"แค่ก ๆ คุณชายอย่างข้าไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น หมู่หลาน ข้ารอเ้าอยู่ที่โถงนอกนะ"
โตซางเกรงว่าจะทำให้ฮวาหมู่หลานโกรธจนค่าความจงรักภักดีลดลงอีก จึงแสร้งไอสองสามครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน แล้วรีบหันหลังเดินจากไป
ฮวาหมู่หลานยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกแอปเปิล กว่าสีระเรื่อจะค่อย ๆ จางลง นางจึงวางกระบี่ยาวลงแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ
เื่มันเกิดขึ้นแล้ว นางเองก็จนปัญญา ทำได้เพียงรีบสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย จัดแจงเครื่องแต่งกายให้เข้าที่ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินอกผายไหล่ผึ่งออกจากโถงนอกไป
เมื่อนางกลับมายืนต่อหน้าโตซางอีกครั้ง บนใบหน้าก็ไม่มีร่องรอยของความเขินอายหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับคืนสู่ท่าทางอันองอาจและเด็ดเดี่ยวของยอดหญิงผู้กล้าดังเดิม
โตซางเห็นว่านางไม่มีท่าทีโกรธเคืองก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พร้อมยิ้มกล่าวว่า "หมู่หลาน อาศัยจังหวะที่น้ำตาลเข้มข้นนี้ยังร้อนอยู่ รีบดื่มเสียเถิด"
พูดจบโตซางก็ยื่นถ้วยน้ำตาลส่งให้ตรงหน้านาง
ในเมื่อนายท่านให้ความห่วงใยเช่นนี้ ฮวาหมู่หลานย่อมไม่อาจปฏิเสธน้ำใจได้ จึงได้แต่กล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ แล้วรับน้ำตาลมาดื่ม
วิธีของโตซางได้ผลจริง ๆ หลังจากดื่มน้ำตาลเข้มข้นลงไปหนึ่งถ้วย ฮวาหมู่หลานรู้สึกว่าอาการปวดเกร็งที่ท้องทุเลาลงมาก ใบหน้าที่เคยซีดเซียวเริ่มมีสีเืฝาด และดูมีเรี่ยวแรงขึ้นไม่น้อย
"เป็อย่างไรบ้าง หมู่หลาน เ้าดีขึ้นหรือไม่?" โตซางถามด้วยสีหน้าห่วงใย
"อืม... ดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ" ฮวาหมู่หลานตอบรับเบา ๆ เมื่อนางเงยหน้ามองโตซาง ในแววตานั้นไม่มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่เลย แต่กลับมีความซาบซึ้งใจวับวาวอยู่ลึก ๆ
[ติ๊ง... ระบบตรวจพบว่าฮวาหมู่หลานได้รับความห่วงใยจากนายท่าน เกิดแต้มเมตตา 10 แต้ม ขณะนี้นายท่านมีแต้มเมตตาทั้งหมด 13 แต้ม]
เสียงแจ้งเตือนของจิติญญาแห่งระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างกะทันหันทำให้โตซางสะดุ้งใ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็ความดีใจอย่างยิ่ง "ทำไมครั้งนี้ถึงได้ตั้ง 10 แต้มเมตตา ปกติได้มากที่สุดแค่ 5 แต้มเอง ทำไมจู่ ๆ ถึงเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว?"
[เนื่องจากค่าเสน่ห์ของนายท่านเพิ่มสูงขึ้น ยิ่งค่าเสน่ห์สูงเท่าใด แต้มเมตตาและแต้มโเี้ที่นายท่านจะได้รับก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น]
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ มิน่าเล่าเพียงแค่ฮ่องเต้แสดงความห่วงใยแบบ ‘เป็กันเอง’ กับเหล่าขุนนางเพียงเล็กน้อย พวกขุนนางก็จะรู้สึกปลาบปลื้มจนตัวสั่น ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล และจงรักภักดีต่อฮ่องเต้อย่างไม่เสื่อมคลาย ยอมบุกน้ำลุยไฟให้ได้ นั่นเป็เพราะฮ่องเต้เกิดมาพร้อมกับค่าเสน่ห์ที่สูงลิ่ว
"ตำแหน่งฮ่องเต้หมุนเวียนกันเป็ วันหนึ่งต้องถึงตาข้าบ้าง สักวันข้าโตซางจะต้องลิ้มรสความสะใจของการมีค่าเสน่ห์พุ่งทะลุเพดานให้ได้..."
"นายท่าน เมื่อครู่ท่านไม่ได้เห็นอะไรจริง ๆ หรือเ้าคะ?" ฮวาหมู่หลานเอ่ยถามขึ้นกะทันหัน ขัดจังหวะความคิดของโตซาง
โตซางชะงักไป เดิมทีตั้งใจจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่พอนึกดูอีกที สตรีโบราณให้ความสำคัญกับพรหมจรรย์มากที่สุด หากร่างกายถูกบุรุษเห็น เพื่อรักษาชื่อเสียงจนต้องยอมแต่งงานออกไปก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้ แม้หมู่หลานจะมีอารมณ์รุนแรง แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็สตรี ไม่แน่ว่า…
เมื่อคิดได้ดังนี้ โตซางจึงเกิดความคิดขึ้นมา จึงทำสีหน้าจริงจังแล้วกล่าวว่า "หมู่หลาน หากข้าบอกว่าต่อให้ข้าจะบังเอิญเห็นเข้า คุณชายอย่างข้าก็จะรับผิดชอบเ้าจนถึงที่สุด ข้าจะจัดพิธีแต่งงานให้ถูกต้องเพื่อรับเ้ามาเป็ภรรยา เ้าคิดเห็นอย่างไร?"
สิ้นคำพูดนี้ ใบหน้าของฮวาหมู่หลานก็กลับมาแดงระเรื่ออีกครั้งในทันที มีชั่วขณะหนึ่งที่นางแสดงสีหน้าตื่นตระหนกและเขินอายจนทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง นางก็เบิกตากว้างแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "หมู่หลานเป็ขุนพลใต้บังคับบัญชาของนายท่าน ตามหลักแล้วผู้สูงส่งและผู้น้อยย่อมแตกต่างกัน จะแต่งเป็ภรรยาของนายท่านได้อย่างไร ขอให้นายท่านเลิกใช้เื่ล้อเล่นเช่นนี้มาหยอกล้อหมู่หลานเถิดเ้าค่ะ"
นางกำลังจะโกรธอีกแล้ว
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี โตซางจึงรีบหัวเราะฮ่า ๆ แล้วกล่าวว่า "คุณชายอย่างข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น หมู่หลาน เ้าดันจริงจังเสียได้ ข้าบอกแล้วไงว่าเมื่อครู่ข้าไม่ได้เห็นอะไรเลย โจรทะเลเพิ่งถอยไป ในกองทัพยังมีธุระอีกหลายอย่างรอให้ข้าไปจัดการ มู่หลาน เ้าพักผ่อนเถิด"
พูดจบ โตซางก็ไม่กล้ารั้งอยู่ต่อ เพราะเกรงว่าจะทำให้นางโกรธจนค่าความจงรักภักดีลดลง จึงรีบหันหลังเดินจากไปทันที
เมื่อพ้นประตูห้อง โตซางลอบถอนหายใจพลางคิดในใจว่า "ฮวาหมู่หลานคนนี้ช่างซื่อตรงเสียจริง ดูท่าการจะแต่งนางเป็ภรรยาคงไม่ใช่เื่ง่าย จะรีบร้อนไม่ได้ ต้องค่อย ๆ เป็ค่อย ๆ ไป เอาเถอะ ตอนนี้การรวบรวมไพร่พลและซื้ออาวุธสำคัญที่สุด ตระกูลบิที่เคยเสียท่าครั้งหนึ่งไม่มีทางยอมจบง่าย ๆ ข้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม..."
เมืองตงไห่ อำเภอขู่
ภายในจวนตระกูลบิ เสียงลูกคิดกระทบกันดังอย่างต่อเนื่อง
กลางโถงใหญ่ บิเจินกำลังก้มหน้าอยู่กับโต๊ะหนังสือ มือหนึ่งพลิกสมุดบัญชี อีกมือหนึ่งดีดลูกคิด โดยที่นางไม่ต้องจดบันทึก ตัวเลขหลายหมื่นตัวถูกคำนวณอยู่ในใจของนางทั้งหมด
ส่วนบิฮองนั้นเอามือเท้าเอว เดินไปมาอยู่หน้าโถง บนใบหน้ายังคงมีรอยเขียวช้ำไม่หายดี
"รายงาน ข่าวเร่งด่วนจากทางตะวันตกขอรับ" ข้ารับใช้คนหนึ่งถือม้วนผ้าไหมรีบวิ่งพรวดพราดเข้ามาในโถง
สีหน้าหงุดหงิดของบิฮองหายไปในพริบตา เขากล่าวอย่างตื่นเต้นว่า "ในที่สุดก็มีข่าวเสียที ต้องเป็เพราะซีเซ่งจัดการเ้าเด็กแซ่โตคนนั้นได้แล้วแน่ ๆ "
เสียงลูกคิดหยุดลงทันที
"พี่รอง วิธีที่ท่านว่า คือการติดสินบนโจรทะเลให้ไปฆ่าโตซางหรือเ้าคะ?" บิเจินเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายด้วยความใ
"มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าจะไม่ปิดบังเ้าแล้ว ใช่ นี่คือแผนของข้า" มุมปากของบิฮองยกยิ้มเ็า "เ้าเด็กนั่นหยามข้าถึงเพียงนี้ ข้าบอกแล้วว่าจะไม่ปล่อยมันไปเด็ดขาด"
บิเจินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าถอนหายใจ "โตซางไม่มีทั้งขุนพลและทหารข้างกาย จะไปสู้ซีเซ่งได้อย่างไร พี่รอง ท่านช่างโเี้ยิ่งนัก นี่มันคือการเอาชีวิตกันชัด ๆ "
"ข้าก็้าชีวิตมันนั่นแหละ มิเช่นนั้นชื่อเสียงของตระกูลบิจะเหลืออะไร และเ้าจะแต่งให้ท่านเหี้ยนเต๊กได้อย่างราบรื่นได้อย่างไร" บิฮองไม่ใส่ใจ คำพูดของเขาเ็า ขณะที่ค่อย ๆ คลี่ม้วนผ้าไหมแจ้งข่าวออก
เมื่อก้มลงมองผ่าน ๆ สีหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจของบิฮองก็พังทลายลงในพริบตา กลายเป็ความตระหนกใอย่างรุนแรง
สีหน้านั้นราวกับว่าเขาได้เห็นสิ่งที่เหลือเชื่อและประหลาดที่สุดในโลก
บิเจินเห็นท่าทางเช่นนั้นก็เกิดความสงสัยในดวงตากลมอวบ จึงถามขึ้นว่า "พี่รอง ท่านเป็อะไรไป ในข่าวเขียนว่าอย่างไรหรือเ้าคะ?"
"ซี... ซีเซ่งกลับพ่ายแพ้ให้แก่เ้าเด็กนั่น! นี่... นี่มันเป็ไปได้อย่างไร!" บิฮองกล่าวตะกุกตะกัก
ใบหน้าสวยของบิเจินเปลี่ยนสีทันที ความสุขุมเยือกเย็นที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ นางรีบลุกขึ้นคว้าข่าวในมือบิฮองมาอ่านอย่างละเอียด
ในข่าวเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ‘ซีเซ่งผู้ทะนงตนถูกทหารไร้นามคนหนึ่งที่โตซางเลือกมาเป็การชั่วคราวและเปลี่ยนชื่อเป็ห้วนกุ๋ยเอาชนะได้ในการประลอง จนโจรทะเลห้าร้อยคนแตกพ่ายโดยไม่ต้องรบ’
"ซีเซ่งมีวรยุทธ์ไม่ด้อยเลย กลับพ่ายแพ้ให้แก่ศิษย์ตัวเล็ก ๆ ภายใต้สังกัดของโตซาง เขาลอบฝึกฝนลูกน้องที่แข็งแกร่งเช่นนี้ขึ้นมา โตซางคนนี้..."
สีหน้าของบิเจินเปลี่ยนไปมา บอกไม่ถูกว่าเป็ความใหรือความประหลาดใจ ข่าวที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้นางต้องมองโตซางใหม่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"ไม่นึกเลยว่าเ้าขยะนั่นจะสามารถเอาชนะซีเซ่งได้? ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อว่าเ้าเด็กนั่นจะทำได้!" บิฮองได้สติจากความใ แต่กลับมีความโกรธแค้นที่รู้สึกเหมือนถูกหยามซ้ำสอง เขาแผดเสียงะโอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าบิเจินกลับมีสีหน้าที่มีเลศนัย นางขมวดคิ้วถอนหายใจ "แม้แต่สาวใช้ข้างกายเขายังเอาชนะพี่รองได้ ตอนนี้ยังมีห้วนกุ๋ยที่แม้แต่ซีเซ่งก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ บางทีคนผู้นี้อาจจะซ่อนคมไว้ลึกมาก เราจะดูถูกเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"
"แล้ว... แล้วตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี?" บิฮองหมดปัญญาในทันที จึงหันไปมองน้องสาวอย่างมีความหวัง
"ข้ามีวิธีเ้าค่ะ แต่มาถึงขั้นนี้ คงต้องรบกวนให้พี่ใหญ่เป็คนออกโรงแล้ว" บิเจินพับข่าวเก็บ ดวงตากลมอวบฉายแววเ็า
จากนั้นนางก็จรดพู่กันเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง และส่งคนควบม้าเร็วไปยังเมืองแห้ฝือ เพื่อส่งข่าวให้บิต๊กผู้เป็พี่ชายใหญ่ของนาง