"ฟางเอ๋อร์จะปลอดภัยไหมนะ"
หนุ่มน้อยวัยเพียงสิบสามปีแต่เริ่มฉายแววความหล่อเหล่าออกมาจนปิดไม่มิด คาดว่าในอนาคตคงมีสตรีหยิบป้ายเข้าแถวรอกันเป็ขบวนแน่แท้
หนุ่มน้อยผู้นี้คือ ซ่านฉิง หรือพี่ฉิงที่หลี่หวังฟางชอบเรียกนั่นแหละ
ในตอนนี้เ้าตัวก็เอาแต่พูดถึงคนน้องตลอดเวลาั้แ่แยกกันไปทำการทดสอบจนตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบสิ้นสุดการทดสอบอยู่แล้ว
ข้าง ๆ กับซ่านฉิงเป็เลี่ยงหลิงเด็กหญิงใบหน้าคมสวยแต่มีอายุเท่ากับซ่านฉิง
ปกตินางเป็คนนิ่ง ๆ และเก็บอารมณ์ได้ค่อนข้างดี แต่ตอนนี้ดูเหมือนนางจะเก็บความหมั่นไส้ที่มีต่อซ่านฉิงไว้ไม่ไหว จึงเตะเข้าที่หน้าแข้งของซ่านฉิงไปอย่างแรง
"โอ๊ยยย นี่! เ้าจะเตะข้าทำไมเนี่ย!? " ซ่านฉิงจับขาร้องโอดโอยเหมือนเจ็บจริง แต่เมื่อเห็นว่าเลี่ยงหลิงมองมาอย่างสมเพชไม่มีทีท่าว่าจะสงสาร ก็เปลี่ยนเป็ขึงตาใส่อย่างหาเื่
"เ้าพูดมาก" เลี่ยงหลิงตอบ
"ก็ข้าเป็ห่วงฟางเอ๋อร์นิ หรือเ้ามิเป็ห่วงน้องเล็กกัน" เมื่อนึกถึงหลี่หวังฟางผู้ที่ถูกสถาปนาให้เป็น้องเล็กของกลุ่มั้แ่เจอกันอีกครั้งก็อดห่วงไม่ได้เช่นกัน
ตอนนี้เ้าตัวเล็กของเราจะเป็อย่างไงบ้างนะ
"ฮ่าๆๆ พวกเ้าอย่าห่วงไปเลย มีพี่เฉิงอยู่ด้วย ตอนนี้คงออกจากป่ากันไปแล้วมั่ง" ซิ่นซิน หนุ่มน้อยร่างบางอายุสิบสี่ปี ยิ้มขำกับท่าทางของทั้งสอง
ดูสิ ตอนแรก ๆ ก็ดูเข้ากันได้ดี พอมาตอนนี้ทำไมถึงขยันทะเลาะกันได้ก็ไม่รู้
"อ่า~ นั้นสิ จะว่าไปก็เก่งทั้งคู่เลยหนิน่า"
"ในกลุ่มคงมีแค่เ้ากระมังที่พลังน้อยสุด" เลี่ยงหลิงยิ้มเยาะ
"วะ..ว่าไงนะ!! " ซ่านฉิงชี้นิ้วะโก้องด้วยสีหน้าเหยเก จะเพราะอะไรละก็มันเป็เื่จริงอย่างไงเล่า! เขาเลยเถียงไม่ออก
"คิคิ"
"เ้า--" ยังไม่ทันที่จะได้พูดคุยกันมากกว่านี้ ก็เกิดเสียงดังมาจากทางข้างหน้า ไม่สิ ตอนนี้ต้องบอกว่าทั่วทิศทางเลยแหละ
ทั้งสามหยุดเล่นและหันหลังชนกันเตรียมตั้งรับ เลี่ยงหลิงดึงกระบี่ลายดอกเหมยของตนออกมาจากฝัก ส่วนหนุ่มน้อยทั้งสองไม่มีอาวุธเลยจำใจต้องใช้พลังในกายสู้เท่านั้น
