ด้วยเหตุผลที่ว่ามาทั้งหมดนั้น นั่นจึงเป็สาเหตุที่เซียวหนิงเฉิงมีท่าทีที่ไม่เป็มิตรกับฮูหยินใหญ่และหวงเหมยกุ้ยตัวพวกนางเองก็ใช่ว่าจะทำตัวให้น่าเป็มิตรแค่วันแรกของการมาอยู่ที่ป้าเตาพวกนางสองป้าหลานก็ยังพยายามเข้ามามีบทบาทในชีวิตคู่ของเซียวเฟิงเหยียนและเซียวหนิงเฉิง
ปกติแล้วหากอยากพบหน้าลูกสะใภ้ทางที่ดีที่สุดคือการเรียกไปเจอที่เรือนหลักของพรรคที่ผ่านมาเซียวหนิงเฉิงไม่เคยได้ยินว่ามีแม่สามีที่ไหนมาหาลูกสะใภ้ถึงที่เรือนแล้วยังเดินเข้ามาถึงภายในส่วนลึกของพื้นที่ส่วนตัวแล้วพาอดีตคู่หมั้นของลูกชายมาด้วยแค่นางพาหวงเหมยกุ้ยมาด้วยก็บ่งบอกถึงเจตนาที่ชัดเจนของนางแล้วดังนั้นเซียวหนิงเฉิงจะไม่สงวนท่าทีใดๆต่อนางหากนางยังไม่รู้ฐานะที่นางควรปฏิบัติเซียวหนิงเฉิงก็จะสั่งสอนให้เองว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ
“ข้าได้ยินว่าฮูหยินใหญ่มีลูกชายเขาไม่อยู่ที่นี่หรอกรึ?” ลูกชายของฮูหยินใหญ่กับนายเหนือคนก่อนอายุน้อยกว่าเซียวเฟิงเหยียนสักสามปีเห็นจะได้ท่านเทพรู้สึกว่าเงียบเกินไปและเมื่อวานเขาก็ไม่ได้เจอใครที่มีท่าทางเหมือนจะเป็ลูกชายของฮูหยินใหญ่ด้วย
“อยู่ที่ตระกูลหวง” ร่างสูงเอ่ย พาภรรยาเดินไปตามเส้นทางภายในพรรคอยู่ที่ตระกูลหวงอย่างนั้นรึ
“ไม่พอใจที่เ้าได้เป็นายเหนือของป้าเตาหรืออย่างไร”
“คงเป็เช่นนั้น ท่านพ่อมอบป้าเตาให้ข้าที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆสืบทอดตำแหน่งนายเหนือต่อแม้แต่ตำแหน่งที่ปรึกษานายเหนือที่เป็รองประมุขเขายังไม่ได้เป็เขาคงแค้นใจกับเื่นี้มากจึงได้ไปอยู่ที่บ้านเดิมของแม่ใหญ่ เป็คนสนิทของหวงหมู่ตานพี่ชายของหวงเหมยกุ้ย”
“นับว่าเขาเลือกข้างได้ชัดเจนดีทีเดียว”
“แม้ข้าไม่อยากจะพูดแบบนี้แต่ข้าคิดว่าแม้ข้าจะไม่ได้มาอยู่ที่ป้าเตาท่านพ่อก็ไม่คิดที่จะยกป้าเตาให้เขาดูแลคงจะเพราะเขามีสายเืของตระกูลหวงอยู่ในตัว ท่านพ่อเลยไม่ไว้ใจที่จะยกป้าเตาให้แม้แต่การจัดการเื่เล็กๆน้อยๆภายในพรรคท่านพ่อยังไม่ยอมยกให้แม่ใหญ่ทำเรียกได้ว่าไม่ให้สิทธิ์ใดๆเลยมากกว่า” เพราะท่านพ่อรู้ดีแก่ใจว่าตระกูลหวงคิดจะทำอะไรตลอดมาท่านพ่อมักจะบอกเซียวเฟิงเหยียนเสมอว่าป้าเตาจะอยู่รอดได้จำเป็ต้องมีเขาไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ห้ามประมาท อย่าได้เพลี้ยงพล้ำต่อลูกไม้ใดๆที่ตระกูลหวงจะนำมาเล่นงานอย่างเด็ดขาด
ท่านพ่อรู้ดีว่าภรรยาที่อยู่ข้างกายที่ร่วมหลับนอนกันทุกคืนเป็คนเช่นไร
“ต้องโทษพวกเขาเองที่ไม่ยอมปล่อยวางเื่นี้แล้วทำแต่เื่ผิดๆการกระทำของตัวเองต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง พวกเขามีสิทธิ์ที่จะไม่ทำตามแต่ยังเลือกที่จะเดินตามเส้นทางเดิมที่บรรพบุรุษได้ขีดเส้นเอาไว้ เมื่อเป็เช่นนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำให้พวกเขาต้องสูญสิ้น”ผู้ใดที่เป็ภัยต่อฝ่าา เป็ภัยต่อชิงหลงเซียวหนิงเฉิงไม่ปล่อยไปทั้งสิ้น
