องค์ชายฝานจิ้งได้รับพระราชโองการเรียกตัวให้กลับเมืองเหลิงอานเพื่อร่วมงานฉลองครองราชย์ครบห้าสิบปีของจักรพรรดิเซี่ยเสินตี้พระบิดามีเหตุผลร้อยแปดในการเรียกตัวเสมอ ยากจะขัดรับสั่งได้งานเฉลิมฉลองจะถูกจัดขึ้นใน่วันขึ้นปีใหม่ แต่ก็ยังไม่มีหมายกำหนดการแน่ชัดหนนี้คงต้องอยู่โยงนานไม่อาจจะเสด็จกลับด่านเจิ้งถงได้ในเร็ววันกว่าสิบปีในชีวิตแบบทหาร พระองค์ทรงปักหลักมั่นที่ด่านเจิ้งถงในฐานะแม่ทัพใหญ่ในอดีตหากด่านไหนขาดกำลังพล พระองค์ทรงพร้อมจะย้ายเข้าประจำการทันที เมืองหลวงสงบสุขไพร่ฟ้าหน้าใสบริเวณชายแดนนั้นแม้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงจนเรียกได้ว่าาแต่กองโจรชนกลุ่มน้อยที่อยู่รายรอบนั้นคอยรุกรานชายแดนต้าฉางไม่ได้หยุด
แม้ดินแดนด้านเหนือของต้าฉางที่อยู่ติดกับแคว้นมหาอำนาจอย่างลู่เหลียงและแคว้นซีฉินมีการติดต่อสัมพันธ์ทางการทูตแต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่สงบบริเวณชายแดนแถบนี้เสมอ เมื่อแปดปีก่อนมีกลุ่มโจรูเาเข้าปล้นฆ่าหลายหมู่บ้านในหุบเขาเฟิงไป๋จนป่านนี้ยังไม่เป็ที่แน่ชัดว่าเป็กองโจรอิสระหรือมีฝ่ายใดหนุนหลังอยู่
ด้วยบริเวณนั้นมีหนทางทุรกันดารและซับซ้อนโอบล้อมไปด้วยหุบเขามากมาย กว่ากองทหารจากตัวเมืองจะไปถึงก็สายเกินยับยั้งเหตุการณ์หมู่บ้านแถบนั้นถูกเผาทำลายสิ้นแล้วในเวลานั้นทางการระดมกำลังพลเพื่อกวาดล้างกองโจรขนานใหญ่ ส่วนโจรูเาก็ถอยร่นและเงียบหายไปส่วนจะไปซุ่มกบดานที่ในเขตแดนแคว้นใดนั้นไม่มีใครรู้
ต้าฉางดำรงไว้ซึ่งความสงบสุขไม่คิดรุกรานแว่นแคว้นน้อยใหญ่านำมาซึ่งความยากลำบากและชีวิตที่แร้นแค้นของราษฎรเหตุแห่งการส่งคนมารุกล้ำน่าจะมาจากเหมืองรัตนชาติบนเขาเฟิงไป๋ ขณะนั้นพระองค์ทรงรับราชการทหารได้สามปีและได้ทรงติดตามทัพหลวงของเสด็จอาหยิงิไปยังชายแดนทางทิศเหนือด้วยนับเป็ครั้งแรกที่พระองค์ได้เหยียบแผ่นดินบ้านเกิดของพระมารดา ณ เมืองซร่วงซาน
พิธีเฉลิมฉลองการครองราชย์ขององค์จักรพรรดิเซี่ยเสินตี้นั้นจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โคมไฟประดับนับแสนดวงห้อยระย้าโยงทั่วทุกมุมถนนของเมืองเหลิงอานทั้งเมืองหลวงคึกคักไปด้วยเสียงดนตรีประโคมโหมโรงตลอดทั้งการแสดงและการละเล่นเพื่อความบันเทิงแก่ราษฎรในทุกค่ำคืน ร้านรวงต่างจัดแสดงสินค้าของตนอวดประชันขันแข่งกันเพื่อเรียกเงินของลูกค้าผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งคนพื้นเมืองและต่างถิ่นล้วนมาเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของนครเหลิงอาน ราชอาคันตุกะต่างแคว้นได้รับพระราชสาส์นเชิญโดยทั่วงานนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงถึงแสนยานุภาพความยิ่งใหญ่ กอปรกับผูกมิตรไมตรีทางการทูตไปในตัว
