ไตรภพถีบชายฉกรรจ์ที่พุ่งเข้ามาหายงศิลป์ด้านข้างทั้งยังตวัดเท้าไปเตะปากชายฉกรรจ์อีกคนด้านซ้ายจนล้มขมำฟาดไปที่พื้นบรรยากาศรอบข้างกลายเป็นิ่งเงียบด้วยความตกตะลึง
“แกเป็ใครวะ มายุ่งอะไรด้วย”
ชยุตพลถลึงตามองไตรภพด้วยอารมณ์หลากหลายทั้งโกรธที่ไตรภพเข้ามาขัดจังหวะทั้งหวาดกลัวที่ไตรภพสามารถจัดการกับผู้ติดตามของมันได้จากการถีบแค่สองครั้ง
ทหารที่ติดตามมันทั้งสามคนนั้นเป็ทหารระดับชั้นสัญญาบัตรดำรงยศร้อยโททั้งสามคนจัดเป็ทหารที่มีฝีมือในกองทัพของจังหวัด ไม่ว่ามันจะไปก่อเื่ที่ใดก็ตามล้วนสามารถจัดการปัญหาได้ทุกครั้งแต่ครั้งนี้ดูเหมือนมันจะเจอสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นแล้ว
“ฉันเป็เพื่อนกับพี่ยงศิลป์แกคิดจะทำร้ายเพื่อนฉัน ทำไมฉันจะยุ่งไม่ได้”
ไตรภพกล่าวตอบชยุตพลชายหนุ่มนั่งลงที่โซฟาจิบไวน์แดงอย่างไม่รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์ก่อนหน้าคล้ายกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านของตนเอง
“น้องชาย นายไม่น่ามายุ่งเื่ของฉันเลยฉันกลัวนายถูกลูกหลงไปด้วย”
ยงศิลป์เอ่ยเบา ๆ อย่างถอนหายใจมันและไตรภพพึ่งรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมง แม้จะคุยกันสนุกสนานอย่างถูกคอ แต่ปัญหาตรงหน้าไม่ใช่เื่ง่ายๆ ที่จะสามารถเคลียร์ได้ โดยเฉพาะภูมิหลังของชยุตพล
“ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ”
ไตรภพกล่าวเสียงเรียบนิ่งทั้งยังรินไวน์แดงใส่แก้วของยงศิลป์อีกต่างหากบรรยากาศรอบข้างดูคุกกรุ่นเป็อย่างยิ่ง อารมณ์ของชยุตพลพร้อมที่จะประทุได้ตลอดเวลา
“ยิงมัน ฉันรับผิดชอบเอง”
ว้ายยยยยยยยย
เฮ้ยยยยยย
หลังจากได้ยินคำสั่งผู้คนในร้านรีบออกนอกร้านทันที รวมถึงบรรดาพนักงาน และบอดี้กาดของร้านด้วยจนถึงตอนนี้มีแค่ไตรภพ ยงศิลป์ ชยุตพล และทหารติดตามเท่านั้น
“กราบตีนฉัน แล้วฉันจะไม่ฆ่าแก”
กระบอกปืนของหทารติดตามอีกคนหนึ่งชี้ไปทางไตรภพชายหนุ่มที่กำลังกินไวน์อย่างไม่สนใจอะไรมันเองก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มเอาความกล้ามาจากไหน ทั้ง ๆ ที่ปืนจ่ออยู่ตรงหน้าขนาดนี้
“จะยิงก็ยิงฉัน อย่ายิงเขา เขาไม่รู้เื่อะไร”
ยงศิลป์ะโไปทางชยุตพล มันเองคงรู้สึกผิดมากหากไตรภพต้องมาตายในร้านแห่งนี้ทั้ง ๆ ที่เื่ราวทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับไตรภพแม้แต่น้อย
“ขอร้อง ? กราบตีนฉันแล้วเลียไปที่ร้องเท้าฉันให้สะอาดฉันอาจจะเมตตาพวกแกบ้างก็ได้”