และใครก็ตามที่หมายตาจะทำอะไรคนของเขา อย่าได้หวังที่จะมีชีวิตรอดอยู่จนถึงวันพรุ่งนี้
“ที่ผ่านมาพวกเขาดีกับเ้าหรือเปล่าซือหยางใช้ชีวิตลำบากหรือไม่”
“ท่านพ่อดีกับพวกเรามากจะมีก็แต่สมัยยังเด็กที่ไฉิพาคนมารังแกพวกเรา แต่พอข้าสิบขวบ พลังยุทธ์ของข้าก็รุดหน้าไปเร็วมากจนเหนือกว่าเขาเขาจึงไม่กล้ามาหาเื่พวกเราตรงๆทำได้แค่เอาของของพวกเราไปซ่อนหรือไม่ก็แอบเอาอะไรมาใส่ในอาหารของพวกเราเท่านั้น”เป็เพียงการกลั่นแกล้งของเด็กๆก่อนหน้าที่ไฉิจะไปอยู่ที่ตระกูลหวงเขาก็เคยมาท้าประลองกับเซียวเฟิงเหยียนแต่ทว่าก็พ่ายแพ้ไปทุกครั้งกระบี่สายฟ้าของเซียวเฟิงเหยียนข้ามขั้นนายเหนือคนก่อนไปแล้วดังนั้นภายในป้าเตาแห่งนี้จึงไม่มีผู้ใดที่สามารถเอาชนะเซียวเฟิงเหยียนได้อีกแม้แต่ซือหยางที่ตามองไม่เห็นวิชากระบี่สายฟ้ายังเป็รองเซียวเฟิงเหยียนแค่หนึ่งขั้นเท่านั้นเพราะแบบนั้นจึงไม่มีใครกล้าหาเื่หรือดูแคลนซือหยางแม้ว่าเขาจะตาบอดก็ตาม
“ซือหยางตาบอดมาั้แ่เด็กข้าไม่รู้ว่าอสรพิษเหมาฉาสามารถรักษาได้หรือไม่ข้าจะถามเขาดูว่ามีวิธีไหนที่รักษาได้บ้าง” ถึงอย่างไรอวี๋เหมาฉาก็เป็ถึงมหาเทพของ์เก้าชั้นฟ้าแม้ว่าจะสละพลังไปแล้วแต่ด้วยองค์ความรู้ที่เขามีน่าจะช่วยเหลือซือหยางได้
“ข้าเกรงว่าหลังจากที่เขามองเห็นมันจะกระทบกับวิถีการฝึกของเขาที่ผ่านมาเขาฝึกโดยปราศจากการมองเห็นมาตลอดการกลับมามองเห็นได้อีกครั้งอาจไม่ใช่เื่ดีสำหรับเขา” สำหรับคนที่เคยชินกับการมองเห็นสิ่งต่างๆผ่านจิตอย่างซือหยางการที่เขามองเห็นได้ด้วยตาอาจจะกระทบกับวิชาที่เขาฝึก เื่นี้คงไม่ดีเท่าไหร่นัก
“เราจะค่อยๆแก้ไขเื่นี้กันไปและถึงเขาจะไม่อยากรักษาแต่กับฝ่าาแล้วเขาคงจะปฏิเสธพระประสงค์ไม่ได้” เซียวเฟิงเหยียนหันมามอง เซียวหนิงเฉิงรู้เื่นี้ด้วยรึ
“ท่านรู้เื่นี้ด้วยรึ”
“ไม่มีอะไรในแผ่นดินชิงหลงที่เล็ดลอดไปจากสายตาข้า รวมถึงจำนวนครั้งที่นายเหนือแห่งป้าเตาไปที่หอคณิกาด้วย”นายเหนือชะงักกึก เตรียมที่จะอธิบายถึงเื่นี้ กับเื่นั้นเซียวหนิงเฉิงก็รู้ด้วยรึรู้ได้อย่างไร เขาไม่เคยบอกเื่นี้กับใครแม้กระทั่งซือหยางแบบนี้ไม่นับว่าจะทำให้เข้าใจผิดหรอกรึ
“เื่นั้นข้าอธิบายได้”
“ข้ารู้ ถึงอย่างไรเ้าก็เป็บุรุษอกสามศอกย่อมต้องมีสาวงามปรนนิบัติเป็บางครั้ง ข้าหาได้ถือสาเื่นี้ไม่” ท่านเทพเป็ผู้ใหญ่พอที่จะไม่ถือสาเื่นี้ เซียวเฟิงเหยียนก็เป็บุรุษทั้งยังต้องทำงานตรากตรำกับหน้าที่องครักษ์ไม่ได้พักนานๆครั้งได้หาความสำราญใส่ตัวบ้าง เซียวหนิงเฉิงจะโกรธเขาได้อย่างไรแล้วเื่พวกนั้นก็เกิดขึ้นก่อนที่จะแต่งงานกันด้วย
