เมื่อสรุปได้เป็อย่างนั้น ไอคิโด้ก็เปิดประตูพรวดพราดออกจากห้อง วิ่งหายเข้าไปในห้องนอนของหยาดพิรุณในทันที
“อยู่นี่เอง!” ไอคิโด้แอบค้นกระเป๋าสะพายของผู้เป็แม่ แล้วขโมยเอาโทรศัพท์มือถือของเธอกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองด้วย
"ต้อง หา ผู้ ช่วย! " ไอคิโด้กระโจนกลับขึ้นไปบนเตียงนอน แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ก่อนจะเปิดเข้าไปยังแอปพลิเคชันไลน์ เลื่อนหาชื่อผู้ติดต่อที่เขา้าให้มาเป็ผู้ช่วยพิทักษ์ผู้เป็แม่
สายตาดวงน้อยมองเห็นโปรไฟล์ที่เมมชื่อไว้เป็ภาษาอังกฤษ มีตัว
M-R-K-E-V-I-N
แม้จะสะกดเป็คำยังไม่ถูก แต่เ้าตัวเล็กก็รู้ว่าต้องใช่คนๆ นั้นแน่นอน เพราะรูปโปรไฟล์ที่แสดงอยู่บนแอคเคาท์มีใบหน้าหล่อเหลาที่เหมือนกันกับตัวเอง
นิ้วมือน้อยๆ กดโหมดวิดีโอคอลออกไปหาเ้าของแอคเคาท์นั้นด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ เพราะไม่ชอบที่ผู้เป็แม่ทำท่าทำทางสนิทสนมกับผู้ชายแปลกหน้า ไอคิโด้จึงโทรไปปรึกษากับคุณอาเควิ่น เพราะคิดว่าเขาน่าจะพอช่วยอะไรได้บ้าง ระหว่างที่เควิ่นขับรถสปอร์ตคันหรูของเขาเข้ามาจอดที่ลานจอดรถหน้าสปิริตบอมบ์คลับ ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาลมาด้วยความหัวเสีย หลังจากที่รู้ผลว่าตนไม่ใช่พ่อของไอคิโด้
ตึ่งตึงตึ้ง~ ตึ่งตึงตึ้ง~ ตึ่งตึงตึ้ง~
สายตาคมกริบเหลือบมองไปยังโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่เบาะข้างๆ เห็นเป็รูปของหยาดพิรุณโชว์หราขึ้นมา ก็รู้สึกแปลกใจ ก่อนจะกดรับสายวิดีโอคอลนั้น
“ว่าไงตัวแสบ! นี่เธอแอบเอามือถือแม่มาเล่น แล้วเค้าไม่ว่าเอาเหรอ” เควิ่นกดรับสายขณะที่เขานั่งอยู่บนรถหลังจากที่เห็นสีหน้าค่าตาของเ้าตัวน้อยที่ดูบึ้งตึงคิ้วยุ่งเหยิงเข้าหากันอย่างกับโดนใครขัดใจมาเสียอย่างงั้น
“หม่ามี๊ไม่ว่าหรอกฮะ เพราะว่าหม่ามี๊ไม่อยู่ในห้อง” ไอคิโด้พูดด้วยสีหน้าหงุดหงิดท่าทางกระฟัดกระเฟียดอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ดึกป่านนี้แล้ว แม่เธอไม่อยู่ในห้องแล้วเค้าจะหายไปอยู่ที่ไหนได้ เค้าออกจะเป็ห่วงเธอซะขนาดนั้น” เควิ่นรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่เขาได้มีโอกาสพูดคุยกับไอคิโด้ แม้ว่าผลที่ออกมานั้นจะตรงกับข้ามกับสิ่งที่เขา้าก็ตาม
