แสงสีทองสาดส่องผ่านช่องประตูเข้ามาปะทะใบหน้าของฟ้าใส เธอนอนหลับอย่างสบายตื่นขึ้น มือ เท้า เสื้อผ้า เส้นผม ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่น ฟ้าใสขยี้ตาด้วยมือขวา “โอ๊ย” เธอแสบตาเนื่องจากฝุ่นที่ติดมือเข้าตา ฟ้าใสนั่งมึนๆงงๆเมื่อเวลาผ่านไปฟ้าใสได้สติก็ปลุกฝ้ายที่นอนตะแคงขวาอยู่ เธอใช้มือเขย่าที่หัวไหล่ฝ้ายเบาๆ ฟ้าใสหันไปมองพี่มะนาวที่หมดสติอยู่ ฟ้าใสเห็นแสงหน้าจอโทรศัพท์มือถือของชายวัยกลางคนส่องสว่างอยู่ที่มุมของห้องลับ เธอจึงลุกขึ้นเดินไปดูเวลา เลขอารบิกแสดงเวลา เจ็ดนาฬิกาแปดนาที นี้เราเผลอหลับไปเหรอเนี่ย ั้แ่เมื่อไหร่ จำไม่ได้เลย
“ตำรวจมายัง” ฝ้ายที่พึ่งลืมตาตื่นพูดขึ้น
“ไม่รู้เหมือนกัน” ฟ้าใสเดินไปเปิดประตูห้องลับ “เดี๋ยวก่อน!!!” ฝ้ายพูดขึ้นอย่างจริงจัง เธอกังวลเื่ความปลอดภัย
“ไม่มีอะไรต้องห่วง” เมื่อฟ้าใสพูดจบก็เดินออกไปข้างนอก ห้องนอนของชายวัยกลางคนมีสภาพกระจัดกระจาย เหมือนถูกรื้อค้น ฟ้าใสเดินไปที่ประตูพบแขนคนอยู่บนพื้นที่นองไปด้วยเื เป็ภาพที่น่าขยะแขยงชวนอ้วก ฟ้าใสตั้งสติพยายามลืมภาพที่เห็นตรงหน้าและะโข้ามกองเื เดินมาถึงบันไดที่ไม่มีราวจับ เธอไม่รู้ว่าราวจับหายไปไหน เมื่อวานที่ขึ้นมาก็ยังมีอยู่เลย ฟ้าใสเดินลงบันไดไปล่างข้าง ที่ชั้นหนึ่งเหมือนพึ่งผ่านาโลกครั้งที่หนึ่งมาอย่างนั้นเลย กำแพงเต็มไปด้วยรูของะุ ฝาผนังที่เคยแขวงรูปพระสงฆ์ก็หายไป ที่พื้นมีเศษกระจก ปลอกะุ หลังสือขาดๆ กรอบรูปแตก เศษกระดาษขนาดเล็กมากมาย โต๊ะทำงานสีเขียวที่พังจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม ฟ้าใสพยายามมองหาชายวัยกลางคน เธอเดินหาทั่วทุกมุม และเดินออกมาด้านนอกอาหารแห่งนี้ ท้องฟ้าสว่างเรือง แสงสีเหลืองสาดส่องอยู่เบื้องหน้าพบรถตำรวจสามคันอยู่ในสภาพพลิกควํ่า ล้อรถชี้ขึ้นฟ้า ฟ้าใสกำลังสงสัยว่าทำไมไม่มีศพใครเลยทั้งทีสิ่งแวดล้อมโดยรอบพังทลายจนเกือบทั้งหมด แต่ก็ดีแล้วนะถ้าเจอศพคงเป็ภาพติดตายไปอีกหลายเดือนแน่ๆ ฟ้าใสหันหลังไปพบฝ้ายยืนอยู่ด้านนอก ฝ้ายกำลังมองดูสภาพอาคารแห่งนี้
“เกิดอะไรขึ้น” ฝ้ายกล่าว
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“โอ้ยปวดท้อง” ฝ้ายเอามือกุมที่ท้องและงอตัวลงเหมือนกุ้งอย่างนั้นเลย
“เป็อะไรไหม”
“เหมือนประจำเดือนจะมา ไปเข้าห้องนํ้าก่อนนะ” ฝ้ายรีบเดินกลับเข้าไปในตัวอาคาร ฟ้าใสรีบตามไปดูแลเพื่อนของเธอ ห้องนํ้าของอาคารแห่งนี้มีสองแห่งอยู่ชั้นบนและชั้นล่าง ชั้นละหนึ่งห้อง ฝ้ายเลือกเดินขึ้นบันไดไปเข้าห้องนํ้าที่ชั้นบนเพราะสภาพห้องนํ้าดูดีกว่าชั้นล่าง ที่สำคัญประตูยังสภาพดี เพราะชั้นล่างประตูห้องนํ้าหลุดออกมา ใครเดินผ่านไปผ่านมามองก็เห็นหมด ถึงแม้บริเวณนั้นจะมีแค่ฟ้าใสกับฝ้ายสองคนแต่ฝ้ายก็อายเป็นะ ฟ้าใสเดินมารอฝ้ายที่หน้าห้องนํ้า
.
.
.
.
หลังจากสาวๆทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย เห็นพี่มะนาวเดินเอามือกุมท้องออกมาจากห้องนอนอย่างช้าๆ ด้วยท่าทีมึนๆ ฟ้าใสะโข้ามกองเืที่นองพื้นและเดินไปพยุงพี่มะนาว “ค่อยๆนะค่ะ”
“เกิดอะไรขึ้น เราอยู่ที่ไหน”
“บ้านพักค่ะ ตอนนี้เราต้องหาคนมาช่วย”
ฟ้าใสเดินพยุงมะนาวมาถึงบริเวณที่มีแขนและเืนองพื้นอยู่ ฟ้าใสไม่อยากเหยียบเืเลยแต่ถ้าไม่ผ่านทางนี้ก็ลงบันไดไม่ได้ มะนาวมองที่พื้นก็อุทานขึ้น “คุณพระ นี้มันแขนคนนี้” ใบหน้าอันสยดสยองของมะนาวกล่าวขึ้นมา
“ค่อยๆเดินนะค่ะ”
เมื่อลงมาข้างล่าง ฝ้ายอาสาอุ้มพี่มะนาวอีกครั้ง ทั้งสามคนออกมานอกอาคารหลังเล็กๆ
“เอายังไงกันต่อดี” ฝ้ายถาม
“หาแมพให้เจอก่อนแล้วค่อยหาคนมาช่วย”
ทั้งคู่เดินเข้าไร่อ้อย ระหว่างทางก็เรียกชื่อแมพไปด้วย สหายทั้งสองเดินไปเรื่อยๆจนถึงถนนที่มีรถยนต์ของมะนาวจอยควํ่าอยู่ ฟ้าใสก็ร้องไห้อีกครั้งเธอรู้ว่าแมพตายแล้วแน่ๆ ทันใดนั้นเองมีรถยนต์ขับมาจอดตรงหน้านิสิตทั้งสอง ชายใส่ชุดพละของมหาวิทยาลัยเปิดประตูลงมาจากรถกระบะสีเทา “ไม่ต้องกลัวนะ พวกเธอปลอดภัยแล้ว เพื่อนเธอที่ชื่อแมพ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลประจำอำเภอแล้ว เขาปลอดภัยดี” เมื่อทั้งสองคนได้ยินอย่างนั้นใบหน้าจากเครียดๆก็เปลี่ยนเป็ยิ้มระรื่นด้วยความดีใจ “พวกเธอต้องไปโรงพยาบาลก่อนนะ ให้หมอตรวจร่างกายและบำบัดจิตใจ” เมื่อพูดจบชายคนนี้ก็ไปช่วยฝ้ายอุ้มมะนาวเข้าในรถยนต์
.
.
.
.

ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ ชายผู้นี้ขับรถไปจอดหน้าห้องฉุกเฉิน มีพยาบาลสาวมารับทั้งสามเข้าห้องตรวจ มะนาวเข้าห้องตรวจที่หนึ่ง ฟ้าใสเข้าห้องตรวจที่สอง ฝ้ายเข้าห้องตรวจที่สาม
ฝ้ายใช้เวลาในการตรวจไม่นาน ร่างกายมีาแถลอกเล็กน้อย หลังจากนางพยาบาลทำแผลเสร็จ เธอออกมานั่งรอฟ้าใสข้างนอก สิบนาทีต่อมาฟ้าใสเปิดประตูของห้องตรวจและเดินออกมา “ต้องผ่าตัดเอาะุออก” ฟ้าใสกล่าว
“ผ่าตัดเมื่อไหร่”
“ไม่รู้เหมือนกัน หมอบอกว่าขอตรวจอย่างละเอียดอีกรอบ”
“ต้องนอนโรงพยาบาลใช่ไหม”
“น่าจะใช่ ไม่ค่อยอยากนอนเลย อยากกลับบ้านมากกว่า”
ในระหว่างที่ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่ ตำรวจและชายที่ใส่ชุดพละของมหาวิทยาลัยเดินมาหานิสิตทั้งสอง
“ฝ้ายใช่ไหมครับ” คุณตำรวจเอ่ย
“ใช่ค่ะ”
“เชิญมาให้ปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้”
“ค่ะ” ฝ้ายเดินตามตำรวจไปโรงพัก
.
.
.
.
รุ่งสางของวันจันทร์
ฟ้าใสลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนของโรงพยาบาล มือขวาของเธอถูกห่อหุ้มด้วยมืออันแข็งกระด้างของแม่ แม่ของเธอนั่งหลับอยู่ข้างเตียง ฟ้าใสมองไปด้านข้างพบพี่ริสนอนอยู่บนโซฟาสีฟ้าสภาพเก่าๆ ฟ้าใสจำความได้ว่า คุณหมอให้ผ่าตัดะุออกจากแขนเวลาสี่โมงครึ่ง หลังจากเข้าห้องผ่าตัดก็จำอะไรไม่ได้อีก รู้สึกตัวอีกทีนอนอยู่ในห้องนี้เสียแล้ว
“แอ็ด” หลังสิ้นเสียงเปิดประตูพ่อเดินเข้ามาพร้อมถุงผ้าในมือ ภายในถุงผ้ามีทั้งข้าวกล่อง นมกล่อง ขวดนํ้าและผลไม้ มีทั้งส้ม องุ่นและมะม่วง “เป็ยังไงบ้างลูก”
“มึนหัวนิดหน่อยค่ะ”
แอ็ด เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง พยาบาลสาวเดินเข้ามาพร้อมกับหมอ “ดิฉันขอตรวจอาการคนไข้ เชิญครอบครัวไปรอข้างนอกก่อนนะค่ะ” หมอบอก
พ่อเดินไปปลุกแม่และพี่ริส จากนั้นพากันเดินออกไปข้างนอกตามที่หมอร้องขอ
“สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า” ฝ้ายกล่าวทักทายพร้อมพนมมือไหว้และก้มหัวลงเล็กน้อย
“หนูคือฝ้ายใช่ไหมจ๊ะ” คุณแม่เอ่ย
“ใช่แล้วค่ะ”
“สวยขึ้นเยอะเลย ป้าแทบจำหนูไม่ได้”
“แหมคุณป้าชมเกินไปแล้ว แบบนี้หนูก็เขินแย่”
“ไม่เจอกันนานเลยนะฝ้าย” ริสพูด
“ั้แ่เรียนจบม.ต้นก็ไม่เจอพี่ริสเลย พี่ริสเป็ยังไงบ้าง”
“สบายดี”
“พี่เรียนคณะอะไร”
“นิติศาสตร์”
.
.
.
.
หลังจากหมอตรวจร่างกายเสร็จ ทุกคนก็กลับเข้าไปในห้อง
“เป็ยังไงบ้าง เจ็บแผลไหม” ฝ้ายถาม
“ไม่อะ ไม่รู้สึกเจ็บแต่มันคันมากๆ แล้วแมพเป็ยังไงบ้าง”
“ตอนนี้ยังนอนไม่ได้สติเลย พ่อแม่ของแมพก็เฝ้าอยู่ในห้องละ ไม่ต้องเป็ห่วง”
“เมื่อวานนี้คุยอะไรกับตำรวจบ้าง”
“รายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้”
“แล้วตำรวจเชื่อไหม”
“ไม่ค่อยเชื่อแต่หลักฐานมันฟ้องอยู่นะ ทั้งรถยนต์ของพี่มะนาวที่ควํ่าหัวลงและรถตำรวจทั้งสามคันจอดอยู่ด้านข้างอาคารมีสภาพควํ่าหัวลงพื้นดินเช่นกัน”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นทำไมชั้นล่างของอาคารถึงมีสภาพเละเทะ”
“เมื่อเ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ เ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มแรกรีบมาทันที จากนั้นประมาณสิบห้านาที ตำรวจกลุ่มแรกขอกำลังเสริม หลังจากนั้นติดต่ออะไรไม่ได้อีกเลย ตำรวจทั้งหมดที่ไปที่นั้นหายตัวไปรวมทั้งพี่ชายที่ช่วยพวกเราไว้ด้วย สารวัตรบอกมาแบบนี้ละ”
“หายไปเฉยๆเหรอ”
“ใช่” ฝ้ายตอบ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา “เดี๋ยวเราต้องกลับมหาวิทยาลัยแล้ว วันนี้มีเรียน”
“เรียน?” ฟ้าตอบด้วยความงงงวย
“วันนี้วันจันทร์นะ มีเรียนกฎหมายพื้นฐานของอาจารย์ชาว์”
“เอ่ย...ใช่ลืมไปเลย แล้วเราต้องขอใบลาปะ”
“ขอดิ เอาใบรับรองแพทย์ประกอบกับใบลาป่วย”
“ขอบใจมาก”
“บายแล้วเจอกัน” หลังจากฝ้ายกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ฟ้าใสนั่งกินข้าวบนเตียง กินผลไม้ที่พ่อซื้อมาให้ จากนั้น่เวลาที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับฟ้าใสเริ่มต้นขึ้น เธอทำได้แค่นอนและก็นอน โชคดีที่พี่ริสเอาลำโพงมาด้วย ได้ฟังเพลงโปรดปรานถือเป็การแก้เบื่อ เมื่อตกเย็นพี่ริสพาฟ้าใสนั่งรถเข็นไปเปลี่ยนบรรยายข้างนอกและเจอฝ้ายที่นั้น
“ไปเยี่ยมแมพด้วยกันไหม”
“ไปสิ”
ฝ้ายเดินนำไปหาห้องของแมพ เมื่อถึงที่หมายเธอเปิดประตูเข้ามาในห้องพบชายสองคนใส่ชุดนิสิตยืนอยู่ข้างเตียง
“แมพเป็ไงบ้าง” ฝ้ายถาม
“เจ็บแผลนิดหน่อยนะ เอ่ยใช่ลืมแนะนำเลย นี้ฟิมส์กับปันนะ อยู่เจอร์เดียวกันกับพวกเรา”
“เรากับฝ้ายรู้จักกันอยู่แล้ว” ปันเอ่ยขึ้น
“อ้าวเหรอฮาๆ”
“เธอรอดมาได้ยังไง” ฟ้าใสถาม
“แถวนั้นมีพุ่มไม้ เราเข้าไปหลบในนั้นเลยรอดมาได้”
“เธอมาโรงพยาบาลได้ยังไง”
“บังเอิญเจอเ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย”
“เราดีใจมากนะที่เธอรอดชีวิตมาได้”
“ก็บอกแล้วไง เราเป็พระเอกของเื่นี้ พระเอกต้องตายตอนจบเท่านั้น มันถึงจะเท่ เหมือนมาสค์ไรเดอร์ริวคิที่พระเอกอย่างชินจิตายตอนที่สี่สิบเก้า ทำให้ศึกไรเดอร์เหลือเรนหรือมาสค์ไรเดอร์ไนท์เป็ไรเดอร์คนสุดท้ายแล้วไปตัดสินกับมาสค์ไรเดอร์โอดินซึ่งเปรียบเสมือนพระเ้าของโลกมิเรอร์เวิลด์ จนสุดท้ายก็สามารถชนะพระเ้าและเป็ไรเดอร์คนสุดท้ายที่แท้จริง เรายังจำคำพูดของมาสค์ไรเดอร์โอดินตอนจบได้ว่าอยู่เลย ไรเดอร์คนสุดท้ายคือนาย ไรเดอร์คนสุดท้ายคือนายยยย”
“ไอ้แมพพูดอย่างนี้คนอ่านก็ไม่ต้องไปหามาดูละ สปอยตอนจบละเรียบร้อย” ฟิมส์บอก
“ใช่ไม่ต้องดูละ รู้ตอนจบละ” ปันกล่าวสนับสนุนคำพูดของฟิมส์
“หนังเื่อะไรเหรอ” ฝ้ายกระซิบถามฟ้าใสเบาๆ
“มาสค์ไรเดอร์ริวคิเป็มาสค์ไรเดอร์ลำดับที่สามในยุคเฮย์เซย์”
คำตอบของฟ้าใสยิ่งทำให้ฝ้ายยิ่งงงงวยเข้าไปอีก “แนวไหนอะ”
“อืม...คล้ายๆไอ้มดแดง รู้จักปะ”
“รู้ๆ”
“มาสค์ไรเดอร์ก็คล้ายกันละ”
“อย่างนี้นี่เอง”
“เราพูดถึงเื่อื่นอย่างนี้โดนลิขสิทธิ์ไหม”
“ถ้าโดนเื่ลิขสิทธิ์คงโดนั้แ่ตอนที่หนึ่งที่พูดถึงเื่ X-MEN แล้ว”
.
.
.
.
เช้าตรู่วันต่อมา
พ่อซื้ออาหารเช้ามาให้ฟ้าใสดังเช่นเมื่อวานนี้ ขณะที่ฟ้าใสกำลังทานข้าวผัดปูอยู่บนเตียง คุณพ่อลองเปิดทีวีที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ พ่อใช้รีโมทเปลี่ยนช่องเพื่อดูข่าวสาร หน้าจอทีวีสีแสดงภาพนักข่าวหนุ่มในชุดสูทสีเทานั่งอ่านข่าว ด้านข้างแสดงภาพรถยนต์ไฟฟ้าในกรอบสี่เหลี่ยม “ข่าวด่วนครับ รถยนต์ไฟฟ้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกา มีการแอบซุกยาเสพติดภายในรถยนต์ ตอนนี้เ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบและพบว่ามีรถยนต์ไฟฟ้าถูกจำหน่ายไปแล้วทั่วประเทศ มีจำนวนกว่าสองหมื่นคัน ข่าวต่อมาเป็เื่การหายสาบสูญของตำรวจ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อวานนี้เวลาสี่โมงเย็นเ้าหน้าที่ตำรวจได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุทันทีทีที...”
ปากเคี้ยวข้าว ตาจ้องมองทีวี หูฟังข่าว ฟ้าใสรู้สึกว่าคุ้นเคยกับเหตุการณ์ในข่าว แต่นักข่าวไม่ทันอ่านจบประโยคพ่อก็เปลี่ยนช่อง และกดปุ่มเปลี่ยนช่องอีกหลายครั้ง ในที่สุดคุณพ่อเจอรายการที่ถูกใจ เป็รายการไฮไลท์ฟุตบอลไทยลีก พิธีกรดำเนินรายการเป็ชายรูปร่างท้วม ใส่เสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์ เขาเป็อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย
เสียงเคาะประตูดังก้องเข้ามาในห้อง “ใครครับ” คุณพ่อว่า
“ผมเจมส์ครับ เป็หัวหน้าของบริษัทที่น้องฟ้าใสมาฝึกงานครับ”
“ทำไมลูกไม่บอกพ่อเื่ฝึกงาน”
ฟ้าใสนั่งนิ่งอยู่บนเตียงก่อนจะเอ่ยปากบอกคุณพ่อว่า “หนูอยากเซอร์ไพรส์ค่ะ”
หลังจากฟังคำตอบของลูกสาวคนเล็กจบพ่อปิดทีวี เดินไปปลดล็อกประตู “เชิญครับ”
“น้องฟ้าใสอาการเป็ยังไงบ้างครับ”เจมส์พูดขณะเดินเข้ามาในห้อง
“ดีขึ้นมากแล้วครับ วันนี้น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”
เจมส์ยิ้มโดยไม่พูดอะไรต่อ
“บริษัทคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรครับ”
“นํ้าดื่มครับ”
“ขายในประเทศหรือส่งออก”
“ทั้งสองอย่างครับ”
“โอ่คุณพ่อค่ะ ถามรายละเอียดกับหนูทีหลังก็ได้ค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น
เจมส์มองมาที่ฟ้าใส เขายักคิ้ว ฟ้าใสเห็นอย่างนั้นก็แปลกใจกับการกระทำของเขา เจมส์ยังไม่พอกระพริบตาข้างซ้ายปริบๆอีกหลายครั้งจนฟ้าใสพูดว่า “พ่อค่ะ หนูอยากกินนํ้าส้มไปซื้อมาใช้หน่อย”
“รอพ่อแป๊บนึงนะ” หลังจากคุณพ่อออกจากห้องไป ฟ้าใสก็ถามเจมส์ว่า “มีอะไรค่ะ”
“เราต้องรีบไปแล้ว”
“ไปไหน”
“มีคนตามล่าพวกเราอยู่ เราต้องรีบหนีให้เร็วที่สุด”
“ใครตามล่าเราค่ะ”
“เื่มันยาวค่อยคุยกันทีหลัง”
“แล้วแมพละ”
“ไปด้วยกันนี้ละ”
.
.
.
.
พ่อเดินเข้ามาในห้องเจอฟ้าใสนอนอยู่คนเดียว “เขาไปแล้วเหรอ”
“ยังค่ะ คุณเจมส์ไปคุยโทรศัพท์กับผู้จัดการ”
คุณพ่อยื่นนํ้าส้มให้ลูกสาว
“วันนี้ไปส่งหนูที่มหาวิทยาลัยนะค่ะ หนูไม่อยากขาดเรียนหลายวัน”
“หายดีแล้วแน่ใจหรือป่าว รอหมอมาตรวจอีกครั้งดีกว่าไหม”
“หนูหายดีแล้วจริงๆค่ะ”