“ข้า......”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้โกรธ เพียงแต่ว่าหลังแต่งงานเ้าจะทำแบบนั้นไม่ได้อีก”
“แน่นอน ข้ามีท่านแล้วข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร”ร่างสูงรับคำ เมื่อก่อนเป็เพียงแค่ความคึกคะนองเล็กน้อยความอยากรู้อยากเห็นกับอารมณ์ที่คุมไม่อยู่เขาไม่ได้ทำแบบนั้นมาประมาณสองปีเห็นจะได้แล้ว และจะไม่ทำอีกหลังจากนี้ด้วย
มีภรรยาที่งดงามดุจดั่งเทพเซียนอยู่แล้วทั้งคนใครจะกล้านอกกายปั้นใจให้กับผู้อื่นกัน
แต่ถึงจะบอกว่ามีเซียวหนิงเฉิงเป็ภรรยา ท่านเทพก็รู้ดีว่าเซียวเฟิงเหยียนจะไม่ทำอะไรเขาจนกว่าเขาจะเป็ฝ่ายเอ่ยปากบอกเอง
จะอดทนไปได้ถึงแค่ไหนกันนะ
สองสามีภรรยาเดินมาจนถึงลานฝึกที่องครักษ์รุ่นเยาว์กำลังฝึกฝนกันอยู่ ที่นี่มีทั้งองครักษ์หญิงและชายองครักษ์หญิงนั้นจะถูกแต่งตั้งให้เป็องครักษ์ขององค์หญิงหรือพระสนมที่ฝ่าาทรงโปรดในตอนนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งให้องครักษ์หญิงไปดูแลพระสนมคนไหนเพราะฝ่าายังไม่มีโอรสหรือธิดากับพระสนมสักคนดังนั้น่นี้จึงเป็่ที่องครักษ์หญิงตั้งใจฝึกฝนเพื่อให้พร้อมสำหรับทำหน้าที่ในอนาคตองครักษ์หญิงที่อยู่กับพระสนมในตอนนี้เป็คนที่ทางวังหลวงฝึกฝนขึ้นมาไม่ใช่คนของป้าเตาแต่อย่างใดและเพราะป้าเตาขึ้นตรงกับฝ่าา จึงมีเพียงฝ่าาที่จะเป็ผู้กำหนดว่าองครักษ์ของป้าเตาจะต้องไปอยู่ที่ไหนหรือดูแลใครดังนั้นพระสนมคนไหนมีองครักษ์ที่เป็คนของป้าเตาก็จะนับว่าพระสนมผู้นั้นเป็ที่โปรดปรานของฝ่าา
ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีพระสนมคนไหนที่ได้รับการโปรดปรานจากฝ่าาเลยสักคน
ขุนนางเฒ่าในวังคงจะปวดหัวแย่แล้ว
ในระหว่างที่กำลังดูองครักษ์รุ่นเยาว์ฝึกฝนอยู่นั้นเซียวหนิงเฉิงก็คิดอะไรขึ้นมาได้ หันไปมองสามีที่ยืนอยู่ข้างๆ
“เฟิงเหยียน”
“หืม?” ร่างสูงขานรับแม้ว่านายเหนือจะยังไม่ชินที่มีคนเรียกเขาด้วยชื่อต้นแบบนี้แต่เขาก็ชอบมากทีเดียว ฟังดูแล้วเหมือนพวกเขาเป็สามีภรรยากันจริงๆ
“ประลองกับข้าสักครั้งดีหรือไม่?” นายเหนือเลิกคิ้ว ประลองกับเซียวหนิงเฉิงน่ะรึ
“จะไม่เป็ไรรึ”
“เห็นข้าเป็คนแก่ที่จะรับมือสามีตัวเองไม่ได้หรืออย่างไรมาเถอะ” ท่านเทพดึงสามีไปที่กลางลานฝึก ระหว่างนั้นเซียวเฟิงเหยียนก็เอ่ยแย้ง
“ท่านไม่ได้แก่”
“ได้ๆข้าไม่แก่” ไม่ต้องเอาใจเขาขนาดนั้นก็ได้แค่นี้เขาก็พอใจมากแล้ว
เหล่าองครักษ์รุ่นเยาว์เมื่อเห็นว่าประมุขกับภรรยาเดินเข้ามาที่กลางลานฝึกก็รีบกระจายตัวออกไปเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประมุขและภรรยาได้ประลองฝีมือเซียวเฟิงเหยียนคว้ากระบี่เล่มหนึ่งสำหรับใช้ฝึกมาถือเอาไว้ มองภรรยาที่กำลังหาอาวุธที่เหมาะมือให้กับตัวเองนายเหนือไม่เคยคิดที่จะประมือกับเซียวหนิงเฉิงมาก่อนและยังไม่เคยเห็นเขาสู้เลยสักครั้งนับั้แ่ที่เจอกันครั้งแรก ไม่รู้ว่าป่านนี้ฝีมือจะไปถึงขั้นไหนแล้ว
