อ่านด้วยนะคะ ตรงนี้หน่ะค่ะ --->คำผิดต้องขออภัยเดี่ยวค่อยมาแก้นะคะ "คำผิดค่อยมาแก้นะคะ"!!!!!-----------------------
ทหารที่ได้ยินก็ตกใจ เหล่าทหารเก่าไม่ลังเลรีบพากันรุมแย่งวิ่งไปทางที่ฟ่านเว่ยพูด ทหารที่มาใหม่ก็งงเป็นไก่ตาแตก ทำไมพวกรุ่นพี่ถึงวิ่งกันอย่างหวาดกลัว
"แม่ทัพน้อย ท่านเห็นว่าข้าพูดกับท่านเรื่องที่ท่านจะสู้ไหวหรือไม่ ห่างเหินไปถึงสองปี ดูสิข้าถามท่านอย่างเป็นห่วง แต่ท่านกลับใช้อำนาจของพ่อท่านมาบีบคั้นข้า"แม่ทัพผู้นั้นทำท่าทุบอกตนคร่ำครวญไปมา
"ใช่ๆ ท่านอิจฉา แม่ทัพตันใช่หรือไม่"ทหารที่ฟังความของแม่ทัพผู้นั้นก็ยิ่งปักใจเชื่อ หนอนอะไรแม่ทัพตันไม่มีทางเป็นหนอนเด็ดขาด
"ใช่ๆ ท่านก็แค่มีอำนาจของบิดาท่านจึงจะทำอะไรก็ได้"ทหารสองได้ชี้ไม้ อย่างเกลียดชัง
"ฉายานั้นก็คงตั้งเอง ดูอ้อนแอ่งสะขนาดนี้ ไม่มีทางจริงหรอกข่าวลือนั้นนะ"ทหารสามก็กล่าวขึ้น คนอื่นๆก็ยิ่งพร้อมใจกันพโงกหัว มีแต่เพียงทหารเก่าที่เคยเห็นความโหดร้ายของฟ่านเว่ยมาแล้วได้กระซิบให้ก่อน
"ไอหยา พวกนั้นซี้แหง่"ทหารหนึ่งได้หันพูดกับทหารคนอื่น พวกเขาพยักหัวอย่างพร้อมเพรียง
ฟ่านเว่ยที่กระดิกหูฟังก็หัวเราะอย่างชอบใจ น่าสนุก น่าสนุก เขาฉีกยิ้มกว้าง สองพ่อลูกฟ่านได้แต่ส่ายหัวอยากห้ามแต่ฟ่านเว่ยคงไม่ฟังคงอ้างเหตุผลเดิม
"ดี ดี เข้ามาพร้อมกันให้หมด เหล่าจื๊อคนนี้จะสั่งสอนให้ได้รับรู้ ถึงเวลาฆ่าพวกหนอนแมลงแล้ว"สายตาของฟ่านเว่ยในตอนนี้ได้ระบุพวกนั้นเป็นเพียงที่จะบดขยี้ ทหารที่ได้ยินก็ยกยิ้มอย่างเหยียมหยาด แม่ทัพผู้นั้นที่ถูกเรียกว่า แม่ทัพตันก็ยิ่งได้ใจ สั่งให้ทหารบุกไป
ฟ่านเว่ยรีบหันไปทุบตีพวกมัน ทหารที่เห็นพวกพ้องโดนทุบตีก็หยิบดาบขึ้นมาฟันฟ่านเว่ย ผู้อื่นเห็นด้วยก็หยิบขึ้นมา ฟ่านเว่ยยิ้มเย็นก่อนแย่งดาบมาจับดาบของทหารคนหนึ้งใช้ดาบนั้นฟันจนหัก เศษดาบที่หักร่วงหล่นลง ฟ่านเว่ยใช้เท้าเตะมันพุ่งไปที่ทหารอีกรายที่ล้มลงก่อนที่จะปักเฉียดเป้า สั่นเทาไปด้วยความกลัว บริเวณนั้นวุ่นวายไปทั่ว ทหารรีบพากันถอยหนีอย่างหวาดกลัว แม่ทัพตันโดนฟ่านเว่ยจับได้ก่อนที่จะบิดแขนจนดังกรอด ร้องลั่นออกมา
