“อ๋อคุณชายหลี่เฟยิ เขาเป็ว่าที่คู่หมั้นข้า” นางพูดพร้อมอมยิ้มเชิดหน้ามั่นใจ
สีหน้าลี่เฉี่ยวซีดอย่างเห็นได้ชัด
“ว่าที่คู่หมั้นงั้นหรือข้าเข้าใจแล้ว”
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันก็มีทหารวิ่งผ่านดูรีบร้อนตรงไปยังทางองค์รัชทายาททั้งสองก็รีบตามไปดู
ทหารวิ่งเข้ามาหาองค์รัชทายาทหน้าตาตื่น
“รายงานองค์ชายรองทรงพระประชวรกะทันหัน ตอนนี้หมอหลวง กำลังทำการตรวจรักษาอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
ทุกคนในที่นั้นต่างใ องค์รัชทายาทรีบไปยังตำหนักเหยาเซิ่น
ทุกคนรอด้านนอกจะมีก็แต่องค์รัชทายาทอยู่ด้านในกับหมอหลวง
“น้องรองเป็อย่างไรบ้าง”องค์รัชทายาทเอ่ยถามกับหมอหลวง
“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วพ่ะย่ะค่ะพระองค์ทรงได้รับพิษ กระหม่อมถวายโอสถ เพื่อล้างพิษได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทถอนหายใจโล่ง แล้วบอกให้ไปคุยกันด้านนอก
“นางรองได้รับพิษอย่างไร”
องครักษ์ที่ติดตามองค์ชายรองกล่าวขึ้น
"กระหม่อมเห็นว่า หลังจากที่พระองค์ได้ดื่มพระโอสถว่านคนเป็ เข้าไปก็เริ่มมีพระอาการอาเจียน”
“บังอาจเ้าคิดจะใส่ร้ายองค์รัชทายาทงั้นหรือ”องครักษ์จ้านผิงกล่าว
“กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะเพียงแต่กระหม่อมทูลตามความเป็จริง ”
“ว่านคนเป็ ที่ท่านเสด็จพ่อเสวยก็ไม่เห็นจะเป็อะไรจะมีพิษได้อย่างไร” องค์รัชทายาทกล่าว
“ถูกพ่ะย่ะค่ะถ้าเป็เพียงแค่ว่านคนเป็ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรเช่นนั้นก็ทำการตรวจสอบถ้วยโอสถนั้น ยังอยู่หรือไม่” สีฮ่าวหรานแทรกพูดขึ้นพร้อมมีท่าแปลกๆ
“กระหม่อมยังเก็บถ้วยนั้นไว้พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ประจำตัวองค์ชายรองกล่าว
องค์รัชทายาทตกลงทำตามคำร้องขอของเหล่าขุนนางและทำการตรวจหาพิษต่อหน้าทุกคน โดยมีหมอหลวงเป็คนตรวจ
โดยใช้เข็มเงินจิ้มไปที่โอสถที่ยังเหลือติดถ้วยเล็กน้อยปรากฏว่า เข็มส่วนที่จิ้มโอสถเปลี่ยนเป็สีดำเคลือบเข็ม
องค์รัชทายาทเห็นเช่นนั้นถึงกับใ
“จะเป็ไปได้อย่างไร ”
เสียงซุบซิบจากขุนนางในที่นั้นเกิดโต้เถียงกันขึ้น
“องค์รัชทายาทวางยาองค์ชายรองจริงๆหรือ”
“ข้าว่าต้องเข้าใจอะไรผิดกันแน่ๆ”
“เข้าใจอะไรผิดหลักฐานก็อยู่ตรงหน้า”
อยู่ ๆ หลิวอี้เฉิงก็พูดเสียงดังขึ้น
“ทุกท่าน องค์รัชทายาทวางยาองค์ชายรอง ทำเช่นนี้เท่ากับฏ ข้าพูดถูกหรือไม่”
ขุนนางหลายคนเห็นด้วย ก็พูดว่าใช่ๆและก็ยังมีขุนนางบางกลุ่มที่ไม่เชื่อ
“แล้วถ้าถ้วยโอสถนั้นไม่ใช่ว่านคนเป็ขององค์รัชทายาทล่ะ”
“เช่นนั้นให้ข้าช่วยพิสูจน์ไหมพ่ะย่ะค่ะ”
ในตอนนั้นราชทูตแคล้นเค่อฉิงอยู่ด้วยเสนอตัวขอช่วยพิสูจน์ว่ายาพิษที่ได้รับเป็พิษแบบไหนกันเขาอ้างว่ารู้จักสมุนไพรดี รวมถึงพิษต่างๆ องค์รัชทายาทยอมให้เขาช่วยตรวจสอบ
เขาทำการตรวจสอบไม่นานก็รู้ว่า