“เตรียมรับมือข้าให้ดี” ร่างโปร่งในชุดสีขาวหันมามองสามีที่ยืนมองเขาอยู่แม้จะตั้งใจอ่อนข้อให้ภรรยากระนั้นเซียวเฟิงเหยียนก็ตั้งท่าเตรียมรับการจู่โจมชั่วพริบตาที่ท่านเทพเคลื่อนไหวร่างในชุดสีขาวนั้นก็หายไปจากระยะสายตาของเซียวเฟิงเหยียนแล้ว
ใครที่บอกว่าเซียวหนิงเฉิงแก่ต้องกลับคำใหม่เสียั้แ่ตอนนี้
ทันทีที่ท่านเทพเคลื่อนไหวก็มาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังของนายเหนือเซียวเฟิงเหยียนพลิกตัวหลบอย่างรวดเร็วจังหวะที่จะหันกลับมาเพื่อโจมตีกลับเซียวหนิงเฉิงก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นเสียแล้ว
ช่างเป็การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วอะไรเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าอายุเกินร้อยนั้นเป็เพียงแค่ตัวเลขที่เอาไว้นับรอบปีเท่านั้น
เคร้ง!
“ดูเหมือนร่างกายจะยังดีอยู่” นายเหนือเอ่ยยกกระบี่ขึ้นกันกระบี่ที่ฟาดลงมา ท่านเทพยกยิ้มก็ไม่ใช่เซียวเฟิงเหยียนหรอกรึที่บอกว่าเขายังไม่แก่
“เ้าเป็คนบอกเองว่าข้ายังไม่แก่”
“ข้าพูดถูกแล้ว” มือหนาสะบัดข้อมือเพียงหนึ่งครั้งก็ผละออกมาจากท่านเทพได้เมื่อสะบัดกระบี่ก็พลันส่งสายฟ้าเส้นเล็กๆไปกับไอกระบี่จนมองเห็นคมกระบี่ที่กำลังพุ่งไปหาเซียวหนิงเฉิงท่านเทพสะบัดกระบี่หนึ่งครั้งส่งสายน้ำเส้นเล็กๆมาปะทะกับสายฟ้าเส้นนั้นจนทำให้เกิดประกายขนาดเล็กปะทุขึ้นกลางอากาศ
ดูเหมือนพวกเขาเหมาะที่จะเป็คู่ฝึกวิชาด้วยกันมากกว่าที่จะปะทะกันเสียมากกว่าเห็นได้ชัดว่าสายน้ำและสายฟ้าเข้ากันได้ดีทีเดียว
พรึ่บ!
“สามีคนดี รู้ผลแล้ว” ชั่วจังหวะที่เกิดการปะทะของพลังสองสายท่านเทพก็พุ่งตัวตามพลังนั้นมาปรากฏตัวอยู่ที่เบื้องหน้าของสามี จ่อกระบี่เข้าที่เอวหนาพลางหัวเราะ
“นายเหนือออมมือแล้ว”
“เป็ท่านเทพที่เก่งกาจ ข้าจะสู้ได้อย่างไร” ร่างสูงยกมือยอมแพ้ เหล่าองครักษ์ที่ดูอยู่ยังคงงุนงงกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วดุจสายฟ้าแต่ทว่าสงบนิ่งดังผืนน้ำของท่านเทพการเคลื่อนไหวที่คาดเดาทิศทางไม่ได้แบบนี้นับว่าเป็การเคลื่อนไหวที่เก็บััได้ดีกว่ามือสังหารเสียอีก
“วันนี้เราคงจะต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่กันทั้งวันเสียแล้วล่ะ”ท่านเทพหัวเราะ ดูสายตาขององครักษ์รุ่นเยาว์นั่นสิหากมิใช่เพราะว่าประมุขของพวกเขายังอยู่ตรงนี้คงได้กรูกันเข้ามาเพื่อขอให้ท่านเทพสอนวิธีเคลื่อนไหวอย่างเมื่อครู่ให้เซียวหนิงเฉิงก็ชอบเด็ก เมื่อเห็นแววตาเป็ประกายขององครักษ์รุ่นเยาว์ก็อดไม่ได้ที่จะอยู่สอนสั่งเสียหน่อย
