ซุนเอ้อร์เหนียงไม่ยอมเข้าครัวมาช่วยสู่ขุยเลย นางทำเองั้แ่สับเนื้อแกะ ผสมไส้เกี๊ยว และห่อเกี๊ยวคนเดียวจนหมด
น้ำในหม้อเดือดพอที่จะต้มเกี๊ยวแล้ว
นางยกเกี๊ยวที่ห่อแล้วลงหม้อทีละชิ้น
สู่ขุยไม่ใช่คนชอบทำร้ายคนอื่นก่อน แต่หากมีคนทำร้ายนาง นางก็ไม่ยอมอยู่นิ่งให้คนอื่นมาทำร้ายเช่นกัน
หลังจากสู่ขุยยุ่งอยู่ในครัว ไม่นานเกี๊ยวไส้เนื้อแกะหัวไชเท้าก็ตั้งบนโต๊ะในห้องโถง
สู่ขุยทำเกี๊ยวออกมาได้น่ากิน ซุนเอ้อร์เหนียงใช้ตะเกียบคีบเกี๊ยวชิ้นหนึ่งเข้าปากเคี้ยวกิน รู้สึกถึงรสชาติสดใหม่ อร่อยมาก!
นางเห็นไป๋ซิ่วหลินจ้องนาง จึงรีบคีบเกี๊ยวชิ้นหนึ่งมาเป่าให้เย็นก่อนแล้วส่งให้ไป๋ซิ่วหลินกิน
ซิ่วหลินรู้สึกว่าตัวเองโตแล้วจึงไม่ยอมให้แม่ป้อนอีก “ท่านแม่ข้ากินเอง!”
เขาเห็นสู่ขุยยกเกี๊ยวน้ำสองชามเดินเข้ามาจึงรีบเรียก “ท่านพี่รีบมากินด้วยกันสิ! ท่านพี่ต้องหิวมากแน่ๆ เพราะทำอยู่คนเดียว”
สู่ขุยตอบยิ้มๆ ว่า“จ้ะ” วางชามเกี๊ยวน้ำ แล้วนั่งกินเกี๊ยว
ตกดึกคืนนั้นไม่รู้เป็เวลาเท่าไร ฝนเริ่มตกหนัก ยิ่งตกหนักก็ยิ่งหนาว
ซิ่วหลินคัดหนังสืออยู่ที่โต๊ะในห้องโถง โดยอาศัยแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมัน ส่วนซุนเอ้อร์เหนียงนั่งดูอยู่ข้างๆ
สู่ขุยเพิ่งเก็บของเข้าครัวและเดินมาถึงห้องโถง ซุนเอ้อร์เหนียงพูดว่า “สู่ขุยคืนนี้ค่อนข้างหนาว เ้าไปต้มน้ำขิงหน่อยนะ!”
สู่ขุยทำได้แค่ยิ้มรับคำสั่งแล้วหันกลับเข้าครัว
เมื่อสู่ขุยยกน้ำขิงเข้ามา ไป๋ซิ่วหลินมองนาง พูดว่า “ท่านพี่มาเขียนหนังสือให้ข้าดูหน่อยสิ!”
สิ่งที่สู่ขุยชอบที่สุดคือการคัดตัวอักษร เมื่อได้ฟังแบบนี้ยิ่งดีใจ หันไปมองหน้าซุนเอ้อร์เหนียง
ตอนซุนเอ้อร์เหนียงเพิ่งแต่งงานเข้ามาใหม่ๆ สู่ขุยเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาเหมือนกัน ต่อมาซุนเอ้อร์เหนียงคลอดซิ่วหลินก็หาเหตุผลว่า ผู้หญิงไปเรียนหนังสือจะโดนคนที่สำนักศึกษาหัวเราะได้ จึงให้สู่ขุยอยู่บ้านช่วยเลี้ยงน้องทำงานบ้าน
สู่ขุยเรียนได้แค่ปีกว่า แต่ด้วยความที่นางเป็คนฉลาดจึงอ่านออกเขียนเป็ และเขียนสวยมาก
ซุนเอ้อร์เหนียงอยากให้ลูกชายดีใจ จึงพูดเออออตามซิ่วหลิน “สู่ขุยน้องอยากให้เ้าเขียนอักษร เ้าก็เขียนสิ!”