ชยุตพลกล่าวเยาะเย้ยศัตรูหัวใจตรงหน้าความอับอายจากภรรยาที่เพิ่งแต่งงานรวมถึงการถูกหลอกลวงส่งผลให้ในตอนนี้อารมณ์ของชยุตพลเริ่มที่จะไม่ปกติแล้ว
คำว่า ‘อารมณ์ไม่ปกติ’ ของชยุตพลนั้นเดิมทีชยุตพลมีอารมณ์ร้อน ทำตัวเหลวแหลก ยุ่งกับอบายมุขทุกประเภทอยู่แล้ว แต่จะมีครั้งหนึ่งที่ชยุตพลฟิวส์ขาดถึงขั้นบุกไปยิงแฟนเก่าคาคอนโด เนื่องจากจับได้ว่าเธอคบซ้อนอยู่กับเพื่อนในมหาลัยทั้งยังอุ้มชู้รักของเธอจากหน้ามหาวิทยาลัยหายสาปสูญจนกระทั่งปัจจุบันนี้
เื่นี้จบลงที่ตำรวจลงบันทึกคดีว่าเป็การยิงตัวตายของหญิงสาวส่วนชายหนุ่มนักศึกษาที่ถูกอุ้มหายไป ตำรวจไม่สามารถตามตัวได้
เื่นี้ทำให้ผู้คนในเมืองตะลึงโดยเฉพาะบรรดาผู้ใกล้ชิดและเกี่ยวข้องกับชยุตพล ที่ไม่กล้าแม้แต่จะขัดใจชายหนุ่มทุกคนต่างรู้ดีว่าเื่นี้พ่อของชยุตพลอยู่เื้ัเหตุการณ์ต่าง ๆ
“ชยุตพล จะยิง ก็ยิงฉันคนเดียวสิวะจะลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวทำไม”
“แกยังไม่เลียรองเท้าฉันเลย”
“ได้ ฉันจะทำ”
ยงศิลป์มีใบหน้าปั้นยาก เดินไปหน้าชยุตพลคุกเข่าลง ยงศิลป์ทำใจอยู่หลายวินาที ก่อนที่จะค่อย ๆ ก้มลงบริเวณเท้าของชยุตพลซึ่งชยุตพลแสยะยิ้มอย่างสะใจ
เพล้ง
โอย
แก้วไวน์จากโต๊ะของไตรภพถูกไปยังศีรษะของทหารติดตามที่ถูกปืนอยู่มันครวญครางจับไปตรงศีรษะ พบเืไหลออกมา ทั้งยังมีเศษแก้วหล่นอยู่เส้นผม
เปรี้ยง
ไตรภพเตะมืออีกข้างของทหารที่ตามซึ่งยังคงกุมปืนอยู่จนปืนกระเด็นออกไปหลายเมตร หลังจากนั้นชายหนุ่มได้หันขวับไปมองชยุตพลที่อ้าปากค้างตรงหน้า
“แกรู้ไหมฉันเป็ใคร”
“ไม่รู้ และไม่อยากรู้”
เพี๊ยะ
ไตรภพใช้มือขวาตบหน้าของชยุตพลจนคอหมุนตามแรงตบแก้มซ้ายของชยุตพลมีรอยฝ่ามือของไตรภ มันกุมที่ใบหน้าด้วยความเ็ป
“กะ แก”
“โอ้ ไม่อวดดีแล้วหรอ”
“ฉันจะให้พ่อฆ่าแก”
เพี๊ยะ
แก้มขวาอีกข้างหนึ่งของชยุตพลถูกมือซ้ายของไตรภพตบจนคอหันอีกรอบหนึ่งการถูกแรงตบทั้งซ้ายทั้งขวาส่งผลให้ชยุตพลมีอาการวิงเวียนศีรษะเซไปมาจนล้มลงกับพื้น
“ไหนใครจะฆ่าฉันนะ”
ไตรภพดึงผมของชยุตพลขึ้นมาตอนนี้ชยุตพลนอนคว่ำหน้า ใบหน้ามีสภาพที่ดูไม่ได้ มันมองไตรภพอย่างอาฆาตแค้นราวกับจะสลักใบหน้าของชายหนุ่มเอาไว้ในใจเพื่อรอเวลาที่จะแก้แค้น
“น้องชาย นายทำเกินไปไหม”
ยงศิลป์ที่เห็นไตรภพซ้อมชยุตพลอดที่จะเป็กังวลแทนไตรภพไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกสะใจกับภาพตรงหน้าแต่กลัวผลกระทบที่จะตามมาต่างหาก
