หอกสีเพลิงพุ่งตรงมาทางรูปีอย่างรวดเร็ว ทางด้านรูปีที่เห็นแบบนั้น เขาก็เปิดสปีรีทอีกครั้งพร้อมกับรวบรวมสมาธิเพื่อที่จะใช้ทักษะแรกของเขาเช่นกัน
ด้วยความสามารถที่สปีรีทของรูปีเป็ธาตุน้ำแข็ง ก่อนที่รูปีจะร่ายทักษะขึ้นมาก็มีละอองของเกร็ดน้ำเกิดขึ้น ก่อนที่ละอองเ่าั้จะมารวมที่อุ้งมือที่อยู่ระหว่างการประสาน
“ทักษะที่หนึ่ง....โล่น้ำแข็ง สกัดกั้น!” หลังจากที่พูดจบ มือที่ประสานก็ผายออกไปยังเบื้องหน้า และโล่น้ำแข็งขนาดใหญ่กว่าสองเมตรก็ปรากฏขึ้น
ปึ๊ก!!! หอกสีเพลิงได้พุ่งตรงมาปะทะกับโล่น้ำแข็งอย่างจัง สปีรีททั้งสองปะทะกันจนเกิดประกายของละอองธาตุ
“หมอนั่นก็มีทักษะงั้นเหรอ?” และอีกอย่างก็เป็ที่น่าใของพวกปีสอง เพราะไม่คิดว่าเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าจะมีทักษะกันแล้ว
แต่อย่างไรเสีย การได้เปรียบเสียเปรียบก็อยู่กันที่ธาตุของสปีรีท เพราะอีกด้านคือธาตุไฟ ส่วนรูปีคือธาตุน้ำแข็ง หากระดับไม่เหนือกว่าคงยากที่จะต้านเปลวเพลิงได้
แก๊ก... แม้จะมีพลังที่มากกว่าระดับสิบขึ้นก็ตาม แต่แรงเจาะทะลวงด้วยเปลวเพลิงก็หนักหน่วง จนโล่น้ำแข็งเริ่มร้าว
ทางด้านคนอื่นๆ ต่างก็ยังคงนิ่ง และยังหาจังหวะที่จะช่วยรูปี แต่ระหว่างนั้นจะบุ่มบ่ามไม่ได้ เพราะอีกด้านก็ยังมีคนเตรียมพร้อมอีกสามคน
“หยุดเดี๋ยวนี้!!”
เสียงะโดังลั่นมาทางกลุ่มคนที่กำลังปะทะกัน พอเสียงนั่นดังขึ้นทุกคนก็หันไปมอง ก่อนจะหยุดทุกอย่างแล้วเก็บสปีรีททันที
“นี่พวกนายกำลังทำอะไรกัน?” คนที่เอ่ยขึ้นเดินเข้ามาทันที และเธอคนี้ก็คืออาจารย์ในสถาบัน และพอมองดูตรงหน้าก็คือเด็กปีสอง ส่วนอีกด้านกลับเป็แค่เด็กปีหนึ่ง แต่เมื่อกี้เด็กปีหนึ่งคนนั้นกลับมีทักษะแรกแล้ว
“ทั้งที่รู้กฎของโรงเรียนดีแล้วแท้ๆ”
“ขอโทษครับอาจารย์....” พวกปีสองเอ่ยตอบ พร้อมกับก้มหน้าก้มตาด้วยความรู้สึกผิด ส่วนพวกปีหนึ่งเองก็เช่นกัน
“พวกปีสอง ไปวิ่งรอบสนามยี่สิบรอบ” อาจารย์สาวหันไปสั่งทำโทษพวกปีสอง ก่อนจะหันมามองเหล่าปีหนึ่ง
“ส่วนพวกนาย ตามฉันมา”
หลังจากที่พวกธีวาเดินตามอาจารย์สาวไป เธอก็พาพวกเด็กมาที่ห้องโถงขนาดใหญ่ในโรงเรียน และที่แห่งนี้ก็เป็ที่ที่สามารถวัดระดับพลังสปีรีทได้
“เอาหล่ะ ฉันจะไม่พูดพล่ามอะไรมาก รีบเอามือมาแตะเพื่อวัดระดับพลังซะ”
อาจารย์สาวเอ่ยบอกเด็กทั้งห้าคน แต่ก็เหมือนกับว่าพวกเขาทั้งห้าจะไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมทำตามที่เธอบอกมาทั้งหมด และหลังจากทุกคนได้วัดระดับแล้ว สิ่งที่อาจารย์สาวคาดการณ์เอาไว้ก็ตรงตามที่คิด โดยที่ระดับขอวแต่ละคนคือ ติณ 12 รูปี 12 พนา 13 กาหยู 13 และธีวา 15