“คุณอาเนี่ยไม่รู้อะไรเลยนะฮะ นั่นมันเมื่อก่อน แต่ว่าตอนนี้หม่ามี๊เค้าเปลี่ยนไปแล้วฮะ” ไอคิโด้ลุกจากที่นอนแล้วหมุนกล้องลงไปที่สนามหญ้าหน้าบ้าน
“เห็นมั้ยฮะคุณอา ว่าหม่ามี๊อยู่กับใคร หม่ามี๊ไม่สนใจผมเลยั้แ่ตอนเย็นแล้ว คุยกับคุณอาหมอั้แ่เย็นป่านนี้ยังไม่ขึ้นมาพาผมเข้านอนเลย พรุ่งนี้ผมต้องไปโรงเรียนแล้วด้วย คุณอาช่วยผมหน่อยได้มั้ยฮะ”
สายตาคมกริบเพ่งมองทั้งสองคนผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าที่เกรี้ยวกราด อยากจะพุ่งเข้าไปซัดหน้าไอ้หมอลีนั่นใจจะขาด แต่ก็ทำไมได้ เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่ามันไม่ใช่เื่จำเป็อะไรของเขาเลยในเมื่อเด็กผู้ชายคนนี้ก็ไม่ใช่ลูกของเขา แถมเธอก็ยังไม่ได้เป็อะไรกับเขาด้วย ผู้หญิงคนนี้จะไปสนิทสนมกับใครก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา เควิ่นได้แต่ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่
“ฉันคงช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอกนะ บางทีแม่เธอเค้าอาจจะอยากมีแฟนใหม่ เอ่อ! ฉันหมายถึงเค้าอาจจะอยากหาพ่อใหม่ให้เธอขึ้นมาแล้วก็ได้” เควิ่นพูดออกไปแบบส่งๆ
“พ่อใหม่ คืออะไรเหรอฮะคุณอา” เสียงใสๆ ถามกลับไปอย่างข้องใจสุดๆ
“ก็... "
เควิ่นท่าทางอึกอัก ไม่รู้จะอธิบายยังไงกับเ้าตัวเล็ก แต่เพราะภาพที่เห็นก็ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะพูดจาประชดประชันออกไปว่า
"ฉันก็หมายถึง คนที่แม่เธออยากจะให้มาเป็พ่อแทนพ่อของเธอที่ตายไปแล้วไง คนที่จะแบ่งเวลาแม่ไปจากเธอ คนที่อาจจะทำให้เธอมีน้องชายหรือน้องสาวเพิ่มขึ้น จนเธอต้องกลายเป็หมาหัวเน่ายังไงล่ะ” เควิ่นพูดน้ำเสียงเย็นะเื ราวกับไม่สนใจสองแม่ลูกคู่นี้แล้ว แต่ทว่าในใจเขากลับร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่เอาฮะ! ผมไม่ยอม ผมไม่อยากเป็หมาหัวเน่า ผมไม่อยากได้พ่อใหม่ คุณอาต้องช่วยผมนะฮะ ผมไม่อยากมีพ่อใหม่ ผมไม่อยากมี!” ไอคิโด้งอแงเสียงดังลั่นห้อง ทว่าเสียงนัั้นก็ยังดังไปไม่ถึงสองคนที่ยืนอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน
มือน้อยกดกล้องหมุนกลับมาถ่ายใบหน้าของตัวเองหลังจากที่ เควิ่นกระตุกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เพล้ง!!!