“ไม่มีอะไรเกินไปหรอกพี่ยงศิลป์ไอหมอนี่มันทำชั่วมาทั้งชีวิต คิดว่ามีพ่อยิ่งใหญ่จะคอยตามล้างตามเช็ดมันได้ทุกที่ยิ่งมีทหารติดตามเดินตามตลอดเวลามันยิ่งได้ใจ มีกี่คนแล้วกี่คนเล่าซึ่งถูกมันรังแกถูกมันทำร้าย ถูกมันฆ่า”
“…”
ยงศิลป์กลืนคำพูดทันที การกระทำต่าง ๆ ของชยุตพลที่ผ่านมาได้เหยียบย่ำความรู้สึกของมันมาก ทั้งกลั่นแกล้งดีลเลอร์ที่ส่งยาให้กับตนส่งคนไปฟ้องหน่วยงานภาครัฐกล่าวหาว่ายาไม่มีคุณภาพแต่สิ่งที่ทำให้ยงศิลป์แค้นเคืองที่สุด คือ การแย่งคนรักของมันไปยิ่งรู้ว่าคนรักของตนตั้งครรภ์ ความรู้สึกผิดยิ่งถาโถมเข้ามาไม่หยุดยั้ง
ไม่ใช่ว่ามันไม่เคยคิดจะสู้ แต่มันสู้ไม่ได้เลยไม่ได้แม้แต่ทางเดียว ครอบครัวฝ่ายหญิงกีดกันมัน ทั้งคนรักของมันยังถูกบังคับปลูกฝังให้เห็นแก่อนาคตภายภาคหน้า จึงยื่นคำขาดยุติความสัมพันธ์ก่อนจะเข้าพิธีวิวาห์อย่างอลังการจะให้มันสู้ไปทำไม
“ฉะ ฉัน จะ…”
ผลั๊วะ
คราวนี้ไม่ใช่ไตรภพที่ทำร้ายร่างกายของชยุตพลแต่เป็ยงศิลป์ที่ใช้กำปั้นด้านขวาชกไปตรงสันของจมูกชยุตพลไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะใช้มือกุมไปที่แผลนั้นเลยด้วยซ้ำ มันส่งเสียงร้อยอื้ออึงครวญครางออกมาไม่หยุดยั้ง
“น้องชายพูดถูก มันทำชั่วมาเยอะแล้วต้องโดนเสียบ้าง”
ปึก
ยงศิลป์ประเคนบาทาไปที่ลำตัวของชยุตพลจนชยุตพลพลิกตัวนอนหงายตามแรงของยงศิลป์ จิตใจของยงศิลป์รู้สึกผ่อนคลายอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ขอแค่ได้ระบายความอัดอั้นภายในใจบ้าง
“ฉะ ฉันยอมแล้ว”
“ยอม ? ฉันพูดตอนไหนว่าจะปล่อยแกไป”
ชยุตพลพูดออกมาอย่างยากลำบากตอนนี้ร่างกายของมันรู้สึกเ็ป เกิดมามันไม่เคยตกอยู่ในสภาพแบบนี้มาก่อน ทั้งผู้ที่ทำให้มันตกอยู่ในสภาพแบบนี้ยังเป็แค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง
“แกบอกให้พี่ชายฉันเลียรองเท้าสินะงั้นแกคลานมาเลียรองเท้าพี่ชายฉัน แล้วฉันจะปล่อยแกไป”
คราวนี้ยงศิลป์อึ้งกับคำพูดของไตรภพมันทำตัวไม่ถูกกับคำขู่ของชายหนุ่ม ต่างจากชยุตพลซึ่งค่อย ๆคลานมายังเท้าของยงศิลป์ ที่มีระยะห่างเพียงสองเมตร
แผล่บ แผล่บ
ชยุตพลก้มลบจูบรองเท้าหนังสีดำของยงศิลป์มันรู้สึกอับอายมาก ในใจลอบสาบานว่าจะฆ่าชายทั้งสองคนแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแม้จิตใจจะสั่งการแบบนั้นก็ตาม แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามสัญชาตญาณของการอยู่รอดบังคับให้มันทำตามคำพูดของไตรภพ
“แล้วต่อไปนี้แกต้องสัญญาว่าจะเลิกพฤติกรรมชั่ว ๆทั้งหมด ถ้าฉันยังเห็นแกยังคงเที่ยวเกะกะระรานคนอื่น ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่”