“ในถ้วยโอสถนี้มีส่วนผสมของไพร์ของกระหม่อม อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าไพร์ ของกระหม่อมนี้มีฤทธิ์เป็ยาบำรุงร่างกายอย่างดี แต่ทว่าโทษของมันก็มีเช่นกัน ถ้านำไปรวมกับสมุนไพรบางตัว ถ้ากระหม่อมเดาไม่ผิด น่าจะเป็ ว่านคนเป็ ทั้งสองอย่างนี้ถ้านำมารวมกัน ก็เป็พิษต่อร่างกาย”
“งั้นไพร์ของท่านไปอยู่ในถ้วยโอสถขององค์ชายรองได้อย่างไรหรือเป็ท่าน” ขุนนางหนึ่งในนั้นกล่าว
“ข้านำมาแต่เพียงจำกัดเท่านั้นและก่อนหน้านี้ข้าก็ได้ถวายแก่องค์รัชทายาทไปแล้ว ทุกท่านก็เห็น ในเมื่อข้ามาเพื่อเป็พันธมิตร เหตุใดข้าถึงต้องมาฆ่าตัวตายด้วยเล่า อีกอย่าง ถ้าเป็ไพร์ของข้าเพียงอย่างเดี๋ยว ก็ไม่มีทางที่จะกลายเป็พิษไปได้ท่านต้องให้คนของท่านตรวจสอบว่าในนั้นเป็สิ่งใดที่รวมอยู่ด้วย”
หลี่เว่ยซุนไม่รอช้ารีบให้คนไปตามหมอหลวงประจำฮ่องเต้และขันทีโฉ่ก็ได้ทราบเื่นี้จึงมาพร้อมกับหมอหลวง
เขาทำการทดสอบโอสถถ้วยนี้ว่ามีส่วนผสมของว่านคนเป็ ตามที่
ราชทูตกล่าวหรือไม่ หมอหลวงประจำฮ่องเต้กล่าวกับองค์รัชทายาท
“กระหม่อมทำการตรวจสอบอย่างแน่ชัดแล้วในนี้มีว่านคนเป็ อยู่ด้วย”
ขันทีโฉ่ส่ายหัวสีหน้าเคร่งเครียด
“เป็ไปไม่ได้กระหม่อมเป็คนเอา ว่านคนเป็ ไปให้องค์ชายรองและเป็เพียงแค่ว่านคนเป็อย่างเดียวไม่มีสิ่งอื่น” ซ่งจ้านผิงกล่าว
ขุนนางอีกคนแทรกขึ้น “แล้วจะมีไพร์ปนในถ้วยนี้ได้
อย่างไร ในเมือองค์รัชทายาทมีทั้งว่านคนเป็และไพร์ทั้งสองอย่างนี้อยู่ในมือจะให้พวกกระหม่อมคิดเช่นไร”
“ใช่ๆ”
ขณะที่กำลังถกเถียงกันอยู่ก็มีทหารนายหนึ่งพูดขึ้น
“ฮ่องเต้ เสด็จ….”
ฮ่องเต้กับฮองเฮามาปรากฏต่อหน้าทุกคน เสียงที่ดังก็เงียบกริบลงในทันทีองค์ชายรองได้ยินเสียงจากด้านนอกว่าฮ่องเต้เสด็จ ก็ให้คนพยุงออกมาด้านนอกฮ่องเต้ตรัสถามองค์รัชทายาท ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น องค์รัชทายาทบอกได้แค่ว่าเขาเพียงเอา ว่านคนเป็ ตามที่องค์ชายรองขอให้เอามาให้หลังจากนั้นก็ไม่รู้เหตุใดองค์ชายรองถึงได้รับพิษ
ครั้นฮ่องเต้ตรัสถามความกับองค์ชายรอง องค์ชายรองตอบไปว่า
“กระหม่อมก็มีส่วนผิดกระหม่อมไม่สบายอยากได้ ว่านคนเป็ มาบำรุงร่ายกาย จึงวานเสด็จพี่ให้ไปขอกับเสด็จพ่อมาให้ไม่คิดว่าเสด็จพี่จะเอาว่านคนเป็ผสมกับไพร์ให้ข้า เสด็จพี่อาจจะไม่รู้ก็ได้ว่าทั้งสองอย่างนี้ถ้ารวมกันจะเป็พิษ จริงไหมพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่” สายตาชำเลืองมองแอบยิ้มในใจ
องค์รัชทายาทไม่ตอบกลับ
“ถึงกระนั้นก็เถอะไม่รู้ก็ไม่ควรเอามารวมกันโดยที่ไม่รู้”
สีฮ่าวหรานกล่าว
ถึงแม้ฮ่องเต้ไม่อยากจะเชื่อว่าองค์รัชทายาทเป็ผู้กระทำก็ตามแต่ทว่าเหตุการณ์มันฟ้องว่าองค์รัชทายาทเป็ผู้ผิดทั้งว่านคนเป็และไพร์ องค์รัชทายาทมีทั้งสองอย่าง จำต้องตัดสินตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งยังมีขุนนางหลายท่านเรียกร้องเอาผิดจากองค์รัชทายาทด้วยเหตุผลเดียวกัน คือองค์รัชทายาทมีทั้งไพร์และว่านคนเป็
ฮ่องเต้ตัดสินสั่งปลดองค์รัชทายาทไว้ก่อนและกักบริเวณ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับเหล่าขุนนางและจะต้องสืบหาความจริงต่อไป มีทั้งขุนนางที่พอใจและไม่พอใจ ฮ่องยังคงตรัสกับองค์รัชทายาทว่า
