ตอนที่ 18 สตีเฟ่น จ๊อบส์
“ฝ้ายทำไมถึงทำงานคนเดียวล่ะ ซันไปไหน? ที่ร้านข้างล่างก็ไม่เห็น” พีทถามและเข้ามาช่วยฝ้ายยกถังหมักไก่ที่เตรียมไว้รอเขา
“กลับไปแล้ว ซันบอกว่าติดธุระ” ฝ้ายตอบแบบขอไปที ประหนึ่งว่าเธอกำลังโกหกและพีทเองก็สังเกตเห็นถึงจมูกที่แดงระเรื่อของเธอ เป็ไปได้ว่าฝ้ายน่าจะร้องไห้มาก่อนหน้านั้น
“ฝ้ายจำคำสัญญาที่เราทำกันไว้เมื่อตอนเด็กๆ ได้ไหม พวกเราสัญญากันว่าจะไม่มีวันโกหกกันไม่ใช่เหรอ?” ถึงมือของพีทจะทำความสะอาดไก่อยู่อย่างขะมักเขม้น แต่นั้นเป็การทำไปตามสัญชาตญาณความคุ้นชินของเขาเท่านั้น
หากแต่ใจของพีทในตอนนี้กลับกำลังมุ่งความสนใจทั้งหมดอยู่ที่ฝ้ายต่างหาก “คือ คือ ตอนแรก มันก็ไม่มีอะไร ซันก็มาช่วยฝ้ายตามปกติ…แต่พอซันถามกับฝ้ายว่า วันปีใหม่ฝ้ายจะไปเคานต์ดาวน์ปีใหม่กับซันหรือเปล่า พอฝ้ายตอบว่าปีนี้ฝ้ายคงไม่ได้ไปเพราะต้องเปิดร้าน ซันก็โมโหและพวกเราก็ทะเลาะกัน” ฝ้ายตอบด้วยเสียงเศร้าๆ เพราะตัวของฝ้ายเองก็รู้ตัวว่าเธอผิด ที่ดูจะไม่ให้เวลากับซันที่เป็แฟนของเธอเลย
แต่เธอก็หวังอยากจะให้ซันเข้าใจ เกี่ยวกับร้านที่เธอต้องดูแล เพราะในอนาคตฝ้ายมีความฝันว่าเธออยากจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ซึ่งที่บ้านของฝ้ายไม่ได้มีกำลังมากพอที่จะส่งเธอเรียนต่อปริญญาโทได้นั่นเอง
ดังนั้นฝ้ายจึงมุ่งมั่นตั้งใจ ทำงานเก็บเงินเพื่อที่จะส่งเสียตัวเองเรียนต่อเอง ไม่อยากให้ลำบากพ่อกับแม่และครอบครัว ที่ยังมีน้องสาวของเธออีกคนที่ต้องเรียนต่อปริญญาตรีนั่นเอง
“ปีใหม่นี้ ฝ้ายไปเที่ยวกับซันเถอะ พีทดูร้านเอง” พีทเข้าใจถึงเหตุผลของฝ้ายและซัน
เื่นี้จะโทษซันก็ไม่ได้ เพราะในฐานะแฟน ซันก็อยากที่จะให้ฝ้ายมีเวลาให้กับตัวเอง แต่กระนั้น ฝ้ายก็ไม่ผิดเช่นกัน ที่จะเลือกงานก่อนเป็ลำดับสำคัญ ซึ่งเหตุผลทั้งสองข้อนี้ของซันและฝ้าย ถึงจะบอกว่าไม่มีใครผิด
แต่มันคือเหตุผลที่ทั้งสองคนต้อง ปรับสมดุลเข้าหากันให้ดีๆ มันถึงจะประคับประคองให้ไปกันรอด เพียงแต่ว่าฝ้ายกับซันใน่อายุที่ยังคงเป็นักศึกษามีหรือที่ทั้งสองจะเข้าใจถึงเื่นี้
พีทวางมือไปที่ไหล่ของฝ้ายเพื่อให้กำลังใจ “อืม ขอบใจนะ” ฝ้ายขอบคุณที่พีทเข้าใจเธอและให้เวลาเธอไปเที่ยวกับซันในวันปีใหม่
พีทและฝ้ายอยู่ช่วยกันทำความสะอาดไก่และหมักไก่อยู่สักพักหนึ่งและด้วยสูตรลับหมักไก่ที่พีทได้มาจากเชฟมินแจกยูนี้เอง มันก็ช่วยทำให้พวกเขามีไก่มากพอที่จะเปิดร้านขายในตอนเย็นเป็ที่เรียบร้อย
ก่อนที่พีทนั้นจะตามกลับไปสมทบกับแชมป์ที่โรงงาน พลางเล่าถึงระหว่างซันกับฝ้าย ที่ทะเลาะกัน
แน่นอนแชมป์ในวันปีใหม่ ตัวของแชมป์เองก็ไม่ว่างที่จะมาเปิดร้านเหมือนกัน เพราะต้องกลับบ้านไปร่วมฉลองวันปีใหม่กับครอบครัว ที่ให้พูดกันตามตรงแชมป์ถูกที่บ้านบังคับให้กลับไป โดยไม่มีทางเลือกมากนัก
