หนิงเจี๋ยเน้นคำว่า ‘ไม่ใช่ญาติ’ ออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งทุกคนก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านต่างก็อยู่เป็พยานในการตัดสัมพันธ์เครือญาติของคนบ้านหนิงกันทั้งนั้น
“เจี๋ยเอ๋อ เ้าจะพูดคำอกตัญญูอย่างนั้นออกมาไม่ได้นะ มันจะเหมือนกับเ้าไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน ลูกหลานบ้านหนิงต่างก็ได้รับการอบรมเลี้ยงดูกันมาอย่างดีทุกคน และอีกอย่างนี่ก็คือท่านย่าของเ้า เ้าจะใจดำไม่ช่วยเหลือได้อย่างไร” หนิงไป๋หลิงตั้งใจพูดให้จ้าวหลงฟังว่าครอบครัวของนางนั้นถูกอบรมมาอย่างดี อีกทั้งยังมีความกตัญญู หากได้เข้าไปเป็สะใภ้บ้านใด ก็จะไม่ทำให้บ้านนั้นขายหน้า
“คุณหนูหนิงไป๋หลิง ท่านย่าของท่านกับข้าไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน อีกทั้งก็ไม่ใช่ญาติพี่น้องกันด้วย แล้วเหตุใดท่านต้องมายัดเยียดท่านย่าของท่านให้กับข้าด้วยเล่า” หนิงเจี๋ยแสร้งทำหน้าสงสัย อย่าคิดว่าเด็กชายคนนี้อายุแค่หกขวบ เพราะฝีปากของเขานั้น แม้แต่เด็กอายุสิบขวบยังเทียบกับเขาไม่ได้ “เรารีบไปกันเถอะขอรับพี่จ้าวหลง ข้าออกจากบ้านมานานแล้ว ข้ากลัวว่าพี่ใหญ่จะเป็ห่วง”
“พี่จ้าวหลงท่านจะช่วยข้าพาท่านย่ากลับบ้านได้หรือไม่เ้าคะ เจี๋ยเอ๋อคงจะถูกมารดาและพี่สาวตามใจจนเสียเด็กไปแล้ว แม้แต่ย่าแท้ๆ เขาก็ไม่คิดที่จะเหลียวแล” หนิงไป๋หลิงยังเรียกคะแนนสงสาร อีกทั้งยังพยายามพูดจาให้ร้ายครอบครัวของหนิงเจี๋ยไม่หยุด
หนิงเจี๋ยกำลังจะตอบกลับก็ถูกจ้าวหลิงห้ามเอาไว้ และจ้าวหลงก็หันไปพูดกับหนิงไป๋หลิง “ข้าคงช่วยเ้าไม่ได้หรอก อย่างที่เจี๋ยเอ๋อได้บอกไว้แล้ว หากเรามั่นใจว่าคนที่เราจะเข้าไปช่วย เขาจะกลับมาสร้างปัญหาให้เราในอนาคต เราก็ไม่ควรยื่นมือของเราเข้าไปยุ่ง อีกอย่างข้ายังมีคำถามที่อยากจะถามแม่นางไป๋หลิงอยู่เช่นกัน เพราะข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดเ้าถึงได้พยายามยัดเยียดให้ครอบครัวของเจี๋ยเอ๋อเกี่ยวดองเป็ญาติกับเ้าด้วย เพราะข้าจำได้ว่าบ้านของพวกเ้าตัดสัมพันธ์เครือญาติกันไปแล้วไม่ใช่หรือ”
หนิงไป๋หลิงถึงกับพูดไม่ออก แม้แต่ชาวบ้านที่ยืนมุงกันอยู่ก็พยักหน้าสนับสนุน แม่เฒ่าเฉามีหรือจะปล่อยให้เื่นี้ผ่านไป
“อยากจะนับญาติกับเขาเพราะเห็นครอบครัวของอดีตลูกสะใภ้ซื้อวัวเทียมเกวียนมาล่ะสิ” แม่เฒ่าเฉาพูดต่อ “อีกอย่างนะไป๋หลิงน้อย เ้าจะคอยเรียกหาแต่จ้าวหลงทำไม ข้าพนันได้เลยว่าหากเขาเข้ามาช่วยเ้าพยุงย่าของเ้า ต่อไปเ้าจะต้องไปหาเื่พัวพันเขาไม่หยุดเป็แน่ เ้าคิดที่จะใช้โอกาสนี้เสนอตัวเข้าไปเป็สะใภ้บ้านจ้าวใช่หรือไม่”