กรร..แฮร่ ไม่นานศัตรูก็ปรากฏตัวออกมา เป็หมาป่าขนสีเทาที่ขนาดตัวใหญ่ผิดปกติ จำนวน 12 ตัว แต่มีอยู่หนึ่งตัวที่ขนเป็สีเงินสวยไม่มีสีอื่นเจือปนและตัวใหญ่กว่าตัวอื่น ๆ
"ระวัง มันมิใช่หมาป่าทั่วไปแน่"
"นั้นคงเป็ตัวหัวหน้าสินะ" ซ่านฉิงมองไปทางหมาป่าสีเงินตัวใหญ่
"หมาป่าสีเงินนั้นน่าจะเป็สัตว์อสูรระดับกลาง ส่วนตัวอื่น ๆ คงแค่ระดับต่ำ" เลี่ยงหลิงเสริมเมื่อััพลังของสัตว์อสูรที่แผ่ออกมา
"แต่อย่าประมาท หมาป่าสีเงินตัวนี้ดูสงบนิ่งผิดปกติ เหมือน..." เหมือนมันกำลังเลื่อนไประดับสูง*ซิ่นซินไม่พูดต่อ แต่ทั้งสองก็เข้าใจได้ทันที ทั้งสามมีสีหน้าเคร่งเครียดมากขึ้น
(* สัตว์อสูรมี6ระดับ แต่ละระดับจะมีแยกออกเป็ขั้น ๆ เช่น ขั้น 1-3 ระดับต่ำ,ขั้น 4-6 ระดับกลาง หรือก็คือหมาป่าสีเงินตัวนี้อยู่ขั้นที่6 กำลัง ขึ้นเป็ขั้นที่7 ระดับสูงนั้นเอง)
แฮร่..
"จะอย่างไงก็ช่าง รีบจัดการเถอะ"
เลี่ยงหลิงถ่ายพลังปราณห่อหุ้มกระบี่แล้วฟัน ฉับ! เข้าที่คอของหมาป่าสีเทาตัวหนึ่ง หลังจากนั้นก็ตวัดขาเตะเข้าที่ท้องของหมาป่าสีเทาอีกตัวที่พุ่งมาหาจากด้านหลังกระเด็นไปทางซ่านฉิง
ซ่านฉิงเห็นดังนั้นจึงดึงวิชาประจำตระกูลที่ได้ร่ำเรียนมาใช้ นั้นก็คือการนำลมปราณที่มีมาห่อหุ้มตัวแต่นั้นก็จะเป็การสูญเสียพลังเป็อย่างมากเช่นเดียวกัน เขายกหมัดที่มีลมปราณห่อหุ้มต่อยเข้าไปที่หน้าหมาป่าสีเทาตัวนั้นอย่างจัง จนมันกระเด็นหายไปอีกทางชนกับต้นไม้แล้วแน่นิ่งไป
"เฮ้ย! เมื่อกี้เ้าตั้งใจใช่ไหมเลี่ยงหลิง! "
"ข้าป่าว" เลี่ยงหลิงยักไหล่ก่อนจะพุ่งตัวไปจัดการกับหมาป่าตัวอื่น ๆ ปล่อยให้ซ่านฉิงยืนโมโหอยู่คนเดียว
ทางฝั่งของซิ่นซินตอนนี้จัดการหมาป่าสีเทาไปได้ถึงสามตัวแล้ว และกำลังเผชิญหน้ากับหมาป่าสีเงินอยู่ หนึ่งมนุษย์หนึ่งหมาป่าจ้องหน้ากันนิ่งคล้ายว่าหากใครขยับก่อนคนนั้นแพ้
หมาป่าสีเงินที่ตอนแรกหรี่ตามองซิ่นซินอยู่สักพักก่อนที่มันจะเชิดหน้าขึ้นสูงแล้วพ่นลมจมูกออกมา แต่สายตายังคงมองมาที่ซิ่นซิน
ไม่รู้ทำไมซิ่นซินถึงรู้สึกว่าหมาป่าสีเงินตัวนี้กำลังดูถูกตนอยู่อย่างไงอย่างงั้น
และก็เป็ซิ่นซินที่เปิดการต่อสู้ก่อน หนุ่มน้อยพุ่งตัวง้างหมัดต่อยลงไปที่ลำตัวของหมาป่าสีเงิน แต่หมาป่าสีเงินที่มองเห็นการโจมตีทุกอย่างะโหลบได้อย่างสบาย ๆ
