ข่าวเื่บ้านรองซ่งกินเนื้อล่ำลือกันไปทั่วทั้งฝ่ายผลิต มันเป็เื่ที่น่าแปลกใจทั้งๆที่เมื่อก่อนที่จะแยกบ้าน ทั้งครอบครัวไม่มีแม้แต่โจ้กข้นๆกินด้วยซ้ำ
ห่ออาหารกลางวันของเหล่าซ่งกับภรรยาก่อนจะแยกบ้าน อย่างดีที่สุดก็แค่แป้งทอดแข็งๆไม่กี่แผ่น ส่วนใหญ่จะเป็มันเผาคนละหัวเสียด้วยซ้ำ ดูรูปร่างของสองสามีภรรยาคู่นั้นสิ ทั้งผอมทั้งเหลืองขนาดๆนั้นแม้แต่ลูกสาวคนโตและคนเล็กก็ตัวเล็กนิดเดียว มองด้วยตาเพียงข้างเดียวก็พอจะรู้แล้วว่าพวกเขาไม่ได้มีชีวิตที่ดี
ต่างกันกับครอบครัวของพี่ชายซ่งต้าฉิน ตัวอวบอ้วนล่ำสันทั้งสามีภรรยาใครๆก็รู้กันทั้งหมู่บ้านว่ายายเฒ่าซ่งรักลูกชายคนโตและรังเกียจลูกชายคนเล็กแค่ไหน พอมาดูตอนนี้สิ แยกบ้านกันได้แค่อาทิตย์กว่าความเป็อยู่ของบ้านรองต่างกันกับเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว
ข่าวลือว่าตอนแรกยายเฒ่าซ่งไม่แม้จะแบ่งหม้อไหถ้วยชามให้บ้านรองด้วยซ้ำ ไล่ออกไปแยกบ้านเหมือนกับขอทานก็ไม่ปาน
แต่์คงมีตา ว่ากันว่ายายเฒ่าซ่งโดนิญญาสามีที่เสียชีวิตไปแล้วขู่ฆ่าหากทำตัวไร้ความยุติธรรมกับลูกคนรอง
ถึงกับพาสัตว์นรกมาลากเอาไปอยู่ด้วยเลยทีเดียว ชาวบ้านที่นั่งจับกลุ่มนินทาพากัน จิ๊ปากจิ๊คอ เล่าอย่างเมามันส์ประหนึ่งว่าตนเองอยู่ในเหตุการณ์ก็มิปาน
ตอนหลังมาต้องยอมเฉือนเนื้อตนเองแบ่งทรัพย์สินให้ลูกคนรองเพิ่มเพราะกลัวโดนลากลงนรก ชาวบ้านเล่ากันอย่างเมามันส์ใส่สีเติมไข่ไปจนข้ามไปหลายหมู่บ้าน
..
..
ซ่งอันหลินยังคงแกล้งเดินทำทีเข้าไปในเมืองทุกสองวันเพื่อดึงของออกจากระบบใส่ไว้ในตะกร้า แล้วนั่งสักพักถึงจะเดินกลับบ้าน เธอไม่อยากไปที่โรงขยะเพราะกลัวเจอปัญหาหากไปบ่อยก็ไม่น่าจะเป็ผลดี แต่ก็ต้องไปเยี่ยมลุงเหอบ้างอย่างน้อยเผื่อได้ลูกค้าขายยาเม็ดในระบบก็ยังดี
ตอนนี้เธออยากประกาศรับซื้อหญ้าเทวดา..แต่ก็เกรงจะตกเป็เป้าสายตาของชาวบ้าน ดังคำกล่าวที่ว่าคนไม่ผิดผิดที่หยก
สังคมในยุคนี้ยังไม่ได้สงบและปลอดภัยการเมืองยังแบ่งกันเป็ขั้วอำนาจเก่าและใหม่ คนอดอยากยังมีทุกหย่อมหญ้า หากจะกลายเป็คนมั่งมีในพริบตา รังแต่จะนำภัยมาสู่ตน
ซ่งอันหลินคิดวางแผนสำหรับครอบครัวและตัวเอง การย้ายที่อยู่ในตอนนี้ยังไม่จำเป็ แต่การต่อเติมบ้านให้แข็งแรงคือสิ่งจำเป็
ถ้าอยู่ที่เดิมก็แค่อาจจะถูกเอาเปรียบจากบ้านใหญ่นิดๆหน่อยๆคิดซะว่าดูงิ้วก็แล้วกัน ความเห็นแก่ตัวของป้าใหญ่ยังไม่น่ากลัวเท่ากับโจรและอิทธิพลมืด
อย่างป้าใหญ่กับย่าซ่งอาจจะทำร้ายหรือเอาเปรียบซ่งอันหลินคนเก่าจนตายได้ แต่กับเธอคนนี้ พวกนั้นก็แค่ตัวตลกเอาไว้ให้เธอปั่นหัวเล่น
ถึงเวลาแล้วที่ลุงเหอจะมีบทบาทในการช่วยเป็เกราะกำบังให้กับครอบครัวเธอ
….
