ตอนที่ 138 โลกยุคโบราณ 2
ทั้งสามเงยหน้ามองตามอัลเบิร์ตและรู้ว่าพืชในโลกนี้คงมีคุณค่ามากมายมหาศาลถ้าค้นหาคุณค่าเจอละก็นะพวกเขาจึงยกหน้าที่นี่ให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างอัลเบิร์ตไปแล้วกัน
ตอนนั้นอัลเบิร์ตก็ก้มหน้าลงหันมาสอบถาม
“แล้วพวกคุณจะไปไหนกัน”
พวกเขามองหน้าก่อนที่เซล่าจะเอ่ยปากบอกออกไปก่อนว่า“หอการค้าหีบสมบัติค่อนข้างสนใจพวกแร่และหินในโลกนี้อาจจะค้นพบวัตถุที่ใช้ผลิตอุปกรณ์พิเศษได้พวกเรามาหาก็เพื่อถามว่าจะขอออกไปสำรวจด้วยได้ไหม?”
“ได้ที่นี่กว้างขวางยิ่งมีคนมากยิ่งสำรวจได้ไว”
อัลเบิร์ตตอบรับอย่างไม่คิดมากยังไงซะภารกิจของทั้งสองก็เป็นคนละส่วนกับกลุ่มบริษัทพวกเขา
ส่วนลุคก็ได้แต่ตามไปเท่านั้น เพื่อดูสถานการณ์เขาไม่ได้เข้ามาที่นี่เพื่อวิจัยพืชหรือค้นหาแร่มีค่าอะไรเนื่องจากถ้าว่ากันตามจริงแล้วลุคเป็นพวกกิลด์มากกว่า
กิลด์ทำอย่างเดียวคือการล่ามอนสเตอร์ฮันเตอร์อย่างเขาเหมาะในการล่ามอนสเตอร์ส่วนการตามไปตอนนี้เพื่อทำความคุ้นเคยกับโลกยุคโบราณนี้รวมทั้งการใช้แหวนเครือข่ายไกอาสแกนพื้นที่สร้างแผนที่ขึ้นมาเพื่อใช้ในการล่าของฮันเตอร์ในกิลด์เทพศาสตราวุธในอนาคต
กลุ่มบริษัทและพวกเขาเดินทางแยกออกมาจากหน้าประตูราว ๆ 500 เมตรซึ่งค่อนข้างไกลกว่ากลุ่มอื่น ๆ มาก แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะระยะใกล้ ๆนั้นถูกคนอื่นพากันแย่งตรวจสอบไปแล้ว
พลังจากเลือกสถานที่ได้พวกเขาก็ตั้งตรงนี้เป็นจุดศูนย์กลางการตรวจสอบการทำแบบนี้จะช่วยในการกำหนดขอบเขตเป็นพื้นที่ได้ ช่วยให้ไม่พลาดสิ่งใดไป
ในกลุ่มบริษัททุกคนเป็นเหนือมนุษย์กันและนอกจากนั้นยังมีบางคนที่เป็นนักวิจัยด้วยคนพวกนี้คือแกนหลังสำคัญในการเข้ามาเก็บตัวอย่างพืชในโลกยุคโบราณนี้
นักวิจัยเปิดใช้งานช่องเก็บของมิติเอาเครื่องมือที่ราวกับอุปกรณ์บางอย่างออกมา
“มันคืออะไร?”ลุคถามด้วยความสนใจนี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“เครื่องอ่านค่าพลังงาน ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆก็คือสิ่งมีชีวิตมีพลังงานหลายชนิด พลังงานต่างมิติคือหนึ่งในนั้นเครื่องนี้สามารถแยกพลังงานเหล่านั้นและอ่านออกมาเป็นตัวเลขได้ช่วยให้ค้นหาพืชที่มีค่าบางชนิดไปแบบคร่าว ๆ” อัลเบิร์ตอธิบายสั้น ๆ
“เครื่องนี่คงไม่ใช่อุปกรณ์ไฟฟ้าสินะ”
“ใช่ อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้งานที่นี่ไม่ได้มันเป็นเครื่องตรวจจับที่ใช้เทคโนโลยีโลกต่างมิติที่อาศัยพลังงานต่างมิติคล้ายกับแหวนเครือข่ายไกอา จึงไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นพลังงานแต่ว่าก็มีเครื่องแบบนี้ไม่มาก” อัลเบิร์ตตอบอย่างไม่ปิดบัง