“ยายแก่เฉา แกกล้าพูดให้หลานสาวข้าอับอายหรือ” แม่เฒ่าหนิงสะบัดตัวให้หลุดจากการพยุงของหนิงไป๋หลิง แล้วตรงเข้าไปตะลุมบอนกับแม่เฒ่าเฉาอีกรอบ ซึ่งครั้งนี้หนิงเจี๋ยดึงมือจ้าวหลงให้รีบเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที
“เจี๋ยเอ๋อ เหตุใดเ้าถึงกลับมาช้าอย่างนี้เล่า พี่ใหญ่กำลังจะออกไปตามเ้าอยู่พอดี” หนิงลี่พูดกับน้องชาย ก่อนที่หันไปเห็นแขกอีกคน “เกิดเื่อะไรขึ้นกับเ้าหรือ”
“ไม่ได้มีเื่ใดกับข้าหรอกขอรับพี่ใหญ่” หนิงเจี๋ยตอบ
“แล้วพี่จ้าวหลง...” หนิงลี่กำลังจะถาม
“ข้าขอตามเจี๋ยเอ๋อกลับมาเอง” จ้าวหลงพูดอย่างเกรงใจ “คือ...วันนี้ข้าได้ยินเจี๋ยเอ๋อคำนวณตัวเลขออกมาได้เร็วยิ่ง ข้าจึงถามวิธีคิดจากเขา ซึ่งเขาบอกว่าเื่พวกนี้เ้าเป็คนสอน”
“ท่านก็เลยอยากให้ข้าช่วยสอนวิชาคำนวณให้กับท่านใช่หรือไม่เ้าคะ” หนิงลี่ยิ้มออกเมื่อได้ยินว่าน้องชายของนางไม่ได้ไปสร้างปัญหาที่ไหน
“ข้าจะไม่ให้เ้าสอนให้ข้าเปล่าๆ หรอกนะ หากเ้า้าคิดเงิน...เอ่อ...”
“ทุกๆ วันข้าจะสอนเื่พวกนี้ให้กับคนในบ้านอยู่แล้วเ้าค่ะ หากท่านมีเวลาท่านก็มาเรียนกับพวกเราได้ ส่วนค่าจ้างนั้น ข้าจะท่านให้ช่วยสอนหนังสือให้พวกเราเป็การตอบแทนได้หรือไม่เ้าคะ ข้าคิดว่าท่านอาจจะสอนพวกเราได้ดีกว่าที่หยางฟางสอน” อันที่จริงเซียวหยางฟางก็มีความรู้ที่จัดว่าอยู่ในระดับที่ดี เพียงแต่เขายังขาดทักษะการถ่ายทอด หากเปลี่ยนให้จ้าวหลงมาเป็คนสอน การเรียนของทุกคนอาจจะก้าวหน้าไปได้มากกว่า
“ได้สิ ข้าตกลง สอนหนังสือให้พวกเ้าก็เท่ากับข้าได้ทบทวนตำราไปด้วย” จ้าวหลงตอบรับอย่างยินดี “ข้าเริ่มสอนพวกเ้าวันนี้เลยก็ยังได้”
เมื่อตกลงกันได้ บ่ายวันนั้นหนิงลี่ก็เริ่มสอนวิชาคำนวณให้กับทุกคน ต่อจากนั้นก็ให้จ้าวหลงสอนหนังสือ ซึ่งหนิงลี่จะมี่พักครึ่งสำหรับทานของว่างและนม เพื่อเป็การเพิ่มพลังและลดความเหนื่อยล้าให้กับทุกคน ซึ่งของว่างเ่าั้สร้างความประหลาดใจให้กับจ้าวหลงเป็อย่างมาก
“พี่จ้าวหลง ท่านทำผ้าเช็ดหน้าตกขอรับ” หนิงเจี๋ยรีบบอกเมื่อเห็นว่าจ้าวหลงกำลังจะเดินพ้นประตูบ้าน ซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่หนิงลี่มองเห็นลายปักบนผ้าเช็ดหน้าพอดี
“ลายปักบนผ้าเช็ดหน้าของท่านช่างมีลวดลายสวยงามมากเลยเ้าค่ะ” หนิงลี่มองผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือหนิงเจี๋ย พร้อมกับคิดถึงแผนการหาเงินที่สามารถนำมาผสมผสานกับงานถักของนางได้อีก “เป็ผู้ใดปักหรือเ้าคะ”
