หลังจากกลับมาถึงห้อง หานเซินก็ยัดอสูรตัวหนักเข้าไปในกรง แกะเชือกที่มัดปากและเขี้ยวใหญ่ ๆ ออก จากนั้นก็วางคริสตัลสีดำจ่อปากของมัน ทันใดนั้นเขี้ยวทองแดงที่นอนตัวอ่อนหูลู่หางตกสองตาปิดสนิทก็อ้าปากงับลูกแก้วดำสนิทแล้วกลืนลงท้องอย่างรวดเร็ว
…
…
*คร่อก ฟี้~~*
นาทีต่อมาเสียงกรนก็ดังขึ้น สัตว์อสูรหน้าตาคล้ายหมูป่านอนหลับสนิท แน่นิ่งไปตามเดิม
หานเซินเฝ้าอยู่ข้างกรงเพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงของมันอย่างใกล้ชิด
หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน ขนสีเทาเข้มและเขี้ยวโค้งยาวสีทองแดงก็เริ่มเปลี่ยน เขี้ยวสีทองแดงดูสดใสขึ้น เส้นขนสีเทาแข็งและหนาเริ่มสะท้อนประกายสีทองแดงอ่อน ๆ และในตอนนี้ก็เริ่มมีกลุ่มขนสีทองแดงชัดเจนปรากฏให้เห็นเป็หย่อมเล็ก ๆ แล้ว
อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่ใช่เขี้ยวทองแดงระดับกลายพันธุ์…ไม่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ จากที่เขาเคยรู้มา ขนของเขี้ยวทองแดงกลายพันธุ์จะต้องเป็สีทองแดงเข้มสม่ำเสมอทั้งตัว เขี้ยวโค้งขนาดใหญ่ต้องเป็ประกายวาววับเหมือนกับทองแดงแท่งที่ตั้งใจหล่อและขัดอย่างดี
‘ดูท่าการวิวัฒนาการจากระดับโบราณไปเป็ระดับกลายพันธุ์จะไม่ง่ายเหมือนระดับสามัญไปเป็โบราณแฮะ! แบบนี้ เวลาแค่วันเดียวคงไม่พอ’ หานเซินคิดในใจ
.
.
หลังจากผ่านไปสองวัน ขนของเขี้ยวทองแดงก็กลายเป็สีทองแดงชัดเจนทั่วตัว ทว่าสีที่เห็นกลับยังไม่เข้มสักเท่าไหร่ หลายจุดยังมีสีเทาเจืออยู่ อีกทั้งเขี้ยวของมันก็ยังไม่เงาวาวเท่าที่ควร ดูอย่างไรก็ยังไม่น่าจะใช่เขี้ยวทองแดงระดับกลายพันธุ์ และถ้าประเมินจากอัตราเร็วในการเปลี่ยนแปลงที่เป็อยู่ก็น่าจะต้องใช้เวลาอีกสองสามวันถึงจะได้เขี้ยวทองแดงกลายพันธุ์ที่สมบูรณ์
.
.
เมื่อเห็นว่าเฝ้าต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ หานเซินจึงตัดสินใจทิ้งเขี้ยวทองแดงไว้ปล่อยให้ค่อย ๆ วิวัฒนาการต่อไปเอง ส่วนตัวเขาเปลี่ยนมาเตรียมออกล่าสัตว์อสูรระดับโบราณเอาไปแลกเป็เงิน
ตอนนี้หานเซินมีจีโนพอยต์โบราณอยู่แค่ไม่กี่พอยต์ และถึงแม้เขาไม่มีความคิดจะใช้จีโนพอยต์โบราณในการวิวัฒนาการ แต่การสะสมจีโนพอยต์ให้ได้มากที่สุดก็มีประโยชน์
ปกติแล้ว หากมนุษย์คนหนึ่งเก็บจีโนพอยต์ระดับสามัญได้จนเต็มพิกัดหนึ่งร้อยพอยต์ ร่างกายก็จะแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายเท่า แต่ถ้าหากมีจีโนพอยต์ระดับโบราณและกลายพันธุ์เต็มจำนวนร่วมด้วยก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล แม้ว่าคนคนนั้นจะยังไม่เกิดวิวัฒนาการก็ตาม
ในตอนนี้หานเซินมีคริสตัลสีดำอยู่ในมือ การจะทำให้จีโนพอยต์ระดับอื่น ๆ ถึงจำนวนสูงสุดคงไม่ใช่เื่ยาก ทว่าหาก้าล่าสัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายเขาต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้!
ยิ่งร่างกายแข็งแกร่งเขายิ่งได้เปรียบคนอื่น ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงตัดสินใจว่าจะสะสมจีโนพอยต์อีกสามระดับให้เต็มก่อนจะมุ่งเน้นเก็บจีโนพอยต์เืศักดิ์สิทธิ์เป็อันดับต่อไป
หานเซินออกจากห้อง ในตอนที่เดินไปถึงถนนสายหลักของฐานพักพิงเกราะเหล็กเขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะถนนเส้นสำคัญของเมืองที่ปกติจะมีผู้คนสัญจรไปมาพลุกพล่าน ณ เวลานี้กลับดูเบาบางจนแปลกตา
‘เกิดอะไรขึ้น?’
หานเซินเดินผ่านจัตุรัสกลางเมือง เขาพบว่าที่นี่มีคนเหลืออยู่น้อยมาก และสองสามคนที่เหลืออยู่กำลังยืนจับกลุ่มถกเถียงเื่บางอย่างอย่างเคร่งเครียด
เด็กหนุ่มเข้าไปยืนฟังใกล้ ๆ ไม่นานเขาก็เข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้น
ไม่กี่วันก่อน มีคนพบสัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์อยู่แถวเขาอาทิตย์อัสดง ทันทีที่รู้เื่นี้ สามผู้ยิ่งใหญ่แห่งฐานพักพิงเกราะเหล็กต่างเรียกรวมพลคนของตัวเองและจัดทัพ ผลัดกันเข้าไปปิดล้อมสัตว์อสูรตัวนั้นไว้ ทว่าสัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งมาก มันฝ่าวงล้อมแนวหน้าของกองกำลังทั้งสามจนแตกกระจายและทำให้มีคนตายจำนวนมาก
วันนี้สามผู้ยิ่งใหญ่คือฉินเซวียน โอรส์ และพี่หมัดเหล็กจึงทำข้อตกลงว่าจะร่วมมือกันล้มสัตว์อสูรตัวนี้ให้ได้โดยเกณฑ์คนจากฐานพักพิงเกราะเหล็กมาเพิ่ม การผนึกกำลังของกลุ่มสามผู้ยิ่งใหญ่เป็ที่สนใจของทุกคนจึงมีคนลงชื่อเข้าร่วมจำนวนมาก และทำให้กลุ่มนักล่าในครั้งนี้เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ทันทีที่ฟังจบ ดวงตาของหานเซินก็เป็ประกาย เขารีบวิ่งออกจากฐานพักพิง หาที่เงียบ ๆ ที่ไม่มีคนเดินผ่านแล้วเรียกิญญาอสูรด้วงทมิฬเืศักดิ์สิทธิ์ออกมา ไม่นานนักมนุษย์ในชุดเกราะสีทองอร่ามเต็มตัวั้แ่หัวจรดเท้าก็พุ่งออกจากจุดลับตาคนมุ่งหน้าสู่เขาอาทิตย์อัสดง
หลังจากกึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างรีบเร่งเป็เวลากว่าสองชั่วโมง ในที่สุดหานเซินก็มาถึงเนินเขาเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างชันลูกหนึ่ง เขาลูกนี้อยู่ไม่ไกลจากเขาอาทิตย์อัสดง จากยอดเขาสามารถมองเห็นลานกว้างตรงเชิงเขาอาทิตย์อัสดงได้อย่างชัดเจน เด็กหนุ่มในชุดเกราะทองปีนขึ้นไปบนยอดเนิน ภาพที่เห็นด้านล่างทำเอาเขาตาเบิกโพลง
.