หากเด็กคนอื่นๆ ที่อายุเท่ากันคงไม่มีแบบนี้แน่ๆ และข้อมูลก่อนลงทะเบียนคือการปลุกพลังของเด็กทั้งห้าคนนี้กลับอยู่ในระดับสูง คือระดับเก้า แต่ผ่านมาไม่กี่เดือนทุกคนก็ขึ้นมาระดับสิบแล้ว
“เอาล่ะ ฉันชื่อโรส ต่อไปนี้ ฉันคืออาจารย์ที่ดูแลพวกนาย....”
หลังจากที่โรสรายงานตัวบอกกับเด็กน้อยทั้งห้าคน ดูเหมือนว่าทุกคนจะยังคงมึนงงอยู่ จู่ๆ ก็บอกว่ามีอาจารย์คนนี้เป็คนดูแล
“หมายความว่ายังไงเหรอครับ” ธีวาเอ่ยถามขึ้น
“ก็หมายความว่า ตลอดที่พวกนายอยู่ที่นี่ ฉันคืออาจารย์ของพวกนาย และการเรียนรู้ต่างๆ ไม่ต้องทำเหมือนคนอื่น ทุกวันพวกนายมาหาฉันที่ลานฝึก”
หลังจากนั้นพวกธีวาก็พากันกลับมาที่ห้อง ทุกคนต่างไม่เข้าใจเกี่ยวกับอาจารย์สาวคนนั้น แต่ก็ไม่มีใครคัดค้านตอนที่เธอเอ่ยออกมา
วันต่อมา เด็กปีหนึ่งทั้งห้าคนก็ไปตามที่อาจารย์ได้นัดหมาย ทุกคนต่างต้องร้องโอดคราญ เพราะเธอทำการฝึกอย่างหนักกับพวกเขาทันที
ส่วนตอนบ่ายก็ไม่มีการฝึก แต่ทุกคนก็ต้องกลับมานอนเดี้ยงที่ห้องเพราะความเหนื่อยล้า
“นี่มันอะไรกันเนี่ย เหนื่อยเว้ย...” พนาะโออกมา
“ตอนนี้ฉันเหมือนคนกำลังจะตายเลย” ติณเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
สภาพของแต่ละคนในตอนนี้ดูไม่ได้จริงๆ และทุกๆ วันพวกเขาก็มีสภาพแบบนี้ จนเกิดเป็ความเคยชิน พอชินแล้วพวกเขาก็สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ แต่เวลาที่พวกเขาใช้มันก็ผ่านมาถึงหกเดือน นั่นก็หมายความว่ามันได้ผ่านมาครึ่งเทอมแล้ว
ทั้งร่างกายและส่วนสูงของแต่ละคนก็ได้เพิ่งขึ้นจากเดิม และดูแตกต่างจากเด็กรุ่นเดียวกันลิบลับ
“ตอนนี้ ถึงเวลาที่พวกนายต้องมาวัดระดับแล้ว” โรสอาจารย์ได้เอ่ยบอกเด็กทั้งห้าคน
สิ้นคำพูดของอาจารย์สาวทุกคนก็เดินเข้าไปเอามือแตะที่หินแสงจันทร์ ซึ่งระดับของทุกคนก็เผยออกมาดั่งที่โรสได้ตั้งใจเอาไว้ คือระดับ 20 พอมาถึงระดับนี้ทำให้เด็กทั้งห้าคนต่างก็ดีใจไม่น้อย
“เอาหล่ะ เลิกดีใจกันก่อน พอระดับเพิ่มขึ้นแล้ว ต่อไปก็คือการเพิ่มทักษะความสามารถของพวกนายกัน” โรสเอ่ยต่อ
“ไม่ไหวหรอกครับ ราคาการ์ดแพงมากพวกผมไม่มีปัญญาซื้อหรอก ส่วนทักษะแรกที่ได้มาก็ได้มาจากที่ทุกคนในหมู่บ้านรวมเงินซื้อมาให้ทั้งนั้น” รูปีเอ่ยตอบอาจารย์สาว
“ใครบอกว่าจะซื้อ ถ้ามันแพงก็ไปล่าสิ?”
