ทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 หาช่าง

            ผู้ใหญ่บ้านเฉินเอ่ยพลางลูบเครา “ในอำเภอมีช่างหวงเมื่อครั้งยังหนุ่มเคยสร้างเรือนในเมืองหลวงให้ผู้อื่นยามนี้อายุล่วงเลยห้าสิบจึงกลับมาใช้ชีวิตวัยเกษียณที่บ้านเกิด ทั้งยังพาลูกศิษย์จำนวนไม่น้อยไปสร้างเรือนให้คนในอำเภอโจวฝู่ และละแวกใกล้เคียง

            คนของเขาฝีมือไม่เลวทีเดียว นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงอันดีเช่นกันไม่รู้ว่าระยะหลังมานี้ได้ไปรับงานก่อสร้างที่ใดหรือไม่”

            เคอโยวหรานเอ่ยด้วยความยินดี “ช่างหวงผู้นี้พักอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ? พวกข้าจะเข้าไปสอบถามเขาในอำเภอสักหน่อย”

            ผู้ใหญ่บ้านเฉินตอบ “เขาอาศัยอยู่ในตรอกหลิ่วซู่ หากเข้าไปสอบถามก็จะรู้ได้ในทันที”

            เคอโยวหรานยกยิ้มหวานเอ่ย “เช่นนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ เลือกวันไม่สู้เจอวันที่เหมาะข้าจะพาซานหลางออกไปสอบถามดูประเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”

            ผู้ใหญ่บ้านเฉินรีบรั้งเคอโยวหรานเอาไว้ เขากล่าวด้วยความร้อนใจว่า “โยวหรานถั่วเหลืองสองพันจินที่เจ้ารับปากตาเฒ่าเล่า? ถั่วของตาเฒ่าเห็นก้นถุงแล้วยังคงรอถั่วเหลืองฉุกเฉินจากเจ้าอยู่เลย!

            วันนี้ยังขาดส่งเต้าหู้ให้โรงสุราฟู่หยวนโชคดีที่เถ้าแก่อวี๋เข้าใจเหตุผลจึงยอมผ่อนปรนหนึ่งวัน ค่อยส่งไปใหม่ในวันพรุ่งได้มิเช่นนั้นตาเฒ่าก็ไม่รู้ว่าจะไปอธิบายต่อเขาอย่างไรแล้ว”

            ไอ้หยา เหตุใดนางจึงลืมเรื่องนี้จนหมดสิ้นกัน?

            เมื่อวานตอนกลับมา ยังจำได้ว่านางซื้อเสบียงอาหารและวางเอาไว้ในรถม้าแต่เหตุใดกลับลืมถั่วเหลืองไปได้เล่า?

            ดวงตาของเคอโยวหรานกลอกไปมาก่อนเอ่ย “อีกประเดี๋ยวข้ากับซานหลางจะเดินทางไปสอบถามในอำเภอเจ้าค่ะและจะส่งไปยังเรือนของท่านผู้อาวุโสในช่วงสายนะเจ้าคะ”

            “ย่อมได้เช่นนั้นตาเฒ่าจะกลับไปรอถั่วเหลืองของเจ้าอยู่ที่เรือนแล้ว”ผู้ใหญ่บ้านเฉินลุกขึ้นเตรียมเดินจากไป แต่เมื่อสาวเท้าไปไม่กี่ก้าวพลันนึกบางสิ่งขึ้นได้จึงเปิดปากอีกครั้ง

            “โยวหราน ตาเฒ่าคิดดูแล้ว การไถคราดในฤดูใบไม้ผลิใกล้จะเริ่มต้นขึ้นกำลังคนภายในหมู่บ้านมีไม่เพียงพอ ดังนั้นเจ้าช่วยตาเฒ่าถามช่างหวงว่าคนในมือเขามีมากพอจะทำโรงงานเต้าหู้พร้อมกันได้หรือไม่”

            “ได้เจ้าค่ะ ไม่เป็นปัญหา” กล่าวจบเคอโยวหรานพลันลากต้วนเหลยถิงออกไปข้างนอก

            ......