"รังแกเกินไปแล้ว ท่านบอกว่าแม่ทัพตันเป็นหนอน ไหนเล่าหลักฐาน"ทหารที่เคยปกป้องแม่ทัพตันออกมาชี้หน้าฟ่านเว่ย เลือดนั้นกบปากไปหมด ฟ่านเว่ยเห็นเขาก็หัวเราะออกมาดังๆ ก่อนที่ชายร่างซีดเซียวเดินเข้ามา
"ถ้าหลักฐาน ข้าได้มาแล้ว แค่กๆ.."อี้หลงเดินเข้ามาเฝ้าดูทหารที่นอนหมดสภาพนอนโอดโอยอยู่บนพื้น ฟ่านเว่ยที่เห็นอี้หลงก็เลิกคิ้วใส่ อี้หลงให้คนที่ถือกล่องบางอย่างออกมา เมื่อเปิดออก แม่ทัพตันก็หน้าซีดรีบวิ่งเข้าไป
"ไม่ใช่ พวกเจ้าใส่ความกัน"แม่ทัพตันซีดเมื่อเห็นจดหมายที่เขาแอบส่งให้กับชนเผ่าฝูตวน ฟ่านเว่ยเตะแม่ทัพตันจนกระเดนพุ่งเลือดกระจายออกมา ทหารที่เห็นก็ต่างตกใจ
"จดหมายนี้เป็นจดหมายที่เจ้าแอบติดต่อกับชนเผ่าฝูตวน"อี้หลงยืนนิ่งก่อนหันมามองแม่ทัพตันที่นอนหันมามองอย่างเกลียดชัง อี้หลงขมวดคิ้วไอออกมา
"ชนเผ่ายื่นข้อเสนออะไรให้เจ้ากัน"ฟ่านซวินที่เฝ้าดูอยู่ก็เดินเข้ามาจ้อง แม่ทัพตันไม่ยอมปริปาก ฟ่านเว่ยรู้สึกหงุดหงิดเขาอยากกำจัดหนอนแล้ว เดินไปก่อนเหยียบหลังนั้นอย่างแรง
"จะบอกดีๆไหม"ฟ่านเว่ยยิ้มแย้มในใจกำลังจะปะทุความกระหายแม่ทัพตันไม่ยอมปริปาก ฟ่านเว่ยก็หยุดยิ้มโยนดาบออกก่อนหยิบมีดสั้นออกมา ก้มตัวลงไปที่หลัง มือค่อยๆยกขึ้นกรีดมันลงไป เสียงกรีดร้องของแม่ทัพตันดังสนั่น ทหารต่างพากันมองอย่างหวาดกลัว ฟ่านเว่ยกำลังกรีดหลังนั้นอย่างใจเย็น ค่อยๆกรีดมันอย่างช้าๆ สักพักเขาก็หยุดถอนหายใจออกมา
"ไปเอาเกลือมาหน่อย"ฟ่านเว่ยหันไปยิ้มให้กับทหารนายหนึ่ง ทหารนายนั้นรีบวิ่งไปทันทีอย่างหวาดกลัว รีบกลับมาพร้อมกับเกลือหนึ่งถุง แม่ทัพตันที่เจ็บปวดด้านหลังก็รู้สึกแสบร้อนทรมานไปทั่ว หันไปมองเห็นฟ่านเว่ยกำลังสาดเกลือใส่เขา
"ไปซะ ผีร้าย ไป ไป"ฟ่านเว่ยสาดเกลือนั้นโดนแผลด้านหลังนั้น แม่ทัพตันกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ทรมาน
"ฮา ฮา ผีร้ายจงออกไป"ฟ่านเว่ยก็วิ่งเต้นสาดเกลือไปอีกด้านหลังที่กรีดเป็นรอยมันเขียนว่า กบฏ แม่ทัพตันทนไม่ไหวเขาสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือกด้วยสภาพที่ล่องลอย
"ข้าพูดแล้ว ข้าพูดแล้ว"แม่ทัพตันกรีดร้องอย่างเจ็บปวด เขาร้องไห้ออกมา จนเหล่าทหารต่างพากันขาสั่น
"เจ้ารีบพูดมาเสีย"ฟ่านซวินรีบรับไม้ต่อ เหตุผลอะไรแน่ทำไมแม่ทัพตันถึงต้องช่วยชนเผ่าฝูตวน แม่ทัพตันเจ็บปวดแต่เมื่อเห็นฟ่านเว่ยจะปาเกลือใส่อีก เขาก็รีบพูดออกมา
แม่ทัพตันแท้จริงแล้วเป็นคนของชนเผ่าฝูตวนที่มีแม่เป็นคนแคว้นฉี เขาเกลียดคนแคว้นฉีเพราะพวกมันขับไล่เขาที่มีสายเลือดของชนเผ่าฝูตวน แม่ของเขาก็รังเกียจเพราะนางโดนขืนใจจนตั้งครรภ์ เขาอยากให้คนแคว้นฉีตายไปซะ หายไปแล้วโดนกดขี่เหมือนที่เขาโดน ฟ่านเว่ยไม่สนใจต่อปล่อยให้ฟ่านซวินจัดการต่อ อี้หลงได้ขอให้ ฟ่านทั้งสาม หยางอินและซุนหงไปอีกกระโจมหนึ่ง
"แต่ข้าไม่คิดว่าเรื่องมันจะแค่นี้"อี้หลงกล่าวออกมา ทุกอย่างมันดูมีพิรุจไปหมด เขาได้ให้จินอี้ไปตรวจสอบแม่ทัพฮูเล่อเจ๋อ ได้ไปเห็นห้องลับและจดหมายที่เขียนพูดคุยกัน โดยผู้นั้นใช้นามแฝงว่า ลู่ แม่ทัพฮูเล่อเจ๋อได้ติดต่อกับคนแคว้นหมิง ซึ่งก็คือคนของชนเผ่าฝูตวนต่างติดต่อทั้งฉี และ หมิง
"ท่านเสนาบดี ท่านหมายความว่าอะไร"ฟ่านหยุนถามอี้หลง เขาขมวดคิ้วหรือเรื่องทั้งหมดจะไม่ใช่แค่ชนเผ่าฝูตวน
"ท่านจะบอกว่า เผ่าฝูตวนกับแคว้นหมิงร่วมมือกันอย่างลับๆ งั้นหรือ"ฟ่านซวินพอจะเดาอะไรได้บางอย่าง
"อืม ใช่ "อี้หลง คลี่จดหมายออกมา ใครคือ ลู่ คนในแคว้นหมิงที่พยายามจะตีแคว้นฉีอย่างลับๆ ในจดหมายเป็นข้อความที่แม่ทัพตันส่งจดหมายข่าวของฟ่านซวินไปให้ฮูเล่อเจ๋อ ฮูเล่อเจ๋อส่งไปต่อให้กับ ลู่ บุคคลนี้น่าจะมีอำนาจมาก
"ไม่แปลกใจกับความโลภของแคว้นหมิงที่ขนาดล่มสลายนครรัฐเซี่ยไปแล้ว คงหมายตาอีกหลายแคว้นให้เป็นของตน"ฟ่านซวินถอนหายใจ เขาเองก็โดนเล่นงานอย่างลับๆ ถ้าหากไม่ทันการณ์ ประตูแดนอุดรคงแตกพ่าย ยังดีที่ตอนนี้ชนเผ่าฝูตวนได้สยบต่อแคว้นฉีแล้ว
