"บ้านเราก็อยู่บ้านฟางเหมือนกัน ทำไมท่านหัวหน้าหมู่บ้านถึงไม่ให้พวกเราอยู่บ้านดินล่ะ?"
"นี่เคยเป็บ้านที่ซิ่วไฉเคยอาศัย เป็สถานที่ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายแห่งวิชาความรู้ควรยกให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่ตั้งใจเล่าเรียนถึงจะเหมาะสม ให้แม่หม้ายลูกกำพร้าอย่างพวกนางอยู่จะไม่เป็การเสียของหรอกหรือ?"
แต่ก็มีคนใจดีโต้กลับพวกนางว่า
"บางคนอาการอิจฉากำเริบอีกแล้วเห็นคนอื่นได้ดีไม่ได้ บ้านหลังนี้เขาแลกมาด้วยการล่าหมาป่าเชียวนะ"
"ใจแคบจริง ๆ นี่มันชอบรังแกแม่หม้ายลูกกำพร้าเป็นิสัยชัด ๆ ทำตัวไม่สร้างบุญกุศลแบบนี้ชาติหน้าขอให้เกิดเป็สัตว์เดรัจฉานเถอะ..."
วันนี้เป็วันมงคลของการย้ายบ้าน เจียงเหลียนจูและลูก ๆ ต้องทำความสะอาดบ้านดินหลังนี้ ในตอนนั้นต้าเป่าพบตะขาบตัวหนึ่งในห้อง จึงส่งสัญญาณทางสายตาให้เอ้อร์เป่า
เ้าเด็กเอ้อร์เป่าใช้กิ่งไม้เขี่ยตะขาบตัวนั้น แล้วเดินออกไปโยนใส่กลุ่มคนที่กำลังนินทาอย่างยายเฒ่าจ้าว!
ทำเอาพวกยายเฒ่าจ้าวใจนด่าทอว่าเ้าเด็กบ้าไม่ตายดีแน่ แต่เพราะกลัวตะขาบจึงไม่กล้าโวยวายต่อ แล้วแยกย้ายกันหนีไปราวกับนกกระจอกแตกรัง
เอ้อร์เป่าขู่เพียงแค่คนที่ชอบนินทา ไม่ได้ขู่คนอื่น
ทุกคนต่างพากันหัวเราะร่า
เจียงเหลียนจูก็มองด้วยความขบขัน สองพี่น้องคู่นี้คนหนึ่งเ้าเล่ห์อีกคนกล้าลุย เข้าขากันได้อย่างยอดเยี่ยม
บ้านหลังนี้เคยเป็บ้านของเศรษฐีในหมู่บ้าน ลูกชายสอบได้เป็ซิ่วไฉจนมีความก้าวหน้า ได้งานทำในตัวเมืองและตั้งรกรากที่นั่น จึงรับบิดามารดาไปอยู่สุขสบายในเมืองด้วย บ้านหลังนี้จึงว่างเว้นมาหลายปีแล้ว
บ้านดินแบบนี้หากไม่มีคนอยู่จะทรุดโทรมเร็ว คานไม้ถูกปลวกกิน ผนังดินมีหนูเจาะรู มีหยากไย่ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็เื่ปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป
จำเป็ต้องทำความสะอาดอย่างจริงจัง
เจียงเหลียนจูเป็ผู้ใหญ่และตัวสูง จึงเป็คนปัดหยากไย่บนผนังและคานไม้ ส่วนลูกทั้งสามก็ไม่ได้พัก เอ้อร์เป่ามีหน้าที่อุดรูต่าง ๆ ในบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้มีตัวอะไรคลานออกมา
"ท่านแม่! มีหนูตัวใหญ่คลานออกมาจากรูขอรับ!" เอ้อร์เป่าะโลั่น
เจียงเหลียนจูหันกลับไปมอง ์! ตัวยาวเกือบครึ่งตะเกียบเลย เนื้อหนูกินไม่ได้เพราะเชื้อโรคเยอะ แต่ถ้ากินได้หนูตัวนี้คงทำให้อิ่มไปหนึ่งมื้อ
"ตีมันให้ตาย หรือไม่ก็ไล่มันออกไป"
สิ้นคำพูด ก็เห็นหนูวิ่งผ่านเท้าของหนานเป่าตัวน้อย หนานเป่าจึงยกเท้าขึ้น เหยียบเข้าที่หางของหนูตัวใหญ่พอดี
เจียงเหลียนจูใแทบแย่ อย่าเห็นว่าหนานเป่าตัวเล็กนะ เ้าก้อนแป้งน้อยคนนี้ช่างใจกล้าจริง ๆ !