“ถ้าเ้ามีหลักฐานว่าเ้าไม่ผิดและหาคนร้ายมาให้ข้า ข้าจะยอมคืนตำแหน่งนี้ให้เ้า”
ตอนที่เฟยิตามองครักษ์ซ่งจ้านผิงไปตำหนักเหยาเซิ่นเขาเห็นคนขององค์ชายรองแอบใส่บางอย่างลงในถ้วยโอสถที่มีว่านคนเป็อยู่ แต่เขาไม่อาจคิดไปเองได้ว่านั้นมันคือไพร์เขาจึงได้แต่สงสัยเท่านั้น ครั้นฮ่องเต้เสด็จกลับ ทุกคนต่างก็แยกย้ายองค์รัชทายาทก็ถูกกักบริเวณ
ราชทูตแคว้นเค่อฉิง ก่อนเดินทางกลับได้เข้าไปสนทนากับองค์ชายรองทบทวนคำสัญญาที่เคยให้ไว้
“แผนการของท่านสำเร็จแล้วอย่าลืมสัญญาของข้าล่ะ”
องค์ชายรองยิ้มกว้าง
“ไม่ลืมแน่ข้าขอจัดการทางนี้ให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะส่งคนไปหาท่าน”
องค์ชายรองยื่นข้อเสนอให้ราชทูตร่วมวางแผนใส่ร้ายองค์รัชทายาท โดยที่ราชทูตเองเป็คนแบ่งไพร์ให้องค์ชายรองบางส่วนและบอกวิธีการใช้และยาแก้พิษ เพื่อแลกกับการให้องค์ชายรองช่วยชิงบรรลังค์แคว้นเค่อฉิงเป็ ของตน
หลังจากราชทูตพูดคุยกับองค์ชายรองเสร็จก็เดินทางกลับแคว้นเค่อฉิงส่วนองค์ชายรองหารือกับสีฮ่าวหรานและหลิวอี้เฉิงต่อคิดหาทางวางแผนกดดันฮ่องเต้ให้แต่งตั้งองค์รัชทายาทคนใหม่และตอนนี้ผู้ที่มีอำนาจในการจัดการ เป็องค์ชายรองดูแลแทน เป็การชั่วคราวแต่ทว่าองค์ชายรองมิอยากได้แค่ มีอำนาจชั่วคราว ตอนนี้เขามีทั้งเสบียงมีอำนาจทหารที่แอบซุ่มการฝึกซ้อมมานาน และอำนาจการจัดการในวังหลวง
หลังองค์รัชทายาทถูกปลดไม่กี่วัน ต่อมาก็เกิดความวุ่นวายในวังหลวงขุนนางที่เคยสนับสนุนองค์รัชทายาท ถูกจำกัดหน้าที่การทำงานให้ลดลง รวมทั้งหลี่เว่ยซุนเพื่อแผนการที่เขากำลังจะกระทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ ขุนนางที่ถูกลดหน้าที่ จะไม่พอใจ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะไม่มีใครต้านอำนาจองค์ชายรองได้ แม้แต่ขันทีโฉ่ผู้อยู่ข้างกายฮ่องเต้ก็ยังถูกกำหนดไม่ให้ไปไหนมาไหน ตามอำเพอใจ อาการป่วยของฮ่องเต้ก่อนหน้ายังพอมีกำลังเดินเหินได้ แต่ตอนนี้อยู่ ๆ กลับแย่ลงทุกที
จวนตระกูลหลี่
หลี่เว่ยซุนสีหน้าเคร่งเครียดครุ่นคิด คุยปรึกษาหารือ กับบุตรชายคนโต หลี่ซีห่าว คิดหาวิธีช่วยองค์รัชทายาทอยากจะแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น ทุกอย่างดูยุ่งยากไปหมด เพราะอำนาจอยู่ในมือองค์ชายรองทั้งหมดสิ่งเดียวที่พอจะทำได้ คือต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ให้ได้ เพื่อขอป้ายคำสั่งจากฮ่องเต้แต่ทว่าการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ก็ไม่ใช่เื่ง่าย เพราะถูกองค์ชายรองจัดการสั่งห้ามไม่ให้ขุนนางที่เคยสนับสนุนองค์รัชทายาทห้ามเข้าเฝ้าแม้แต่ฮองเฮาเองก็ไม่ได้เข้าเฝ้า องค์รัชทายยาทก็ไม่สามารถไปไหนได้ คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า
เฟยิมาได้ยินบิดากับพี่ชายสนทนากันเขาเองก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน เขาชวนฮ่าวอู๋ไปบ้านท่านอาจารย์เผื่อคิดอะไรออกเพื่อแก้ไขสถานการณ์ตอนนี้