"ลู่ คนนี้คงมีอำนาจมาก ไม่แน่อาจเป็นคนที่ฮ่องเต้แคว้นหมิงไว้วางใจ"ฟ่านซวินกล่าวต่อความคิดของตน ฟ่านเว่ยได้กลิ่นบางอย่างในจดหมาย รีบหยิบมันขึ้นมาดม ฟุดฟิด ขยับจมูกไปมา จนทั้งห้าหันมามอง ฟ่านเว่ยเงยหน้าขึ้นก่อนยกยิ้ม หยางอินขมวดคิ้ว หยิบจดหมายมาดมต่อเขาค่อยๆถอนหายใจ
"เป็นอะไรไป"ฟ่านหยุนขมวดคิ้วมองทั้งสอง หยางอินหันมามอง หยิบผ้าเช็ดหน้าที่อาบกลิ่นยาสมุนไพรขึ้นมา
"จดหมายนี้ ถ้าดูดีๆก็ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ข้าที่ต้องใช้สัมผัสทั้งหมด ได้กลิ่นในจดหมายที่เบาบางมากๆ"หยางอินยื่นจดหมายให้ผู้อื่นดม ทุกคนก็ดมแต่ก็ไม่รับรู้มีเพียงอี้หลงที่ไม่ดม
"ข้าไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย"ซุนหงเงยหน้ามาบอก ก่อนก้มลงดมอีกครั้งก็เงยหน้าขึ้นมา
"กลิ่นหอมของดอกไม้?"ตอนแรกมันไม่ได้กลิ่นอะไรเลย แต่พอก้มลงดมอีกครั้งก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้เบาบางมากๆ
"กลิ่นหอมหรือ ลู่ ผู้นี้ชื่นชอบเครื่องหอมเหมือนอิสตรี"ฟ่านซวินเลิกขึ้น อย่าบอกนะว่าผู้วางอุบายทั้งหมดคือหญิงที่มีนามว่า ลู่ แล้วใครกันคือลู่ มีเพียงอี้หลงที่หรี่ตาลงมองพื้นอย่างเย็นชา ฟ่านเว่ยที่แอบมองอยู่เงียบๆก็ยกยิ้มที่ก่อนเลียริมฝีปาก
ฟ่านเว่ยรีบเดินกลับไปกระโจมของตนและหลับตาไป อี้หลงแอบเข้ามาจ้องมองฟ่านเว่ยก้มตัวลงจูบหน้าผากนั้น ฟ่านเว่ยแทบอยากลุกขึ้นมาถีบอี้หลงแต่เขาไม่สนใจทำเป็นหลับต่อไป ขยับอกขึ้นลง
"ฟ่านเว่ย ถ้าหากตอนนั้นข้าได้มีโอกาสได้พูดกับเจ้า ข้าอาจจะมีความสุขมากกว่านี้"อี้หลงกล่าวออกมาอย่างเบาๆ ก้มตัวลงนอนข้างฟ่านเว่ยที่หลับตาไป เฝ้ามองด้านข้างนั้น
" แม่จะได้ไม่ต้องตาย ครอบครัวของคุณตาเองก็จะได้ไม่ต้องเจ็บปวด ตัวข้าก็คงไม่ต้องกลายเป็นปีศาจที่น่ากลัว"เสียงอี้หลงเศร้าสร้อย เขาพยายามลืมเลือนอดีตไปซะ ฟ่านเว่ยที่แกล้งหลับหูกระดิกแอบฟังความลับที่หลุดออกมา แม่หรือ? ตาย? หมายความว่าอะไรในชาติก่อนของอี้หลง เขาจำได้ว่า..
