'U R Queen' เป็บาร์ที่ตอบสนองคนมีฐานะทางการเงินการตกแต่งที่หรูหรา มีรสนิยม คงไม่ต้องพูดถึงราคาคงไม่ธรรดา และแน่นอนว่าพวกเขาไม่สนใจที่จะจ่ายเงินก้อนโตเพื่อความสุขเล็กน้อย
ภายในห้องวีไอพีสุดหรู
ผู้ชายสองคนในชุดสูทกำลังพูดคุยกัน
ชวิศพิงโซฟาและถามด้วยความสงสัยว่า“นายจัดการกับประกอบยังไง?”
ภายในห้องที่สว่างไสวแสงที่ตกกระทบปลายจมูกโด่งของพีรดนย์ เกิดเป็แสงและเงาที่มีมติสวยงาม
พีรดนย์หลุบตาลง“ฉันก็แค่ให้ดูหลักฐานความผิดแค่สองคดีเท่านั้นเอง แค่นี้มันก็ยอมบอกทุกอย่างแล้ว”
น้ำเสียงเบื่อหน่ายพูดว่า“ขยะเก่าที่ไร้ประโยชน์ ถึงเวลาเก็บกวาด!”
ชวิศรู้สึกรังเกียจคนประเภทนี้“ประกอบทำเื่สกปรกมามากใน่หลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้เขาก็แก่มากแล้วให้เขาไปใช้บั้นปลายชีวิตอย่างสงบสุข ก็ถือว่านายปราณีเขามากแล้วอีกอย่างความโลภของเขาก็เหมือนหลุมดำที่ถมไม่เคยเต็ม”
พีรดนย์ไม่ได้พูดอะไร
ในฐานะที่ชวิศเป็ลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่าพีรดนย์พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน ชวิศคิดว่าเขาเข้าใจความคิดของพีรดนย์บ้างไม่มากก็น้อย
พีรดนย์มีทั้งความทะเยอทะยานโเี้และอดทนเก่งพีรดนย์จะตอบแทนใครก็ตามที่ทำให้เขาขุ่นเคืองและคนนั้นมักจะมีจุดจบไม่ดีสักคน
เมื่อคิดถึงการคุกคามชวิศก็นึกถึงใครบางคน “ทำไม่นี้กุลถึงไม่ตามติดนายเลย? ก่อนหน้านี้ฉันเห็นไล่ตามนายตลอด? หรือว่านายส่งคนไปสั่งสอนบทเรียนให้กุล?”
ปกติพีรดนย์จะไม่ใช้วิธีรุนแรงกับผู้หญิงยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวของกุลจิราก็เคยเป็เพื่อนกับครอบครัวของพีรดนย์แม้ว่ากุลจิราจะน่ารำคาญไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำผิดอะไรมากมายพีรดนย์เลยไม่ใช้วิธีการใดเพื่อจัดการกุลจิราอย่างจริงจัง
พอพูดถึงกุลจิราพีรดนย์ก็รู้สึกหงุดหงิดเมื่อคิดถึงท่าทางประจบประแจงยอมเขาทุกอย่างในครั้งล่าสุดที่เจอกัน
กุลจิรากล้าพูดนินทาเขาลับหลังพอเขาถาม เธอก็กลัวจนไม่กล้าพูดอะไร
พีรดนย์ยกแก้วไวน์ขึ้นมาและพูดอย่างเย้ยหยัน“สั่งสอนบทเรียน? ให้เงินเธอยี่สิบล้านอาจจะเรียกว่าให้บทเรียนได้เหมือนกันมั่ง”
ชวิศได้ยินเื่นี้เป็ครั้งแรก“เกิดอะไรขึ้น?” เขาอยากรู้อยากเห็นมาก “นายรังเกียจกุลไม่ใช่เหรอ?แล้วเงินยี่สิบล้านคืออะไร? นายเอาเงินให้กุลทำไม?”
ทำไมถึงให้เงินเธอ?
พีรดนย์ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนหน้าหนาอย่างกุลจิรามาก่อนวางแผนวางยาเขาแล้วยังมีหน้ามาแบล็กเมล์เขาอีก!