เสียงบางอย่างหล่นกระทบลงบนพื้นดังลั่นไปถึงสนามหญ้าหน้าบ้าน ทำให้หยาดพิรุณและคุณหมอลีออนมองขึ้นมาที่หน้าต่างชั้นสองตรงหน้าห้องนอนของไอคิโด้อย่างพร้อมเพรียงกัน
"คิโด้! " ร่างบางที่กำลังพูดคุยกับอีกฝ่ายนั้นวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสองทันที โดยมีหมอลีวิ่งตามขึ้นมาด้วย
"เกิดอะไรขึ้นครับ! " หยาดพิรุณถามหน้าตาตื่นเมื่อเห็นลูกชายยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่หน้าห้องน้ำ
"ไอ้แมลงสาบหน้าหม้อ! มันไต่อยู่ที่ขอบอ่างผมเลยเอาแจกันเขวี้ยงมันฮะ" เสียงน้อยๆ ตอบกลับผู้เป็แม่
"อะไรนะ! แมลงสาบหน้าหม้อ ตัวมันเป็ยังไงกันครับ" คุณหมอลีเดินเข้ามาพลางแตะที่ศีรษะของเ้าตัวน้อย ไอคิโด้ยืนนิ่งก่อนจะเงยหน้าสบตากับคนตัวโตกว่า
"ตัวโตๆ หน้าตาน่าเกียจฮะ ผมไม่ชอบมันเลยฮะ" ไอคิโด้พูดใส่ ขณะที่แววตาใสซื่อเหลือบมองไปที่โทรศัพท์มือถือของผู้เป็แม่ที่ยังไม่ได้วางสายจากคนที่โทรไปหา
"ไม่มีนี่ครับ หม่ามี๊ไม่เห็นสักตัวเลย ต่อไปคิโด้ไม่ทำแบบนี้อีกนะครับ รู้มั้ยว่าข้าวของเสียหาย แถมเวลาที่เศษแจกันพวกนี้มันแตกกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นห้องน้ำ ถ้าเราเดินไม่ดีไปเหยียบมันเข้า มันก็อาจจะบาดเท้าเราได้นะครับ" หยาดพิรุณบอกกับลูกชาย แต่ไอคิโด้กลับไม่ได้สนใจในคำกล่าวของผู้เป็แม่ มองดูร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ไม่ยอมไปไหนเสียทีมากกว่า
"ถ้างั้นผมจะไม่เอาแจกันปามันแล้วก็ได้ฮะ แต่ถ้ามันมาอีก ผมจะอัดมันให้น่วมเลย แล้ว...หม่ามี๊จะขึ้นมาอ่านหนังสือให้ผมฟังก่อนนอนได้หรือยัง มันดึกมากแล้วนะฮะ" ไอคิโด้ถือโอกาสตัดบทให้ผู้เป็แม่รีบส่งแขกเสียที
"โอเคครับ เดี๋ยวหม่ามี๊ลงไปส่งคุณอาหมอก่อน แต่คิโด้ต้องอย่าพึ่งเข้าไปในห้องน้ำนะครับ หม่ามี๊ลงไปส่งคุณอาหมอแล้วจะรีบขึ้นมาเก็บเศษแจกันพวกนี้ แล้วอ่านหนังสือส่งคิโด้เข้านอน พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแล้วใช่มั้ยเอ่ย"
"ใช่ฮะ ผมไปหาหนังสือมาเตรียมให้หม่ามี๊อ่านก่อนดีกว่านะฮะ" ว่าแล้วเ้าตัวน้อยก็กระโจนขึ้นไปบนที่นอน คว้าหาหนังสือน่าอ่านที่อยากให้ผู้เป็แม่อ่านให้ฟังก่อนนอน พลางเหลือบมองหยาดพิรุณที่เดินกลับออกไปส่งหมอลี ที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่อยากกลับเสียเท่าไหร่นัก
"คุณอาฮะ (น้ำเสียงกระซิบกระซาบ) ผมทำให้คุณอาหมอ ยอมกลับไปตามแผนของคุณอาแล้วนะฮะ" ฝ่ามือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากใต้ผ้าห่มผืนหนา
"เก่งมาก! (น้ำเสียงเ้าเล่ห์) แบบนี้สิถึงสมกับเป็ลูก เอ่อ! สมกับเป็ฮีโร่พิทักษ์แม่ของเธอให้ไกลห่างจากผู้ชายที่จะมาเป็พ่อใหม่" เควิ่นยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างพอใจกับผลงานของตัวเองที่เป็เ้าของแผนการในครั้งนี้