ลุคพยักหน้าเข้าใจเครื่องแบบนี้น่าจะเป็นอุปกรณ์เฉพาะทางวิทยาศาสตร์ก็ไม่แปลกที่จะมีไม่มากและจากท่าทีของพวกเขาแล้วระวังการใช้งานเครื่องนี้อยู่ไม่น้อยแสดงว่ามันต้องมีค่ามาก
อัลเบิร์ตสั่งให้คนเริ่มเดินเครื่องหลังจากนั้นเครื่องก็เริ่มสแกนต้นไม้โดยรอบอย่างเชื่องช้าแต่นักวิจัยกลับยืนดูอย่างใจเย็นขณะที่แววตาก็มองหน้าจอและเผยความตื่นตะลึงออกมาบ้างเป็นครั้งคราว
ส่วนคนอื่น ๆ ก็เริ่มเก็บตัวอย่างตามคำสั่งของอัลเบิร์ต ในระยะแค่ 50เมตรพวกเขาก็ง่วนอยู่กับการก้มหน้าใช้คีมคีบชิ้นส่วนต้นไม้นั้นต้นหญ้านี้ไม่หยุดแต่ลุคก็ค่อนข้างสนใจพืชพวกนี้ เนื่องจากมันดูใหญ่โตและดูมีชีวิตชีวามาก
“เราจอของดีเข้าแล้ว”หนึ่งในนักวิจัยรีบเรียกอัลเบิร์ตให้ไปดูที่หน้าจอก่อนจะชี้ไปที่ใต้ดินตรงโคลนต้นไม้ต้นหนึ่งที่สูงราว ๆ 1 เมตรใบหน้ามันราวกับสาหร่ายที่ลู่ไปกับพื้น
“เก็บตัวอย่างมันมา” อัลเบิร์ตสั่งการ
นักวิจัยสองคนเดินเข้าไป ก่อนที่จะนั่งลงแต่พริบตาที่แตะโดนต้นไม้อยู่ ๆ ใบของมันก็เคลื่อนไหวและโจมตีใส่ทั้งสองคนใบที่เหลือสาหร่ายมัดพันทั้งตัวจนยากจะดิ้นหลุดได้
ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะตอบสนองแบบนี้ เหนือมนุษย์ระดับ C 5 คนเคลื่อนไหวในทันทีพร้อมกับดาบยาวตัดใส่ต้นไม้นั้นจนใบพวกมันขาด
พืชต้นนั้นรีบใช้ใบอื่นโจมตีใส่เรื่อย ๆ แต่สุดท้ายก็โดนตัดใบจนหมดก่อนที่อัลเบิร์ตจะสั่งให้คนขุดมันขึ้นมาเลยเห็นว่ารากของมันนั้นเป็นสีดำสนิทคล้ายกับผิวหนังมนุษย์ส่วนโคลนใบที่โดนตัดก็เริ่มมีการใบออกมาใหม่
“เก็บตัวอย่างไปให้หมดนี่เป็นหนึ่งในพืชที่แตกตัวได้เร็วเซลล์ของมันคุ่มค่าในการนำกลับไปวิจัย”อัลเบิร์ตพูดกับของตัวเอง
ลุคในตอนนี้เบิกตากว้างมองดูต้นไม้นั้นด้วยความสนใจเขาลองใช้สารานุกรมพืชสมุนไพรที่ปลดล็อกทุกระดับแล้วตรวจสอบดูก็ไม่พบว่านี่คือพืชสมุนไพรอะไรนั้นหมายความว่ามันคือพืชสมุนไพรชนิดใหม่
“ยังไม่ทันไรพวกเขาก็เก็บเกี่ยวกันได้แล้ว”ลุคกล่าวขึ้นมาพลางถอนหายใจและคิดว่าเขาจะเรียนปรุงยาดูไหมอาจจะมีความรู้และวิจัยเกี่ยวกับพวกพืชสมุนไพรได้บ้างแบบนั้นคงทำเงินได้ไม่น้อย
แต่พอคิดดูเขาก็ส่ายหัวมันเสียเวลามากเกินไปและรู้ว่าเขาก็ไม่ได้หัวดีด้วย เลยไม่เหมาะในการเป็นนักปรุงยา
หลังจากดูพวกเขาสักพักลุคพบว่าเซล่าและริโอน่าหายไปก่อนจะเห็นว่าทั้งสองอยู่ห่างไปราว ๆ 50 เมตรกำลังนั่งยอง ๆและตรวจสอบหินขนาดใหญ่ประมาณ 2 เมตรก้อนหนึ่งอยู่โดยในมือของทั้งสองมีแท่งทรงกระบอกยาวราว ๆ 1 ศอกได้จ่อไปที่ตัวก้อนหิน
เขากระโดดตามไปดูอย่างสน ก่อนจะเข้าไปถามทั้งสองคน
“กำลังทำอะไรกันอยู่”
“กำลังใช้เครื่องมืออ่านค่าส่วนประกอบของหินอยู่”ริโอน่าหันมากล่าวแทน
“ได้อะไรไหม?”