ไตรภพแผ่พุ่งรังสีอำมหิตใส่ชยุตพลทำให้ชยุตพลหมดสติไปทันที ด้วยร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วมาเจอการบีบคั้นของไตรภพผ่านจิตสังหารเช่นนี้ จะให้มันทนทานได้อย่างไรกัน
“คนที่อยู่ข้างใน ยกมือขึ้นเ้าหน้าที่ตำรวจได้ล้อมเอาไว้หมดแล้ว”
เสียดังออกมาบริเวณประตูก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกมา เ้าหน้าที่ตำรวจประมาณสิบคนถือปืนเข้ามาในร้านเล็งไปที่ไตรภพและยงศิลป์อย่างพร้อมเพรียงกัน
“ยกมือไว้เหนือศีรษะ แล้วคุกเข่าลง”
เสียงหวานใสดังออกมาจากเ้าหน้าที่ตำรวจหญิงที่ประดับยศสามดาวบนบ่าเธอคือ ร.ต.อ.หญิงชนิตาผู้กองหญิงแห่งกองปราบผู้โด่งดังของกรมตำรวจส่วนกลางในจังหวัดน่านด้วยวัยเพียงยี่สิบเจ็ดปี เธอสามารถก้าวขึ้นมาเหนือเ้าหน้าที่ตำรวจชายในกรมเป็หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการด้วยความสามารถที่ภาคภูมิ
ชนิตาได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่าชยุตพลลูกชายของพันเอกเสถียร รองผู้บังคับการกองพันในจังหวัดเข้ามาก่อเื่ในร้าน Moon Starแห่งนี้ ทั้งยังขู่จะยิงผู้คนด้วย เธอเองที่ไม่ชอบชยุตพลเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเนื่องจากเธอเกลียดความอยุติธรรม การใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นเธอจึงไม่รีรอที่จะนำหน่วยปฏิบัติการของกองปราบรีบมาในที่แห่งนี้
แต่ภาพที่ชนิตาเห็นตรงหน้ากลับเป็ชยุตพลที่มีสภาพดูไม่ได้ร่างกายของมันคว่ำหน้าลงกับพื้น ทั้งทหารติดตามที่สวมใส่สูทสีดำล้วนมีสภาพไม่ได้ดีกว่าชยุตพลมากเท่าไหร่แต่ที่เธอแปลกใจคนที่ลงมือกลับเป็ผู้ชายสองคนตรงหน้านี้
“ฉันบอกให้ยกมือขึ้น แล้วคุกเข่าลง !”
ชนิตารวบรวมสติเค้นเสียงสั่งชายทั้งสองไตรภพและยงศิลป์จึงทำตามที่เ้าหน้าที่ตำรวจสาวคนนี้บอก ชนิตาพยักหน้าให้กับลูกน้องเ้าหน้าที่ตำรวจสองนายจึงเดินเข้ามาล๊อกกุญแจมือไตรภพกับยงศิลป์ทันที
“เอาตัวพวกเขาไปโรงพัก จับพวกที่นอนอยู่ไปด้วย”
“แต่ผู้กองครับ นั่นคุณชยุตพลลูกของท่านรองเสถียรนะครับ”
“ดาบจะขัดคำสั่งฉันหรอ !ฉันเป็หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนี้ คำสั่งของฉันถือเป็สิทธิขาด”
ชนิตาแค่นเสียงอย่างไม่พอใจเธอรู้ดีว่าหนึ่งในชุดปฏิบัติการของเธอหวาดกลัวชยุตพลและพ่อของเขามากแค่ไหนแต่เธอไม่กลัว ภารกิจหลักของเธอคือต้องเปิดโปงความชั่วของสองพ่อลูกนี้ให้ได้เพื่อดำรงความยุติธรรมไว้
“เอาตัวไป!”