"ฟ่านเว่ยชีวิตข้าที่ต้องโดนคนที่ตัวเองไว้ใจและดีกับตนทรยศมันช่างเศร้าเหลือเกิน"อี้หลงจ้องมองฟ่านเว่ยค้าง ก่อนค่อยๆขยับตัวมาหอมแก้มฟ่านเว่ย ฟ่านเว่ยแทบสะดุ้ง เขารู้สึกจั๊กจี้ไปหมด
"ข้าเกลียดพวกมัน ข้าเกลียดพวกมันเหลือเกิน อยากให้พวกมันทรมาน ได้ตายไปซะ"อี้หลงคร่ำครวญอย่างอาฆาต ฟ่านเว่ยก็ได้แต่ฟังในใจก็นึกคิดหลายเรื่อง
"ถึงแม้ข้าจะดีใจที่ได้พบเจ้า แต่ถ้าข้าย้อนกลับไปได้จะไม่เสียโอกาสพวกนั้น"ดวงตาอาฆาตพยาบาทนั้นมันแผ่ออกมาจนฟ่านเว่ยที่หลับตาสัมผัสได้ลงไปในหัวใจ อี้หลงจับจ้องฟ่านเว่ยตลอดทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ่านเว่ยตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นอี้หลงแล้ว เขารีบกลับเมืองจินตูไปล่วงหน้า ขี่ม้าเข้าเมืองอย่างสง่าผ่าเผย ชาวบ้านที่กำลังฉลองให้กับชัยชนะสงครามของแคว้นตนก็ออกมาเต้นรำไปทั่วเมือง ข่าวนั้นแพร่กระจายไปทั่วไม่นานก็ถึงเมืองหลวง และชื่อเสียงของฟ่านเว่ยก็กลับมาอีกครั้ง แม่ทัพน้อยกลับมาแล้วก็แพร่กระจายความโหดเหี้ยมโด่งดังอีกครั้ง
ณ ตำหนักที่ทรุดโทรมและร้าง มีหญิงสาวที่รูปร่างงามแต่ซีดเซียวเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็โทรมขาด นางผอมแห้งไอออกมา เซี่ยหลี่ซินยังคงปักชุดต่อไป นางลูบเสื้อผ้าอย่างโศกเศร้า ดวงตาขนางมีนำ้ตาคลอเบาๆ ก่อนที่จะมีผู้หนึ่งเดินเข้า เมื่อเห็นใบหน้านั้นนางก็ดีใจ
"หมิงฮุย ในที่สุดเจ้าก็มาหาแม่"เซี่ยหลี่ซินรีบลุกขึ้นไปจับลูกชายของตน โดยไม่ทันสังเกตเห็นแววตาที่รังเกียจออกมาลองจวินหมิงฮุย เขาหลบเล็กน้อย นางเห็นก็ใจแตกสลาย มองดูตนเองกับบุตรชาย
"หมิงฮุ่ย เจ้ากินข้าวรึยัง ดูสิ ตัวเจ้าผอมไปหมด"นางมองบุตรชายของตน ก่อนจะรีบวิ่งไปหยิบชุดที่นางกำลังปัก
"หมิงฮุ่ยดูสิแม่ปักมันให้เจ้า"นางหยิบชุดมาทาบใส่บนตัวจวินหมิงฮุ่ย ในใจหมิงฮุ่ยรู้สึกรังเกียจ รีบปัดออก นางหน้าเสียก่อนเปลี่ยนเป็นสงบ
"ท่านแม่ที่ข้ามาหาท่านในวันนี้ ข้ามีเรื่องที่ต้องถาม"เซี่ยหมิงฮุยกุมมือของเซี่ยหลี่ซินก่อนพานางไปนั่งที่เก้าอี้ที่ดูผุพัง
"เรื่องอะไรหรือ"นางสงสัย เห็นสีหน้าบุตรชายเคร่งเครียด นางก็กังวลเล็กน้อย
"ข้าอยากรู้ว่า ตระกูลของท่านตาเอาแผ่นที่ไปไว้ที่ไหนกัน"จวินหมิงฮุยไม่ปกปิดความต้องการที่มาหาเซี่ยหลี่ซิน นางเห็นก็จ้องเขาก่อนหลบตาและส่ายหัว นางไม่รู้ นางไม่รู้จริงๆ