กรร! หมาป่าสีเงินขู่คำรามก่อนที่จะวิ่งเข้าหาซิ่นซิน เขาที่เห็นดังนั้นจึงจะะโหลบแต่ก็หลบไม่ทันเพราะหมาป่าสีเงินรวดเร็วมาก มันอ้าปากและกัดลงไปที่แขนข้างซ้ายของซิ่นซิน
โชคดีที่เขาโยกตัวหลบจุดสำคัญทันไม่เช่นนั้นคงเป็หัวเขาเนี่ยแหละที่โดนกัด
"อึก! " แต่ถึงไม่โดนจุดสำคัญมากนักก็เจ็บมากอยู่ดี
"พี่ซิน!" หมาป่าสีเงินปล่อยแขนของซิ่นซินเพื่อะโหลบคมกระบี่ของเลี่ยงหลิงที่ฟันเข้ามา มันะโถอยไปตั้งหลัก และเห็นว่ารอบ ๆ ตอนนี้เหลือแค่มันกับมนุษย์สามคนเท่านั้น
"พี่ซิน ไหวหรือไม่" ถ้าไม่มีพี่ซินร่วมสู้ด้วยคงไม่ชนะแน่ ๆ หมาป่าตัวนี้อะไรกันรวดเร็วและดูสงบนิ่ง ต่างจากสัตว์อสูรระดับกลางตัวอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง
"อึก ไหว" ซิ่นซินลุกขึ้นนั่งโดยมีซ่านฉิงช่วยพยุงอยู่
"เดี๋ยวขอรับ ข้าจะรักษาแผลให้" ซ่านฉิงวางมือของตนไว้ที่แขนของซิ่นซินก่อนที่จะถ่ายพลังิญญาที่แปลเปลี่ยนให้เป็พลังรักษาเข้าไปที่แผล นี้ก็เป็หนึ่งในวิชาประจำตระกูลของซ่านฉิงเช่นกัน ถึงแม้ตระกูลเด็กชายจะเปิดร้านทอผ้าธรรมดาแต่ต้นตระกูลจริง ๆ ในอดีตก็ใช่จะต่ำทรามไปกว่าใครเสียที่ใหน
เมื่อแผลของซิ่นซินปิดสนิท ทั้งสามก็เข้าไปโจมตีหมาป่าสีเงินพร้อมกัน เลี่ยงหลิงตวัดเล็งกระบี่ไปที่ต้นขาข้างซ้าย ซ่านฉิงะโขึ้นไปข้างบนและส่งตัวเองลงมาด้วยความเร็วมือซ้ายห่อหุ้มด้วยลมปราณเป้าหมายอยู่ที่กลางหลังของหมาป่าสีเงิน ส่วนซิ่นซินวิ่งเข้าใส่ด้านขวาของหมาป่าสีเงิน
ตู้ม!
เสียงการโจมตีของทั้งสามดังสนั่นฝุ่นดินลอยฟุ้ง แต่การโจมตีทั้งหมดกับไม่โดนศัตรูเลยแม้แต่น้อย หมาป่าสีเงินะโหลบออกมาอยู่ข้างหลังของเลี่ยงหลิง โดยที่ทั้งสามยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว เลี่ยงหลิงก็โดนมันซัดกระเด็นไปเกือบ ๆ สองจิ้งเห็นจะได้
หลังจากนั้นมันก็กัดซ่านฉิงที่อยู่ใกล้ ปากของมันกัดเข้าที่แขนด้านขวาของเขา มันเหวี่ยงซ่านฉิงออกไปชนกับก้อนหินก้อนใหญ่อย่างจัง จนหินก้อนนั้นแตกละเอียดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยจากแรงปะทะ ปัง!