แต่หนูก็ใช่ว่าจะยอมง่าย ๆ เมื่อถูกมันเหยียบหางจึงตอบโต้ด้วยการจะกัดคน โชคดีที่เจียงเหลียนจูตาไวและมือเร็วรีบอุ้มหนานเป่าหลบออกมาได้ทัน แล้วใช้ไม้ฟาดหนูตัวใหญ่จนตาย
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าเห็นแล้วก็ใจหายวาบเช่นกัน
ต้าเป่าให้น้องสาวไปนั่งเล่นด้านข้าง ไม่ยอมให้ช่วยทำงานอีก
ต่อมา เอ้อร์เป่าพบรังตะขาบอีกแห่ง จึงใช้ควันรมจนมีตะขาบนับสิบตัวคลานออกมา
เจียงเหลียนจูเห็นแล้วก็ดีใจ
"จับให้หมด ตะขาบสามารถนำไปขายเป็สมุนไพรได้ เป็ของดีเลยล่ะ"
"ขอรับ!" เอ้อร์เป่ามีความคล่องตัวสูงมาก จับได้ครบทุกตัวโดยไม่ตกหล่นแม้แต่ตัวเดียวแล้วนำใส่ถุงไว้
เมื่อทำความสะอาดคร่าว ๆ เสร็จสิ้นท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้ว
"แม่ของต้าเป่า!" มีคนเรียกเจียงซื่อจากด้านนอก
ที่แท้คือเพื่อนบ้านใจดีหลายคนที่เคยช่วยเหลือเื่อาหารและของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พวกนางเป็ครั้งคราว
"ป้าลู่ ป้าน้อยฮวา คุณยายตระกูลหลิว... มีธุระอะไรหรือเ้าคะ?" เจียงเหลียนจูเรียกชื่อตามความทรงจำ
ป้าลู่หยิบผ้าเนื้อหยาบผืนหนึ่งออกมา "พวกเ้าย้ายบ้านใหม่ ป้าไม่มีอะไรดี ๆ จะให้ จึงเอาผ้าเนื้อหยาบผืนนี้มาให้เป็ของขวัญขึ้นบ้านใหม่นะ"
คนอื่น ๆ ก็ทยอยนำของออกมาเช่นกัน "สามีข้าเป็ช่างไม้ บ้านหลังนี้กว้างและดูว่างเปล่า ข้าจึงนำม้านั่งไม้ตัวเล็กสี่ตัวกับโต๊ะเล็กหนึ่งตัวมาให้ ไม่มีราคาค่างวดอะไรมากมายตัวที่ทำออกมาดี ๆ ขายไปหมดแล้ว นี่เป็ของมีตำหนิอย่ารังเกียจเลยนะ พอใช้ได้อยู่..."
"ข้ามีอ่างไม้เก่ากับถังไม้เก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว พอจะใช้การได้อยู่ การย้ายบ้านเป็เื่มงคล เ้าเป็สะใภ้ตัวน้อยเลี้ยงลูก ๆ เพียงลำพังไม่ใช่เื่ง่าย ลำบากมามากแล้วต่อจากนี้ขอให้ชีวิตดีขึ้นรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะ"
...
เจียงเหลียนจูรู้สึกซาบซึ้งใจยังมีคนดีอยู่อีก
แน่นอนนางรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เห็นแก่ตัวนาง แต่เหมือนกับหัวหน้าหมู่บ้านส่วนใหญ่ให้ของเพราะเห็นแก่เด็ก ๆ ที่น่ารักเหล่านี้
ของเหล่านี้เป็สิ่งที่เจียงเหลียนจูกำลัง้าอย่างเร่งด่วน นางจึงไม่เกรงใจและรับไว้ทั้งหมด
"ขอบพระคุณทุกท่าน ขอบคุณที่ป้า ๆ ช่วยดูแลเ้าค่ะ ข้าไม่มีของขวัญตอบแทนอย่างอื่น เอาเป็ว่าข้าเพิ่งล่าหมาป่าได้ตัวหนึ่ง ข้าจะแบ่งเนื้อหมาป่าให้ทุกท่านกลับบ้านไปคนละสองจินนะเ้าคะ"
เหล่าคุณป้ารีบบอกว่า "ไม่ ๆ ทำแบบนั้นไม่ได้ เนื้อมีค่ามากนะ! พวกเ้าเป็แม่หม้ายลูกกำพร้ากว่าจะล่าหมาป่าได้ตัวหนึ่ง ลำบากแทบตาย เอาไปขายในเมืองเอาเงินดีกว่า พวกข้าไม่รับหรอก"