"ท่านแม่ ท่านต้องรู้สิ ท่านรู้ไหมในวังมีแต่คนกลั่นแกล้งข้า ถ้าข้าได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ข้าจะช่วยให้ท่านล้มอิ๋งกุ้ยเฟย"จวินหมิงฮุ่ยพยายามเกลี้ยกล่อมนาง แต่นางไม่รู้จริงๆ นางเอาแต่ส่ายหัว จนใบหน้าของจวินหมิงฮุ่นบิดเบี้ยว เขาผลักนางก่อนลุก
"ท่านแม่ท่านจะไม่รู้ได้อย่างไรกัน ท่านเป็นบุตรสาวคนเดียวของท่านตานะ"จวินหมิงฮุ่ยกัดฟัน เซี่ยหลี่ซินนางไม่รู้จริงๆ ส่ายหัวไปมา
"ก็ได้ในเมื่อท่านไม่พูด ข้าก็จะนับว่าข้าไม่มีท่านเป็นแม่"จวินหมิงฮุ่ยกล่าวอย่างเย็นชารีบเดินออกไป เซี่ยหลี่ซินที่ได้ยินก็ตกใจนางวิ่งกอดจวินหมิงฮุ่ยไว้ แต่เขาก็ผลักนางจนล้มลงสะบัดตัวหายไปท่ามกลางเสียงร้องไห้ของหญิงสาว นังผู้หญิงไร้ประโยชน์
"หมิงฮุ่ย หมิงฮุ่ย!"เซี่ยหลี่ซินรีบวิ่งตามหลังของจวินหมิงฮุ่ยไปก่อนที่นางจะล้มลง นางร่ำไห้ปานขาดใจของคนเป็นแม่ที่ต้องถูกบุตรชายเกลียดชัง
--------------จากตอนที่ 36 ทำไมฮูเล่อเจ๋อหรือพวกฟ่านเว่ยถึงมีอารมณ์ทางเพศ เราอ่ะเป็นคนชอบอ่านทั้งนิยาย มังงะ หรือดูหนังแนวโหดๆโรคจิดไล่ฆ่าพวกนี้อ่ะรู้สึกจะมีการสอดแทรกเรื่องเพศ เซ็ก เข้ามา ซึ่งไอเราเห็นมันก็แบบ เออว่ะ มันเข้ากันได้เฉย มันดูจิตอ่ะ ซึ่งเอาจริงๆเราเคยไปอ่านจากบทความหรือในมังงะนี้แหละ เกี่ยวกับพวกคนโรคจิต ฆาตกร ที่ว่าเวลาแบบคนเรามันมีความสุขที่ได้ฆ่ามันจะไปกระตุ้นอารมณ์ขึ้น บางส่วนเนี่ยก็ไปฟังเรื่องเล่าเรื่องจริงมา อย่างตัวตลกที่เป็นฆาตกร ไอฉากที่เห็นคนตายหรือโดนฆ่ามันจะไปกระตุ้นอารมณ์เนี่ยก็เห็นจากในมังงะหรือหนังเลยค่ะพบเห็นทั่วไปในแนวโหดๆ คือมันโหดมากๆเลยค่ะ โหดกว่าที่เราแต่งอีกค่ะ เอาง่ายๆคือตัวละครเรื่องนี้มันจิตไม่ปกติอะค่ะ มันโรคจิตกันหมด อย่างที่เราบอกไป ทุกคนมันจิตใต้สำนึกมันเบี้ยวไปหมด คือฆ่าคนบ่อยเกินจนคิดว่ามันคือเรื่องปกติของคนสมัยนั้น ชีวิตจริงไม่แนะนำนะคะ คือจะทำอะไรก็ต้องตั้งสติ อย่าทำตามหรือลอกเลียนแบบ มันเป็นแค่นิยาย นิยาย!!!! โยนสมองทิ้งไปได้เลยค่ะ อ่านเรื่องนี้ ใช้จักรยานในการรับชม 5555 ถามว่าเราหื่นไหม ก็คงต้องตอบว่าช...ชะ..ใช่ ไอฉากเรตพวกนี้ก็ไปหาดูจากหนังเกย์เอ....เอามาศึกษาต่อค่ะ ใครฟังคืนพุธ มุดผ้าห่มบ้างคะ เราฟังไปมันก็มีเรื่องแนวโรคจิตเยอะอะค่ะ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับคน สนุกดี