บทที่ 11
“ทุกคนเตรียมของเรียบร้อยแล้วใช่ไหมขอรับ” ชายวัยกลางคนหันมาถามนายหญิงทั้งสามของบ้าน ที่ตอนนี้ทั้งสามคนต่างก็กระตือรือร้นไปตามวัย โดยเฉพาะเ้าตัวน้อยวัยสี่ขวบ ที่วันนี้ออกจะอารมณ์ดีเป็พิเศษ
“ก็คงมีแค่เท่านี้แหละ จะอย่างไรพวกเราก็ไม่ค่อยจะมีอะไรั้แ่แรกอยู่แล้ว” นายหญิงที่เป็ใหญ่ที่สุดของเรือนหลังโทรมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยากจะบ่งบอกอารมณ์ได้ แต่สำหรับหลินที่ผ่านโลกมาไม่น้อย ทั้งยังอ่านนิยายอ่านหนังสือมาอีกมากมาย ก็พอที่จะจับน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อยและความรู้สึกที่กำลังตีกันของมารดาได้
จะอย่างไรนางก็ทนอยู่กับคำว่ารักมาตลอดหลายปี ทั้งยังเป็ชายที่นางรักจนสุดหัวใจชนิดที่หลินไม่เคยเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ได้เลย เพราะสำหรับคนจากโลกปัจจุบันที่ผู้คนใส่หน้ากากเข้าหากันอยู่เป็นิจ และแม้แต่คู่รักก็ยังยากที่จะหาคนที่สามารถรักกันอย่างแท้จริงในอุดมคติของนางได้
คนอย่างนางที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยไม่ว่าจะเป็ฐานะหรือหน้าตา ก็ไม่เคยคิดฝันที่จะมีความรักั้แ่แรกอยู่แล้ว เพราะถ้าหากจะมีอย่างน้อยที่สุดนางก็อยากจะเจอคนที่รักในตัวนางจริงๆ เป็ความรักที่มีเพียงแค่คำว่ารักกัน โดยไม่มีเหตุผลอะไรเข้ามาแทรกระหว่างกลาง
ทั้งๆ ที่รู้ว่ารักแท้มันมีอยู่แค่ในนิยาย ทั้งๆ ที่รู้ว่ารางวัลที่หนึ่งมีเพียงแค่หนึ่งในล้าน แต่ใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากถูกรางวัลที่หนึ่ง ใครบ้างจะไม่อยากเจอความรักในจินตนาการ
ความรักที่เราสามารถรักเขาได้จนหมดทั้งหัวใจ และเขาเองก็รักเราจนหมดหัวใจเช่นเดียวกัน...
เพราะแบบนี้สำหรับนางในตอนนี้แล้ว ก็คิดว่าสำหรับนางมันคงเป็อะไรที่ไกลเกินไป แต่ก็ไม่ได้แย่นักสำหรับคนที่มาจากต่างโลก แถมยังสามารถมีพลังที่ใฝ่ฝันได้แค่นั้นมันก็มากเกินพอแล้ว เพราะแบบนี้นี่เองที่ทำให้หลายวันมานี้นอกจากจะพยายามฝึกฝนให้คุ้นชินกับโลกแล้ว นางก็มักจะนำความคิดของตัวเองไปท่องในโลกแห่งจินตนาการ
สำหรับหญิงสาวที่หลงรักโลกแห่งนิยายและซีรี่ย์ ทั้งยังมีสามีที่อยู่ในจอเป็สิบๆ คนแล้ว นี่อาจจะเป็ชีวิตที่นางใฝ่ฝันก็เป็ได้....
แต่นั่นก็คงต้องพ้นวันนี้ไปให้ได้ก่อนละนะ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะเ้าค่ะ” หลิน...ไม่สิตอนนี้นางควรแทนตัวเองว่าฟางต่างหาก เพราะโดยปกติเขาจะเรียกชื่อตัวสุดท้ายแทนชื่อเล่นหากเป็ในนิยาย นางเองก็ควรแทนตัวเองว่าเสี่ยวฟางเสียที ซึ่งเด็กหญิงก็เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้นชนิดที่ไม่มีวี่แววแห่งความเสียใจปรากฏอยู่อีก จึงทำให้มารดาและสองผัวเมียก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเ้าตัวน้อยะโขึ้นไปให้พี่สาวอุ้มก็ยิ่งรู้สึกขบขันระคนยินดี
เพราะนอกจากสองพี่น้องจะไม่ได้สนใจสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมากนักแล้ว ยังมีความแข็งแกร่งของหลินหลิ่งฟางที่สูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมากโดยที่นางไม่รู้ตัว แต่มันก็อย่ในสายตาของทั้งสามตลอดเวลา
“ตกลง”
ผู้เป็มารดารับคำเบาๆ ก่อนที่จะเดินนำคนทั้งสี่ออกจากเรือนไป ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่กำลังมองมาอย่างสนใจ เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นทั้งห้าพร้อมๆ กันเช่นนี้
โดยเฉพาะตัวฮูหยินใหญ่หม่านชิง ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเมื่อเดือนก่อนนางนั้นถูกโบยไปจนาเ็แค่ไหน เพราะเื่ในวันนั้นกลายเป็เื่ใหญ่ที่ดังออกไปนอกจวนเลยทีเดียว แต่กลับกลายเป็ว่าหลังจากที่ผ่านไปเพียงแค่เดือนเดียว ฮูหญินใหญ่ที่ควรจะยังนอนซมอยู่บนเตียงถึงกับมาเดินปร๋อแบบนี้
“เดียวนะ...” และในตอนนั้นเองที่บ่ายรับใช้คนหนึ่งถึงกับผงะชั่วขณะ ก่อนที่จะรีบแจ้นไปยังเรือนหลักในทันที เพราะการที่ทั้งห้าเดินออกมาจากเรือนพร้อมกันนั้นหาใช่เื่แปลกธรรมดาๆ เท่านั้น แต่ดูจากสัมภาระแล้วราวกับว่าทั้งห้านั้นกำลังจะย้ายบ้านก็ว่าได้ แม้สิ่งของที่พาไปด้วยอาจจะไม่มาก แต่ทุกคนในจวนนี้ต่างก็รู้ดี ว่าห้าหกปีมานี้ ฮูหยินใหญ่และคนในเรือนหลังน้อยต้องลำบากมากแค่ไหน “ต้องรีบไปแจ้งนายท่าน!”
