ล้ำเส้นที่ 7
|
(เหตุเกิดในห้องนอน) NC
“พ..พวกเดียวกับที่ใช้ให้หนูไปขโมยของที่บ้านของพี่ กลุ่มเพื่อนที่มหาลัยน่ะค่ะ หนูคิดว่าพวกเธอคงไม่ชอบขี้หน้าหนูเท่าไหร่”
“นี่เธออยากตายมากใช่ไหม!”
“ค่ะ..คะ? มะ ไม่ค่ะพี่ไทม์”
ปลายดาวลุกขึ้นมานั่งอธิบายให้กับคนหัวเสียที่นั่งอยู่ปลายเตียง เธอทำอะไรแทบไม่ถูกเลย จู่ๆเขาก็โผล่เข้ามาในสถานการณ์แบบนี้ แถมยังมาทำตัวน่ากลัวต่อหน้าเธออีก
“ถ้าไม่อยากตายแล้วทำไมถึงไม่บอกฉัน ห๊ะ! ก่อนหน้านี้เธอมีโอกาสบอกฉันตั้งหลายครั้ง ทำไมเธอถึงจะที่จะเงียบ” พันไทม์พยายามคุมอารมณ์ของตัวเองพร้อมกับจ้องมองเธอเขม็ง
ดวงตาคมกริบราวกับกำลังจะบาดใจเธอออกเป็ชิ้นๆ ใบหน้าของเขาในตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่ากลุ่มที่คอยกลั่นแกล้งเธอหลายเท่า นี่สินะที่เขาเรียกกันว่า หล่อสังหาร..
“ใครจะไปกล้าบอกล่ะคะ เื่นี้มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่ ฮะฮึก..มันคือเื่ของหนูกับคนที่มหาลัย มันก็ถูกต้องแล้วนี่คะที่หนูต้องทำงานใช้หนี้ให้พี่ เพราะเพชรที่หนูเอาไปให้พวกนั้นก็เป็ของพี่”
“แปลว่าพวกมันขู่เธองั้นเหรอ มันขู่เธอว่าอะไร”
“ป..เปล่าค่ะ”
“เื่ยายของเธอ”
กึก
“เหตุผลเดียวกันกับที่เธอยอมฉัน.. ใช่ไหม?”
พันไทม์รู้ดีว่ายายคือสิ่งเดียวที่เธอหวงแหนและคอยปกป้องมากยิ่งกว่าสิ่งใด เขาจ้องมองลึกลงไปั์ตาคู่นั้นจนเห็นถึงจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ เช่นเดียวกันกับที่เขาก็มีจุดอ่อนคือน้องชาย
“ฮ..ฮึ่ก..” ปลายดาวไม่ได้ตอบอะไรยกเว้นเพียงก้มหน้าลงพร้อมกับปลดปล่อยเสียงสะอื้นออกมา นั่นจึงเป็คำตอบแล้วว่าสิ่งที่พันไทม์ถามคือเื่จริง
แต่แล้วคนที่กัดฟันตัวเองแน่นจนเป็สันนูนนั่งแน่นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว มือหนานั้นเชยปลายคางให้เงยขึ้นมาสบสายตากับเขา ริมฝีปากสวยจึงโน้มลงไปมอบจูบอันแสนอ่อนโยน นั่นจึงทำให้หญิงสาวที่นั่งตัวแข็งทื่อเบิกตาโพลงอยู่อย่างนั้น
นี่เขาจูบเธอ..
พันไทม์สอดแทรกริมฝีปากของเขาเข้ามาอย่างช่ำชอง เขาค่อยๆััราวกับปลอบประโลมเธอในทางอ้อม มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนไปลูบหัวของเธออย่างแ่เบา ปลายดาวหลับตาปี๋ในอ้อมอกแกร่งนั้นโดยที่หัวใจของเธอเต้นระส่ำไม่เป็จังหวะ
“พ่อหนุ่มเอ้ยยยยยยย!! ปลายดาวมันตื่นหรือยังน่ะลูกเอ้ย หายเข้าไปนานจังเลย”
เป็จังหวะเดียวกันกับที่เสียงของยายเฉื่อยดังแว่วออกมาจากด้านนอก นั่นจึงทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงผละออกจากเขาด้วยความใ ปลายดาวรีบหลบหลีกแววตาคมด้วยความประหม่า หน้าเธอแดงก่ำ แถมเนื้อตัวเธอยังสั่นเทา
“รออยู่นี่ เดี๋ยวฉันมาทำแผลให้”
“อ..เอ่อพี่พันไทม์คะ ไม่ต้อง”
“อย่าดื้อ”
“…..”
“ถ้าเธอดื้อฉันจะทำแบบวันแรกที่เราเจอกัน เอาไหม”
“มะไม่เอาค่ะ หนูไม่ดื้อแล้ว”
ปลายดาวรีบปฏิเสธด้วยสีหน้าจำยอม เธอส่ายหน้าไปมาราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา นั่นจึงทำให้คนที่เพิ่งลุกขึ้นออกจากเตียงกระตุกยิ้มบาง เขายื่นมือไปลูบหัวของเธออีกครั้งอย่างเอ็นดู มันคือการกระทำที่เธอแปลกใจไม่น้อย เพราะพันไทม์ไม่เคยทำแบบนี้กับเธอเลยสักครั้ง
การกระทำที่อ่อนหวานไม่แข็งกระด้างเหมือนเคยๆ เพราะแววตาอ่อนโยนครั้งแรกที่เธอเห็นคือตอนที่น้ำหวานโผล่เข้ามา ผู้หญิงคนนั้นเป็คนเดียวที่ได้เห็นมุมนี้ และเธอก็อาจจะเคยเห็นอีกหลายๆมุมที่ปลายดาวไม่เคยได้ัั
“ฮัลโหลไอเคน มึงจะแวะผ่านซอยมหาลัยไหม”
(เออ ตอนนี้กูอยู่อาซีเอเนี่ย อยู่กับไอโฮชิ มึงจะเอาอะไร)
“ช่วยซื้ออุปกรณ์ทำแผลมาให้กูหน่อย ด่วนเลยนะ เดี๋ยวกูส่งโลเคชั่นให้ในไลน์”
(เชี้ย! มีใครเป็ไรวะ มึงเป็ไรป๊ะเนี่ย)
“เออ ไว้กูค่อยเล่าให้ฟัง แค่นี้นะ”
พันไทม์พูดจบก็ตัดสายเพื่อนซี้ไปอย่างรวดเร็ว เขาลอบถอนหายใจออกมาพลางเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ตรงสวนหน้าบ้านก็กลับเข้ามาข้างใน
“พันไทม์ลูกเอ้ยยย ดึกดื่นแล้ว ไม่กลับบ้านกลับช่องไปนอนก่อนล่ะลูก เดี๋ยวเื่ไอ้เ้าปลายดาวน่ะยายจะดูแลมันเอง”
“ไม่เป็ไรหรอกครับยาย ผมวานให้เพื่อนซื้อเจลลดไข้มาแล้ว เดี๋ยวผมจัดการเองครับ” เขาโกหกออกไปแบบนั้นตามที่เด็กสาวขอร้องไว้
“เอางั้นเรอะ เฮอะๆ ตามใจแล้วกันพ่อหนุ่ม”
ยายเฉื่อยที่อาบน้ำปะแป้งเตรียมนอนยืนพยักหน้าอยู่กลางบ้าน เธอเตรียมตัวจะเดินไปที่ห้องครัวแต่ก็มีเสียงของพันไทม์เรียกไว้เสียก่อน
“คุณยายครับ คุณยาย..ช่วยเล่าเื่ของปลายดาวให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ”
“หื้ม เื่ของปลายดาว”
“ผมอยากรู้จักเธอให้มากขึ้นน่ะครับ”
“…..”
คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยนาบี
ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยและบนตึกคณะที่มีนักศึกษากลุ่มใหญ่กำลังทำโครงงานวิจัยกันอยู่ คณะสัตวแพทย์นี้ถือว่าเป็คณะที่เรียนหนักมาก บ่อยครั้งที่เรียลจะกลับบ้านดึกหรือนอนค้างบ้านเพื่อน แต่ใจของเขารักในการเรียนจนถึงขนาดยอมทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อศึกษามัน
“ข่าวแม่งแพร่ไปเร็วฉิบหาย เฮ้อ.. กูว่ากลับบ้านอีกทีแม่งแฟนคลับพี่เจไนท์ดักรออยู่หน้าบ้านกันตรึมแน่ๆ”
“มึงใจเย็นก่อนดิวะ กูว่ามันไม่แย่ขนาดนั้นหรอก บ้านมึงก็มีรั้วไอสัส ถ้าแฟนคลับพี่ชายมึงปีนรั้วมาก็ค่อยว่ากัน” ผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่กำลังยืนผ่าชิ้นส่วนกบพูดพลางชำเลืองมามองทางเพื่อนรักแวบหนึ่ง
“เออกูรู้น่า กูก็แค่กังวลไปล่วงหน้าเฉยๆ” เรียลในชุดนักศึกษาชายใส่ชุดคลุมแพทย์เอ่ยด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
ครืดดดดดดดด~
เป็จังหวะเดียวกันกับที่โทรศัพท์บนโต๊ะใหญ่ภายในห้องวิจัยสั่นไหว เรียลจึงเอื้อมไปหยิบมันมากดรับเพราะรู้ว่าต้องเป็เบอร์ของคนส่งอาหารแน่ๆ และมันก็เป็ไปตามคาด หนุ่มตี๋หน้าหวานพยักหน้าตอบรับปลายสายก่อนจะวางหูและหันไปบอกเพื่อน
“เฮ้ย งั้นพวกมึงผ่ากบกันไปก่อนนะ เดี๋ยวกูลงไปเอาข้าวให้”
“โอเคๆ ฝากด้วยนะไอเรียล!”
“ให้กูลงไปเป็เพื่อนไหม ข้างล่างมืดนะ ไม่กลัวผีเหรอวะ” เพื่อนชายอีกคนเอ่ย
“ผีบ้านแม่มึงดิ!! ไม่กลัวเว้ย ไปละ”
เรียลทิ้งท้ายกับเพื่อนชายประมาณห้าหกคนที่วุ่นวายกับงานวิจัยอยู่ในห้อง เขาทำใจดีสู้เสือและรีบบึ่งลงมาด้านล่างตึกอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางมันก็มีแต่ความหลอนปกคลุมอยู่เต็มไปหมด ทั้งลิฟต์ที่ค่อนข้างเก่าพอสมควร ไฟด้านนอกที่มันปิดจนมืดมิด มีแค่ไฟสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาเพียงริบหรี่
“เฮ้อ.. แม่งไปส่งที่ไหนวะเนี่ย หรือว่าไปส่งผิดตึกวะ” เ้าตัวบ่นพึมพำก็รีบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดเบอร์โทรหาไรเดอร์ส่งอาหาร
ข้างล่างคณะที่เป็ลานกว้างทอดยาวไปจนสุดสายตา มันน่ากลัวยิ่งกว่าหนังสยองขวัญเสียอีก เรียลที่หลอกตัวเองมาตลอดว่าไม่กลัว ในตอนนี้ตัวเขาเริ่มสั่นเทาเพราะความเยือกเย็นที่เริ่มตกกระทบกับผิว
แต่ทว่า..
ตึกๆๆๆ!!! แฮ่กๆๆ!!
เสียงฝีเท้าดังๆพร้อมกับเสียงหอบหายใจอันถี่รัวอย่างแรงพุ่งตรงเข้ามาหาชายหนุ่มที่ยืนตัวแข็งทื่อ มันคือหญิงสาวผมยาวที่วิ่งหนีอะไรบางอย่างมาท่ามกลางความมืดมิด ทั้งเธอและเขาใกันทั้งคู่ อีกฝ่ายก็คิดว่าผีนักศึกษาชายของคณะนี้ ส่วนอีกฝ่ายก็คิดว่าเป็ผีหญิงสาวที่พวกเพื่อนเคยเล่ากรอกหู
เฮือก!!
แต่พอวิ่งเข้ามาใกล้ๆกับผู้ชายที่ยืนประจันหน้ากับเธออยู่ แสงไฟด้านนอกที่มันสาดส่องก็เผยให้เห็นใบหน้าของเรียลอย่างชัดเจน เธอจึงโล่งใจไปเกินครึ่งว่าผู้ชายคนนี้เป็คน แถมยังเป็นักศึกษาที่หน้าตาหล่อสะท้อนความมืดสุดๆ
“น..นายเป็คนเหรอ!” หญิงสาวที่วิ่งเข้ามาประชิดตัวเอ่ยถามด้วยความร้อนรนใจ
“ก็เอออะดิ แล้วนี่เธอ”
“มากับฉัน!”
พูดจบเธอก็รีบกระชากแขนล่ำของเรียลให้วิ่งตามเธอเข้าไปในตึกโดยไม่รีรอ เธอพาหนุ่มหล่อวิ่งไปโดยไม่คิดชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าเรียลก็ทั้งอึ้งทั้งทึ่งในเวลาเดียวกันก็อ้าปากเหวอตามไปโดยไม่ขัดขืน ในตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้หญิงตรงหน้าคือผีหรือคน?
“เฮ้ย! นังนั่นมันไปทางไหนวะ!”
“หรือว่าทางนั้นวะ ตึกนี้เหมือนไม่มีใครอยู่เลย มันปิดอยู่ด้วย”
“เออ ตึกนั้นสว่าง มันอาจจะไปขอความช่วยเหลือที่นั่น”
เสียงของเหล่าพวกผู้ชายแปลกหน้าพูดคุยกันอยู่หน้าตึกเสียงดังสักพัก ไม่นานนักเสียงฝีเท้านั้นก็ได้ไกลออกไป เป็ทางหญิงสาวผมยาวกับเรียลที่ยืนแอบฟังอยู่ตรงมุมกำแพงข้างใน เธอยังไม่อยากชะล่าใจที่จะวิ่งหนีออกไปที่ตึกอื่นเพราะอาจจะโดนจับได้
“นี่เธอพาฉันวิ่งตามมาด้วยทำมะเขืออะไรวะเนี่ย” เรียลหันไปถามสาวแปลกด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
ใบหน้าของเธอสะสวยจนเรียลแทบหยุดมองไม่ได้ ผมยาวถึงกลางหลัง แต่ทุกอย่างก็อยู่ในสภาพมอมแมม เรียลที่ไม่ค่อยไว้ใจใครง่ายๆจึงมองเธอในแง่ร้ายไว้ก่อน
“ก็ถ้าฉันปล่อยให้นายยืนอยู่ตรงนั้น นายก็จะบอกว่าฉันหนีมาอยู่ตรงนี้ไง”
“เฮ้ย เดี๋ยวดิ” เรียลเอ่ยในขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไปข้างนอกเมื่อรู้สึกว่าปลอดภัยแล้ว
“ชื่อไรอะ”
“ฮันนี่”
คนสวยในสภาพไร้บ้านเอ่ยพลางหันมามองหนุ่มหล่อที่ยืนขมวดคิ้วครุ่น ฮันนี่.. ทำไมชื่อเพราะจังวะ สวยก็สวย แต่แม่งวิ่งหนีกลุ่มผู้ชาย ดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เลย
“เธอเป็ใคร เรียนคณะไหน แล้วเมื่อกี๊เธอวิ่งหนีใครมา”
“ไม่ต้องรู้หรอก”
“เฮ้ย ฉันถามดีๆนะ”
“หึ ถามไปก็เท่านั้นแหละ ฉันกับนายคงไม่ได้เจอกันอีกหรอก”
22:00
‘ปลายดาวน่ะน่าสงสารมาั้แ่เด็กๆแล้ว พ่อแม่ก็แยกทางกันั้แ่ยังไม่รู้ประสีประสา แถมแม่ก็เอาพ่อเลี้ยงเข้ามาอยู่ในบ้าน เฮ้อ.. ไอ้พ่อเลี้ยงชั่วนั่นก็มาลวนลามปลายดาวมันอีก’
‘ว่าไงนะครับ!’
‘ปลายดาวมันยังไม่เล่าให้ฟังใช่ไหม ฮื้ม..หลานยายน่ะมันคงไม่เล่าให้พ่อหนุ่มฟังหรอก มันเป็เื่ในอดีตที่ปลายดาวเองก็อยากลืมๆมันไป แต่ยังโชคดีที่ไอชั่วนั่นยังไม่ได้ทำอะไรนะ แม่ของปลายดาวมันมาเห็นก่อน’
‘แล้วแม่ของเธอ..’
‘ก็ฆ่าไอชาติชั่วนั่นไง แม่ปลายดาวยิงตัวเองตายตามไปด้วย’
คำอธิบายของยายเฉื่อยทำให้พันไทม์ที่เพิ่งรู้ความจริงถึงกับซึมไป เขานั่งคุยกับหญิงชราอยู่นานสองนาน และเขาก็ได้รู้เื่ราวอันปวดร้าวในอดีตของปลายดาว สุดท้ายแล้วพันไทม์จึงบอกกับยายเฉื่อยว่าจะอยู่ดูแลเด็กสาวเอง ด้วยความที่ไว้วางใจหญิงชราก็เลยกลับเข้าไปนอนในห้อง
‘งั้นก็ฝากด้วยนะพันไทม์ ยายเองก็ไม่ได้ดูแลปลายดาวตลอดเวลา บางทีหลานยายก็พยายามเข้มแข็งให้ยายสบายใจ พันไทม์..ช่วยใจดีกับหลานยายหน่อยนะลูกนะ’
ทุกประโยคและน้ำเสียงอ้อนวอนยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา ั์ตาสองสีที่จ้องมองแผลข้างริมฝีปากขบกรามตัวเองแน่น มือหนานั้นพยายามทายาลงบนแผลให้เธออย่างเบามือมากที่สุด ปลายดาวนั่งหอบหายใจถี่รัวอยู่บนเตียง เธอหลีกหนีความรู้สึกของตัวเองไม่พ้นอีกต่อไปแล้ว
“พี่ไม่เห็นต้องมาดูแลหนูแบบนี้เลย ผ..แผลนี่ ไม่เป็อะไรหรอกค่ะ”
“เธอหิวไหม”
“คะ..?” ปลายดาวเบิกตาโพลงเล็กน้อยกับคำถามของคนที่นั่งอยู่บนเตียงเดียวกันกับเธอ ในตอนนี้ใบหน้าของเขายังใกล้ชิดเธอจนได้ยินเสียงหายใจอีก
“หนูไม่หิวหรอกค่ะ เอ่อ ตอนเย็นหนูกิน”
“แต่ฉันหิว”
“…..”
ปลายดาวชะงักไปทันควันกับเสียงทุ้มอันแหบพร่าเมื่อชั่วครู่ มันไม่ดีต่อใจของเธอเอาเสียเลย เพราะในตอนนี้หนุ่มใหญ่ร่างล่ำกำลังละสายตาจากแผลมุมปากเลื่อนขึ้นมาจ้องมองเธอ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนมาเอาผมทัดหูของเธอเบาๆ
คำว่าหิวของเขานั้น..มันไม่ได้หมายถึงอาหารเลยสักนิด
“พ..พี่ไทม์ คะ อุ๊บ!”
น้ำเสียงของเธอกลืนหายไปในลำคอ ในหัวสมองนั้นมันอื้อไปหมดเพราะความใ เมื่อริมฝีปากของผู้ชายตรงหน้าถาโถมเข้ามาโดยทันไม่ทันได้ตั้งตัว
“อะอื๊ออ..” เธอขัดขืนอยู่เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น สองมือหนาของเธอที่เคยพยายามดันร่างของพันไทม์ออกก็หยุดการกระทำ
ปลายลิ้นร้อนของเขาสอดแทรกเข้ามาด้านในจนทำให้เธอขนลุกซู่ไปหมด เธอหลับตาแน่นพร้อมทั้งปลดปล่อยทุกความรู้สึกออกมา ภาพความเ็ปในอดีตของเธอผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน ในตอนนี้..มันกำลังจะพลันหายไปเพราะััอันเร่าร้อนของเขา
“ให้ฉันช่วยเธอนะ”
“อ..อะไรนะคะ”
“ฉันรู้ว่าเธอกลัวเซ็กส์.. กลัวการมีอะไรกับผู้ชาย” พันไทม์กัดฟันตัวเองแน่นโดยที่เขาผลักร่างของเธอโน้มลงไปกับเตียง
เขาจัดการถอดเสื้อยืดของตัวเองออกก่อนจะเขวี้ยงมันทิ้งไปบนพื้นห้อง ก่อนที่ทั้งสองมือหนาจะปลดกระดุมเสื้อนักศึกษา เขาทำทุกอย่างช่ำชองจนคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวนอนตัวแข็งทื่อ ปลายดาวลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยหัวใจที่สั่นไหว แปลว่าเขารู้เื่ทั้งหมดแล้ว เื่ที่เธอไม่เคยมีอะไรกับใคร
เธอไม่ได้ขัดขืน เธอไม่ได้หวาดกลัว แต่เธอแค่..ไม่ไว้ใจตัวเองต่างหาก