“แกจะไหวเหรอว่ะพีท ต้องเปิดร้านคนเดียวแบบนี้…ฉันว่าพวกเราพักเหมือนกับคนอื่นๆ ในวันปีใหม่จะดีกว่า” แชมป์เสนอให้พีทหยุดพัก เนื่องจากวันปีใหม่คงไม่น่าจะมีลูกค้ามากนัก
“แกไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก ฉันกลับไปก็คงอยู่แต่ในบ้าน สู้ออกมาเปิดร้านหาเงินดีกว่า” พีทปฏิเสธที่จะพัก เขาอาจจะดูดื้อไปบ้างที่ไม่เชื่อในคำพูดของแชมป์ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าการตัดสินใจที่จะเปิดร้านของพีท มันจะชักพาให้ร้านของเขาเป็ที่โด่งดังในจังหวัดธาราบุรีในชั่วข้ามคืน
ผ่านไป 1 ชั่วโมงนับั้แ่ที่พีทกลับมาแจกไก่ทอดที่โรงงานอีกครั้ง ไม่นานนักไก่ทอดกว่า 100 ชุดที่ลุงเ้าของโรงงานร้องขอกับพีท ก็หมดเกลี้ยงลงอีกครั้ง
ซึ่งคราวนี้ พนักงานไม่ได้โวยวายหรือร้องขอกับทางลุงเ้าของโรงงานอีกแล้ว เพราะทุกคนรู้ว่าไก่ทอดจากร้านของพีท มันหมดเกลี้ยงแล้วจริงๆ และหากทุกคนยังอยากที่จะกินต่ออีก พวกเขาก็แค่ขับรถไปซื้อที่ร้านไก่ทอดของพีท ที่อยู่ข้างซอยมหาลัยด้วยตัวเอง
ดังนั้นหลังจากที่พีทและแชมป์ได้เดินไปร่ำลากับลุงเ้าของโรงงานเป็ครั้งที่สอง ทางด้านของลุงเ้าของโรงงานก็ได้ยื่นซองที่บรรจุเงิน ที่เป็ค่าจ้างสำหรับวันนี้ให้กับพีทด้วยความพอใจ
พีทรับเงินและนับมันมาตรวจนับเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย หากแต่เมื่อเปิดซองใส่เงินที่เป็ค่าจ้างออกมา เขาก็ต้องผงะ เมื่อพบว่าซองมันหนากว่าที่เขาคิดและจากการนับด้วยตาคร่าวๆ ดูแล้วมันน่าจะมากกว่า 20,000 ที่เป็ค่าจ้างอีกครึ่งหนึ่งที่พวกเขาควรจะได้อีก
“เงินนี้ถือเป็ของขวัญวันปีใหม่ที่ลุงมอบให้ก็แล้วกัน อาจจะไม่มากมายอะไร แต่ลุงอยากมอบให้ด้วยใจ” ลุงเ้าของโรงงานใช้มือสองข้าง จับเขาที่ต้นแขนของพีทและแชมป์ พยักหน้าอยู่หลายที เพื่อแสดงออกถึงความชอบใจที่มีต่อพีทและแชมป์ ถึงแม้จะเป็แค่ร้านที่พึ่งจะเปิดใหม่ แต่แนวทางและอุดมคติที่ยึดมั่นต่อลูกค้าจากใจจริงเช่นนี้ ขนาดนักธุรกิจที่มีประสบการณ์ยังสู้พีทและแชมป์ไม่ได้เลย
พีทได้รับฟังคำสอนจากลุงเ้าของโรงงาน ที่ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ของตัวเองให้กับเด็กหนุ่มทั้งสองได้ฟังอยู่สักพัก อีกทั้งลุงเ้าของโรงงานที่ดูจะเริ่มเมามาย ได้ตัดสินใจที่จะเรียกหาพีทกับแชมป์เป็คนรู้จักคนหนึ่ง พีทและแชมป์เองก็ต่างพากันรู้สึกดีที่ได้ลุงเ้าของโรงงานนับถือเป็คนรู้จัก
ก่อนที่ในที่สุดทั้งสองฝ่ายจะกล่าวลา สวมกอดกันและกลับออกจากโรงงานไปในที่สุด