“ข้าย่อมตามใจท่าน” เมื่อเห็นว่าประมุขอนุญาตเหล่ารุ่นเล็กต่างก็เข้ามาห้อมล้อมฮูหยินพร้อมทั้งเอ่ยถามถึงการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ท่านเทพก็ใจดีบอกวิธีการฝึกรวมถึงปรับเปลี่ยนวิธีการฝึกเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะกับแต่ละคนส่วนนายเหนือนั้นไปดูองครักษ์รุ่นโตกว่าการฝึกไปถึงไหนก่อนจะสั่งให้หยุดพักแล้วมาฝึกต่อเพียงแค่หนึ่งวันท่านเทพก็ได้กลายเป็ฮูหยินแห่งป้าเตาอย่างเต็มตัว ยามที่เดินกลับเรือนเหล่าองครักษ์ก็ต่างเอ่ยทักทายอย่างไม่ขาดสาย
“ท่านเป็ที่ชื่นชอบของเหล่าคนอายุน้อยเสียจริง”
“สามีกำลังหึงหวงข้ารึ?” เซียวหนิงเฉิงหยอกล้ออะไรกัน แม้แต่องครักษ์รุ่นเยาว์เ่าั้เซียวเฟิงเหยียนก็หึงหวงด้วยรึ
“มีภรรยางดงามดุจเทพเซียนเช่นนี้ไม่หึงหวงได้ด้วยรึ”ดวงตาคมหันมามองภรรยา พวกเขากำลังเดินจูงมือกันกลับไปที่เรือน วันนี้นับว่าได้ออกแรงมากทีเดียวและเซียวหนิงเฉิงก็ได้กลายเป็ที่รักขององครักษ์รุ่นเยาว์ไปเสียแล้วไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมาขอให้ท่านเทพสอนอะไรให้อีก
“สามีข้าปากหวานเสียจริง”ไยขยันเอาใจนัก กลัวว่าเขาจะโกรธเื่ที่เมื่อก่อนเคยไปที่หอคณิการึ เขาจะโกรธทำไมกัน
“พรุ่งนี้ข้าจะพาท่านไปที่หอบรรพบุรุษ ท่านพ่อจะต้องดีใจมากที่ท่านไปพบเขา”เซียวหนิงเฉิงพยักหน้า เขาเองก็ต้องไปขอบคุณนายเหนือคนก่อนที่ดูแลเซียวเฟิงเหยียนแทนเขามาจนถึงตอนนี้ดังนั้นเขาจะทำเื่ที่รับปากกับนายเหนือคนก่อนเอาไว้ให้ลุล่วง
หลังจากที่กลับมาที่เรือนพวกเขาทั้งสองก็ต่างแยกย้ายกันไปอาบน้ำชำระร่างกายดั่งเช่นเมื่อวานจนถึงตอนนี้นายเหนือก็ยังอดทนที่จะไม่แตะต้องอย่างเกินเลยกับเซียวหนิงเฉิงยังคงเป็สุภาพบุรุษให้เกียรติภรรยารอจนท่านเทพแต่งตัวเสร็จถึงจะเดินมาข้ามฉากกั้นมารับภรรยาลงไปทานข้าวที่ชั้นล่าง
จะอดทนไปได้ถึงเมื่อไหร่กันนะ เซียวหนิงเฉิงอยากรู้จริงๆ
ก่อนเข้านอนนายเหนือก็มาส่งภรรยาที่เตียงดับไฟให้เรียบร้อยแล้วค่อยเดินข้ามฉากกั้นไปยังเตียงของตัวเองเซียวหนิงเฉิงนอนมองเพดานห้องอยู่สักพัก ในใจก็พลันรู้สึกไม่ดีเล็กน้อย ราวกับว่าพรุ่งนี้จะต้องมีเื่อะไรให้เขาต้องรับมือกับสองป้าหลาน
ในตอนนี้ผู้ที่คอยช่วยเหลือตระกูลหวงอยู่ที่ป้าเตาคือฮูหยินใหญ่กับหวงเหมยกุ้ย่นี้ยังเป็่หลังแต่งงานของเขากับเซียวเฟิงเหยียนนอกจากสืบจำนวนคนของตระกูลหวงที่ยังอยู่ในป้าเตาว่ามีอยู่เท่าไหร่ก็อย่าเพิ่งลงมือทำอย่างอื่นจะดีกว่าเพื่อป้องกันไม่ให้สองป้าหลานเอาความเคลื่อนไหวของเขาไปบอกกับตระกูลหวงและป้องกันตัวได้ก่อน
