ตื๊ดๆๆ ตื๊ดๆๆเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นติดๆ กันแต่ดูเหมือนว่าเ้าของโทรศัพท์ไม่คิดสนใจที่จะรับเลยสักนิดได้แต่ปล่อยทิ้งไว้ให้มันดังต่อไป จนกระทั่งความอดทนนั้นเริ่มจะหมดลง มือเรียวยาวจำต้องวางปากกาที่กำลังจะเซ็นเอกสารลงแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับพร้อมกับกรอกเสียงตามสายไปด้วยความหงุดหงิด
“ถ้าหากไม่มีเื่ด่วนอะไรฉันเอาพวกแกตายแน่ไอ้รักษ์ ไอ้จี ไอ้กร” ฟากฝั่งคนรวมตัวประชุมสายถึงกับสะดุ้งโหยง
“แน่ะ!!กว่าจะรับสายได้โทรมือแทบหงิก ยังจะมีหน้ามาขู่เค้าอีก”ใบหน้าหล่อตี๋งอนใส่โทรศัพท์
“มีอะไรก็ว่ามาก่อนที่ฉันจะตัดสายพวกแกทิ้ง” กฤษณะเอ่ยบอกเสียงเข้ม
“พูดแบบนี้ แสดงว่าแกยังไม่เห็นข่าวของวันนี้ใช่ไหมงั้นแกก็รีบไปอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับของวันนี้ด่วนเลยนะไอ้กฤษ ก่อนที่แกจะตกข่าว”เป็เสียงจีระยุที่บอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นกับสิ่งที่ตนเองเพิ่งจะรับรู้มาผิดกับฝ่ายที่เป็เหตุของเื่ชวนตื่นเต้นสำหรับเขาที่ยังไม่รู้ตัว
“อ่านแล้วก็ใจเย็นๆ นะโว้ยไอ้กฤษโรงพยาบาลฉันคนไข้เยอะแล้ว ยังไม่้าคนเพิ่มตอนนี้นะ” คุณหมอหนุ่มบอกกลั้วเสียงหัวเราะ
“ตั้งสติก่อนสตาร์ต”
“ใช่!!ถ้าไม่อยากเสียใจก็ตั้งสติดีๆ”
“เดี๋ยวๆ ไอ้กร ไอ้จี ไอ้กฤษมันไม่ได้ไปซิ่งแว้นที่ไหนนะมันแค่จะอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์”
“ก็นั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ”
“ฉันวางละถ้าพวกแกไม่มีอะไรอีก”
ตื๊ดๆๆๆๆ!!!!
“อ้าว!! มันวางสายเฉยเลย นิสัย!!”
“เอาน่า!!ไอ้กฤษมันก็เป็แบบนี้ประจำอยู่แล้ว ฉันเองก็ต้องไปตรวจคนไข้แล้วเหมือนกันแค่นี้นะ”
“โอเคแยกย้ายไปทำงานกัน” ว่าแล้วกลุ่มสนทนาก็ถูกวางสายไป ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตนเอง
ในขณะเดียวกันทางด้านกฤษณะหลังกดตัดสายออกจากกลุ่มสนทนาร่างสูงใหญ่ของกฤษณะก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกขึ้นมาอ่านตามคำบอกเล่าของเพื่อนทันทีแต่วินาทีที่พลิกมาเห็นหน้าแรกใบหน้าคมก็ถึงกับตึงขบกรามแน่น
ไม่บอกก็รู้ว่าเป็ฝีมือใครเพราะคนๆ นั้นคงไม่พ้นมารดาของเขาอย่างแน่นอนยอมทนอ่านพาดหัวข่าวเสร็จมือเรียวยาวก็เปิดอ่านในหน้าต่อไปที่ระบุเอาไว้จนกระทั่งจบ
“ได้...ในเมื่ออยากจะแต่งนัก ฉันก็จะแต่งหึ แล้วเจอกัน ว่าที่เ้าสาวของฉัน” พูดขึ้นอย่างเดือดดาล ก่อนจะโยนหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะตามเดิม
.....................................................................................................................................................................................