“ลุงเ้าของโรงงานให้เงินกับพวกเรามาทั้งหมด 30,000 รวมกับมัดจำที่จ่ายไปแล้วเมื่อวานอีก 15,000 เท่ากับว่างานเลี้ยงครั้งนี้เราได้เงินราวๆ 45,000” พีทแจกแจงเงินที่ได้มาให้กับแชมป์ได้รู้ พร้อมกับจดบันทึกลงบัญชี เพื่อให้สะดวกในการตรวจสอบ
การทำธุรกิจกับเพื่อน ควรต้องมีความซื่อสัตย์ต่อกันให้มาก อย่าให้เื่เล็กน้อยและคำว่าไม่เป็ไรมาปะป่นกับธุรกิจ เพราะการทำธุรกิจกับเพื่อนลำพังแค่ซื้อน้ำเปล่า 1 ขวด โดยที่ไม่ได้ลงบัญชี ก็อาจทำให้เพื่อนทะเลาะกันได้มาแล้ว
พีทและแชมป์ เมื่อกลับไปถึงร้านของพวกเขา ฝ้ายก็ได้จัดเตรียมร้านเสร็จหมดแล้วด้วยตัวคนเดียว ทั้งสามช่วยกันขายจนของหมดถึง 4 ทุ่ม ก่อนจะแยกย้ายกันพักผ่อน
และก็เหมือนเช่นเคย เมื่อพีทล้มตัวลงนอน เขาก็ได้หลับตาลงเพื่อพูดคุยกับน้าผีผ่านระบบ พร้อมทั้งศึกษาระบบนี้ให้ถ่องแท้ หลังจากที่วันนี้เขาได้ปลดล็อกค่าความสัมพันธ์กับเชฟมินแจกยู ที่มี 80 แต้ม อยู่ในระดับพันธมิตร
ที่ค่าความสัมพันธ์นี้สามารถปลดล็อก ความลับของเหล่าสหายิญญาในระบบได้นั่นเอง
พีทละเลยกับค่าความสัมพันธ์นี้โดยที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับมัน จนเขาเกือบจะพลาดโอกาสทองของวันนี้ไปแล้ว
ดังนั้นพอมีเวลาเขาจึงรีบศึกษาถึงค่าความสัมพันธ์นี้ให้เข้าใจ ว่าค่าความสัมพันธ์นี้ทำอะไรได้บ้าง
0-25= ผิวเผิน / ดวงิญญายังมองว่าเป็ "ผู้ถูกเลือก" ธรรมดา ไม่เปิดเผยเคล็ดลับหรือเื่ส่วนตัวของตัวเอง จะมอบให้แค่องค์ความรู้ที่มีในระดับเบื้องต้นเท่านั้น
26-50 = เริ่มเปิดใจ / เริ่มเห็นศักยภาพและจะยอมช่วยเหลือโฮสต์เมื่อจำเป็
51-75 = มิตรแท้ / พร้อมแบ่งปันความรู้สำคัญที่มีมากขึ้น แต่จะยังไม่เปิดเผยความลับทั้งหมด
76-90 = พันธมิตร / เชื่อใจอย่างแท้จริง จะมอบความรู้ที่มีทั้งหมดให้กับโฮสต์โดยไม่มีข้อแม้หรือปิดบังใดๆ
91-100 = สหายแห่งโชคชะตา/ ผูกพันลึกซึ้ง เมื่อปลดล็อกมาถึงขั้นนี้ ดวงิญญาจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับโฮสต์ อีกทั้งยังสามารถใช้คะแนนจากระบบเพื่อปลดล็อกสหายิญญาที่มีความรู้ในสายอาชีพเดียวกันที่อยู่ในระดับสูงกว่าขึ้นไปได้
พีททำความเข้าใจถึงความสามารถของค่าสัมพันธ์นี้จนกระจ่าง พร้อมกับเปิดหน้าต่างจากระบบเพื่อที่จะตรวจสอบถึงค่าความสัมพันธ์ที่เขามีทั้งหมดขึ้นมา
1.น้าผี (เทพเรย์) ความสัมพันธ์ ∞ (อนันต์) : ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน ดวงิญญานี้ จะทำทุกอย่างที่โฮสต์้าเพื่อช่วยให้โฮสต์ประสบความสำเร็จตามปณิธานที่ผูกกัน หากโฮสต์เสียชีวิต ดวงิญญาตนนี้ก็จะสูญสลายตามไปด้วย
2.มินแจกยู ความสัมพันธ์ 80/100 (พันธมิตร) : เชฟมินแจกยูนับถือโฮสต์เป็เหมือนผู้สืบทอดของตัวเอง โบราณว่าไว้ เป็อาจารย์เพียงหนึ่งวัน เป็อาจารย์ไปจนตาย!!
3.สตีเฟ่น จ๊อบส์ ความสัมพันธ์ 1/100 (ผิวเผิน) : ดวงิญญาตนนี้ยังไม่ได้รู้จักกับท่านมากนัก โปรดเพิ่มระดับและค่าความสัมพันธ์ให้มากขึ้นกว่านี้เพื่อปลดล็อกองค์ความรู้จากดวงิญญา
พีทได้เปิดอ่านค่าความสัมพันธ์ที่เขามี ก่อนจะเกิดคำถามขึ้นมาด้วยความสงสัย ‘สตีเฟ่น จ๊อบส์ คือใคร?’ เขาจดจำได้ว่าในระบบของเขา นั้นมีแค่น้าผีกับเชฟมินแจกยูเท่านั้นที่เขาปลดล็อกมาได้
แต่ทว่ากับดวงิญญาที่ชื่อว่า สตีเฟ่น จ๊อบส์ เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน…แล้วเหตุใด ทำไมชื่อของดวงิญญาผู้นี้ ถึงได้มาอยู่ในระบบของเขาได้
มีเพียงคนเดียวที่จะรู้ถึงเื่นี้ [น้าผี สตีเฟ่น จ๊อบส์ คือใครครับ?] พีทเรียกน้าผีพร้อมถามถึงดวงิญญาตนนี้
[อ้อ คือผู้ยิ่งใหญ่จากโลกเก่าของฉันเอง ิญญาตนนี้คือบิดาแห่งเทคโนโลยีสมัยใหม่เลยก็ว่าได้ แต่น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตเร็วเกินไป จิตใจยังคงมีความโหยหาต่อการพัฒนาเทคโนโลยีอยู่เต็มเปี่ยม] น้าผีพูดจบก็พลันส่งสัญญาณภาพจากในระบบ ที่เป็เหมือนโลกเอกเทศโลกหนึ่งให้กับพีทได้ดู
ภายในนั้นมีห้องมากมายหลายร้อย หลายพันห้องนับไม่ถ้วน…ทุกห้องล้วนปิดประตูแน่นสนิทจนมองเข้าไปไม่เห็น
จะมีก็แต่ห้องสองห้อง ที่เปิดประตูและเปิดไฟสว่าง พีทได้มองเข้าไปก็พบว่าห้องแรกนั้นเป็ห้องของชายวัยกลางคน ที่มีหน้าตา สัดส่วนเป็คนเกาหลี กำลังนั่งทอดไก่อยู่ที่หน้าเตาไฟ ที่ดูโบราณไม่ต้องสงสัยคนๆ นั้นคือ…เชฟมินแจกยูนั่นเอง
ถัดมาอีกห้องหนึ่งเป็ห้องที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งเรียงรายนับสิบๆ ตัว คอมพิวเตอร์กำลังรันโค้ดซอฟต์แวร์มากมาย ที่พีทดูไม่เข้าใจ โดยมีชายวัย 50-60 ปีกำลังเดินวนอ่านค่าพวกมันอยู่ด้วยสายตาที่เคร่งขรึม
ชายผู้นี้มีรูปร่างผอมสูงในแบบฉบับชาวอเมริกัน ดวงตาคมกริบซ่อนแววแห่งความเฉลียวฉลาดไว้เื้ัแว่นตาทรงกลมขนาดเล็ก ใบหน้าของเขาเรียวยาว มีเคราบาง ๆ ที่แต่งอย่างเรียบร้อยให้ดูสุขุมและสมวัย
เขาสวมเสื้อคอเต่าทรงพอดีตัวสีดำสนิท แขนยาว ปราศจากลวดลายใด ๆ แม้จะดูเรียบง่าย แต่กลับมีกลิ่นอายของความเป็ตัวตนที่ชัดเจน จับคู่กับกางเกงยีนสีน้ำเงินที่ดูธรรมดาๆ
แม้การแต่งกายจะเรียบและไม่มีโลโก้หรูหราใด ๆ แต่กลับแผ่รัศมีของคนที่มั่นใจในวิสัยทัศน์ของตัวเองอย่างไม่ต้องเอ่ยคำพูด
ชายคนนั้นมองกลับมาทางพีทที่มองดูผ่านภาพสัญญาณ ก่อนที่ชายคนนั้นจะเอื้อมมือไปปิดประตูลงเพื่อไม่ให้พีทมองว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