วังหลวงดูแคบไปถนัดตาเมื่อต้องรองรับบรรดาเชื้อพระวงศ์และผู้ติดตามจากต่างแคว้นเหล่าขันทีและนางในเดินสวนกันไปมาขวักไขว่ ราวกับกองทัพมดงานต่างคนต่างยุ่งวุ่นวายกับการจัดเตรียมทุกอย่างให้เข้าที่และคอยอำนวยความสะดวกให้แขกบ้านแขกเมืองเรียกได้ว่าทั่วทั้งพระราชวังดูเสมือนกงล้อและฟันเฟืองที่หมุนตลอดเวลาคงจะมีแต่คนในตำหนักถงเิกระมังที่ดูไม่อินังขังขอบกับเหตุการณ์ภายนอกแต่อย่างใด
“พระองค์ไม่เสด็จไหนบ้างหรือ” เหอเซียวไห่องครักษ์ประจำพระองค์ถามขึ้นเพราะผู้เป็นายเอาแต่ขลุกอยู่ในตำหนักนานทีปีหนได้เข้าเมืองหลวงเขาก็อยากจะออกไปยืดเส้นยืดสายบ้าง ทางนั้นก็อีกคนอู๋อี้หวินเพื่อนองครักษ์ด้วยกันก็นั่งอ่านหนังสือนิ่งราวรูปปั้นมีแต่นิ้วเรียวที่พลิกหน้ากระดาษไปมา
“เ้าอยากไปก็ไป” องค์ชายตรัสเมื่อไม่มีอะไรให้ทรงทำก็พระดำเนินวนรอบตำหนักเพื่อระลึกถึง่เวลาแห่งความทรงจำ พระองค์ทรงอยู่นิ่งเป็เวลานานๆไม่ได้ แต่จะให้เสด็จออกไปข้างนอกก็คร้านจะเสวนากับแเื่ที่เดินว่อนทั่ววังหลวง คนพวกนั้นมีคนคอยแนะและนำทางมากแล้วพระองค์ไม่จำเป็ต้องไปร่วมวงด้วยก็ได้ แต่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ ก็คืองานเลี้ยงรับรองราชอาคันตุกะเพราะนั่นคือหน้าที่ที่ต้องทำ
“ไป...อี้หวิน” เหอเซียวไห่เอ่ยปากชวน แต่คนถูกชวนกลับเงยหน้าที่งดงามราวสตรีขึ้นมองพลางชูหนังสือในมือให้ดู
“ยังอ่านไม่จบ”
“วะ! ไปคนเดียวก็ได้” ชายหนุ่มร่างสูงบึกบึนฟึดฟัดเดินตึงตังลงส้นออกจากตำหนักถงเิไปทำเอาขันทีสองคนที่เดินสวนมาหลบแทบไม่ทัน
คืนเลี้ยงรับรองราชอาคันตุกะภายในท้องพระโรงอันกว้างขวางและโอ่อ่าของพระตำหนักไท่เฉียนเหล่านางระบำกำลังร่ายรำด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามยิ่งศิลปะการแสดงชั้นสูงประจำราชสำนักต่างทยอยหมุนเวียนออกแสดงเพื่ออวดสายตาแขกและราชอาคันตุกะเครื่องเสวยทั้งคาวหวานล้วนปรุงและจัดแต่งอย่างวิจิตรตระการตา พืชพันธุ์ธัญญาหารที่ขึ้นโต๊ะเสวยต่างได้รับการคัดสรรอย่างดีที่สุดเพื่อประกาศให้ผู้มาเยือนนั้นได้รู้ว่าความอุดมสมบูรณ์ของต้าฉางไม่ได้ด้อยกว่าแคว้นใด
งานเลี้ยงดำเนินไปได้สักพักองค์ชายฝานจิ้งเสวยพระกระยาหารคาวเสร็จแล้วก็มีพระดำริที่จะปลีกพระองค์ออกจากท้องพระโรงด้วยทรงรู้สึก อึดอัด น่าแปลกที่พระองค์ทรงเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับทหารทั้งกองทัพแต่กลับทรงไม่เคยรู้สึกเช่นนี้เลย