ไม่รู้จริงๆ ว่าเพราะอะไร เ้าเด็กสู่ขุยไปเรียนแค่ไม่กี่วันก็เขียนอักษรได้สวย หนังสือที่ยืมมาอ่านจากบ้านสกุลฟู่ยังเขียนได้สวยมากเหมือนกัน!
พอคิดถึงเื่ที่สกุลฟู่อยากสู่ขอสู่ขุยแล้ว ซุนเอ้อร์เหนียงพลันขมวดคิ้ว ตอนนี้ได้ยินว่าเ้าเด็กฟู่อิงทำงานอยู่ที่อำเภอ เป็คนโปรดของใต้เท้าเยี่ยเสียด้วยสิ ต้องรีบขายสู่ขุยออกไปให้เร็วที่สุด ยิ่งนานไปยิ่งยุ่งยาก!
เมื่อเห็นว่าแม่เลี้ยงเห็นดีด้วย สู่ขุยดีใจรีบเดินไปรับพู่กันจากมือน้องมาจุ่มหมึกใหม่ เขียนกลอนบทหนึ่งว่า ‘ในช่อสีเขียวกิ่งใหม่ มีดอกตูมสีแดงอ่อนซ่อนอยู่’
นี่เป็บทกลอนจากหนังสือที่ฟู่อิงเคยให้ยืม ไม่รู้เป็เพราะอะไรนางถึงชอบกลอนธรรมดาบทนี้
หลังบ้านมีต้นไห่ถาง[1]ต้นหนึ่ง แม่แท้ๆ ของนางปลูกไว้ั้แ่ตอนยังอยู่ ่นี้เป็ฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ต่างๆ พากันออกดอกเต็มไปหมด แต่ต้นไห่ถางหลังบ้านกลับไม่ยอมแตกดอกให้ชื่นชมความงามเลย
นอกบ้านฝนหยุดตกแล้ว ดอกท้อและดอกซิ่งต่างพากันร่วงเต็มพื้น แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าต้นไห่ถางจะออกดอก...
สู่ขุยชอบกลอนบทนี้มากเป็พิเศษ
เมื่อเห็นลายมือผู้พี่สวยงาม ไป๋ซิ่วหลินก็ชอบมาก รีบคลี่กระดาษอีกแผ่นให้พี่สอนตนเขียนบ้าง
ซุนเอ้อร์เหนียงยิ้มให้สู่ขุยที่สอนซิ่วหลินเขียนหนังสืออยู่
ใบหน้าสู่ขุยที่ต้องแสงตะเกียงยามค่ำคืนสวยกว่าสู่ขุยตอนกลางวันเสียอีก ผิวผ่อง หน้าตาดั่งภาพวาด แม้อายุแค่สิบสองปี แต่ก็เป็ต้นแบบของหญิงงามแห่งยุคแล้ว ต้องระวังอย่าให้เศรษฐีจินมาเห็นความงามเช่นนี้ของสู่ขุย ต้องรีบขอให้เฉียนผอจื่อจัดการ แต่เื่ยาที่เศรษฐีจินเตรียมให้นั้นไม่รู้ไปถึงไหนแล้ว...
พอคิดถึงเื่นี้นางยิ้มพอใจกับสีขาววาววับของเงิน สู่ขุยไม่เพียงเกิดมาสวย ไหนยังจะรู้หนังสือและเขียนอักษรสวยอีก ต้องคุยกับเฉียนผอจื่ออีกครั้ง อาจต่อราคาได้เพิ่มอีกแปดถึงสิบตำลึง
เนื่องจากนึกถึงเงินที่จะได้จากค่าตัวสู่ขุย ซุนเอ้อร์เหนียงจึงรีบเดินเข้าไปเอาเมล็ดสน เมล็ดเจิน[2] ถั่วลิสง และเมล็ดฟักทองมาให้สู่ขุยกับซิ่วหลิน “พวกเ้ามากินของว่างก่อน แล้วค่อยว่ากันใหม่!”
