คนธรส ตื่นขึ้นมาใน่บ่ายแก่ รู้สึกร่างกายเริ่มมีแรงกลับคืนมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวอยู่ เหลียวมองดูไปรอบๆ ห้องก็ไม่พบเจอคนที่้าอยากจะเจอ ซึ่งนั้นยิ่งเป็การตกย้ำความรู้สักล่าสุดของเธอให้กลับหวนคิดขึ้นมาอีก
“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง”
คนธรส ลุกขึ้นนั่งได้สักพัก เสียงโทรศัพท์มือของเธอที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้น ชื่อที่โทรเข้ามาโชว์ขึ้นในโทรศัพท์มือถือเป็ชื่อ สุเมศ เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันมานั้นเอง
“สวัสดีจ้ะ เมศ” คนธรส กดรับสายคนที่โทรเข้ามา
“หวัดดี รส วันนี้เมศ นาถ และก็นุช จะไปเยี่ยมรสที่บ้านจะได้ไปไหม?” สุเมศ เอ่ยถามขึ้นทันทีโดยไม่อ้อมค้อม
ชายหนุ่มได้เห็นข่าวการแต่งงานของ คนธรส จากในอินเตอร์เน็ต ก็ต้องร้อนใจนั่งไม่ติดเลยทีเดียว ซึ่ง สุเมศ หลงรักสาวเ้ามานาน พยายามพิชิตหัวใจเ้าหล่อนก็หลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จสักที แต่มีใครก็ไม่รู้อยู่ดีๆ ก็มาคว้าเอาหญิงสาวไปครองตัดหน้าชายหนุ่มหน้าตาเฉย จนชายหนุ่มแทบไม่อยากเชื่อจริงๆ จึง้าอยากจะไปดูให้เห็นกับตาว่าข่าวที่ออกมานั้นเป็จริงตามที่ว่ามานั้น
“ได้สิ จะมากันกี่โมงล่ะ?” คนธรส เอ่ยถามออกไป
“ก็สักพักหนึ่งแหละ แล้วบ้านรสอยู่ที่ไหนอ่ะ” สุเมศ เอ่ยถามอีกครั้ง
“อยู่ที่.....” คนธรส เอ่ยบอกที่อยู่ของบ้าน ขจรไกล ให้เพื่อนได้ทราบ
“โอเค! แล้วเจอกันนะ” สุเมศ เอ่ยบอกก่อนจะวางสาย
“โอเคจ้ะ แล้วเจอกัน” คนธรส กล่าวตอบกลับ และกดวางสายเพื่อนไป
“ใครโทรมา?” ก้องภพ เอ่ยถามเสียงเข้ม การเข้ามาเงียบๆ ของ ก้องภพ นั้นทำให้ คนธรส สะดุ้งใ
“เพื่อนรสน่ะค่ะ เขาจะพากันมาเยี่ยมเย็นนี้ พี่คงไม่ว่าใช่ไหมคะ?” คนธรส หันไปบอกชายหนุ่มผู้เข้ามาในห้อง
“ก็ได้บอกไปแล้วนี้ พี่จะว่าอะไรได้ล่ะ แล้วดีขึ้นแล้วหรือยัง?” ก้องภพ เอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามานั่งลงบนเตียงข้างๆ หญิงสาว ยื่นมือใหญ่ขึ้นมาอังที่หน้าผากนูนเนียนใสหน้าตาเฉย
“ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ” คนธรส เอ่ยบอกออกไปพร้อมกับหน้าแดงระเรื่อ เมื่อคิดไปถึงเื่เมื่อคืน จึงก้มหน้ามองดูมือของตนเพื่อปิดบังความเขินอาย
“เป็อะไรทำไมหน้าแดงๆ หรือว่าอาการกำเริบขึ้นมาอีก” ก้องภพ ถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นหน้าสวยหวานแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“ปะ เปล่าค่ะ ไม่ได้ไข้ขึ้นหรอกค่ะ เอ่อ! รสขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” คนธรส ปฏิเสธพลางเลี่ยงตอบและเสจะไปเข้าห้องน้ำ แต่พอจะลุกขึ้นก็โดนมือใหญ่เหนี่ยวรั้งเอวบางเอาไว้ซะก่อน
“ไม่ไข้ขึ้นทำไมหน้าแดง อย่างนี้ต้องพิสูจน์” ก้องภพ เอ่ยบอกอย่างมีเลศนัย
“พิสูจน์ยังไงหรือคะ?” คนธรส ทำตาโตพร้อมกับกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ก็พิสูจน์อย่างนี้ไง” ว่าแล้ว ก้องภพ ก็ก้มลงจูบปากบางจิ้มลิ้ม อย่างดูดดื่ม มือใหญ่ของเขาข้างหนึ่งเลื่อนมาจับท้ายทอยหญิงสาวไว้
“อื้อออ!..” คนธรส ส่งเสียงครางออกมา เมื่อชายหนุ่มสอดลิ้นอุ่นร้อนลื่นเข้าไปในโพรงปาก เพื่อสำรวจหาความหวาน ซึ่งทำให้ร่างบางเสียวสะท้าน ซาบซ่านไปทั่วตัว จนอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดแกร่งนั้น
“อืม! ไข้ไม่ได้กำเริบขึ้นมาแล้วจริงๆ ด้วย” ก้องภพ เอื้อนเอ่ยออกมาเมื่อได้ถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้มนั้นแล้ว ซึ่งการกระทำเช่นนี้ของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาวในอ้อมแขนหน้าแดงระเรื่อขึ้นไปอีกจนลามไปถึงใบหู
“ปะ ปล่อย รสเถอะค่ะ รสจะไปอาบน้ำเดี๋ยวถ้าเพื่อนมาจะแต่งตัวไม่ทันเอา” คนธรส เอ่ยบอกพร้อมกับก้มหน้างุดอยู่กับอกแกร่งของชายหนุ่ม
“โอเค! ได้ แล้วอยากมีคนไปช่วยถูหลังให้ไหม?” ก้องภพ กล่าวถามแบบทีเล่นทีจริง อย่างหยอกเย้าคนตัวเล็กในอ้อมแขนแกร่ง
“มะ ไม่ค่ะ รสอาบเองจะเร็วกว่า” ว่าแล้ว คนธรส ก็ผละออกจากอ้อมแขนแกร่ง ลุกขึ้นและรีบเดินเข้าห้องน้ำไป และปิดประตูห้องน้ำโดยเร็ว ราวกับกลัวว่าจะมีใครตามเข้าไปยังไงอย่างงั้นแหละ
ก้องภพ มองตามร่างบางที่รีบเดินหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างเสียดาย เขาไม่เคยคิดว่าการแต่งงานจะมีมุมที่สนุกได้อย่างนี้ แต่ถ้าเกิดอยู่กันไปนานๆ ชีวิตมันจะสนุกแบบนี้หรือเปล่า หรือว่าต่างคนก็จะต่างเบื่อกันไปในที่สุด
เพราะทั้งเขาและหญิงสาวแต่งงานกัน เพราะเกิดจากความจำใจกันทั้งสองฝ่าย ไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก แล้วจะอยู่กันไปได้นานสักเท่าไรกัน แต่ถึงยังไงข้อตกลงของเขาและเ้าหล่อนก็ได้ขีดเส้นไว้เพียงแค่หนึ่งปี ดังนั้น ไม่มีอะไรที่จะต้องคิดมากอยู่แล้ว และถ้าถึงวันนั้นเขาอาจจะให้เงิน คนธรส เพื่อเอาไปตั้งตัวสักก้อนจะได้ไม่เป็การเสียเปรียบกัน
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