วันนี้ ซ่งอันหลินกดซื้อลูกอมตรากระต่ายและนมผงรสมอลต์ เพื่อนำไปฝากลุงเหอเอาไว้กระชับความสัมพันธ์
พอไปถึงโรงขยะ ก็เจอลุงเหอนั่งจดจ่อกับการแยกขยะของคนงาน “สวัสดีค่ะลุงเหอ อาการไอเป็อย่างไรบ้างคะวันนี้หลานเอาของมาฝากด้วยค่ะ”
ซ่งอันหลินยื่นตะกร้าสานจากไม้ไผ่ใบเล็กคล้ายชะลอมยื่นให้กับลุงเหอ “ไม่น่าลำบากเลยเสี่ยวหลิน ลุงกำลังจะให้หลานชายไปตามหาที่หมู่บ้านอยู่พอดี ” ลุงเหอเปิดชะลอมเห็นลูกอมตรากระต่ายและนมผงรสมอลต์ก็แปลกใจ เด็กสาวท่าทางผอมแห้งจากชนบทมีของดีๆแบบนี้ด้วยเหรอ หรือจะเป็ตระกูลหมอยาที่ยิ่งใหญ่หลบซ่อนอยู่ในชนบท
“ของมีค่าแบบนี้จะเอามาให้คนแก่ได้ยังไงกัน เอากลับไปเถอะลุงรับไว้ไม่ได้หรอกมันแพงเกินไป”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะลุงเหอ คิดว่าเป็ของฝากจากหลานสาวหรือลุงเหอไม่ได้เห็นฉันเป็ลูกหลานจริงๆถึงได้ปฎิเสธน้ำใจกันแบบนี้” เสี่ยวหลินแกล้งโมโห ลุงเหอเลยต้องรับไว้อย่างรู้สึกเกรงใจ
“นี่แน่..เสี่ยวหลินที่หลานบอกว่า มียาแก้ไอและยารักษาไขข้ออักเสบพอจะมีอีกไหม มีคนสนใจอยากจะซื้อหนูว่าราคามาได้เลย ตอนนี้สถานการณ์การค้าขายผ่อนปรนมากแล้วไม่น่าเป็ห่วง แต่ถ้าหลานลำบากใจอยากจะให้ลุงออกหน้าให้ก็ได้นะหลานชายคนโตของลุงพอจะรู้จักผู้ใหญ่ในที่ว่าการเมืองอยู่บ้าง”
ลุงเหอมีเพื่อนๆที่ชอบพอรุ่นเดียวกัน อยากให้ได้ลองยาของเสี่ยวหลินแต่ก็เข้าใจว่า เด็กผู้หญิงที่ดูท่าทางยากจนอาจจะมีเื้ัที่ไม่อยากเปิดเผยที่มาที่ไปของยาเหล่านี้ ไม่รู้ว่าถ้าเกิดโด่งดังเกินไปจะเป็อันตรายต่อครอบครัวของเสี่ยวหลินหรือไม่
ลุงเหอจึงอยากช่วยเหลือจึงออกปากรับหน้าให้ เมื่อซ่งอันหลินสบช่องทางในสิ่งที่ตนเป็กังวลอยู่แล้ว จึงได้ไสเรือตามน้ำไป “ถ้าลุงเหอให้ความช่วยเหลือหลานแบบนั้นหลานก็เบาใจค่ะ”
“ตอนนี้สถานการณ์ของครอบครัวหลานไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ พอมีเงินทองที่เก็บเอาไว้แต่เดิมอยู่บ้างแต่ก็ไม่กล้านำออกมาใช้ให้เป็ที่สะดุดตาคน ถ้าได้ลุงเหอออกหน้าให้แบบนี้หลานก็เบาใจ”
ซ่งอันหลินเล่าให้ลุงเหอฟังว่าอยากรับซื้อสมุนไพรเพื่อนำมาทำยาลูกกลอน ถ้าหากเป็ไปได้จะขอใช้ชื่อลุงเหอบังหน้า ซึ่งลุงเหอก็ตอบตกลง ซึ่งจริงๆแล้วซ่งอันหลินเธอมีแผนที่จะรับซื้อหญ้าเทวดาจากชาวบ้านแล้วทำทีว่าเอามาส่งให้ลุงเหอเป็คนปรุงยาลูกกลอนแก้ไอ