ข้างพระวรกายของพระบิดาตอนนี้มีองค์รัชทายาทกับองค์ชายหนานลี้ก็คงพอแล้วกระมังพระเชษฐาและพระอนุชาทั้งสองพระองค์เหมาะจะประทับอยู่เคียงข้างคอยถวายงานพระบิดาด้วยประการทั้งปวงคนที่ไม่ค่อยอยู่และไม่สนใจงานในเขตราชฐานอย่างพระองค์ ย่อมรู้ขนบธรรมเนียมปฏิบัติดีไม่มากพองานใหญ่ทั้งหลายล้วนสำคัญจะผิดพลาดที่ใดไม่ได้
โต๊ะเสวยของพระมเหสีฝั่งซ้ายมือเคียงด้วยพระสนมไป๋ฮวาพระสนมซูกับองค์หญิงอวี่เฉินอยู่เยื้องไปทางด้านหลัง ที่นั่งของสตรีฝ่ายในนั้นจัดตามตำแหน่งลดหลั่นกันไป
ถ้าเสด็จแม่ยังอยู่ก็คง...องค์ชายฝานจิ้งทรงพยายามกดและเก็บความขุ่นข้องในพระทัยไว้ทรงไม่ควรคิดถึงคนและสาเหตุที่ทำให้พระมารดาต้องจากไปใน่เวลาอันเป็มงคลของพระบิดาพระเนตรดำสนิทดั่งน้ำหมึกแลกวาดไปทั่วก่อนจะหยุดยังสตรีที่นั่งอยู่เบื้องขวาของพระมเหสีเล่ยหยู
เด่นสะดุดตายิ่งกว่าหญิงนางใด...ชิงหลิงบุตรีท่านเ้ากรมอาญา ความงามของนางยังติดตรึงในพระทัย สตรีงามเลิศล้ำผิวเนื้อนวลผ่องราวหยกขาว ร่างอรชรพิลาสลักษณ์ ดวงตาเรียวเล็กคู่งามดังตาหงส์ริมฝีปากอิ่มนั้นตรึงตาทุกยามที่เอื้อนเอ่ย เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งต้องลมสตรีงามพร้อมที่พระองค์เคยผูกพระหฤทัยรักใคร่...หวังไว้ว่าจะได้ร่วมเรียงเคียงหมอน
กาลก่อนนี้ เหตุแห่งการกลับเข้าเมืองหลวงไม่ได้มีเพียงเพื่อกราบคารวะสุสานฝังศพพระมารดาและเยี่ยมเยือนคนตำหนักแสงจันทร์แต่เพื่อสานสัมพันธ์กับนางในดวงหทัย แม้ระยะทางห่างไกลแต่พระหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยไฟเสน่หาแห่งหญิงงามทำให้ทรงดั้นด้นกลับเข้าวังหลวง หมั่นส่งถ้อยคำรักและข่าวคราวหาสวี่ชิงหลิงด้วยหมายใจจะปลูกต้นรักให้เบ่งบาน...
ทว่าพระองค์ยังไม่ทรงได้เด็ดดอมดอกไม้งามที่เฝ้าถนอมถูกคว้าไป
ข่าวจากเมืองหลวงประกาศทั่วแผ่นดินพระเชษฐาเทียนหลงทรงมีใจปฏิพัทธ์หมายมั่นจะเสกสมรสนางเป็ชายา
รักทางไกล...จบโดยไม่ทันได้เอ่ยคำลา
กลางท้องพระโรงนางระบำชุดใหม่กำลังเริ่มการร่ายรำ องค์ชายฝานจิ้งทรงยืนตรง ถวายบังคมอย่างนอบน้อมก่อนเสด็จออกจากท้องพระโรงอันโอ่อ่า...หน้าที่จบสิ้นแล้ว
เมื่อผู้เป็นายขยับ องครักษ์คู่พระทัยทั้งสองก็ขยับตามเห็นพ้องต้องกันที่จะออกไปเที่ยวชมเมืองเหลิงอานในยามค่ำคืน องค์ชายฝานจิ้งทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็ทางการมาอยู่ในชุดทรงธรรมดาที่สุดหากยังคงพื้นสีเดิม...สีแห่งรัตติกาล
ในสายพระเนตร...เหลิงอานไม่เคยหลับใหลแลผาดเผินบุคคลทั้งสามคล้ายมาจากต่างเมือง คนที่ดำรงพระยศสูงไม่ได้ดำเนินนำหน้าแต่เดินเคียงกันไปเยี่ยงสหาย ทั้งสามซอกซอนเข้าตรอกเล็กตรอกน้อยมิได้ยลโฉมเหลิงอานเพียงถนนสายหลัก อยากจะรู้ชีวิตความเป็อยู่ราษฎรต้องไม่มองแต่เพียงด้านที่ฉาบด้วยแสงสวยงาม
กระทั่งมาหยุดที่หน้าหอคณิกาฮวาหง เสียงฉินลอยล่องลม