"เลี่ยงหลิง! ซ่านฉิง! " ซิ่นซินที่กำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทันระวังตัว หมาป่าสีเงินก็ยกขาหน้าเกร็งเล็บใหญ่ หมายจะแทงซิ่นซินให้ตายตก แต่มันก็ต้องชะงักเพราะการโจมตีของมันยังไม่ถึงเป้าหมายก็ถูกหยุดด้วยกระบี่เล่มงามลายดอกเหมยของเลี่ยงหลิงซะก่อน
เลี่ยงหลิงในตอนนี้สภาพดูไม่จืดเลย เสื้อผ้าฉีกขาด ร่างกายเต็มไปด้วยาแเล็กน้อย ๆ หนักสุดดูเหมือนจะเป็ที่ไหล่และแขนขวา แต่กระนั้นนางก็ยังคงถือกระบี่เอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างตั้งรับการโจมตีที่แรงไม่ใช่น้อยของหมาป่าสีเงินได้อย่างมั่งคง
ั์ตาสีดำที่ปกติจะเรียบนิ่งแต่ตอนนี้กับฉายแววประกายความโกรธขึ้งออกมาจนปิดไม่มิด ไรวิชาแต่ใจสู้ไม่ถอย
จริงอยู่ที่ตอนนี้ข้ายังไม่มีวิชาติดตัว แต่ถ้าจะให้สู้ถึงแม้จะต้องตายข้าก็ขอเอาไอหมาเน่านี้ไปกับข้าด้วย!
นางดันขาของหมาป่าสีเงินออกก่อนที่จะฟันกระบี่ตามลงไปอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้ดูเหมือนจะสามารถสร้างแผลให้มันได้ถึงจะแค่ถ่าง ๆ ก็เถอะ เลี่ยงหลิงไม่ยอมให้เสียโอกาสเธอซัดลมปราณกระแทกอกของมันก่อนที่จะตวัดกระบี่แทงเข้าไปที่อกของมันซ้ำอีกครั้ง
กรรรร!! มันร้องด้วยความเ็ป ั์ตาแดงก่ำมองมาที่เลี่ยงหลิงอย่างดุร้าย ดูเหมือนว่ามันจะโกรธเสียแล้ว
มันซัดฝ่ามือไปทางเลี่ยงหลิง แต่ครั้งนี้นางไหวตัวหลบทันจึงไม่โดนซัดกระเด็นเหมือนตอนแรก มันขู่คำรามอย่างขัดใจก่อนที่พริบตามันก็หายตัวไปจากตรงนั้น!
"หายตัวได้!? " เลี่ยงหลิงร้องออกมาอย่างใ
"ไม่ใช่!! เลี่ยงหลิงระวัง! " มันไม่ได้หายตัวได้แต่มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่างหาก! ถึงซิ่นซินจะร้องบอก แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วหมาป่าสีเงินปรากฏตัวอยู่ข้างหลังของเลี่ยงหลิงเสี่ยววินาที มันตวัดกรงเล็บของมันแทงเข้าไปที่หลังของเลี่ยงหลิงอย่างแรงจนเล็บทะลุไปถึงข้างหน้า
"อั๊ก!? " หมาป่าสีเงินไม่ปล่อยให้เหยื่อหลุดมืออีกเป็ครั้งที่สองมันทุ่มเลี่ยงหลิงลงพื้นและเหยียบซ้ำอย่างแรงจนเลี่ยงหลิงกระอักเืออกมาคำโตก่อนจะแน่นิ่งไป
กรร!!!
