หลังจากควบม้าห้อตะบึงมาได้ระยะหนึ่ง ข่าวคราวของหยวนอิงก็ส่งมาถึงอีกครั้ง ครานี้เมื่อได้รับฟังจิตใจที่เคยสับสนว้าวุ่นก็สามารถกลับมาสงบลงได้
“เ้าปลอดภัยแล้วก็ดี ปลอดภัยแล้วดีจริงๆ แต่ข้าจะจดจำบัญชีนี้ไว้ วันหน้าข้าจะให้เ้าชดใช้ที่ทำให้ข้าเป็ห่วงใจแทบขาดเช่นนี้” ถังหลี่พึมพำออกมาเบาๆ ขณะควบม้าจนฝุ่นตลบด้วยหวังจะไปให้ถึงสำนักพิภพดาราให้เร็วที่สุด ถึงแม้ว่าหยวนอิงจะปลอดภัยแต่ก็ได้รับาเ็สาหัส แค่คิดว่า ร่างของอีกคนเต็มไปด้วยเืและาแ หัวใจของถังหลี่เสมือนฉีกขาด ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองฝ่าป่าเขาด้วยแววตาวาวโรจน์ เมื่อหวนคิดถึงกลุ่มคนที่ทำให้หยวนอิงต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
‘สักวันหนึ่ง ข้าจะล้างบางพวกมันให้หมด ให้พวกมันได้รับรู้ว่า ใครที่กล้ามาแตะของรักของหวงของข้าจะจบลงด้วยสภาพเช่นไร’
หลังจากควบม้าโดยไม่หยุดพักมาหลายชั่วยาม ในที่สุดถังหลี่ก็เดินทางมาถึงสำนักพิภพดารา เมื่อลงจากหลังม้าเขาก็ไม่แม้แต่จะหยุดทักทายผู้ได้ รีบก้าวเดินอย่างรวดเร็วไปยังบ้านที่หยวนอิงเคยพัก เมื่อไปถึงหน้าประตูก็เคาะเบาๆ หากไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากด้านใน จึงลองผลักเข้าไปดูปรากฏว่าประตูไม่ได้ลั่นกลอนไว้ ถังหลี่จึงถือวิสาสะย่างเท้าเข้าไป ภายในห้องกลิ่นยาคละคลุ้งลอยเข้ามาแตะจมูกทันที โดยไม่รอช้าเขารีบมุ่งหน้าไปยังห้องที่หยวนอิงอยู่ จากนั้นก็พรวดพราดเปิดประตูเข้าไป แต่ภาพตรงหน้ากลับสร้างความหงุดหงิดใจให้เป็อย่างยิ่ง เพราะยามนี้หยวนอิงกำลังนอนเปลือยอกอยู่บนฟูก ตามร่างกายเต็มไปด้วยาแจากปราณกระบี่และปราณดาบ มีลู่อู๋ซูที่าเ็น้อยกว่าเล็กน้อยคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ไม่ห่างกาย
ถึงแม้นว่าความเป็ห่วงจะมีมากกว่าแต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ ตัวเขาควรจะเป็เพียงคนเดียวที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แสนงดงามนี้
เมื่อประตูถูกเปิดเข้ามาจากผู้บุกรุก ลู่อู๋ซูก็รีบหันไปมองในทันที แต่ยามได้สบเข้ากับใบหน้าและสายตาเย็นะเืที่จ้องมองกลับมา ก็ทำเอาลู่อู๋ซูขนลุกซู่ทั้งตัว จนมิกล้าเอ่ยวาจาใดออกไป
“องค์ชาย” ลู่อู๋ซูรีบลุกขึ้นอย่างยากลำบากเพื่อแสดงความเคารพต่อถังหลี่
“อาการหยวนอิงเป็เช่นไรบ้าง” ถังหลี่เอ่ยถามขณะก้าวเข้ามานั่งข้างกายหยวนอิงซึ่งบัดนี้ยังคงหลับสนิทจากฤทธิ์ยา
“หมอบอกว่า ไม่มีอันใดต้องเป็กังวล เพียงให้กินยาและนอนพักฟื้น ไม่นานก็จะหายเป็ปกติ” หลังจากได้ยินว่าหยวนอิงปลอดภัยแล้ว สีหน้าถังหลี่ก็ดีขึ้น ชั่วขณะที่เข้ามาแล้วเห็นาแปรากฏทั่วร่างผิวขาวเนียน อีกทั้งยังคงมีโลหิตไหลซึมออกมา ช่างเป็ภาพที่ชวนปวดใจ แต่ถึงกระนั้นเมื่อเห็นสายตาชายอื่นตกลงบนร่างบอบบางนั้น เขาก็ไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง แม้จะรู้ดีว่านั่นเป็พี่ใหญ่ของหยวนอิงก็ตาม
“เ้าออกไปได้แล้ว ข้าจะดูแลเขาเอง”