ณ ลานกว้างตรงเชิงเขา
ผู้คนจำนวนนับพันกำลังร่วมมือกันโจมตีสัตว์อสูรตัวหนึ่งอย่างดุเดือด สัตว์อสูรที่อยู่กลางวงล้อมนั้นมีครึ่งล่างเป็ม้า ครึ่งบนคล้ายมนุษย์แต่มีหัวเป็วัว มือข้างหนึ่งถือขวานทองขนาดมหึมาที่มีคมสองด้าน มันกำลังโต้กลับผู้รุกรานพร้อมกับอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามนุษย์กว่าพันคนไม่มีใครสามารถต้านทานพลังจากขวานั์นั้นได้เลย
ทันใดนั้นเอง อสูรเืศักดิ์สิทธิ์หน้าเหมือนวัวตัวเหมือนเซนทอร์ก็เหวี่ยงขวานในมือเล็งไปที่หัวของมนุษย์ผู้ชายบนหลังไดโนเสาร์สามเขา แม้จะถือดาบสีแดงทรงพลังแต่ในจังหวะกระชั้นชิดโอรส์ก็ไม่กล้ารับการโจมตีของอสูรเืศักดิ์สิทธิ์ตรง ๆ เขาตีลังกากลับหลังโดยใช้สัตว์ขี่ิญญาอสูรของตัวเองเป็ที่เหยียบ แรงส่งจากเท้าช่วยให้ร่างกายพุ่งออกไปจากจุดนั้นหลายสิบฟุต
*สวบ*
ขวานสีทองขนาดใหญ่ของอสูรเืศักดิ์สิทธิ์ฟันลงไปบนสัตว์ขี่ิญญาอสูรไทรเซราท็อปส์เต็มเปาจนตัวขาดครึ่ง ซากสองท่อนของเ้าไดโนเสาร์โชคร้ายกระเด็นกระดอนไปคนละทิศ
ภาพที่ได้เห็นทำร้ายจิตใจโอรส์หนักหน่วง เขาโกรธจนแทบคลั่ง ไทรเซราท็อปส์ตัวนี้เป็ิญญาอสูรที่เขาชอบมากที่สุด มันเป็ิญญาอสูรระดับกลายพันธุ์ที่หายาก ราคาของมันสูงพอ ๆ กับยานอวกาศขนาดเล็กที่ใช้เดินทางข้ามดวงดาว แต่สำหรับเขาแล้วมันมีคุณค่ามากกว่านั้นมาก
“นี่น่ะเหรอ พลังของอสูรเืศักดิ์สิทธิ์?” อานุภาพทำลายล้างจากคมขวานของอสูรเืศักดิ์สิทธิ์ทำให้หานเซินตกตะลึง
สัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์วิ่งพล่านไปมาท่ามกลางนักล่านับพัน มันเคลื่อนไหวว่องไว จู่โจมตรงนั้นฟาดฟันตรงนี้ การโจมตีแต่ละครั้งรุนแรงจนไม่มีใครกล้าตั้งรับ แม้แต่ฉินเซวียนกับพี่หมัดเหล็กยังไม่กล้ารับขวานั์ตรง ๆ ลูกธนูที่หัวทำจากโลหะอัลลอย*จำนวนมากถูกระดมยิงเข้าใส่ แต่ก็แทบไม่สร้างรอยขีดข่วนบนร่างกำยำนั่นเลย ทุกครั้งที่อสูรหน้าวัวเหวี่ยงขวานไปรอบ ๆ มนุษย์ทั้งหมดต้องถอยหนี ไม่มีใครเข้าใกล้มันในรัศมีสามเมตรได้ นักล่ามากมายทำได้แค่ช่วยกันปิดล้อมไม่ให้เป้าหมายหลุดออกไปจากลานกว้างแห่งนี้เท่านั้น
(*โลหะอัลลอย คือโลหะผสมที่เกิดจากการรวมกันของ 2 องค์ประกอบขึ้นไปเข้าด้วยกันโดยที่อย่างน้อยหนึ่งในนั้นจะต้องเป็โลหะ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดเช่นความแข็ง หรือความทนทานที่มากกว่าโลหะบริสุทธิ์)
สัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังเกินจินตนาการของหานเซิน เมื่อลองนึกย้อนกลับไป… ‘ด้วงทมิฬเืศักดิ์สิทธิ์เทียบกับสัตว์อสูรที่กำลังอาละวาดอยู่ตรงหน้าไม่ได้เลยสักนิด…หรือพูดให้ชัดเจนก็คือ มันต่างกันเหมือนฟ้ากับเหว’
ในตอนแรกกลุ่มนักล่ายังสามารถปิดล้อมอสูรเืศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่หลังจากเสียสัตว์ขี่ิญญาอสูรของโอรส์ไป แนวป้องกันสำคัญด้านหนึ่งก็อ่อนแอลงมาก กระทั่งในที่สุดแนวป้องกันด้านนั้นก็แตกกระเจิง
สัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์วิ่งฝ่ากองกำลังที่แตกพ่ายออกไปจนถึงตีนเขา ก่อนเข้าป่ามันหันกลับมา เหยียดตัวขึ้นด้วยสองขาหลังแล้วส่งเสียงคำรามทิ้งท้าย
“มอ~~~~”
เสียงคล้ายวัวร้องดังสนั่น ดังจนคนในลานกว้างต้องเอามือปิดหู หลังร้องเย้ยจนสาแก่ใจ อสูรเืศักดิ์สิทธิ์ก็หันหลังวิ่งหนี ห้อตะบึงตรงเข้าป่าอย่างรวดเร็ว
“มันกำลังหนี บัดซบเอ๊ย!”
โอรส์โกรธจนเืขึ้นหน้า เขาผายมือทั้งสองออกไปด้านข้าง ทันใดนั้นิญญาอสูรสีเขียวที่หน้าตาคล้ายต่อก็บินออกจากมือซ้าย และสีแดงที่รูปร่างคล้ายแมลงปอบินออกจากมือขวา เพียงพริบตาต่อสีเขียวก็เปลี่ยนร่างเป็คันธนูใหญ่ ส่วนแมลงปอแดงกลายเป็ลูกธนูสีเพลิงร้อนแรง
ชายหนุ่มรวบอาวุธเข้าหากัน เสียบลูกธนูกับคันธนูแล้วรั้งสาย เป้าหมายคือจุดตายของสัตว์หน้าวัวที่ส่งเสียงท้าทายพวกเขาเมื่อครู่
“ิญญาอสูรแมลงปอพิษหกปีกระดับเืศักดิ์สิทธิ์!”
ฉินเซวียนและพี่หมัดเหล็กต่างใเมื่อเห็นิญญาอสูรที่ถูกเรียกออกมา
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยร่วมมือกันล่าอสูรแมลงปอพิษหกปีกระดับเืศักดิ์สิทธิ์ ในตอนนั้นโอรส์คือคนที่ได้โอกาสโจมตีจบชีวิตของมัน นึกไม่ถึงว่าเขาจะโชคดีได้ิญญาอสูรเืศักดิ์สิทธิ์แมลงปอพิษหกปีกไป
ต้องรู้ก่อนว่า ปัจจุบันในฐานพักพิงเกราะเหล็กมีิญญาอสูรระดับเืศักดิ์สิทธิ์แค่ไม่เกินสิบดวง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็ของตกทอดจากเหล่าผู้บุกเบิกที่ก้าวเข้าสู่ก็อดแซงก์ทัวรีสเปซที่สองไปหมดแล้ว หลายชิ้นขายต่อ ๆ กันมา บางชิ้นก็ให้เป็มรดกรุ่นต่อรุ่น
“เฮ้ยโอรส์ ใจเย็นก่อนสิ! นั่นมันิญญาอสูรแบบใช้ได้ครั้งเดียวนะ…”
หลัวเทียนหยางพยายามร้องห้าม แต่ดูเหมือนจะสายไปเพราะโอรส์ที่โกรธสุดขีดปล่อยสายธนูแล้ว ทันทีที่หลุดจากสาย ลูกธนูสีแดงก็เปลี่ยนสภาพกลายเป็สายฟ้าแสบตาพุ่งตรงเข้าใส่อสูรเืศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเร็วสูง
*ฟิ้ว~*
เสียงธนูแหวกอากาศดังบาดหู
สัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์ที่รับรู้ได้ถึงอันตรายหันกลับมาแต่ปฏิกิริยาตอบสนองของมันช้าเกินไป สายฟ้าสีแดงพุ่งเข้าใส่หน้าอกกว้างอย่างจังและะเิออกทันที เืและอวัยวะภายในของสัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์พุ่งกระจาย ร่างใหญ่ล้มลงกับพื้น ชักกระตุกรอความตาย
“ใครกล้าฆ่าสัตว์ขี่ของฉัน มันต้องตาย!”
โอรส์ยืนยืดอกถือคันธนู ท่าทางองอาจ ออราความเก่งกาจสุดเท่สะท้อนเข้าตา เสียงะโอันเ็าของเขาทำเอาเหล่านักล่าที่อยู่รอบ ๆ รู้สึกขนลุก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนตะลึง ไม่เว้นแม้แต่ฉินเซวียนและพี่หมัดเหล็ก ทั้งสองมองเหม่อด้วยอารมณ์เหลือเชื่อ
ทว่าในนาทีแห่งความภาคภูมิใจของใครหนึ่งคนกับความอึ้งของคนทั้งหมด จู่ ๆ ก็มีเงาวาววับของวัตถุบางอย่างพุ่งลงมาจากท้องฟ้าตรงเข้าปะทะร่างที่กำลังหายใจรวยรินของสัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์
*ฉึก*
เซนทอร์หน้าวัวหยุดดิ้น สิ้นใจตายฉับพลัน!
แต่…
ยังไม่ทันที่ใครจะได้หายอึ้ง เงาสีทองร่างหนึ่งก็พุ่งตามมาติด ๆ บุคคลปริศนาในชุดเกราะสีทองกระโจนคว้าขวานใหญ่ที่ตกอยู่ข้างร่างไร้ิญญาของสัตว์อสูรเืศักดิ์สิทธิ์แล้วแบกขึ้นบ่า ตีลังกากลับหลัง หักเลี้ยวหนึ่งที ก่อนวิ่งหนีขึ้นเขาเข้าป่าไปอย่างไม่คิดชีวิต
“พี่เหรียญทอง!”
ซูเสี่ยวเฉียวเผลออุทานออกมาเมื่อเห็นรูปลักษณ์อันคุ้นเคย
.
.
.