“อะไรนะ!” เมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาก็มีคนอื่นๆ หันมาสนใจเช่นเดียวกัน และจำนวนคนค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครสักคนเลยที่ออกมาพูดคุยกับคนทั้งห้าแม้แต่น้อย
แต่ก็นั่นแหละ จะอย่างไรหม่านชิงก็เคยเป็ฮูหยินใหญ่ที่แสนดีและเป็ที่รักใครของทุกคน จึงมีหลายๆ เสียงที่ถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย เพราะต่อให้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสุดท้ายไม่ว่าจะเป็ทางไหน แต่วันนี้เื่ราวก็คงมาถึงจุดแตกหักในที่สุด
“ท่านแม่ เื่ราวในวันนี้ข้าขอเป็คนเจรจาเองได้หรือไม่” แต่ก่อนที่ทั้งห้าจะเดินไปถึงเรือนหลักของสกุลหลิน หลินหลิ่งฟางก็เอ่ยขึ้นมากับมารดาเสียก่อน
“ได้สิ”
และผู้เป็แม่เองก็ราวกับว่าคิดเอาไว้อยู่แล้ว ว่าบุตรสาวผู้นี้จะขอออกหน้า ซึ่งอาจจะเพราะตหลอดหลายวันมานี้ได้พูดคุยกับเสี่ยวฟางของนางบ่อยครั้ง หม่านชิงก็อดที่จะประหลาดใจกับการพูดจาของบุตรสาวคนโตไม่ได้ อาจจะเพราะหลายปีมานี้นางไม่ค่อยจะใส่ใจหรือเพราะอะไรก็แล้วแต่ แต่ดูเหมือนกับว่าเสี่ยวฟางของนางโตขึ้นมาก และนางก็รู้สึกวางใจได้มากขึ้นหลายส่วนเลยทีเดียวเชียวละ
“แต่ถ้ามีเื่...” แม้จะพอรู้ว่าท่านแม่และสองผู้าุโเฉียงแข็งแกร่งพอสมควร แต่นางเองก็ไม่อยากประมาท และอยากรู้ว่านางจะสามารถเล่นใหญ่ได้แค่ไหน เพราะจะดีจะชั่วที่นี่ก็เป็ถิ่นของศัตรู นางจะประมาทเกินไปมิได้
“แม่เชื่อในตัวเ้าและขอให้เ้าเชื่อในตัวแม่” หม่านชิงเพียงแค่ยิ้มให้ลูกสาวอย่างสุขใจ และอดคิดในใจไม่ได้ว่าบางทีนี่อาจจะเป็โชคในคราวเคราะห์ก็เป็ได้ เพราะหลังจากเมื่อเดือนก่อนพวกนางสามแม่ลูกก็สนิทกันมากขึ้น และเข้าใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะตัวนางเองที่สามารถเอาตัวเองออกมาจากความเ็ปที่จมอยู่ตลอดหลายปีนี้ได้เสียที
แม้จะยังไม่สนิทนักก็ตาม...
“ตกลงเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากมารดา หลินหลิ่งฟางก็ยิ้มกว้างออกมา วันนี้นางจะสับพวกมันทุกคนให้เละเป็ข้าวหมาเลยคอยดู!!
“พวกเ้าจะไปไหน...”
...............
มาแล้วจ้า ยาวกว่าปกตินิดนึง กำลังใจเริ่มมี มีคนชงกาแฟให้ อิอิ
อย่าลืมช่วยกันเม้นช่วยกันแชร์น้า
กำลังใจมาเยอะตอนใหม่มาไวนะเออ
แต่สำหรับคนนี้ ราตรีสวัสดิ์นะครับ
เจอกันพรุ่งนี้สายๆ น้า