สู่ขุยแกะเมล็ดฟักทองให้ซิ่วหลินกิน
ซิ่วหลินพอใจ มองหน้าพี่สาว “ท่านพี่แกะให้ข้าอีก!”
แม้เขาอายุยังน้อย แต่เขาก็ดูออกว่าสิ่งที่แม่ตนทำกับพี่นั้นแปลกๆ ดูเหมือนสนิทสนมกันแต่ก็มีบางสิ่งกั้นขวาง ราวกับ่กลางวันของฤดูหนาว ที่ในความอบอุ่นก็ยังมีความหนาวเย็นปนอยู่
ซิ่วหลินสนิทกับพี่ที่สุด ดังนั้นั้แ่เล็กๆ เขาจึงเริ่มตั้งใจคลี่คลายความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับพี่
ไม่รู้ว่าฝนเริ่มตกหนักมาอีกเมื่อไร ฝนยิ่งตกยิ่งหนัก ทั้งยังพัดเอาความหนาวนอกบ้านเข้ามาข้างใน แต่สองพี่น้องคุยกันถึงเื่ที่สำนักศึกษา แกะเมล็ดฟักทองกิน และดื่มน้ำขิงซึ่งทำให้ร่างกายอบอุ่น สบายใจอย่างยิ่ง
ั้แ่แม่เลี้ยงแต่งงานเข้ามาในบ้าน นี่เป็่เวลาแสนสุขซึ่งหาได้ยากของสู่ขุย
หลังจากเก็บล้างชามเสร็จ สู่ขุยกลับขึ้นห้องของตน ล้มตัวลงนอนด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า เนื่องจากวันนี้เดินไกลทั้งวัน
แม้ร่างกายเหน็ดเหนื่อยแต่สมองกลับตื่นตัว ในใจคิดแค่ว่าต้องรักษาตัวให้ดีๆ รอท่านพ่อกลับมาจากหูโจวให้ได้
แต่คิดไปคิดมานางก็หาทางออกไม่เจอ ทำได้แค่คิดอย่างไร้เดียงสาว่า หากเอางานจากจวนสกุลจินมาทำให้ได้มากขึ้นก็จะทำเงินได้มากขึ้น หากทำงานบ้านให้หนักขึ้น ดูแลน้องให้ดีกว่าเดิม แม่เลี้ยงจะคิดได้ไหมว่าบ้าน้านาง แล้วจะเปลี่ยนใจไม่ขายนาง
นางรู้ดีว่าช่างไร้เดียงสาจริงๆ ที่คิดแบบนี้ แต่นางเพิ่งสิบสองปีเอง ยังพอจะมีวิธีอะไรอีกเล่า
สู่ขุยแค่อยากเป็เ้าของตัวเอง เลือกชีวิตเองได้ นางหวังแค่นี้จริงๆ แต่สิ่งนี้ช่างไกลเกินเอื้อมสำหรับนางในตอนนี้
ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงฝน สู่ขุยพลิกตัวไปมาคิดหนัก แต่ฝนที่ตกลงมาเหมือนฟ้ารั่วทำให้นอนไม่ค่อยหลับ
ฝนหยุดตอนใกล้รุ่ง
สู่ขุยจูงมือซิ่วหลินไปส่งที่สำนักศึกษา นางสูดหายใจรับอากาศสดชื่น รู้สึกว่าวันนี้แสงแดดต้องสดใสแน่นอน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/003a2929fa2dd28f0e5a0bbc981a208f
[1] พืชวงศ์กุหลาบ
[2] เฮเซลนัต