[อันที่จริงเขานิสัยดีนะ แต่เพราะเขาพึ่งจะเสียชีวิตในปี 2012 และพึ่งจะถูกบรรจุเข้ามาในสารบัญิญญานี้ ดังนั้นจึงค่อนข้างจะแปลกแยกและเก็บตัวอยู่สักหน่อย ยังปรับตัวเข้ากับผีรุ่นพี่ที่เป็ยอดอัจฉริยะยังไม่ได้เท่าไร เ้าหนูแกต้องสนิทสนมกับิญญาคนนี้ให้ได้นะ ฉันอุตส่าห์ทุ่มเทตามดูแลเขา เพื่อนำพามารู้จักแกเลยนะ รู้ไหม]
น้ำเสียงของน้าผีดูจริงจัง จนพีทไม่กล้าที่จะเมินเฉย แต่เมื่อพีทมองเข้าไปในห้องของิญญาตนนี้ที่ปิดประตูใส่หน้าเขา
พีทก็ต้องถอนหายใจออกมา ดูแล้วภารกิจเพิ่มค่าความสัมพันธ์กับ สตีเฟ่น จ๊อบส์คงไม่ง่ายอย่างแน่นอน
วันเวลาได้ผ่านไปกว่าหลายวัน พีท แชมป์และฝ้าย ยังคงเปิดร้านไก่ทอดของเขาต่อไป ซึ่งก็มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่มาก ไม่น้อย รวมไปถึงมีพนักงานจากโรงงานที่ดูจะติดใจในไก่ทอดของพีท ตามมาอุดหนุนเขาถึงที่ร้านอีกมากมายหลายคน จวบจนกระทั่งวันที่ 31 ธันวาคมปี 2555 หรือวันสุดท้ายของปี 2012 ก็ได้มาถึง
ปีที่โลกทั้งใบ หวาดกลัวว่าจะเป็วันสิ้นโลก…ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ไม่เกิดขึ้นตามคำทำนายใดๆ
วันสุดท้ายของปี 2012 มาถึงแล้ว วันนี้พีทนั้นอยู่ตัวคนเดียว หลังจากที่แชมป์ได้เดินทางกลับบ้านตามคำสั่งของพ่อั้แ่เมื่อคืน ส่วนทางด้านของฝ้ายก็มีแพลนที่จะไปเที่ยวฉลองเคานต์ดาวน์กับซันในตอนเย็น
ดังนั้นพีทจึงต้องอยู่คนเดียวตามลำพัง เปิดโน้ตบุ๊ก ดู Itube ที่เป็แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์อยู่เป็เพื่อนไปพลางๆ ซึ่งรายการที่สุ่มเล่นขึ้นมาก็เป็ ช่องรายการของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า WeAreOne! กำลังสัมภาษณ์หนุ่มหล่อและสาวสวย ถึงหัวข้อประจำรายการอยู่นั่นเอง
‘ขอสามคำ ให้กับวันคริสต์มาสที่ผ่านมาหน่อยครับ’
พิธีกรชายเอ่ยถาม โดยมีพิธีกรสาวอีกคนที่หน้าตาน่ารักสดใสช่วยกันดำเนินรายการ พลางจ่อไก่โอ๊กตัวสีเหลืองที่เป็ของเล่น และถูกดัดแปลงให้กลายเป็ไมค์ ยื่นไปยังหนุ่มหล่อที่มากับแฟนสาว กำลังหัวเราะคิดคักกันอยู่ที่หน้าห้าง ‘น้ำ หมด ตัว!’ สามคำนี้ มันดูสองแง่สองง่ามแต่ด้วยการตัดต่ออันเฉียบคมของรายการ ที่มีจังหวะไม่ต่างจากรายการในทีวี
ทำให้รายการนี้มันสนุกมาก แม้จะมีคำหยาบคายอยู่บ้างหรือคำสองแง่สองง่ามที่ดูทะลึ่ง แต่มันกลับทำให้พีท ถึงกับต้องเงยหน้าจากกะละมังมักไก่ขึ้นมามองดูรายการเลยทีเดียว “เฮ้ย! นั้นมันซันไม่ใช่เหรอ?!”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
มีตอนแถมให้นะครับ ลงตอน 2 ทุ่มครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy