที่เธอควรจะรัก เธอกลับรู้สึกกับเขาแค่พี่ชายสายป่านนอนคิดด้วยหัวใจที่ท้อแท้และสิ้นหวังจนเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว
ณคอนโดหรูใกล้สนามบินนานาชาติของเมืองหลวงภายในห้องพักของแอร์โฮสเตสสาวปรากฏเรือนร่างเปลืองเปล่าของคนสองคนบนเตียงกว้างที่กำลังบรรเลงเพลงรักอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนให้แก่กันเหมือนกับว่าอดอยากมานาน
ร่างบางของหญิงสาวที่คร่อมอยู่บนกลางกายของชายหนุ่มกำลังขยับสะโพกกลมกลึงบดขยี้เข้าใส่คนใต้ร่างอย่างไม่ลดละเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ดังระงมแข่งกันจนลั่นห้องไปหมดนาวินขยับยกสะโพกหนารับจังหวะการกดทับของหญิงสาวบนร่างด้วยแรงพิศวาสที่เร่าร้อนกว่าครั้งไหนๆก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็ฝ่ายพลิกตัวขึ้นมาเป็ผู้คุมเกมบ้าง
นาวินกระแทกกระทั้นส่งตัวเองเข้าใส่หญิงสาวอย่างบ้าคลั่งด้วยไฟโทสะยิ่งนึกถึงใบหน้าหวานๆของสายป่านที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำตาพร้อมกับคำว่าเกลียดเขานั้นมันยังดังก้องอยู่ในหัวไม่จางหายทำให้อารมณ์โกรธยิ่งพลุ่งพล่านลุกโชนมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัวร่างสูงเม้มปากขบกรามแน่นแล้วโจนจ้วงสาวสะโพกอย่างสุดแรงจนหญิงสาวรู้สึกเจ็บระบมไปทั้งตัวจำต้องเอ่ยปากประท้วง
“โอ๊ย! วิน เบาๆ สิคะ นีล่าเริ่มเจ็บแล้วนะคะ”
“จะให้ผมหยุดหรือเปล่าล่ะ” เสียงเข้มถามกลับไปตึงๆเขาเองก็ไม่ได้นึกพิศวาสอะไรเธอนักหนาหรอกแค่อยากระบายอารมณ์เท่านั้นจะให้หยุดเมื่อไรก็ได้
“ไม่ค่ะ ไม่ อย่าหยุดนะคะวิน นีล่าทนได้"นิลณีย์ละล่ำละลักออดอ้อนพร้อมทั้งกอดรัดคนบนร่างเอาไว้แน่นเพื่อยืนยันคำพูดการที่เขายอมมีอะไรกับเธอบ่อยๆ นั้นถือว่าเป็เื่ที่ดีแล้ว อย่างน้อยเธอจะได้มั่นใจว่าเขายังไม่เบื่อเธอหรือมีของใหม่ที่ดีกว่า
“งั้นก็อย่าพูดมาก”
สิ้นคำพูดนั้นนาวินก็เร่งสาวสะโพกกดลงไปหนักๆและรุนแรงยิ่งขึ้น จนร่างบางของนิลณีย์สั่นไหวไปทั้งตัวก่อนที่สองขาเรียวจะเกี่ยวกระหวัดรัดเอวสอบของเขาไว้แน่นแล้วแอ่นหยัดสะโพกผายสวนขึ้นตอบโต้กลับไปด้วยไฟราคะแห่งความปรารถนาที่ใกล้จะถึงจุดจบสาวสวยส่งเสียงครวญครางออกมาสลับกับสูดปากด้วยความหฤหรรษ์อย่างถึงที่สุด
“อะ... อื้อ... วินคะ ช่วยนีล่าด้วยค่ะ นีล่าไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวร้องบอกด้วยเสียงที่ขาดห้วงเหน็ดเหนื่อยระคนความเสียวซ่าน
“อีกนิดนะนีล่า มันใกล้จะจบแล้ว”
นาวินกัดฟันบอกด้วยเสียงที่เหนื่อยหอบไม่แพ้กันก่อนจะเพิ่มความเร็วของการขยับเข้าออกให้กระชั้นถี่ขึ้นและกดเน้นในทุกๆจังหวะเพื่อส่งตัวเองให้ลึกที่สุดเพียงไม่นานร่างบางก็กระตุกอย่างแรงจนโพรงเนื้อภายในของเธอบีบรัดลำกายของเขาเป็จังหวะหนักหน่วงจนชายหนุ่มรู้สึกวูบวาบเหมือนกระแสไฟฟ้าที่กำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่างจนเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
จู่ๆภาพใบหน้าหวานของหญิงสาวในดวงใจก็ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ‘สายป่าน’ นาวินเพ้อออกมาเบาๆแล้วเม้มริมฝีปากสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมทั้งเกร็งสะโพกกดตัวเองกระแทกย้ำเข้าไปในโพรงเนื้อที่ชุ่มฉ่ำของคนใต้ร่างด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีไม่นานร่างสูงก็กระตุกอย่างแรงพร้อมกับปลดปล่อยสายธารแห่งไฟราคะที่เกิดขึ้นจากความโมโหทั้งหมดออกมา
เมื่อกิจกรรมระบายความตึงเครียดของเขาจบสิ้นนาวินก็ขยับถอดถอนตัวตนออกมาจากหญิงสาวแล้วทิ้งกายลงนอนข้างๆ เธอชายหนุ่มยังคงหอบหายใจแรงๆด้วยความเหนื่อยล้าไม่ต่างจากหญิงสาวข้างกายที่กำลังสูดเอาอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็วแต่ภายในใจนั้นเริ่มคุกรุ่นด้วยไฟริษยา...เธอได้ยินชัดเจนเต็มสองหูว่าชายหนุ่มเอ่ยชื่อผู้หญิงที่เธอไม่รู้จักออกมาขณะที่เขากำลังปืนป่ายไปสรวง์กับเธอ‘สายป่าน... แกเป็ใคร!’
“วิน... หายเหนื่อยหรือยังคะ” นิลณีย์ส่งเสียงออดอ้อนแล้ววาดแขนเรียวพาดที่อกแกร่งของเขา
“ฮื้อ... อย่ากวนใจน่านีล่า” นาวินที่ยังนอนหลับตานิ่งบอกปัดด้วยเสียงหงุดหงิดน้อยๆแล้วสะบัดเรียวแขนเล็กๆ นั้นให้หลุดออกไปจากอกของเขา
อาการเฉยเมยไม่ไยดีของเขาทำให้นิลณีย์ถึงกับฉุนขาดร่างบางดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความโมโหสุดขีดพร้อมทั้งจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาวาวโรจน์
“นังนั่นมันเป็ใคร” เสียงขุ่นๆกระชากถามออกไปอย่างลืมตัว
“อะไรนีล่า... คุณหมายถึงใคร” ชายหนุ่มขมวดคิ้วครุ่นคิดแล้วลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันไปคว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่เตรียมไว้ข้างหัวเตียงมาพันรอบเอวอย่างลวกๆภายในใจนั้นรู้สึกกระวนกระวายและว้าวุ่นแปลกๆ
“ก็สายป่านอะไรนั่นน่ะ”
ทันทีที่ได้ยินชื่อของหญิงสาวที่อยู่ในใจของเขาตลอดเวลา นาวินถึงกลับใจหายวาบ
“คุณเอามาจากไหน” ใบหน้าหล่อเหลาหันขวับมองตาเขียว
“ก็เมื่อกี้คุณพูดชื่อมันออกมาไงคะ” นิลณีย์ฮึดฮัดย้อนถามอย่างเอาเื่
“อย่าไร้สาระน่านีล่า คุณหูฝาดหรือเปล่า”
ชายหนุ่มหลับหูหลับตาบอกปฏิเสธแบบปัดๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาเผลอหลุดปากเอ่ยชื่อสายป่านออกไปโดยไม่ทันระวังตัว...เขาไม่อยากให้เธอเดือดร้อน เพราะถ้านิลณีย์รู้ว่าเธอเป็ใครมีหวังได้อยู่ไม่เป็สุขแน่
“ไม่ค่ะวิน นีล่าไม่ได้หูฝาด และนีล่าก็ได้ยินชัดเจนด้วย...บอกมานะว่ามันเป็ใคร”
เ้าของร่างบางที่มีเพียงผ้าห่มผืนหนาห่อหุ้มกายเอาไว้หลวมๆยื่นมือไปดึงแขนของชายหนุ่มให้หันมาเผชิญหน้ากับเธอเพื่อจับพิรุธและนั่นทำให้นาวินรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่เธอคาดคั้นเหมือนเขาทำอะไรผิดนักหนา
“นีล่า! คุณไม่มีสิทธิ์จะมาจุ้นจ้านถามโน่นถามนี่ผมนะคุณลืมไปแล้วเหรอก่อนที่เราจะคบกันเราสัญญากันไว้ว่าอะไร” นาวินตะคอกเสียงกร้าวพร้อมทั้งจ้องหน้าเธอกลับไป...มันเป็ความจริงที่เราสองคนได้ตกลงกันไว้แล้วว่าเราจะคบกันที่ความพอใจไม่ใช่คู่รักดังนั้น เราทั้งคู่จะไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของกันและกันซึ่งนิลณีย์ก็เข้าใจและทำได้ดีมาโดยตลอด เขาจึงคบกับเธอได้นานกว่าใครที่เคยผ่านมา
“แต่...” เสียงคัดค้านของแอร์โฮสเตสสาวเริ่มอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มทวงถามถึงคำสัญญาที่เคยตกลงกันไว้แต่ยังไม่ทันจะได้พูดต่อ เสียงเข้มของเขาก็ขัดขึ้นมาก่อน
“ถ้าขืนคุณยังทำตัวงี่เง่าอีกละก็ ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก” สิ้นคำพูดนั้น นาวินก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันทีอย่างไม่อิดออด
นิลณีย์กัดริมฝีปากของตัวเองแน่นเพื่อสกัดกั้นความโกรธนิ้วเรียวเล็กจิกลงกับผ้าห่มผืนหนาเหมือนจะใช้เป็ที่ระบายเธอพ่ายแพ้ทุกทีเวลาที่เขายกสัญญามาอ้าง ทั้งๆที่ใครต่อใครต่างก็รู้กันทั่วว่าเธอกับเขาเป็แฟนกันไม่ใช่เพื่อนกินเพื่อนนอนธรรมดา และเขาก็ไม่เคยนอกกายเธอสักครั้ง... เธอมั่นใจเพราะทุกครั้งที่เขา้าไม่ว่าจะเป็ที่ไหนหรือเมื่อไรเธอก็ให้เขาได้เสมอและไม่เคยขัดใจเขาเลย‘ฮึถ้าไม่ติดว่าเป็ทายาทอันดับสองของสายการบินั์ใหญ่ละก็ แค่หล่อๆ ล่ำๆ แบบนี้เธอจะหาที่ไหนก็ได้และอีกอย่างเธอ้าใช้เขาเป็สะพานเพื่อพาเธอไปพบคุณภานุพี่ชายของเขา ที่ใครๆต่างก็ร่ำลือกันนักหนาว่าเขาทั้งหล่อ ทั้งภูมิฐานและสง่างามราวเทพบุตรซึ่งตอนนี้เป้าหมายของเธอเริ่มเบี่ยงเบนซะแล้ว’ หญิงสาวยิ้มร้ายให้กับความคิดและแผนการที่ชาญฉลาดของตัวเอง
เมื่อเสียงประตูห้องน้ำดังขึ้นเธอมองไปยังชายหนุ่มที่ก้าวออกมาอย่างเคลิบเคลิ้มเขาเพียบพร้อมเหมือนดั่งเ้าชายจริงๆร่างสูงที่เต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามน่าหลงใหลชวนมองส่วนใบหน้านั้นก็หล่อเหลาคมเข้มอย่างไม่มีที่ติ ไม่ว่าจะผ่านไปทางไหนใครๆ ต่างก็หันมองกันจนเหลียวหลัง
“คุณจะไปไหนคะวิน” นิลณีย์เอ่ยถามเสียงอ่อนเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังหยิบเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาสวมใส่
“กลับบ้าน” นาวินตอบเสียงราบเรียบไม่แสดงอาการโหยหาใดๆ ออกมาทั้งสิ้น
เมื่อได้ยินดังนั้นร่างบางจึงรีบคว้าผ้าขนหนูมาพันรอบกายก่อนจะดิ่งเข้าไปสวมกอดชายหนุ่มแล้วซุกซบใบหน้าสวยกับแผ่นหลังของเขา
“นีล่าขอโทษนะคะวินที่เมื่อกี้ทำตัวงี่เง่า... คุณจะไม่ค้างกับนีล่าจริงๆเหรอคะ นีล่าคิดถึงคุณนะคะวิน”
“ไม่ละ ผมจะรีบไปดูคริสน่ะ ป่านนี้คงตื่นแล้ว” นาวินปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิดนานและเขาก็กำลังนึกเป็ห่วงคริสโตเฟอร์เพื่อนรักที่ตอนนี้ฝ่ายนั้นมาพักอยู่ที่คอนโดของเขาั้แ่เมื่อคืนแล้ว
“วินโกรธนีล่าเหรอคะ”
“ผมไม่มีอะไรต้องโกรธคุณนี่ นีล่า”
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว...เขาแค่คิดถึงหญิงสาวอีกคนจนหัวใจมันร้อนรุ่มอยู่ไม่เป็สุขต่างหากล่ะ
“งั้นคืนนี้คุณมารับนีล่าออกไปทานข้าวด้วยนะคะ” นิลณีย์พยายามออดอ้อน
“ไม่ได้หรอก วันนี้คุณหากินเองไปก่อนก็แล้วกัน แล้ววันหลังผมจะมารับ”ร่างสูงหันมาพูดเรียบๆ แล้วขยับตัวออกจากวงแขนเล็กๆของเธออย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินไปที่หัวเตียงเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์มาใส่ไว้ในเสื้อคลุมจากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่ประตูโดยไม่ได้หันกลับมามองเ้าของห้องเลยสักนิด
เมื่อชายหนุ่มออกไปจากห้องแล้วนิลณีย์ถึงกลับกรีดร้องและอาละวาดขว้างปาข้าวของอย่างบ้าคลั่งเธอรู้สึกไม่พอใจกับคำตอบและอาการที่ดูเฉยเมยไร้เยื่อใยของเขาแต่ก็ต้องอดทนพยายามสะกดกลั้นเอาไว้อย่างสุดกำลัง เพราะเธอยังต้องพึ่งพาเขาอีกเยอะไม่ว่าจะเป็หน้าที่การงานหรือชื่อเสียงเงินทองอย่างน้อยแค่อ้างชื่อเขาเพื่อนร่วมงานทุกคนก็ไม่มีใครกล้าหือกับเธอที่สำคัญเวลาไปไหนมาไหนด้วยเธอก็ไม่ต้องควักกระเป๋าแม้แต่สตางค์แดงเดียวแถมเขายังใจป้ำจับจ่ายซื้อของให้เธอไม่อั้นอีกด้วย ‘คนน้องยังรวยฟุ่มเฟือยขนาดนี้แล้วคนพี่ล่ะจะขนาดไหน ชักอยากเจอเร็วๆ แล้วสิ’ แอร์โฮสเตสสาววาดฝันด้วยรอยยิ้มเหยียดหยันอย่างมั่นใจไม่พี่ก็น้องหละที่เธอจะต้องได้มา
.......................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^