"ขอบคุณ คุณอามากเลยนะฮะ ผมไม่อยากให้หม่ามี๊มีแฟนใหม่ ผมไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้หม่ามี๊ของผมเลยสักคนเดียว" ไอคิโด้พูดอย่างมีความสุข
"รวมถึงฉันด้วยหรือเปล่า" เควิ่นถามหยั่งเชิง ไอคิโด้นิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดออกไปพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ ที่เรียวปากจิ้มลิ้ม
"ต้องดูก่อนฮะ ผมยังไม่รับปาก"
"นี่ฉันอุตส่าห์ช่วยคิดแผนเลยนะ ไม่ให้คะแนนฉันเพิ่มขึ้นสักนิดเลยเหรอ" เควิ่นถามกลับไปพลางยิ้มกริ่มที่มุมปาก
"คุณอาลองทำให้หม่ามี๊ของผมยิ้มได้หรือยังล่ะฮะ ผมยังไม่เคยเห็นหม่ามี๊ยิ้มเวลาอยู่ต่อหน้าคุณอาเลยนะฮะ มีแต่หน้าบึ้ง แถมบางครั้งยังชอบแอบร้องไห้ด้วย ถ้าหม่ามี๊เป็แบบนี้ ผมคงให้คุณอาเข้าใกล้หม่ามี๊อีกต่อไปไม่ได้หรอกฮะ"
"ว่าไงนะ! แม่เธอแอบร้องไห้ด้วยเหรอ" เควิ่นรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็สาเหตุที่ทำให้หยาดพิรุณเสียน้ำตา
"ก็ใช่น่ะสิฮะ ทะเลาะกับคุณอาทีไรร้องไห้ทุกที" เสียงใสๆ ตอบกลับไป
"เธอรู้ได้ยังไง" เควิ่นถามกลับด้วยอาการซึมๆ
"ก็ผมเป็ลูกนี่ฮะ ต้องรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว"
"โอเค...ถ้าเป็แบบนั้น ฉันจะทำให้แม่เธอยิ้มให้ได้เลย เธอคอยดูฉันก็แล้วกันนะ" สิ้นสุดเสียงของเควิ่น หยาดพิรุณก็เปิดประตูกลับเข้ามาในห้องนอนของไอคิโด้พอดิบพอดี
หยาดพิรุณจ้องหน้าลูกชายตาเขม็ง ในขณะที่เ้าตัวเล็กหันมาจ้องหน้าเธอตาค้าง ราวกับกลัวว่ากำลังจะถูกดุที่แอบติดต่อกับใครบางคนโดยที่ยังไม่ได้รับการอนุญาต แถมยังไปแอบเอาโทรศัพท์มือถือมาใช้อย่างพละการอีกด้วย
"เมื่อตะกี้คิโด้ พูดอยู่กับใครครับ!"
“เอ่อ คือ...ผม คุยอยู่กับ ตัวเองฮะ ผมกำลังถามตัวเองว่า พรุ่งนี้อยากจะให้หม่ามี๊ทำอะไรเป็มื้อเช้าดี” ไอคิโด้พูดพลางสอดโทรศัพท์มือถือที่ถูกเควิ่นกดตัดสายทิ้งแล้วไปไว้ใต้หมอนทำให้หยาดพิรุณไม่ทันได้สังเกตเห็น จึงนั่งลงข้างๆ ลูกชายตัวเล็กพลางลูบไล้ที่แก้มแดงของเ้าตัวน้อย
“แล้วได้คำตอบหรือยังครับ ว่าอยากจะทานอะไรเอ่ย”
“ขอเป็โจ๊กหมูใส่ไข่สองฟองเลยได้ไหมฮะ”
“ไข่ตั้งสองฟองเลย ไม่กลัวอ้วนเป็หมูเหรอครับ”
“ไม่กลัวฮะ ก็หม่ามี๊ทำกับข้าวอร่อย ผมจะทานให้พุงกางเลย” สองมือน้อยๆ โอบกอดเรือนร่างระหงของผู้เป็แม่อย่างออดอ้อน หยาดพิรุณโน้มใบหน้าลงหอมที่ศีรษะเล็กอย่างแ่เบาด้วยความรักใคร่และเอ็นดู
หลายวันต่อมา
หยาดพิรุณยืนรอรับลูกชายอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนหลังเลิกงาน ทันทีที่เ้าตัวเล็กหายดีและตัวเธอเองก็กลับไปทำงานตามปกติ