            เคอเจิ้งซีกลับมายังเรือนสกุลเคอ ครั้นเห็นผู้เฒ่าเคอก็เล่าเรื่องราวที่พวกตนพบเจอในวันนี้ให้อีกฝ่ายฟังรอบหนึ่ง

            ภายหลังยังเอ่ยเสริมว่า “ท่านพ่อ ท่านลองไปดูเรือนฝั่งตะวันตกของสกุลต้วนเถิดห้องที่ต้าส่าพักอาศัยสะอาดสะอ้าน ข้าวของเครื่องใช้มีแต่ของใหม่เชียวนะขอรับ

            ที่นอนหมอนมุ้งบนเตียงนุ่มสบาย งานปักกับการตัดเย็บล้วนคือสิ่งที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนหากมิใช่ว่าได้ไปเยือนในวันนี้ข้าก็คงไม่รู้ว่าต้าส่าใช้ชีวิตราวกับเป็นเทพเซียนขอรับ”

            น้ำเสียงของแม่เฒ่าเคอแหบแห้ง นางเอ่ยด้วยความตื่นตระหนกว่า “จริงหรือ! แค่กๆ...”

            ทว่าเพิ่งเอ่ยออกไปได้สองคำก็ถูกหยุดไว้ด้วยเสียงไอ ถึงขั้นน้ำตาไหลออกมาเลยทีเดียว

            เคอเจิ้งซีลูบแผ่นหลังเพื่อปลอบโยนแม่เฒ่าเคอ “จริงขอรับ ท่านแม่ ข้าจะบอกอันใดท่านแม้ข้าไปสกุลต้วนครั้งนี้มิได้เห็นหน้าเคอต้าส่า

            แต่สะใภ้เด็กผู้นั้นที่ท่านซื้อมายกให้เคอต้าส่าผิวขาวแลดูเนียนนุ่มขึ้นไม่น้อยกระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะยังเปลี่ยนเป็นชุดใหม่

            อาจเพราะนางได้อยู่กินดีในสกุลต้วนจึงมีน้ำมีนวลขึ้นกลับกลายเป็นหญิงงามเสียแล้ว ตอนเพิ่งก้าวเข้าไปข้ายังถึงขั้นจำนางมิได้ นึกว่าไปผิดเรือนด้วยซ้ำนะขอรับ”

            หลิวซื่ออยากเอ่ยเสริม แต่กลับพบว่าสันกรามของตนมิอาจประกบเข้าหากันได้ ทั้งเอ่ยวาจาไม่ถนัดและมีน้ำลายไหลออกมาไม่ยอมหยุด

            นางไม่สามารถพูดสิ่งใด ทำได้เพียงพยายามเช็ดน้ำลาย ผู้เฒ่าเคอทอดมองนางด้วยความรังเกียจก่อนจะไล่หลิวชุนฮวาออกไปข้างนอก

            เคอเจิ้งซีไม่แยแสหลิวชุนฮวาเลยสักนิด ยังคงเอ่ยวาจาถากถางให้แม่เฒ่าเคอกับผู้เฒ่าเคอฟังว่า

            “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะบอกพวกท่านให้ มิได้มีเพียงถงซื่อที่งดงามขึ้นแม้แต่นังเด็กเคอโยวหลานกับเคอโยวเยวี่ยยังตัวสูงขึ้นหนึ่งศีรษะ

            ใบหน้าซีดเหลืองแต่เดิมของพวกนางสองพี่น้องเลือนหายไปจนหมดกระทั่งบุตรสาวสกุลคหบดียังไม่มีน้ำมีนวลเท่าพวกนางเลยนะขอรับหากขายออกไปจะต้องได้เงินไม่น้อยเป็นแน่!

            ยังมีเคอโยวหรานผู้นั้น ครั้นได้เห็นนางในวันนี้ ดวงตาของข้าแทบจะถลนออกจากเบ้าการขับพวกนางทั้งครอบครัวออกไป นับได้ว่าพวกเราขาดทุนครั้งใหญ่แล้วขอรับ!”

            เสียงของแม่เฒ่าเคอแหบแห้งจนพูดไม่ออก ทว่าดวงตาเรียวเล็กของนางกลับเปี่ยมด้วยความขุ่นเคืองและไม่ยินยอม

            เคอก่วงเถียนนั่งบิดผ้าเช็ดหน้าอยู่ด้านข้าง นางขบกัดฟันกรามจนเกิดเสียงดังกรอดทั้งนึกโมโหจนใบหน้ากลายเป็นสีม่วงคล้ำเสียแล้ว

            ผู้เฒ่าเคอก้มหน้าลงอย่างเงียบเชียบ ไม่รู้ว่าภายในใจกำลังคิดสิ่งใด?

            ......

            เพื่อเร่งรัดให้ทันเวลาเคอโยวหรานกับต้วนเหลยถิงจึงขับรถม้าออกจากเรือนโดยไม่ทันได้กินข้าวกินปลาเลยด้วยซ้ำ

            ระหว่างทาง คนทั้งสองดื่มน้ำสระบัวเจ็ดสีและกินขนมปังรองท้อง เรียกได้ว่าสุขสบายเป็นอย่างยิ่ง

            เคอโยวหรานที่อยู่ในรถม้าวาดภาพไปพลางเอ่ยกับต้วนเหลยถิงที่กำลังบังคับรถม้าไปพลางว่า“ซานหลาง ภายในมือของพวกเรายังมีเงินอีกเท่าใด หากซื้อบ้านสวนจะดีหรือไม่เจ้าคะ?”

            ต้วนเหลยถิงพยักหน้าเอ่ย “ได้ ล้วนแต่ฟังเจ้าอีกประเดี๋ยวพวกเราไปถามที่โรงนายหน้าสักหน่อย จากนั้นหานายหน้าที่ไว้ใจได้มาจัดการเรื่องนี้”

            ขณะเอ่ย คนทั้งสองพลันมาถึงตัวเมืองในอำเภอภายในเวลาอันรวดเร็วและซื้อกระสอบป่านนับร้อยใบ

            จากนั้นเคอโยวหรานก็บอกให้ต้วนเหลยถิงบังคับรถม้าไปยังด้านในตรอกข้างสำนักคุ้มกัน

            ครั้งก่อนเคอโยวหรานมาบรรจุเสบียงอาหารที่นี่ ครานี้นางเตรียมจะทำเช่นเดิมอีกครั้งกระสอบป่านเหล่านี้สามารถใส่เสบียงอาหารได้ประมาณสองร้อยจินต่อหนึ่งใบ

            เคอโยวหรานบรรจุถั่วเหลืองจำนวนสิบกระสอบ หลังปิดปากถุงให้เรียบร้อยต้วนเหลยถิงจึงไปหารือกับสำนักคุ้มกัน

            ท้ายที่สุดยังคงใช้เงินหนึ่งตำลึงจ้างกลุ่มคนเพื่อส่งถั่วเหลืองไปยังเรือนผู้ใหญ่บ้านเฉินในหมู่บ้านเถาหยวน

            เคอโยวหรานถึงกับอัดอั้นใจเพราะความสงสัยเสบียงอาหารครั้งก่อนก็ร้อยกว่าจินแล้ว ครั้งนี้ส่งไปสองพันจินทว่าก็ยังหนึ่งตำลึง

            สำนักคุ้มกันของพวกเขาใช้หลักเกณฑ์ใดในการคิดค่าขนส่ง? หรือจะบอกว่าครั้งก่อนตนเป็นคนหารือกับพวกเขาแต่ครั้งนี้ต้วนเหลยถิงเป็นผู้เจรจา ชายหญิงแตกต่างกัน พวกเขาจึงคิดเงินตามลักษณะคน?

            ช่างเถิด คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิดแล้ว เพราะจ่ายเงินไปแล้วมิใช่หรืออย่างไร?

            หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จ ต้วนเหลยถิงกับเคอโยวหรานก็มุ่งหน้าไปยังตรอกหลิ่วซู่เป็นดังที่ผู้ใหญ่บ้านเฉินบอกเอาไว้ เมื่อสอบถามก็พบเรือนของช่างหวงในทันที

            ครั้นช่างหวงได้ยินว่ามีงานก็เชิญคนทั้งสองเข้าไปข้างในด้วยความยินดีเพราะเขามิได้ประเดิมงานมากว่าครึ่งปีแล้ว

            ภายในเรือนกินสมบัติเก่ามาโดยตลอด เขาถึงกับร้อนรนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

            ต้วนเหลยถิงล้วงหยิบภาพวาดโรงงานเต้าหู้ที่เคอโยวหรานเป็นคนวาดออกมาจากอกเสื้อแล้วเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า“ท่านลองดูเถิดว่าราคาสร้างเรือนเช่นนี้เป็นเงินจำนวนเท่าใด?”