หญิงสาวคิดหาทางหนีทีไล่เพื่อไม่ให้ชาวบ้านผิดสังเกตุว่าเธอมีรายได้ร่ำรวยมาจากไหน ก็แค่หาที่มาของรายได้ให้ดูเป็ที่เปิดเผยแค่นี้ก็สามารถนำเงินในระบบออกมาใช้ได้แล้ว
เธอไม่เคยลืมสำนวนที่ว่าเดินทีละก้าวกินข้าวทีละคำฉะนั้นจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้หากร่ำรวยขึ้นในชั่วข้ามคืนจะเป็อันตรายต่อตัวเธอและครอบครัวได้
“วันนี้ไม่อยากได้อะไรในกองขยะหรอกเหรอเสี่ยวหลิน ไปหาดูสิ อีกไม่นานทางการจะส่งคนเข้ามาแยกขยะพวกนี้แล้วนะ อ่อ..ลุงรวบรวมภาพวาดและตำราเก่าๆไว้ให้น้องสาวของเสี่ยวหลินน่ะอยู่ในตะกร้าด้านโน่น เสี่ยวหลินไปหยิบมาได้เลย”
ซ่งอันหลินตื่นเต้นมาก ตำราเก่าๆและรูปวาด ฮ่าๆๆ มาดูสิว่าวันนี้จะทำเงินได้เท่าไหร่กัน “ขอบคุณลุงเหอมากค่ะ”
ซ่งอันหลิน พูดคุยเื่ยาอีกพักหนึ่งก็ขอตัวกลับพร้อมกับซื้อยาแก้ไอกับยารักษาไขข้ออักเสบให้กับลุงเหอและไม่ลืมบอกวิธีใช้อย่างละเอียด อีกสองวันซ่งอันหลินรับปากว่าจะนำยามาส่งให้อีก เธอซื้อจากในระบบมาชุดละ75หยวนแต่นำมาขายแค่30หยวนโดยหักเอาราคาขวดดินเผาเล็กๆออกอีก5หยวน
ตอนนี้เงินในระบบมีหลายสิบล้านจากการขายวัตถุโบราณแต่ไม่สามารถนำออกมาใช้ข้างนอกได้นอกจากเหรียญทองที่เป็คะแนนพิเศษจากการขายที่สามารถแปลงเป็เงินหยวนได้เลย ฉะนั้นการกดซื้อยาจากระบบแล้วนำออกมาขายในราคาที่ถูกกว่าซื้อก็ไม่ถือว่าขาดทุนแต่อย่างใด
..
..
หญิงสาวแบกตะกร้าใส่รูปวาดกับตำราเก่าๆออกมาจากโรงขยะ และเหมือนเดิมเมื่อเดินเข้าไปในที่ลับตาคนเธอก็ให้ระบบประเมินราคาตำราโบราณและภาพวาดเก่าๆเ่าั้
ระบบได้ประเมินราคา มีภาพวาดที่มีราคาสมัยราชวงค์ซ่งมีราคาถึง5แสนหยวนนอกนั้นก็มีราคา2แสนบ้างหลักหมื่นบ้าง รวมๆทั้งหมดเกือบ6ล้านหยวน ทำเอาซ่งอันหลินยิ้มไม่หุบ หุหุ ไม่เสียแรงที่แบกหลังแทบแอ่นออกมา
เธอมองซ้ายมองขวาเมื่อปลอดคนจึงกดซื้อจักรยานที่ใช้กันในยุคนี้ออกมาหนึ่งคันยี่ห้อFlying Pigeon ซึ่งเป็ยี่ห้อยอดนิยมตลอดกาลของจีน คราวก่อนแขนของเธอยังดามไม้ไผ่ไม่สะดวกในการขี่จักรยาน มาคราวนี้แขนหายเกือบ100%แล้วจึงไม่พลาดที่จะซื้อมาใช้สักคัน