ร่างน้อยๆ ที่เดินต่อแถวออกมาจากในห้องเรียน ก่อนจะมองเห็นผู้เป็แม่แล้วจึงรีบวิ่งแจ้นเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าและแววตาที่เศร้าหมองผิดไปจากทุกวันที่ได้เห็นเธอมารอรับจะยิ้มหน้าบานด้วยใบหน้าที่สดใส
“คิโด้เป็อะไรไปเอ่ย ไม่สบายตัวร้อนหรือเปล่าครับ” ร่างระหงย่อตัวลงพลางเอื้อมมือบางขึ้นไปััที่หน้าผากเล็กเพื่อวัดอุณหภูมิ แต่ตัวกลับเย็นเฉียบ
“เปล่าฮะ ผมแค่ไม่สบายใจนิดหน่อย” ไอคิโด้ก้มหน้าลงอย่างเศร้าๆ
“เป็อะไรไปครับ ทะเลาะกับเพื่อนมาเหรอเล่าให้หม่ามี๊ฟังได้มั้ยเอ่ย” คิ้วโค้งขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย
“เปล่าฮะ เพื่อนๆ น่ารักกับผมทุกคนเลย” ไอคิโด้ตอบเสียงอ่อนๆ พลางก้มหน้าสลด
“แล้วเป็อะไรไปครับ มาโรงเรียนไม่สนุกเหรอ” หยาดพิรุณลูบไล้ที่ศีรษะเล็กอย่างแ่เบาด้วยความรู้สึกกังวล กลัวว่าลูกชายจะกลายเป็ซึมเศร้าั้แ่ยังเล็กๆ
“หม่ามี๊ฮะ ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยฮะ"
"คิโด้อยากรู้อะไรเหรอครับ"
"ผมมีพ่อเหมือนอย่างคนอื่นๆ เค้าหรือเปล่าฮะ” หยาดพิรุณสะดุ้งเฮือกกับคำถามที่ได้ยินจากปากของลูกชาย
ร่างบางลุกขึ้นก่อนจะจูงเรียวแขนเล็กให้ไปนั่งคุยกันที่ม้านั่งภายในโรงเรียน โดยที่หยาดพิรุณเองก็รู้สึกแปลกใจ เพราะหมู่นี้ลูกชายของเธอก็ไม่ได้เจอกับเควิ่น เป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะยุยงส่งเสริมให้ลูกชายของเธอถามคำถามอะไรแบบนี้ขึ้นมาอีก
"ใครเป็คนให้มาถามหรือเปล่าครับ" หยาดพิรุณหยั่งเชิงถาม
“ไม่มีฮะ ผมแค่อยากรู้ ผมเห็นเพื่อนๆ ที่โรงเรียนมีพ่อแม่มารับ แต่ว่าผมไม่มี แถมวันนี้คุณครูยังให้เล่าเื่เกี่ยวกับครอบครัวของฉัน ให้ฟังอีก ทุกคนเล่าถึงพ่อแม่ แต่ผมไม่รู้จะเล่าอะไร เพราะว่าผมไม่มีพ่อฮะ” แววตาใสซื่อสบตากับผู้เป็แม่ดวงตาแดงก่ำ
“โถ...คิโด้” หยาดพิรุณได้ฟังก็รู้สึกเ็ปที่ไม่สามารถอธิบายถึงพ่อแท้ๆ ให้กับลูกชายฟังได้ มือบางโน้มศีรษะเล็กเข้ามาสวมกอดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารจับใจ สองมือบางประคองใบหน้าของลูกชายขึ้นมาเพื่อสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า
“คิโด้อยากจะมีพ่อเหมือนกับคนอื่นๆ หรือว่าอยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่นครับ”
“ครอบครัวอบอุ่น แปลว่าอะไรเหรอฮะ” เสียงใสเอ่ยถาม
“ครอบครัวอบอุ่นก็แปลว่า คนในบ้านรักใคร่เอ็นดูเอาใจใส่ซึ่งกันและกันทั้งยามทุกข์และยามสุข ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันไงล่ะครับ บางครอบครัว อาจจะมีทั้งพ่อแม่ลูก แต่ว่าขาดความรักความเอาใจใส่กัน แบบนั้นคิโด้ว่าพวกเค้าจะมีความสุขหรือเปล่าล่ะครับ” หยาดพิรุณเอ่ยถามลูกชายของเธอ