            ช่างหวงตอบหลังจากกวาดตามองโดยคร่าว “เรือนนี้คล้ายกับโรงงาน มีทางเข้าออกนอกในได้หลายจุดไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุมากนัก ค่าวัสดุราคาเพียงห้าถึงหกตำลึงพวกเจ้าจะซื้อวัสดุเองหรือให้ทางฝั่งของข้าจัดเตรียมเล่า?”

            เคอโยวหรานเปิดปากกล่าว “พวกเราไม่ชอบความยุ่งยาก พวกท่านจัดเตรียมวัสดุเป็นพอเพียงแต่จะต้องทำสิ่งของที่ภายในโรงงานจำเป็นต้องใช้สอยตามภาพนี้ทั้งหมดเจ้าค่ะ”

            ช่างหวงพิจารณาอีกครั้งก่อนเอ่ย “เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาเครื่องหมายบนภาพวาดชัดเจน ลูกน้องหลายคนของข้าฝีมือไม่เลว รับรองว่าทำได้แน่นอน”

            ต้วนเหลยถิงพยักหน้าเอ่ย “ค่าแรงและระยะเวลาจะคิดอย่างไรขอรับ?”

            ครั้นเห็นคนทั้งสองจริงใจ คิดจะปลูกเรือนจริงๆ ช่างหวงจึงบอกราคาตามความเป็นจริง“ระยะเวลาสร้างต้องดูว่าพวกเจ้ารีบร้อนหรือไม่ หากรีบข้าก็ต้องใช้คนเพิ่ม

            ส่วนเรื่องค่าแรงค่าแรงของพวกเราทุกคนคือวันละสิบห้าอีแปะรวมอาหารกลางวันหนึ่งมื้อแค่กินอิ่มมีแรงทำงานเป็นพอ จะสรุปยอดเงินทุกๆ สิบวัน”

            เคอโยวหรานถามต่อ “ไม่ทราบว่าช่างฝีมือของช่วงหวงมีเยอะหรือไม่เจ้าคะพวกเรายังอยากจะสร้างเรือนสักหลังด้วยเช่นกัน หากพวกท่านมีคนมากพอ สามารถเริ่มงานพร้อมกันได้หรือไม่?”

            ช่างหวงได้ยินเช่นนั้นพลันหันมามองด้วยความยินดี “ไม่ขอปิดบังพวกเจ้าในมือของข้ามีช่างฝีมือจำนวนสามถึงสี่ร้อยคน ไม่มีงานให้ทำมาครึ่งปีแล้วยามนี้เจ้าพวกนั้นถึงขั้นนั่งรองานเสียด้วยซ้ำ!

            หากยังไม่มีงานเข้ามา ช่างหลายร้อยคนนี้คงได้ใกล้อดตายเต็มทีแล้ว

            พวกเจ้าวางใจเถิด ข้าทำอาชีพนี้มาเกินครึ่งชีวิตเน้นหนักเรื่องคำว่าความน่าเชื่อถือมากที่สุดจะต้องปลูกเรือนให้พวกเจ้าอย่างเหมาะสมแน่นอน”

            “เช่นนั้นก็ตกลงเจ้าค่ะ”เคอโยวหรานหยิบเงินยี่สิบตำลึงจากในมิติวิเศษมาวางลงบนโต๊ะ

            “ยามเช้าของวันพรุ่งขอให้ช่างหวงเตรียมวัสดุอุปกรณ์และพาเหล่าช่างตรงไปยังหมู่บ้านเถาหยวนโปรดจำไว้ว่าให้ทุกคนนำชามกับตะเกียบของตนเองไปด้วย พวกข้าจะเลี้ยงอาหารเช้า อาหารกลางวันและอาหารเย็น ทั้งสามมื้อให้พวกท่านเจ้าค่ะ”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730