“ล่า!!!”
เด็กทั้งห้าคนร้องออกมาพร้อมกัน เื่ล่าสปีรีทพวกเขาก็พอรู้มาบ้าง แต่การจะออกไปล่ามันก็ต้องมีกำลังพลที่มากพอ เพราะพวกสัตว์สปีรีทร้ายกาจมาก
“นี่พวกนายกลัวหรือไง ไปกับฉันไม่ต้องกลัว....” โรสเอ่ยบอกกับลูกศิษย์ของเธอ และเพื่อความเชื่อใจ เธอจึงเปิดสปีรีทของเธอออกมา และสิ่งที่ปรากฏว่าเธอนั้นแข็งแกร่งก็คือ ปราญลูกแก้วสปีรีทสเปียร์สีเงิน ที่รายล้อมตัวเธอมีทั้งหมด เจ็ดดวง
“จะ จะ เจ็ดดวง....”
ทุกคนเอ่ยออกมาเสียงสั่งเมื่อได้เห็นอาจารย์ของพวกเขาเปิดสปีรีทออกมา และสปีรีทของเธอก็คือคทาเถาวัลย์กุหลาบแดง
“พรุ่งนี้เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมารอฉันที่หน้าโรงเรียน”
และเช้าวันต่อมา ทั้งห้าคนก็มารออาจารย์สาวของพวกเขา ก่อนที่ทุกคนจะออกเดินทางไปยังป่าเพื่อล่าสัตว์สปีรีท ซึ่งป่านั้นการที่จะเข้าไปล่าต้องทำการขอเข้าไปจากทางการเท่านั้น และเื่นี้โรสก็จัดการเรียบร้อยแล้ว
“อาจารย์โรสครับ เราจะหาสัตว์สปีรีทตัวไหนที่เหมาะกับเราเหรอครับ” ติณเอ่ยถาม เพราะหากได้การ์ดที่ไม่เข้ากับสปีรีทตัวเองแล้วมันก็ไม่มีประโยชน์
“ไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะ มีแค่เราเท่านั้นที่ไม่เหมาะกับพวกมัน หุบปากแล้วรีบเดินตามฉันมาเร็ว เดี๋ยวจะมืดค่ำกันพอดี”
ในป่าลึก เหมือนว่าโรสจะรู้เส้นทางเป็อย่างดี เพราะเธอนำทางเด็กๆ ได้อย่างไม่ขัดข้อง และในที่สุดเธอก็พาเด็กๆ มาถึงที่หมาย
“ที่นี่มัน....” พนาเอ่ยขึ้น
“บึงมรกต”
โรสพูดขึ้น และเบื้องหน้าของพวกเขาก็คือบึงมรกตจริงๆ น้ำในบึงเป็สีเขียวมรกตงดงาม แถมพืชพรรณที่อยู่โดยรอบก็งดงามอุดมสมบูรณ์มากเช่นกัน
“ที่นี่ มีสัตว์สปีรีทเหรอครับอาจารย์โรส?” ธีวาเอ่ยถามอย่างสงสัย