ทางฝั่งผู้าุโ ตอนที่หมาป่าสีเงินเพิ่งปรากฏตัว
เหล่าผู้าุโที่นั่งดูการต่อสู้ของทั้งสามผ่านจอศิลา ต่างนิ่งค้างใกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าจะมีสัตว์อสูรที่กำลังเลื่อนขั้นไปเป็ระดับสูงอยู่ด้วย
ผู้าุโสองลุกขึ้นยืนหมายจะออกไปช่วยเด็กทั้งสาม แต่ก็ถูกขัดจากผู้าุโห้าเสียก่อน
"หากท่านไปช่วย เด็กทั้งสามก็จะถูกปรับตกในทันที"
"แต่!"
"มิใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย แต่พวกเขายังสู้ได้อยู่ หากเราเข้าไปแทรกแทรงในตอนนี้ พวกเขาก็จะสอบตกทันที แบบนั้นดีแล้วจริง ๆ หรือ?" ผู้าุโสองคิดตามก่อนที่จะนั่งลงตามเดิมอย่างจำยอม
"แต่โชคร้ายจริงๆ ที่มาเจออสูรระดับนี้พอดี" ผู้าุโสี่ถอนหายใจ ก่อนจะยกไหสุราขึ้นมาจิบแก้เซ็ง
"โอ้วว เ้าหนูที่ใช้พลังรักษาเหมาะเป็ศิษย์ท่านนัก ท่านว่าอย่างงั้นหรือไม่ผู้าุโหก" ผู้าุโสี่เปลี่ยนหัวข้อการคุยหลังจากที่เห็นว่าซ่านฉิงใช้พลังรักษาได้
"ข้าเห็นด้วย น้อยคนนักจะมีความสามารถนี้" ผู้าุโห้าเสริม ผู้าุโหกพยักหน้ารับ
"แม่นางน้อยผู้นั้น ถึงเป็สตรีแต่ก็ไม่อ่อนแอ ข้าอยากได้จัง" ผู้าุโสองพูดขึ้น
"แต่ดูเหมือนนางจะถนัดกระบี่ เหมาะเป็ศิษย์ข้ามากกว่า"ผู้อาวุโสสี่เอ่ยขัด
"นางไม่เหมาะที่จะมีอาจารย์ขี้เมาเช่นเ้าหรอก! " ผู้าุโสองบอกพร้อมสองผู้าุโสี่ด้วยความสมเพช
"ข้าไม่ได้ขี้เมา! และข้าไม่เคยเมา! หยุดมองข้าแบบนั้นได้แล้ว! "
"เห้อ~" ผู้าุโห้าถอนหายใจ ก่อนที่ผู้าุโหนึ่งจะเปรยขึ้นโดยที่ตายังคงมองจอศิลาไม่ห่าง
"แต่จะไหวจริงๆ หรือ"
"รอดูก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยไปช่วย" ผู้าุโสามว่า ผู้าุโคนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าเข้าใจก่อนที่จะหันไปตั้งใจดูการต่อสู้อีกครั้ง
แต่ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อยู่ดี ๆ หมาป่าสีเงินตัวนั้นก็เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายฟ้า มันโจมตีเลี่ยงหลิงอย่างรุนแรง ผู้าุโที่เห็นดังนั้นก็ต่างใกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็อย่างมาก
"ไม่จริง! มันเลื่อนระดับขณะต่อสู้อยู่เนี่ยนะ!" ผู้าุโสองมองภาพที่ปรากฏอย่างไม่เชื่อสายตา
"ตาย..แล้ว? " ผู้าุโหนึ่งพึมพำออกมาเบา ๆ
"ข้าว่าไม่ต้องรอแล้วกระมัง" ผู้าุโสี่ลุกขึ้นยืนตั้งท่าจะไปช่วยเด็กทั้งสาม
"ท่านมิต้องเดี๋ยวข้าไปเอง"ผู้าุโห้าเอ่ยขัด
"ข้าไปด้วย" ผู้าุโหกบอก เขาหันไปมองจอศิลาก่อนที่จะเดินนำไป