“หม่อมฉันยังไหว พระองค์ไม่ต้องกังวล ยังสามารถดูแลน้องรองได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าบอกให้ออกไป เ้าก็ออกไป เก็บข้าวของของเ้าออกไปพักอีกเรือนด้วย จะได้สะดวกต่อการรักษาาแ” ถังหลี่พูดเสียงเข้ม เป็การออกคำสั่ง โดยห้ามโต้แย้ง
“พ่ะย่ะค่ะ” ลู่อู๋ซูรีบรับคำ แม้ในใจจะคิดว่า ‘ไม่จำเป็ต้องห่วงใยข้าถึงเพียงนี้ก็ได้ แค่พักผ่อนสักระยะก็ย่อมจะดีขึ้น' เขาเคยผ่านศึกามาั้แ่ยังเล็ก าแชนิดไหนบ้างที่ไม่เคยประสบพบเจอ แต่ในเมื่อองค์ชาย้าให้พักผ่อน เช่นนั้นก็ไม่ควรขัดพระประสงค์ 'แต่ไฉนสายตาที่จับจ้องมาจึงดูน่ากลัวถึงเพียงนั้น’ ลู่อู๋ซูคิด
“จิ่วเหอ พาเขาไป จัดการเื่ที่พักของเขาให้เรียบร้อย”
องครักษ์ที่ถูกเรียกรีบก้าวมารับคำ ก่อนจะรีบพาลู่อู๋ซูจากไป เมื่อทั้งสองจากไปแล้ว ถังหลี่ก็ออกคำสั่งให้องครักษ์ที่ติดตามมาอีกส่วนหนึ่งแยกย้ายไปพักผ่อน โดยให้ส่วนหนึ่งเฝ้าอยู่บริเวณชั้นล่าง และอีกส่วนหนึ่งกลับไปแจ้งข่าวการมาเยือนของเขาต่อรองเ้าสำนักอี้เฉิน ทั้งนี้ทั้งนั้นองค์ชายห้าได้ย้ำเตือนว่าทุกอย่างต้องเป็ความลับ ไม่ต้องต้อนรับพระองค์ให้จัดการทุกอย่างตามปกติ
รองเ้าสำนักฟังคำบอกกล่าวขององครักษ์ก็ทำเพียงพยักหน้ารับ ยามนี้เขากำลังยุ่งวุ่นวายกับการเข้าควบคุมสถานการณ์ภายในสำนักให้กลับคืนสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ย่อมต้องมีเื่ให้จัดการอีกมากมาย หาได้มีเวลาจะปลีกตัวไปต้อนรับองค์ชายห้าเช่นกัน นั่นจึงเป็เื่ดีสำหรับเขา จึงเห็นด้วยโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
“ฝากท่านกราบทูลองค์ชายด้วยว่า หากขาดเหลือสิ่งใด หรือประสงค์ให้ทางสำนักช่วยเหลือสิ่งใด อย่าได้เกรงใจที่จะบอกกล่าว”
“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์รับคำ ก่อนเร้นกายจากไป
ในห้องพักซึ่งเงียบสงบ มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องกับตะเกียงใบเล็กที่ให้แสงสว่างแก่คนทั้งสองเท่านั้น ขณะนี้ถังหลี่กำลังจ้องมองคนที่คืนก่อนยังคงร้องครวญครางอยู่ใต้ร่างเขาอย่างสุขสม แต่มาบัดนี้ใบหน้ากลับฉายความเ็ป คิ้วขมวดเข้าหากันแม้จะนอนหลับอยู่ก็ตาม นิ้วเรียวยาวของถังหลี่ค่อยๆ ลูบไล้ใบหน้างามอย่างแสนรักใคร่ทะนุถนอม ช่วยปัดปอยผมที่ปรกใบหน้านวลเนียนซึ่งบัดนี้ซีดเผือดออกไป
“ยามนี้ข้ายังอ่อนแอเกินไป แต่ข้าให้สัญญากับเ้า ภายภาคหน้าข้าจะให้พวกมันชดใช้” ถังหลี่กระซิบเสียงแ่เบาข้างใบหูบอบบาง ก่อนจะจุมพิตเบาๆ บริเวณหน้าผากของอีกฝ่ายและล้มตัวลงนอนข้างกันโอบกอดร่างของหยวนอิงแนบอก
ถังหลี่ครุ่นคิดวางแผนการอยู่ในใจ ‘เห็นทีข้าจะต้องรีบรวบรวมอำนาจทั้งในที่ลับและที่แจ้งเพื่อช่วยผลักดันให้เสด็จพี่อยู่ในจุดที่มั่นคงเสียก่อน วันที่เสด็จพี่ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ ่เวลาแห่งการแก้แค้นก็จะเปิดฉากขึ้น’ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมฉายชัดบนใบหน้าท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาล