ตอนที่ 20 การตั้งคำถาม
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
หลายวันต่อมาเมอร์ลินเริ่มที่จะปรับตัวเองให้คุ้นชินกับการอาศัยอยู่ที่นี่ได้แล้ว
เพียงแต่เขายังไม่สามารถใช้งานอุปกรณ์เวทมนตร์เ่าั้ได้ เพราะเขายังไม่ได้ศึกษาเวทมนตร์
ในเช้านี้ทั้งสองพูดคุยหลังจากกินมื้อเช้าแล้วและทานน้ำชาต่อที่สวนหน้าบ้าน
บ้านของศาสตราจารย์ออสตินนั้นมีพื้นที่กว้างไม่น้อย และมันเป็อย่างที่เมอร์ลินคิดไว้ นั่นคือบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนูเาลอยฟ้า
ูเาลูกนี้จะลอยอยู่กับที่และจะค่อยๆ ลดระดับต่ำลงมาเพราะพลังงานเวทมนตร์ที่สูญเสียไป หากเติมพลังงานใส่เข้าไปมันก็จะสามารถลอยกลับสู่ตำแหน่งเดิมได้
เห็นได้ชัดว่าศาสตราจารย์ออสตินผู้นี้เป็ผู้ที่ร่ำรวยไม่น้อย
ระหว่างที่พวกเขาทั้งสองกำลังจิบน้ำชาพูดคุยกันอยู่นั้น ศาสตราจารย์ก็ยังขอให้เมอร์ลินเล่าเื่ราวในดินแดนศักดิ์สิทธิ์
เขาสนใจในเื่ของวัฒนธรรม การใช้ชีวิต และสภาพความเป็อยู่ของผู้คน
“ไม่คิดเลยว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะล้าหลังขนาดนี้ คำว่าอาณาจักรฉันไม่รู้ว่าเคยได้ยินมาั้แ่เมื่อไหร่ แต่ที่นั่นก็ยังใช้เหมือนเดิมอยู่เลย”
เมื่อได้ฟังเื่ราวที่เมอร์ลินได้เล่ามาศาสตราจารย์ออสตินก็อดที่จะเอ่ยออกมาไม่ได้
“มันมีอะไรที่แปลกอย่างนั้นหรอครับ? หรือว่าดินแดนเวทมนตร์ไม่มีอาณาจักร แล้วพวกเขาปกครองกันยังไงกัน” เมอร์ลินเอ่ยออกมาอย่างสงสัย
ดูเหมือนว่าดินแดนเวทมนตร์กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นจะค่อนข้างต่างกันมากทีเดียว
“โอ้ ถ้าเธออยากรู้เื่พวกนี้ฉันก็ไม่มีปัญหา ดินแดนของพวกเราไม่มีอาณาจักรมานานแล้ว แต่มันถูกแบ่งเป็ประเทศน่ะ หรือจะเรียกดินแดนแห่งนี้ว่าดินแดนร้อยประเทศก็ได้”
“ประเทศ? มันคืออะไรอย่างนั้นหรอครับ มันคล้ายกับอาณาจักรหรือป่าว?”
“ก็ทำนองนั้นน่ะแหละ เพียงแต่ประเทศจะใช้ระบบปกครองแบบสภา ไม่ใช่ระบบศักดินาเหมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
ศาสตราจารย์ออสตินที่เห็นท่าทางที่ดูมึนงงยิ่งกว่าเดิมของเมอร์ลิน เขาก็ยิ้มออกมา
“ดูเหมือนว่าฉันจะพูดเื่ที่เข้าใจยากเกินไปสำหรับเด็กอย่างเธอสินะ เอาเป็ว่าฉันจะค่อยๆ สอนเธอไปก็แล้วกัน”
อย่างไรออสตินก็เคยเป็ศาสตราจารย์ของมหาลัยวินเซนมาก่อน เขาย่อมเข้าใจความคิดของพวกนักเรียนดี ซึ่งไม่ต่างจากท่าทางของเมอร์ลินในตอนนี้
“ครับ” เมอร์ลินยิ้มออกมาแล้วใช้มือลูบไปที่ท้ายทอยอย่างเขินๆ เมื่อถูกจับได้ว่าเขาไม่ได้เข้าใจเื่ที่ชายชราพูด
ยังไงเขาก็เป็แค่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น ส่วนการร่ำเรียนใน่ก่อนอายุเจ็ดขวบ เขาก็ทำได้แค่อ่านเขียนเท่านั้น มันจึงไม่ได้มีองค์ความรู้ในการด้านการปกครองหรือการวิเคราะห์เชิงลึกแต่อย่างใด
ความจริงภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ นอกจากจะมีมหาวิทยาลัยของศาสนจักรแล้ว มันยังมีสถานที่ที่เหล่าขุนนางใช้ร่ำเรียนกัน อย่างโรงเรียนการทหาร หรือมหาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรของเหล่าอัศวิน
ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าลูกหลานของขุนนางเ่าั้ย่อมต้องได้ร่ำเรียนเกี่ยวกับเื่ของระบบการปกครองของพวกเขา และวิชาการทางด้านการทหาร
เมอร์ลินยังไม่ได้เข้าโรงเรียนที่ไหนเป็จริงเป็จังเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่ต้องเอ่ยถึงความรู้ระดับมหาวิทยาลัย
ซึ่งดูเหมือนว่าศาสตราจารย์ออสตินจะเข้าใจจุดนี้ดี
“เอาเป็ว่าฉันจะเล่าถึงประวัติการถือกำเนิดของดินแดนเวทมนตร์ก่อนก็แล้วกัน”
“ประวัติของดินแดนเวทมนตร์” เมอร์ลินเอ่ยอย่างตื่นเต้น เขาไม่คิดเลยว่าตนเองจะได้มาได้ยินเื่ราวนี้
แม้แต่ในโบสถ์ที่เขาเรียนหนังสือก็ยังไม่เคยพูดถึงประวัติศาสตร์ของศาสนจักรหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ
ดูเหมือนว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นจงใจที่จะจำกัดความรู้ของประชาชนเพื่อที่พวกเขาจะได้ควบคุมได้ง่ายๆ นี่จึงเป็เหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงได้ปกครองด้วยระบบศักดินาได้มาจนถึงปัจจุบัน
ศาสตราจารย์ออสตินยิ้มและเล่าออกมาอย่างใจเย็น
“เดิมทีแล้วผู้คนล้วนอาศัยอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
“พวกเขาอยู่ที่นั่นอย่างนั้นหรอ?”
“ใช่ และเธอเชื่อไหมว่าผู้ก่อตั้งดินแดนเวทมนตร์เองก็เคยเป็หนึ่งในพระอครคาร์ดินัลของศาสนจักร เมอร์ลินเธอคงรู้จักลำดับชั้นของนักบวชสินะ”
“เป็ไปได้ยังไงกัน? ทำไมผู้ใช้เวทมนตร์ถึงอยู่ในศาสนจักร?” เมอร์ลินกล่าวอย่างตกตะลึง
ศาสนจักรนั้นเกลียดชังเวทมนตร์เพียงใดใครๆ ก็รู้ ทำไมผู้ก่อตั้งดินแดนเวทมนตร์ถึงได้เป็ถึงพระอครคาร์ดินัลได้
แม้เมอร์ลินไม่ได้รอบรู้มากนัก แต่เขาย่อมรู้จักศักดิ์ฐานะของนักบวชในศาสนจักรอย่างแน่นอน
พระอครคาร์ดินนัลนั้นเป็รองแค่ “นักบุญ” และ “โป๊ป” เท่านั้น
พวกเขาถือว่าเป็ระดับสูงในศาสนจักร
ศาสตราจารย์ออสตินยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางของเด็กน้อย
“ดูเหมือนว่าเธอจะรู้เื่นี้สินะ แต่เธอต้องรู้ไว้ว่านอกจากผู้ริเริ่มเวทมนตร์ยุคใหม่แล้ว ยังมีนักบุญอีกคนที่กลายมาเป็ผู้ใช้เวทมนตร์อีกด้วย”
“เป็ไปได้ยังไงกัน? นักบุญน่ะหรือเป็ผู้ใช้เวทมนตร์?” เมอร์ลินกล่าวอย่างไม่เชื่อ
นักบุญนั้นเป็ตัวตนในตำนาน และเป็นักบวชที่สามารถขึ้นครองราชย์เป็โป๊ปได้
ทำไมชนชั้นระดับนั้นถึงได้กลายเป็ผู้ใช้เวทมนตร์ได้
“เอาล่ะ เธอใมามากพอแล้ว ทีนี้พวกเรามาพูดคุยถึงเื่การถือกำเนิดของเวทมนตร์ในโลกนี้ดีกว่า”
“มันเริ่มขึ้นั้แ่พระอครคาร์ดินัลเพลโตเริ่มตั้งคำถาม”
“คำถาม?” เมอร์ลินนั่งหลังเหยียดตรงแล้วตั้งใจฟัง แน่นอนว่าใบหน้าของเขาก็มีคำถามเช่นกัน
ตอนนี้เขากำลังสงสัยว่าทำไมคำถามถึงได้กลายเป็เวทมนตร์ได้
“ใช่ คำถามนี่แหละที่เป็จุดเริ่มต้นของเวทมนตร์ อย่างที่รู้กันว่าศาสนจักรสอนให้ทุกคนเชื่อว่าทุกสิ่งคือสิ่งที่พระเ้าสร้างขึ้น ศาสนจักรได้บัญญัติเป็เทวะวิทยาอธิบายทุกสิ่งให้ผู้คนเกิดความศรัทธา แต่เมื่อเพลโตตั้งคำถามเกี่ยวทุกสิ่งหมุนรอบโลกของพวกเราตามที่ศาสนจักรได้สอนจริงหรือป่าว นั่นจึงเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้ศรัทธาของเขาสั่นคลอนและพบการมีอยู่ของเวทมนตร์”
“ทำไมเขาถึงถามแบบนั้นล่ะครับ ไม่ใช่ว่าโลกของพวกเรายืนอยู่บนจุดสูงสุดของสรรพสิ่งหรอกหรือ? บนท้องฟ้าก็ยังมีพระเ้ามากมายเฝ้ามองพวกเราอยู่” เมอร์ลินเอ่ยแย้ง เขากล่าวด้วยความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาจากโบสถ์
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กน้อยเมอร์ลิน ดูเหมือนว่าเธอก็เป็อีกคนที่ถูกศาสนจักรล้างสมองสินะถึงได้เห็นดวงดาวเป็เทพเ้า” ศาสตราจารย์ออสตินหัวเราะอย่างชอบใจ แต่เขาเองก็เข้าใจเด็กน้อยในเื่นี้
ผู้ที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ย่อมเชื่อในเื่แบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งแตกต่างจากผู้ใช้เวทมนตร์อย่างพวกเขาอย่างสิ้นเชิง