“แกล้งกันอีกแล้วเหรอคะ?”
ไอยูพูดพลางทำหน้ามุ่ย
“ก็มันน่าแกล้งนี่”
ซีพูดพร้อมกับยิ้มร่าแล้วรีบเดินเข้าบ้าน
“ตลอดเลย”
ไอยูบ่นแต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร
เธอเดินตามซีเข้าไปในบ้านที่ดูสะอาดสะอ้าน
ไม่ได้มีของประดับตกแต่งอะไรมากมาย
แต่ให้ความรู้สึกสบายใจ
“นั่งก่อนสิ”
ซีเชื้อเชิญให้ไอยูนั่งลงบนโซฟาสีเทาตัวเล็กๆ
ก่อนจะหยิบแก้ว2 ใบ
และขวดน้ำเย็นออกมาจากตู้เย็นรินใส่แก้ว
แล้ววางไว้บนโต๊ะ
“กินน้ำกินท่าแล้วอยู่คุยกันไปก่อนนะ
เดี๋ยวน้ามา”
หญิงสาววัยกลางคนพูด
ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
“ไม่ต้องรีบนะครับ”
ซีตะโกนตามหลัง
“.............”
ทำให้คนเป็นแม่ยิ้มแล้วส่ายหน้าเบาๆ
“พรุ่งนี้ยังอยากให้ไปติวให้ไหม?”
ซีถาม
“มีอาร์มีนัดกับครอบครัว
คงจะมาติวไม่ได้ค่ะ”
ไอยูตอบ
“แล้วน้องล่ะ?”
ซีเอียงคอถาม
“น้องก็คงต้องอ่านหนังสือต่อ”
ไอยูตอบ
“ไม่อยากให้ติวให้เหรอ?”
ซีถามต่อ
“เอ่อ...ไม่ใช่แบบนั้น แต่ว่า...”
ไอยูตอบอย่างลังเล
“แต่ว่า...”
ซีเอียงคอถาม
“รุ่นพี่ติวโหดไปหน่อย
ถ้าลดความโหดลงก็คงจะดี”
ไอยูตอบออกไปตามตรง
โดยเลี่ยงที่จะสบตาซี
“งั้นก็ได้ เดี๋ยวจะติวให้
แบบ....ค่อยเป็นค่อยไป”
ซีมองไอยูด้วยสายตาที่แฝงด้วยเลศนัย
“...........”
ไอยูหลบตาแล้วหันไปมองรอบๆ ห้องแทน
“คุณน้าดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เลยนะคะ”
ไอยูเปลี่ยนเรื่อง
“อือ.... พอดีมีของที่เพิ่งมาส่ง แล้ว....”
ซีหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“มันเป็นข่าวร้าย.....
พี่เคยเกลียดพ่อของพี่มาโดยตลอด
แล้วก็โทษเขาที่ทิ้งพี่และแม่ไป
แต่ความจริงแล้วเขาไม่เคยลืมพวกเราเลย
แม้แต่ลมหายใจสุดท้ายของเขา
เขาก็ยังอยากเห็นหน้าพวกเรา”
ซีเล่าด้วยสีหน้าเศร้าสลดโดยไม่ได้ปิดบังอะไร
“............”
ไอยูนั่งฟังเงียบๆ
จากนั้นซีก็เล่าต่อ
พลางเอียงคอไปซบไหล่ของไอยู
เขาระบายทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอฟัง
ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
“กอดปลอบหน่อยสิ”
จู่ ๆ ซีก็พูดออกมา
“คะ?”
ไอยูตกใจเล็กน้อย
“ไม่ได้เหรอ”
ซีผละตัวออกจากที่ซบไหล่ไอยูอยู่
แล้วหันไปทำหน้าอ้อน ๆ