ต้องกำจัดคนของตระกูลหวงออกไปอย่างลับๆและไม่มีหลักฐานสืบสาวมาถึงตัวเซียวหนิงเฉิงแม้ตระกูลหวงจะคิดว่าเป็ฝีมือเขาแต่ตราบเท่าที่ไม่มีหลักฐานก็จะไม่สามารถหาความเชื่อมโยงใดๆระหว่างเซียวหนิงเฉิงกับคนที่ถูกกำจัดไปได้ต่อให้อยากจะหาเื่แค่ไหนก็ทำได้แค่ก่อความวุ่นวายน่ารำคาญใจให้กับเซียวหนิงเฉิงเท่านั้น
เช่นที่ตระกูลหวงมักจะทำเช่นนั้นกับคนอื่น
คงจะน่าดูชมที่มีคนใช้วิธีเดียวกันกับตัวเองในการเล่นงานคนอื่น เซียวหนิงเฉิงจะทำให้พวกเขาคับแค้นใจจนจุอกให้ดู
เมื่อยามเช้ามาเยือน่เวลาทานอาหารเช้าของนายเหนือและภรรยาก็ถูกขัดจังหวะเช่นเดียวกับเมื่อวานเป็ดั่งลางสังหรณ์ที่เซียวหนิงเฉิงรู้สึกได้เมื่อคืน
“แม่ใหญ่รับนางเข้ามาดูแล?” ร่างสูงเลิกคิ้วคีบหมูผัดซอสให้ภรรยา คราวนี้นายเหนือรู้ทันแม่ใหญ่จึงไม่ได้ลุกขึ้นไปต้อนรับนางแต่ยังนั่งอยู่ข้างๆภรรยาเช่นเดิมตอนที่นางเดินเข้ามาพร้อมกับหวงเหมยกุ้ย
“ข้าเห็นว่านางมีชีวิตลำบากจึงไถ่ตัวนางมาเป็สาวใช้ของเหมยกุ้ยแต่ข้าเห็นว่าที่เรือนของคุณชายใหญ่มีสาวใช้น้อยยิ่งนัก จึงพานางมาให้คุณชายใหญ่ดูหน้าค่าตาเพื่อให้นางได้มาเป็สาวใช้ที่เรือนของคุณชายใหญ่”เซียวเฟิงเหยียนมองไปยังสตรีที่คุกเข่าอยู่อย่างสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังของหวงเหมยกุ้ยดังเช่นเมื่อวาน เซียวหนิงเฉิงคีบของกินที่เผ็ดที่สุดไปไว้ในจานของ ‘น้องสาว’ สามีที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือ
“เหมยกุ้ยกินเข้าไปเยอะๆเสียหน่อยฮูหยินใหญ่เลี้ยงดูเ้าไม่ดีหรืออย่างไรไยผอมแห้งเช่นนี้”
“ข้าเพียงแค่ควบคุมอาหารเท่านั้นเ้าค่ะ ท้องของข้าไม่ค่อยดีจึงกินอาหารรสจัดมากไม่ได้” หวงเหมยกุ้ยหาทางปฏิเสธที่จะไม่กินอาหารรสเผ็ดพวกนี้เพราะมันทำให้ปากของนางบวมแดงจนดูไม่ได้แต่ทั้งๆที่เป็แบบนั้นเซียวหนิงเฉิงกลับไม่เป็อะไรเลยหลังจากที่กินเข้าไปราวกับว่าอาหารพวกนี้จืดชืดเสียอย่างนั้น
“แต่อันนี้อร่อยมาก ดีต่อสุขภาพ เฟิงเหยียนชอบกินมากข้าเองก็ชอบ” เมื่อนางไม่ยอมกินท่านเทพก็หันไปคีบของกินอีกอย่างที่รสชาติอ่อนกว่าแต่ทว่าเป็ของที่หวงเหมยกุ้ยไม่ชอบมาแทนหากกินอาหารรสจัดไม่ได้เช่นนั้นอาหารรสอ่อนกว่าคงไม่มีปัญหา
“เ้าค่ะท่านเทพ” หวงเหมยกุ้ยหยิบตะเกียบคีบของกินนั้นเข้าปากรสชาติของมันอ่อนมากก็จริงแต่หวงเหมยกุ้ยไม่ชอบรสชาติของมันเลย
“ฮูหยินใหญ่บอกว่าไถ่ตัวนางออกมา นางทำอะไรมาก่อนรึ”เซียวหนิงเฉิงเอ่ยถาม คีบนั่นคับนี่มาใส่ไว้ในจานของหวงเหมยกุ้ย ปกติแล้วจะมีอาหารบางอย่างที่ห้ามตักมารวมกันอย่างเด็ดขาดมิเช่นนั้นกินแล้วจะท้องเสียเอาได้กระนั้นท่านเทพก็ทำเป็ลืมคีบของกินที่ว่านั้นไปใส่รวมกันอยู่ในจานของสาวน้อยเสียแล้ว
“ข้าไถ่ตัวนางมาจากหอคณิกา นางเป็สาวงาม มีความสามารถบรรเลงพิณเป็เลิศเหมาะที่จะเป็เพื่อนคุยให้กับท่านเทพยามที่คุณชายใหญ่ไปทำงานที่ค่ายองครักษ์ในวังหลวงข้าจึงได้พานางมาที่นี่” ดูเหมือนฮูหยินใหญ่จะไม่รู้เลยว่าที่พูดออกมานั้นเป็การดูิ่เซียวหนิงเฉิงแค่ไหน
จริงอยู่ที่ท่านเทพนั้นไม่ได้แบ่งแยกชนชั้นมนุษย์เราถือว่าเท่าเทียมกันหมด กระนั้นทุกคนก็มีบทบาทหน้าที่และตำแหน่งที่แตกต่างกันมีสถานะทางสังคมที่แตกต่างกันและสถานะของท่านเทพแห่งเผิงหลายก็ไม่ใช่สถานะที่ใครหน้าไหนจะมาแตะต้องได้ง่ายๆโดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ
“แม่ใหญ่” เซียวเฟิงเหยียนวางตะเกียบลงมองหน้ามารดาเลี้ยงด้วยสายตาที่ราวกับจะกรีดแทงนาง นางถือตัวเองว่าาุโกว่าเขาแล้วจะแสดงกิริยามารยาทเช่นนี้ได้รึ
“ข้าไม่ได้ว่าอะไรที่แม่ใหญ่หวังดีกลัวว่าภรรยาข้าจะเหงายามที่ข้าไม่อยู่แต่ท่านคงจะลืมกฎระเบียบที่ควรทำไปแล้วกระมังว่าสาวใช้ของฮูหยินแห่งป้าเตาจะต้องได้รับการฝึกอบรมเช่นไร”ดวงตาคมกริบมองไปยังผู้ที่จะมาเป็สาวใช้ เป็สาวงามแล้วอย่างไรมีความสามารถแล้วอย่างไร บรรเลงพิณได้ไพเราะแล้วอย่างไรเซียวเฟิงเหยียนไม่ได้อยากจะดูถูกสตรีที่เป็หญิงคณิกา แต่การกระทำเช่นนี้นั้นไม่เหมาะสมและไม่ควรทำเป็อย่างยิ่ง
“ข้าจะไม่พูดถึงเื่ที่นางเคยอยู่ที่หอคณิกาการที่จะเป็สาวใช้ในเรือนของประมุขจะต้องได้รับการอบรมสั่งสอนหน้าที่ของสาวใช้มาพร้อมต้องได้รับการยอมรับจากผู้เป็นายถึงจะสามารถเข้ามาเป็สาวใช้ได้ จู่ๆแม่ใหญ่ก็พานางมายังไม่ได้ผ่านการอบรมหน้าที่สาวใช้อย่างถูกต้องคิดว่ายุติธรรมกับคนอื่นที่อยากจะมาเป็สาวใช้ในเรือนของข้านักรึ” คิดว่าเรือนของประมุขเป็อะไรถึงจะให้ใครที่ไหนเข้ามาก็ได้ สาวใช้ที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็คนที่เซียวเฟิงเหยียนคัดเลือกมาเองกับมือซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ และวางใจที่จะให้ดูแลภรรยาของเขายามที่เขาไม่อยู่ แต่นางเป็ใครแม่ใหญ่ถึงได้กล้าพานางเข้ามาที่นี่แบบนี้
“คุณชายใหญ่ โปรดใจเย็นก่อนข้าเพียงแค่ทำไปเพราะหวังดีเท่านั้น ไม่ได้เจตนาที่จะทำอะไรเสียหายเลย” ฮูหยินใหญ่รีบอธิบาย นายเหนือผู้นี้ยามที่โกรธนั้นน่ากลัวนักแม้เป็นางก็ไม่อาจสู้หน้าได้หากเซียวเฟิงเหยียนโกรธขึ้นมา
“เมื่อครู่แม่ใหญ่บอกว่านางเหมาะที่จะเป็เพื่อนพูดคุยกับภรรยาของข้าแม่ใหญ่รู้หรือเปล่าว่านั่นมันหมายถึงอะไร?” คิดลดทอนสถานะของท่านเทพหรืออย่างไรหรือต้องให้เขามีประกาศิตว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรือนของประมุขนางถึงจะยอมหยุด
“ข้าไม่ได้เจตนาเช่นนั้น คุณชายใหญ่อย่าได้โกรธเลย”การทำเช่นนี้เสี่ยงมากจริงๆ แต่นางได้ลงมือทำไปแล้วนางคิดว่าการทำเช่นนี้จะทำให้เซียวหนิงเฉิงโกรธแต่กลับกลายเป็ว่าเป็คุณชายใหญ่ที่โกรธแทน เป็แบบนี้ไม่ดีแน่
“เอาเถอะ” ท่านเทพยกน้ำชาขึ้นจิบส่งยิ้มละมุนออกมาเล็กน้อยแล้วมองไปยังสาวน้อยที่นั่งคุกเข่าอยู่
“ถึงฮูหยินใหญ่จะลดสถานะข้าไปเทียบกับอดีตหญิงคณิกากระนั้นข้าก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรถึงเื่นี้ ขอบคุณสำหรับความหวังดีของฮูหยินใหญ่ทว่าข้าไม่สามารถรับนางมาเป็สาวใช้ได้” ระหว่างที่พูดก็คงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเป็ท่านเทพผู้สูงศักดิ์จนไม่มีใครกล้าอาจหาญมาเทียบ
“สำหรับหญิงคณิกานั้นทั้งชีวิตต้องพบเจอกับเื่ต่างๆมากมาย แต่ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็เื่ร้ายทำให้สภาพจิตใจอ่อนแอและเปราะบาง ตัวข้านั้นมีพลังที่ไม่อาจกักเก็บเพื่อปกป้องไม่ให้นางเป็อันตรายได้อีกทั้งรอบตัวข้านั้นมีทั้งหน่วยลับและมือสังหารที่มีไอสังหารเข้มข้น หากนางรั้งอยู่กับข้าไม่เกินสองวันนางจะต้องสิ้นใจอย่างแน่นอน”ท่านเทพมองไปยังสาวน้อยที่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร ใบหน้าแบบนั้นรู้สึกว่าเขาจะเคยเห็นมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว
สาวน้อยที่ครั้งหนึ่งเซียวเฟิงเหยียนเคยเรียกตัวมาปรนนิบัติที่หอคณิกาเมื่อสี่ปีก่อน
ฮูหยินใหญ่ถึงกับพานางมาที่นี่นับว่าประกาศเจตนาของนางอย่างชัดเจนทีเดียว
นางคงจะทุ่มแรงไปไม่น้อยในการสืบหาหญิงคณิกาคนนี้เพื่อใช้เล่นงานเขาน่าเสียดายที่คนอย่างเซียวหนิงเฉิงไม่ตกเป็รองของหญิงแก่เช่นนางง่ายๆ ไม่สิอายุของนางเมื่อเทียบกับเซียวหนิงเฉิงนางก็ไม่ต่างอะไรกับคนรุ่นลูกด้วยซ้ำ
“แต่เห็นแก่ความหวังดีของฮูหยินใหญ่ ในเมื่อพานางมาแล้วข้าจะรับนางไว้เป็คนของข้าและคืนเงินทั้งหมดที่ฮูหยินใหญ่ได้ไถ่ตัวนางมา” ท่านเทพให้คนสนิทไปนำถุงทองของเซียวหนิงเฉิงที่เก็บเอาไว้ที่ห้องนอนมาจากนั้นจึงยื่นส่งให้กับฮูหยินใหญ่
“ฮูหยินใหญ่คงจะเสียไปมากเพื่อให้ได้ตัวนางมาให้ข้าได้ตอบแทนฮูหยินใหญ่เสียหน่อยทองกับมุกนี้น่าจะเพียงพอในการไถ่ตัวนางมาเป็คนของข้า” จำนวนทองและไข่มุกที่เซียวหนิงเฉิงให้ไปนั้นมีค่ามากพอที่จะไถ่ตัวหญิงคณิกามาได้ทั้งหอคณิกาทีเดียวแต่แม้เขาจะมีทรัพย์สมบัติมากมายก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องเที่ยวไปช่วยเหลือใครหรือไถ่ตัวใครออกมาซ้ำแต่จะเป็เื่วุ่นวายขึ้นมาเปล่าๆ
“นับจากนี้นางเป็คนของข้าแล้วขอบคุณฮูหยินใหญ่มากที่หวังดี ข้าขอเวลาพูดคุยกับนางสักเล็กน้อยหวังว่าฮูหยินใหญ่จะให้เวลาส่วนตัวกับเรา”
“แน่นอนๆ ข้าเองก็มารบกวนเวลานานมากแล้วเช่นนั้นข้าขอตัว” ฮูหยินใหญ่ยิ้มรับคว้าถุงทองและหลานสาวรีบเดินออกไปจากศาลาริมน้ำตกในทันที ดวงตาสีฟ้าหันมามองคนที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่
“เอาล่ะ นางสั่งให้เ้ามาทำอะไรบ้าง บอกข้ามาให้หมดมิเช่นนั้นข้าจะส่งเ้ากลับไปยังที่ที่เ้าจากมา”