“ท่านแม่กับเยว่เอ๋อเป็คนปักน่ะ” จ้าวหลงตอบพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าจากมือเจี๋ยเอ๋อมาถือไว้ในมือตน
“ท่านป้าทำเป็งานอดิเรกหรือเ้าคะ หากว่าข้าอยากชวนท่านป้ามาหารายได้ด้วยกัน พี่จ้าวหลงคิดว่าท่านป้าจะสนใจหรือไม่” หนิงลี่ถามตาเป็ประกาย
จ้าวหลงหัวเราะเบาๆ เพราะเขาคุ้นเคยกับหนิงลี่และน้องๆ มาั้แ่เด็กแล้ว เมื่อเห็นว่าหนิงลี่ยังทำตัวเหมือนเด็กไม่เปลี่ยน เขาก็อดที่จะขำไปกับท่าทางของนางไม่ได้ “เ้าก็ยังทำตัวเป็เด็กเหมือนเดิม อย่าลืมสิว่าตอนนี้เ้าออกเรือนไปแล้ว หยางฟาง...เหตุใดเ้าถึงไม่ดูแลภรรยาของเ้าให้ดี”
“นางเป็อย่างนี้ก็ดีแล้ว ข้าชอบที่นางเป็แบบนี้ที่สุด” เซียวหยางฟางตอบอย่างไม่นึกอาย อีกอย่างเขากับจ้าวหลงมีอายุเท่ากัน ตอนนี้ตัวเขาแต่งงานมีภรรยาแล้ว แต่จ้าวหลงยังไม่มีแม้แต่คู่หมั้น ความสุขของการมีภรรยาอย่างนี้เขาอยากจะอวดจริงๆ
“เ้านี่ก็เป็ไปกับนางด้วย เอาเถอะลี่เอ๋อ เดี๋ยวกลับบ้านข้าจะไปถามท่านแม่กับเยว่เอ๋อให้ก็แล้วกัน หากว่าพวกนางมีความคิดเห็นอย่างไร ข้าจะกลับมาบอกเ้าในภายหลัง” จ้าวหลงพูดจบก็ขอตัวกลับ
“ไอ้เด็กเนรคุณนั่นมันเห็นข้าเจ็บแล้วยังไม่เข้ามาช่วย คอยดูเถอะต่อไปหากพวกมัน้าความช่วยเหลือ ข้าจะไล่พวกมันไปให้ไกลๆ เลย” แม่เฒ่าหนิงพูดขึ้นอย่างเจ็บใจเมื่อเห็นว่าหนิงเจี๋ยเมินเฉยและไม่เข้ามาช่วยพยุงตัวเอง
“บ้านเราตัดสัมพันธ์กับพวกเขาไปแล้วไม่ใช่หรือขอรับ เอาเถอะขอรับ ท่านแม่ก็อย่าไปสนใจพวกเขาอีกเลย บ้านของเรามีเด็กอัจฉริยะอย่างหลานเอ๋อ และสตรีที่งดงามพร้อมอย่างหลิงเอ๋ออยู่แล้ว ในอนาคตครอบครัวของเราจะต้องร่ำรวยเพราะลูกๆ ของข้า ตัดเ้าพวกเด็กไม่มีประโยชน์นั่นออกไปได้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือขอรับ” หนิงหย่งบอกกับมารดา
“แต่วันนี้ข้าเห็นพี่จ้าวหลงเดินมากับเ้าเด็กหนิงเจี๋ยนะเ้าคะท่านพ่อ ดูท่าทางพวกเขาจะสนิทสนมกันมากด้วย หากว่าเราจะใช้หนิงเจี๋ยให้ช่วยข้าเื่พี่จ้าวหลงล่ะเ้าคะ” หนิงไป๋หลิงพูดขึ้น
“นั่นสิ ข้าก็ลืมนึกถึงเื่นี้ไปเลย” แม่เฒ่าหนิงทำท่าคิด “หลิงเอ๋อ พรุ่งนี้เ้าก็เดินไปดูที่บ้านหลังนั้นสักหน่อย ดูว่าพวกมันกำลังทำอะไรกันอยู่ หากเป็ไปได้ เ้าก็ไปพาเ้าเด็กหนิงเจี๋ยมาหาย่า ย่าจะบอกให้มันช่วยเหลือเ้าเื่เ้าหนุ่มจ้าวหลงเอง หากมันไม่ช่วย ย่าจะตีมันให้ตายเลยคอยดู”