พีรดนย์ไม่อยากจะพูดอะไรไปมากกว่านี้“ซื้อความสบายใจ”
ในเมื่อพีรดนย์ไม่้าพูดอะไรมากกว่านี้ชวิศก็ไม่ได้ถามอะไรอีก เมื่อคิดถึงครั้งล่าสุดที่เห็นกุลจิราชวิศก็อดถอนหายใจไม่ได้ “ตอนฉันเห็นกุลทะเลาะกับผู้หญิงสองคนนั้นฉันไม่คิดว่าเธอจะปากเก่งขนาดนั้น”
พีรดนย์บ่นพึมพำออกมา “แค่ปากเก่งปากดี พูดแต่เื่ไร้สาระ!”
ชวิศพยักหน้าเห็นด้วย“นายจงใจทำให้กุลกลัวหรือเปล่า?”
พีรดนย์เงยหน้ามองชวิศ “นายพูดอะไร?”
ชวิศหัวเราะ“ตอนนี้ฉันแค่รู้สึกว่าทัศนคติของนายที่มีต่อกุลเปลี่ยนไป”
พีรดนย์แค่นเสียง“นายควรไปโรงพยาบาลเพื่อเช็กดูสายตาได้แล้ว”
ชวิศยังคงพูดเื่ของกุลจิราต่อ“ดูเหมือนกุลจะไม่มากวนใจนายอีกแล้ว ตอนที่ฉันเห็นกุลวันนี้แววตาของกุลไม่มีความคลั่งไคล้หลงไหลนายอีกเลย หรือว่ากุลยอมแพ้เื่ของนายแล้วจริงๆ?”
ชวิศยังคงสงสัยกุลจิรา“แต่กุลเป็คนเ้าเล่ห์มากแผนการบางทีเธออาจแค่้าเปลี่ยนแผนเพื่อดึงดูดความสนใจของนายด้วยวิธีอื่น”
ชวิศบอกการคาดเดาของเขาและแอบมองพีรดนย์ขณะที่กำลังพูด
พีรดนย์ไม่พูดแต่จ้องมองชวิศ
เมื่อเห็นสายตาของพีรดนย์ชวิศก็กระแอมให้คอโล่งแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ผู้หญิงก็คือปัญหา พูดง่าย ๆว่าพวกเราสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ด้วยเงิน”
ชวิศอดที่จะหยอกล้อพีรดนย์ไม่ได้“น่าอิจฉาน้องชายของฉันจริง ๆ มีแต่ผู้หญิงมารุมรัก แต่ก็ช่วยไม่ได้ฉันไม่ได้หล่อรวยเหมือนนาย”
จู่ ๆ ชวิศก็คิดบางอย่างได้“ฉันได้ยินมาว่ากุลเพิ่งโทรคุยกับอามนเมื่อก่อนตอนที่กุลไล่ตามนายทุกวันก็เพราะมีอามนคอยสนับสนุนเด็กคนนี้ฉันก็เห็นมาั้แ่เด็ก ตอนเด็กก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูและก็เชื่อฟังอามนทุกอย่าง พูดง่าย ๆ สงสัยโดนอามนหลอก”
“แม่เหรอ?” พีรดนย์เงยหน้าขึ้น "นายหมายความว่ายังไง"
ชวิศบอกจุดที่เขาสังเกตได้“ฉันก็ไม่แน่ใจ กุลกลัวนายมาั้แ่เด็ก เธอไม่กล้าหือกับนายไม่ใช่เหรอทำไมถึงไล่ตามนาย?”
...
นี่เป็ครั้งแรกที่กุลจิราเข้ามาเที่ยวบาร์เธอมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ
เมื่อก่อนกุลจิรามักจะได้ยินเพื่อนพูดคุยกันว่าในบาร์มีหนุ่มน้อยหน้าตาดีพวกเขาเอาอกเอาใจเก่ง เธออยากมาเที่ยวนานแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะได้ยินมาว่าไวน์แก้วเดียวก็ราคาหลักพันตอนนั้นเธอคงตามไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ แล้ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้เธอคงไม่มองไปรอบ ๆเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงแบบนี้
ตอนเข้ามาในบาร์เธอเจอเข้ากับฉายรวีโดยบังเอิญโชคชะตาของนางร้ายช่างทำงานได้ดีจริง ๆเธอแค่อยากเข้ามาเที่ยวเล่นและเปิดหูเปิดตาสักหน่อยทำไมต้องมาเจอศัตรูของนางร้ายด้วย
ฉายรวีตรงเข้ามาด้วยสภาพที่ไม่ค่อยดีนักตาแดงก่ำอย่างน่ากลัว “เธอมาทำอะไรที่นี่?”
กุลจิราเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของฉายรวี“ฉันก็มาเที่ยวนะสิ!”
จู่ ๆฉายรวีก็ลากกุลจิราเข้าไปในห้องวีไอพีห้องหนึ่ง ดูเหมือนฉายรวีเปิดห้องเอาไว้ภายในห้องมีขวดไวน์และผลไม้วางอยู่บนโต๊ะ
กุลจิรานั่งลงที่โซฟาจ้องมองฉายรวีที่เอาแต่ดื่มไวน์ไม่หยุด “คุณไม่เป็ไรนะ? ยังโอเคอยู่หรือเปล่า?”
ฉายรวีจ้องมองกุลจิราด้วยน้ำตาไหลพราก“คุณกรเป็เกย์ ฉันพึ่งเจอเขากับคนรักของเขาเมื่อกี้”
กุลจิรามองฉายรวีด้วยความเห็นใจ“ฉันก็เตือนคุณไปแล้วว่าเขาเป็เกย์ ฉันได้ยินว่าคุณกำลังจะแต่งงานกับเขาคุณยังจะแต่งงานกับเขาอยู่ไหม?”
ฉายรวีเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุดด้วยความเห็นใจกุลจิราจึงต้องคอยปลอบใจและรับฟังฉายรวีระบายความทุกข์ใจอย่างช่วยไม่ได้
ใช้เวลาไม่นานมิตรภาพของทั้งสองก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉายรวีหลังจากได้ระบายความทุกข์ใจ เสียใจและผิดหวังก็เริ่มดีขึ้น
กุลจิราพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ฉันได้ยินมาว่าที่บาร์มีหนุ่มน้อยน่ารัก ผิวขาว ขายาวหลายคนเราลองเรียกมาสักสองสามคนดีไหม?”
ฉายรวีมองกุลจิราอย่างระแวดระวัง“หนุ่มน้อยที่ไหนจะมาทำงานที่นี่ อีกอย่างที่นี้ไม่ได้มีการขายบริการอย่างนั้น!พูดอะไรก็อย่าทำให้ฉันขายหน้านะ!”
ภาพลักษณ์ของเธอเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ?
กุลจิราพูดอย่างไม่ยอมแพ้“แล้วถ้าแค่แตะกล้ามเนื้อหน้าท้อง จะผิดไหม?”
ฉายรวีคิดอยู่ชั่วครู่เธออยากแกล้งกุลจิรา “น่าจะไม่เป็อะไร แล้วเธอตั้งใจแตะสักกี่วินาที?”
กุลจิรากัดฟันพูดอย่างไร้เดียงสา“สักสิบวิก็ได้”
ฉายรวี “...”
ซื่อบื้อ!
พวกเขาเปิดห้องวีไอพีกุลจิราใช้จ่ายเงินไปอีกก้อนแล้ว เธออดไม่ได้ที่บ่นพึมพำทำไมถึงไม่นั่งดื่มที่โถงด้านหน้าล่ะ? แล้วทำไมฉายรวีถึงใช้เงินของเธอฉลองให้กับการหลุดพ้นจากความรักจอมปลอมด้วย?
พอกลุ่มหนุ่ม ๆ หน้าตาดี ผิวขาว สูงขายาว เดินเข้ามาในห้องทีละคน กุลจิราก็หยุดบ่นทันที
พวกเขาเริ่มต้นเต้นบนฟลอร์เพื่อต้อนรับลูกค้าสาวแสนสวยทั้งสองหนุ่มหน้าตาดีที่ใส่กางเกงกระชับก้นแน่น ๆ คนนั้น กำลังเต้น อื้มฮืม!เต้นทะลึ่งจังเลย พี่สาวทนดูไม่ได้! การที่ได้มองเห็นอะไรแบบนี้ในระยะประชิดแต่ไม่สามารถแตะต้องได้ นี่มันอะไรกัน เธอจ่ายเงินไปแล้วนะ! แต่ไม่สามารถแตะซิกแพคแน่น ๆ ได้จริง ๆ เหรอ? พี่สาวปวดใจเหลือเกิน!
โอ้! ยายจ้าช่วยด้วยอย่าปลดกระดุมเสื้อ หัวใจพี่สาวไม่แข็งแรง!
สุดยอด!
นี่ก็หล่อ!
คนสุดท้ายหล่อมาก!
เหนื่อยกันไหมคนดีคนเก่ง พี่สาวอยากเข้าไปซับเหงื่อให้เหลือเกิน!
เธอเคยอ่านบทความในเว็บไซต์นักวิทยาศาสตร์เผยผลวิจัยเอาไว้ว่าการมองผู้ชายหน้าตาดีเพียงสิบนาทีต่อวันอาจทำให้อายุยืนยาวได้ ตอนนี้ไม่สำคัญว่าผลวิจัยจะเป็จริงหรือไม่เธอเชื่อในผลวิจัยนี้แล้ว
ผ่านไปไม่นานฉายรวีก็เริ่มพร่ำเพ้ออีกครั้ง“ทำไมคุณถึงหลอกฉัน ทำไมคุณถึงไร้ยางอายแบบนี้!”
ฉายรวียังคงบ่นต่อไป“เห็นฉันเป็ตัวอะไร ทำไมเขาต้องทำกับฉันแบบนี้”
ฉายรวีคว้าคอเสื้อของกุลจิรา“เธอคิดว่าฉันแย่มากเลยใช่ไหม ทำไมพวกเขาต้องรวมหัวกันมาหลอกลวงฉัน?”
คนรักคนแรกก็ทิ้งฉายรวี แล้วคนที่สองยังมาหลอกอีกไม่น่าแปลกใจเลยที่ฉายรวีเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง
กุลจิราที่กำลังมีความสุขกับการเอาอกเอาใจจากหนุ่มหน้าตาดีตั้งสองคนพอได้ยินคำพูดแบบนั้น “เธอพูดอะไร ฉันรู้สึกว่าเธอเป็คนดีมากนะ!”
ฉายรวีไม่เชื่อ “ถ้าฉันดีทำไมฉันถึงไม่เจอผู้ชายดี ๆ บ้างล่ะ”
กุลจิราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า“เธอคบหาผู้ชายไปกี่คนกัน ที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็ประสบการณ์ชีวิตเวลาเจอจะได้ดูออกว่าผู้ชายที่เข้ามาเขาจริงใจต่อเธอหรือเปล่า
ผู้ชายดี ๆ ยังมีอยู่ในโลกอย่าเอาแต่โทษตัวเอง นู้น...โทษไอ้ตัวดีสองคนนั้น ถ้าเธอจะผิดก็คงผิดที่ดูคนไม่เป็เท่านั้นเองอย่าพึ่งยอมแพ้ สักวันเธอต้องเจอผู้ชายที่ใช่สำหรับเธอแน่นอน เชื่อฉันสิ!”
หลังจากกุลจิราพูดจบในห้องก็เงียบลงทันที
กุลจิรามองไปที่ฉายรวีพร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ
ฉายรวีเงียบไปครู่หนึ่ง “ฉันสงสัยจริงๆ ว่าเธอกำลังวางแผนอะไรกับฉันหรือเปล่า?”
“ฉันไม่ได้มีแผนการอะไรถ้าไม่เชื่อก็ถามน้อง ๆ ดูสิ” กุลจิราหันไปมองหนุ่ม ๆ ที่นั่งอยู่ในห้อง
หนุ่ม ๆอึ้งไปชั่วขณะและรีบพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน
หนุ่มคนที่หนึ่ง“พี่กุลพูดถูกทุกอย่างเลยครับ”
หนุ่มคนที่สอง“พี่รวีไม่ต้องเสียใจนะครับ บาร์ของเรามีผู้ชายดี ๆ มากมายพี่สามารถเลือกที่พี่ชอบได้เลยครับ”
หนุ่มคนที่สาม “ใช่แล้วครับ”
หนุ่มน้อยต่างพูดเข้าขากันเป็อย่างดีเดิมทีฉายรวีกำลังร้องไห้ แต่ถูกพวกเขาปลอบโยนจนดีขึ้น
กุลจิราพอใจมากแน่นอนว่ามีอีกคนที่พูดไม่เก่ง เขาเป็คนสุดท้ายที่เดินเข้ามาหล่อที่สุดและไม่พูดอะไรเลย
แม้ว่าพวกเขาจะมาสร้างความครึกครื้น แต่เธอก็ไม่ใช่ประเภทบีบบังคับใครในเมื่อเขาไม่อยากพูด เธอก็ไม่บังคับ เธอสามารถอดทนกับคนหน้าตาดีได้ดีเสมอ
ฉายรวีรู้สึกสบายใจมากขึ้นและบรรยากาศภายในห้องก็สนุกสนานมากขึ้น
หนุ่มคนที่หนึ่ง“พี่กุลแต่งหน้าอย่างนี้ดูสวยมากครับ ผิวก็เนียนมากด้วย”
หนุ่มคนที่สอง “พี่กุลมีคนรักหรือยังถ้ายังไม่มี ทำไมพี่ไม่ลองเลือกพวกเราสักคนล่ะครับ”
กุลจิรารีบตอบทันที “พี่ยังไม่มีคนรัก!”
หนุ่ม ๆ ต่างแย่งกันพูด “พี่กุลครับเลือกผม!”
หนุ่ม ๆ พวกนี้ ปากหวานกันจริง ๆเธอชอบ!
หัวใจของกุลจิรากำลังเบิกบานอย่างเต็มที่
ดูพวกหนุ่ม ๆ พวกนี้สิ ปากหวานคุยเก่ง เอาใจเก่ง อ่อนโยน เงินเดือนที่นี่ก็ค่อนข้างสูงเธอจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์หรือเปล่า? ก็หน้าตาพวกเขายังดูเด็กกันอยู่เลย!
เธอว่าจะปรึกษาฉายรวีก็คงไร้ประโยชน์ตอนนี้ฉายรวีดื่มจนเมาหลับไปแล้ว
เบื่อพวกคออ่อนจริง ๆ!
เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องกลับเพราะต้องพาฉายรวีกลับบ้าน!
ความจริงกุลจิราลังเลมากใครไม่ชอบหนุ่ม ๆ ที่ทั้งหน้าตาดี ปากหวานและเอาใจเก่ง!
เหลือบไปมองตัวปัญหาที่เมาหลับคาโซฟา!
กุลจิราไม่อยากให้ผู้คนแตกตื่นถ้าเธอแบกฉายรวีออกไป ภาพพจน์คุณหนูผู้บอบบางอย่างเธอเสียหายหมดดังนั้นกุลจิราจึงขอให้หนุ่ม ๆ ที่น่ารักของเธอ ช่วยพยุงฉายรวีไปที่รถซึ่งก่อนหน้านั้นเธอโทรไปบ้านฉายรวีให้ส่งรถมารับที่นี่แล้ว
พอส่งฉายรวีขึ้นรถกลับบ้านทุกคนก็แยกย้ายกันไป
กุลจิราก็กำลังเดินออกไปเพื่อกลับเช่นกัน
ระหว่างทางก็มีหนุ่มสุดหล่อคนนั้นเรียกกุลจิราเธอหันกลับไปมองและเห็นว่าเป็หนุ่มที่เข้ามาคนสุดท้าย หล่อที่สุดและไม่พูดอะไรเลย
กุลจิราถามขึ้นมาอย่างสงสัย“เรียกพี่มีธุระอะไรเหรอคะ?”
ชรัณเขินอายเล็กน้อย “คุณกุลจิรา”
กุลจิราอ่อนโยนต่อหนุ่มหน้าตาดีเสมอเสียงสองก็มาทันที “หือ? ว่ายังไงคะ?”
ขณะที่ชรัณกำลังพูดใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็สีแดง “ผมชื่อชรัณ เป็นักศึกษาปีหนึ่งผมขอแลกเบอร์กับคุณได้ไหมครับ?”
กุลจิราเกือบถูกชรัณฆ่าตายด้วยความน่ารักของเขาเ้าหนูน้อยนี่น่ารัก! พี่สาวอยากจ่ายค่าเทอมให้จังเลย!
ชรัณเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยมาที่นี่เพื่อทำงานพาร์ทไทม์งั้นเหรอ? น้องเขาทำงานหาเงินเรียนหรือเปล่า?นี่คงไม่ใช่นักศึกษายากจนในตำนานใช่ไหม?
โอ้! น่าสนใจ!
เธออยากจะเป็ชูการ์ซิสเตอร์จังเลย!
กุลจิราให้เบอร์ติดต่อชรัณด้วยความเต็มใจแล้วบอกลาอย่างมีความสุข!