บทที่ 11 ศิลาอักษรวิจิตรทำเนียบปราชญ์
หลี่ฉางอันยอมรับว่าตนเองปล่อยไก่ไปแล้ว
การฝึกฝนอย่างยากลำบากของระบบการศึกษาเก้าปีของราชวงศ์ใหญ่ ทำให้แม้แต่การทำความเข้าใจในการอ่านวิชาภาษาก็ยังไม่ผ่าน
และยังกล้าเสนอความเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ อีก
ช่างน่าอับอายจริง ๆ
หลี่ฉางอันรีบร้อนขึ้นบันได จึงไม่ได้สังเกตเลยว่าตนเองกำลังจับมือของหลิ่วจืออินตลอดเวลา
มือเรียวยาวกุมนิ้วเรียวบางอันนุ่มนวลดั่งหยก
หลิ่วจืออินรู้สึกเหมือนมือของนางชาไปหมด ในหัวว่างเปล่า ตาเห็นสิ่งต่าง ๆ แต่ก็เหมือนมองไม่เห็น ทั้งร่างรู้สึกราวกับล่องลอย
พื้นที่ภายในหอชมดาวกว้างใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก เพียงแค่โถงใหญ่ชั้นหนึ่งก็มีคนราวสิบกว่าคน ส่วนชั้นบนก็มีเงาร่างของผู้คนเคลื่อนไหวไปมา
แม้จะรองรับคนมากมายเช่นนี้ แต่กลับไม่รู้สึกแออัดแต่อย่างใด
"พี่หวัง ครั้งนี้มีท่านออกโรง คิดว่าตำแหน่งที่หนึ่งของงานประชันบทกวีนี้ต้องตกเป็ของท่านแน่นอน"
"พี่เฉินพูดเล่นแล้ว เมื่อมีท่านผู้นั้นที่ได้รับเลือกจากสำนักศึกษาไป๋ลู่อย่างหลิวเฉาเซิงร่วมงาน พวกเราเพียงแค่รอชื่นชมผลงานเยี่ยมยอดก็พอแล้ว"
"ใช่แล้ว การได้เข้าสำนักศึกษาไป๋ลู่นับได้ว่าเป็ก้าวะโเลยทีเดียว อนาคตข้างหน้ารุ่งโรจน์ ไม่มีทางที่พวกเราจะเทียบได้แน่"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้างล้วนดังเข้าหูโดยไม่มีผลกระทบใด ๆ
หลี่ฉางอันตั้งใจชะลอฝีเท้าลง เพื่อฟังการสนทนาของผู้คนที่รู้เื่ภายในเหล่านี้
ในเวลานั้น มีเงาร่างหนึ่งเดินมาข้างกายหลี่ฉางอัน ตบไหล่หลี่ฉางอันเบา ๆ
"ท่านพี่ เหตุใดจึงเดินช้านัก รีบขึ้นหอเถิด"
หลี่ฉางอันหันกลับไปมอง บนใบหน้าปรากฏสีหน้าเขินอายอีกครั้ง ที่แท้ก็คือนักเรียนสถานศึกษาอำเภอที่หัวเราะพรืดออกมาเมื่อครู่
"ท่าน… พี่จื่อเจา?"
"ข้าคือฉินจื่อเจาไม่ทราบว่าท่านพี่มีแซ่และชื่ออันใด"
จื่อเจายิ้มพลางประสานมือคำนับ ในดวงตายังมีแววขบขันที่เก็บไว้ไม่อยู่
หลี่ฉางอันรีบคำนับตอบอย่างรวดเร็ว "ข้าคือหลี่ฉางอัน"
พร้อมกับแนะนำหลิ่วจืออินที่อยู่ข้างกาย "ท่านผู้นี้คือพี่สะใภ้ของข้า"
สายตาของฉินจื่อเจาเปลี่ยนเป็แววประหลาดในทันที แต่ยังคงรักษามารยาทไว้ เขาค้อมกายคำนับเล็กน้อยให้หลิ่วจืออิน
"คู่ยอดอักษรที่พี่ฉางอันเพิ่งแสดงไปเมื่อครู่นี้ ทำให้พวกเราทั้งหมดรู้สึกชื่นชมอย่างยิ่ง คิดว่าสำหรับงานประชันบทกวีครั้งนี้ ท่านคงได้เตรียมการมาแล้วเป็แน่"
ฉินจื่อเจายื่นมือเชิญอย่างสุภาพ แล้วเดินเคียงข้างหลี่ฉางอัน
"พี่จื่อเจาเกรงใจแล้ว ข้าก็เพียงแค่ได้เห็นคู่ยอดอักษรมามาก พอดีนึกออกอย่างฉับไวเท่านั้น" หลี่ฉางอันกล่าว
"ส่วนเื่งานประชันบทกวีครั้งนี้ ข้าก็เพิ่งทราบโดยบังเอิญ เลยมาเพื่อเปิดหูเปิดตาดูสักหน่อย"
ฉินจื่อเจาได้ยินคำพูดนั้นแล้วมองมาที่หลี่ฉางอัน
"ถ้าเช่นนั้น ท่านพี่ฉางอันต้องพยายามให้มากแล้ว งานประชันบทกวีครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง หากมีผลงานเยี่ยมออกมา ประโยชน์ก็ไม่น้อยเลย"
"ขอท่านพี่จื่อเจาโปรดให้คำแนะนำด้วย" หลี่ฉางอันกล่าวอย่างสงบนิ่ง
"งานประชันบทกวีครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองที่หลิวเฉาเซิงได้รับคัดเลือกเข้าสำนักศึกษาไป๋ลู่ เมื่อครู่เ้าก็เห็นแล้ว อาจารย์กู้มานั่งประจำที่ประตูบูรพาด้วยตนเอง" ฉินจื่อเจากล่าว "ไม่เพียงเท่านั้น ท่านเสวียเจิ้งก็จะมาด้วย"
"เื่นี้ข้าก็เคยได้ยินมาบ้าง" หลี่ฉางอันพยักหน้า
ฉินจื่อเจาโน้มตัวเข้ามากระซิบเบา ๆ "แต่ความจริงแล้ว งานประชันบทกวีครั้งนี้ ท่านนายอำเภอและท่านปลัดอำเภอก็จะมาร่วมด้วย อีกทั้งสำนักศึกษาไป๋ลู่ก็จะมีคนมาด้วย"
หลี่ฉางอันม่านตาสั่นไหวอย่างรุนแรง มองไปยังฉินจื่อเจาด้วยความไม่อยากเชื่อ
"ท่านพี่จื่อเจา นี่ก็แค่งานประชันบทกวีเท่านั้น ทำไมถึงมีคนมามากมายขนาดนี้"
ฉินจื่อเจากล่าวอย่างลึกลับว่า
"ได้ยินว่านักเรียนจากสำนักศึกษาบังเอิญเดินทางผ่านมาแถวนี้พอดี เลยจัดงานประชันบทกวีนี้ขึ้นมาเป็พิเศษเพื่อสร้างความสัมพันธ์ แน่นอนว่าเหตุผลที่แท้จริง ข้าก็ไม่ค่อยรู้แน่ชัด”
“แต่ผู้ชนะอันดับหนึ่งในการงานประชันบทกวีครั้งนี้ จะได้รับการจารึกในศิลาอักษรวิจิตรของอำเภอหลิน มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทั่วทั้งอำเภอ เพื่อสร้างชื่อเสียง นี่เป็โอกาสที่หายากยิ่ง"
หลี่ฉางอันชะงักไปครู่หนึ่ง "ศิลาอักษรวิจิตร?"
"ใช่แล้ว" ฉินจื่อเจาตบไหล่หลี่ฉางอัน
“แม้ว่าพี่ฉางอันจะยังไม่ได้เปิดใช้ตราประทับปราชญ์แต่ก็ต้องเตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ หลังจากตื่นรู้ตราประทับปราชญ์แล้ว ชื่อเสียงจะเปลี่ยนเป็พลังวรรณกรรม สร้างวิมานปราชญ์ก้าวหน้าอย่างแข็งขัน จึงจะนับว่าได้ก้าวเข้าสู่หนทางของวิถีปราชญ์อย่างแท้จริง”
“แม้ว่าตราประทับปราชญ์จะสามารถติดต่อกับทำเนียบปราชญ์ได้ เมื่อบทกวีและโคลงกลอนได้ขึ้นสู่ทำเนียบปราชญ์ทั่วทั้งแผ่นดินก็จะรู้จัก ชื่อเสียงและพลังวรรณกรรมก็จะไหลมาเหมือนแม่น้ำสายใหญ่”
“แต่ถึงอย่างไร นั่นก็เป็สนามประลองของปราชญ์ผู้เป็อัจฉริยะตัวจริง ทุกเดือนมีการจัดอันดับ รับเพียงร้อยอันดับแรกเท่านั้น”
“สำหรับพวกเราแล้ว มันช่างห่างไกลเกินเอื้อม สู้ขยันบากบั่นสร้างชื่อเสียงทุกชิ้น สะสมพลังอักษรทุกน้อย ก่อร่างสร้างวิมานปราชญ์อย่างมั่นคง ยกระดับตราประทับปราชญ์ดีกว่า ศิลาอักษรวิจิตรในอำเภอนี้ เหมาะแก่การขะมักเขม้นบากบั่นของพวกเรายิ่งนัก”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ฉินจื่อเจาก็รู้สึกสะท้อนใจอย่างยิ่ง
"อาจารย์กู้ก็บอกว่า ในปีหน้า พี่ฉางอันจะผ่านการสอบระดับอำเภอได้อย่างแน่นอน ดังนั้นต่อไปเ้ากับข้าจะเป็เพื่อนร่วมสำนัก ข้าจึงอยากจะบอกเ้าเพิ่มเติมสักหน่อย… วันนี้ต้องพยายามให้เต็มที่ในการเข้างานประชันบทกวี ถึงแม้จะมีหลิวเฉาเซิงอยู่ ทำให้โอกาสที่พวกเราจะได้รับชัยชนะนั้นน้อยมาก แต่หากบทกวีมีคุณภาพดี ก็จะได้รับความสนใจจากผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็ผลดีไม่น้อยเลย"
หลี่ฉางอันประสานมือคำนับฉินจื่อเจาอย่างจริงจัง
"ขอบคุณพี่จื่อเจาที่ชี้แนะ"
"เื่เล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรเสียปีหน้าพวกเราก็จะได้เป็เพื่อนร่วมชั้นกันแล้ว จะรู้จักกันเร็วหรือช้าก็ไม่แตกต่างกัน"
ฉินจื่อเจาโบกมือด้วยท่าทางไม่ถือสา
"พอเข้าสถานศึกษาอำเภอแล้ว พวกเราก็จะถือเป็พวกเดียวกัน ต่อไปภายหน้า ยังมีหลายเื่ที่จะได้ช่วยเหลือกันอีกมาก หลิวเฉาเซิงวันนี้จะเป็ตัวอย่าง เขาสามารถกลายเป็ผู้นำทางให้พวกเราในสำนักศึกษาไป๋ลู่ในอนาคต ท้ายที่สุดแล้ว มีเพียงการรวมกลุ่มเท่านั้นที่จะทำให้เราสร้างชื่อเสียงในสำนักศึกษา หรือแม้แต่ในแคว้นจิ้น"
หลี่ฉางอันพยักหน้า
เื่พวกนี้ก็ไม่ต่างจากในราชสำนักเท่าไร มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย รวมกลุ่มเพื่อความอยู่รอดมั่นคง
ยิ่งมีอำนาจมากเท่าไร ก็ยิ่งได้รับผลประโยชน์มากเท่านั้น
สถานศึกษาอำเภอเป็เช่นนี้ ยิ่งเป็สำนักศึกษายิ่งเป็เช่นนี้ ภายในมีฝ่ายต่าง ๆ ภายนอกก็มีการแข่งขัน
มีตราประทับปราชญ์แล้ว จึงมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน
ไม่มีตราประทับปราชญ์ ทุกอย่างก็เป็เพียงเมฆลอย
ฉินจื่อเจาที่อยู่ตรงหน้า หากไม่ใช่เพราะคู่ยอดอักษรเมื่อครู่นี้ รวมถึงคำวิจารณ์ของอาจารย์กู้ บางทีคงไม่พูดกับเขามากมายเช่นนี้
พูดให้ถึงที่สุด เป็เพราะเขามีคุณสมบัตินี้แล้วต่างหาก
ถ้าไม่เช่นนั้น ต่อให้เขาเอาชีวิตเป็เดิมพันไปประจบเอาใจ ผู้อื่นก็มีแต่จะหัวเราะเยาะด้วยความดูแคลนเท่านั้น
หลิ่วจืออินที่ติดตามหลี่ฉางอันอย่างใกล้ชิด เห็นหลี่ฉางอันกับฉินจื่อเจาสนทนากันอย่างสนุกสนาน ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดี ผสมกับความชื่นชมเล็ก ๆ
นี่คือคุณชายรองนี่นา หนึ่งเดียวของตระกูลหลี่ที่รักการอ่านหนังสือ ตอนนี้เพียงแค่ได้ลองแสดงความสามารถเล็กน้อย ก็สามารถขึ้นไปบนหอชมดาวและได้รู้จักกับนักเรียนจากสถานศึกษาอำเภอ
อนาคตจะต้องมีชื่อเสียงมากขึ้นแน่นอน
"คงจะเป็เช่นที่พี่จื่อเจามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ข้าน้อยจะรอติดตามผลงานชิ้นเอกในเวลาอันใกล้นี้" หลี่ฉางอันกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ฉินจื่อเจาเผยรอยยิ้มเล็กน้อย สีหน้าเปล่งประกายความภาคภูมิใจ แล้วกล่าวอย่างถ่อมตัวว่า
"พี่ฉางอันอย่าได้ชมข้าเกินจริงเลย เมื่อครู่อาจารย์ยังบอกเลยว่าพร์คู่ยอดอักษรของท่านนั้นเหนือกว่าพวกข้ามากนัก คงมีบทกวีอยู่ในใจไม่น้อย ที่นี่ท่านอย่าได้ซ่อนฝีมือเลย"
"แน่นอน แน่นอน"
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอขึ้นไปก่อนแล้ว เพื่อนร่วมชั้นของข้ายังรออยู่ พี่ฉางอันต้องมานะ"
ฉินจื่อเจาตบไหล่หลี่ฉางอันแล้วก้าวขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว
หลี่ฉางอันยิ้มพลางพูดกับหลิ่วจืออินที่อยู่ข้างกาย
"ศิษย์สถานศึกษาอำเภอผู้นี้มีนิสัยตรงไปตรงมาทีเดียว"
หลิ่วจืออินพยักหน้า มองไปรอบ ๆ อย่างขลาดกลัว แล้วรีบเก็บสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว
"น้องรอง ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าต้องทำได้แน่นอน"
"พวกเราก็รีบขึ้นไปบนหอกันเถอะ จะได้ชมลีลาของนักอ่านแห่งอำเภอหลินสักหน่อย" หลี่ฉางอันกล่าวพลางยิ้ม
บทกวีในความทรงจำมีมากมาย การรับมือกับงานประชันบทกวีของอำเภอเล็ก ๆ แค่นี้ เป็เื่ง่ายดายมิใช่หรือ
หลี่ฉางอันพาตัวหลิ่วจืออินก้าวขึ้นบันไดที่ทอดสู่ตัวหอ โดยเดินผ่านฝูงชนที่กำลังสนทนากันอยู่