เจียงเหลียนจูยังคงยืนกราน "ไม่ได้เ้าค่ะ หากป้า ๆ ไม่รับ ข้าก็ไม่กล้าเก็บไว้คนเดียว"
จะรับของคนอื่นฝ่ายเดียวตลอดไม่ได้ การที่ไม่มีกำลังจะตอบแทนเป็เื่หนึ่ง แต่ตอนนี้มีความสามารถแล้วการตอบแทนบุญคุณจึงเป็สิ่งที่ควรทำ
ในที่สุด ป้าลู่และคนอื่น ๆ ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ จึงนำเนื้อหมาป่ากลับบ้านไปคนละสองจิน
หลังจากป้าลู่กลับถึงบ้านและเล่าให้สามีฟัง สามีบอกว่าเนื้อหมาป่านั้นมีค่ายิ่งกว่าเนื้อหมูเสียอีก เนื้อหมาป่าสองจินนี้มีค่าเท่ากับเนื้อหมูสามสี่จินเลย จึงให้ป้าลู่เอาผ้าห่มนุ่นเก่า ๆ แป้งมันสำปะหลังสองจิน น้ำมันหนึ่งจินและเครื่องปรุงอย่างขิง ต้นหอม กระเทียม นำไปส่งให้เจียงเหลียนจู
คราวนี้แหละดีเลย
เมื่อมีน้ำมัน เกลือ และเครื่องปรุง ตอนเย็นเจียงเหลียนจูจึงทำเนื้อหมาป่าตุ๋นน้ำแดงให้เด็ก ๆ กิน!
มื้อเที่ยงกินเนื้อหมาป่าต้มจืดรสธรรมชาติ มื้อเย็นกินแบบตุ๋นน้ำแดง รสชาติช่างแตกต่างและยอดเยี่ยม
เด็กทั้งสามกินจนน้ำมันเลอะปาก รู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง
เวลาหนานหนานกินข้าว หากเจียงเหลียนจูเข้าไปใกล้ นางจะหวงอาหาร และส่งเสียงขู่คำรามใส่เจียงเหลียนจูอย่างดุเดือดตามประสาเด็กน้อย
แต่ถ้าไม่เข้าไปใกล้ ก็จะไม่มีปัญหา
เมื่อมีแป้งมันสำปะหลัง เจียงเหลียนจูจึงทำโจ๊กแป้งมันสำปะหลังด้วย เพราะหากกินแต่เนื้อจะเลี่ยนเกินไป การดื่มโจ๊กแป้งมันจะช่วยแก้เลี่ยนได้
หลังจากแม่ลูกอิ่มหนำสำราญ เจียงเหลียนจูก็ไปปูที่นอน
บ้านหลังนี้มีสามห้อง ห้องหนึ่งทำเป็ห้องครัว ห้องหนึ่งเป็ห้องนอน และอีกห้องใช้เก็บของเบ็ดเตล็ด
ห้องนอนถูกทำความสะอาดจนสะอาดที่สุด บนเตียงปูด้วยฟาง เจียงเหลียนจูนำผ้าห่มนุ่นเก่าปูทับบนฟางแล้วปูผ้าทับอีกชั้นจนกลายเป็เตียงที่พอจะนอนได้
ข้อดีที่สุดของบ้านหลังนี้คือในลานบ้านมีบ่อน้ำ สามารถตักน้ำได้โดยตรงไม่ต้องไปตักน้ำจากลำธารกลับมาใช้
เจียงเหลียนจูต้มน้ำร้อนหม้อใหญ่เพื่ออาบน้ำให้เด็ก ๆ ลูกคนโตสองคนไม่ต้องให้ช่วยอาบ นางจึงช่วยอาบให้หนานหนานตัวน้อย
นางให้เด็ก ๆ ขึ้นเตียงนอนก่อน จากนั้นนางจึงอาบน้ำขัดตัวให้สะอาดสะอ้าน เ้าของร่างเดิมนี้คงไม่ได้อาบน้ำมาหลายเดือนแล้ว ทั่วตัวมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่รู้ว่าบุรุษคนไหนตาไม่ดีถึงได้ชอบนางจนยอมหนีตามกันไป!
ต้องเป็คนไม่หวังดีแน่นอน
เด็ก ๆ ไม่ได้นอนบนเตียงมานานแล้ว แม้จะเป็เพียงผ้าปูที่นอนเนื้อหยาบและผ้าห่มนุ่นเก่า ๆ แต่พวกเขาก็รู้สึกว่ามันนุ่มนวลเหลือเกิน