“ได้หินพวกนี้ถูกหล่อเลี้ยงไปด้วยพลังงานทำให้ตัวมันเองก็เป็นวัตถุดิบระดับสูงเลย”
“สูงแค่ไหน?”
“ก็ถ้าเอามาไปทำโล่หรือดาบหินก็สามารถจัดเป็นอุปกรณ์พิเศษระดับ F คุณภาพ 3 ดาวได้เลย”
ลุคได้ยินก็อึ้งไปในทันที หินพวกนี้มีเกลื่อนทั้งพื้นที่แถวนี้แต่มันกลับสามารถเอาสามารถเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์พิเศษระดับ F 3 ดาวได้เลย
ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าโลกมนุษย์ช่างขาดแคลนวัตถุดิบที่ทรงพลังมากนักเพราะดูอย่างโลกใบนี้ ขนาดแค่หินพวกนี้ยังสามารถเอาไปสร้างของระดับ F ได้เลย
“แต่ว่ามันก็มีข้อเสียคือน้ำหนักที่มากเกินและเทอะทะมากไปคงมีไม่มีกี่คนที่สนใจอาวุธหนักแบบนี้” เซล่ากล่าวเสริม
‘ถ้าขนพวกมันไปทำพื้นหินที่ตึกกิลด์คงจะดีไม่น้อย’ ลุคคิดเล่น ๆแต่พอคิดดูแล้วก็น่าสนใจ เขาเลยเสนอความคิดของตัวเองออกมา“ใช้มันทำพื้นห้องฝึกฝนได้ไหม ยิ่งมีปริมาณมากน่าจะเหมาะด้วย”
สองสาวหันมามองหน้าลุคพร้อม ๆ
“นี่...พวกเรายังไม่คิดถึงขนาดนั้น แต่ว่าก็น่าจะได้” เซล่ากล่าวแต่ยิ่งคิดถึงความเป็นได้แววตาเธอก็เป็นประกายมากยิ่งขึ้นถ้าไม่เหมาะเอามาสร้างอาวุธ แต่จะทิ้งไปเฉย ๆ ก็น่าเสียดายความทนทานของพวกมันสามารถเอามาทำพื้นหินสำหรับพวกสนามประลองหรือห้องฝึกฝนให้กับพวกกิลด์ต่าง ๆก็ทำให้หินพวกนี้แสดงมูลค่าของมันออกมาได้อย่างเต็มที่
เพราะพวกมันไม่ต้องทำอะไร แต่รองรับพลังทำลายสูง ๆ ได้ก็พอแล้ว
“ที่จริงฉันว่ามันยังเหมาะกับอีกอย่างด้วย อย่างเช่นหัวกระสุนปืนแต่คงต้องไปปรับกันอีกหน่อย”
“ความคิดคุณสุดยอดมาก”
“คุณหนู เราหาพวกมันเพิ่มกันเถอะ”
“อืม”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยด้วย”
พวกเขาช่วยกันค้นหาจำนวนหินที่นี่ตลอดทั้งวันและพบว่าหินแบบนี้แทบจะหาพบได้ทั่วทั้งป่าก่อนจะทำแผนที่ของป่าหินแห่งนี้ไว้ก่อน มูลค่าของหินพวกนี้มากมายมหาศาลนักโดยเฉพาะถ้าเอาพวกมันมาทำแบบที่ลุคบอก
...
พวกเขาตรวจสอบช่วงเวลาของที่ก่อนจะพบว่าโลกใบนี้มีเวลาใกล้เพียงกับโลกมนุษย์อยู่ที่ 24 ชั่วโมง 30 นาทีตอนที่เข้ามาในโลกนี้พวกเขาเข้ามาตอนเช้า แต่เวลาเริ่มจะถึงช่วงเย็นแล้ว
ไม่มีใครประมาททุกคนวางแผนจะกลับไปรวมกันคลื่นอื่น ๆ ก่อน
คนอื่น ๆคิดแบบเดียวกันพวกเขาไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรตอนกลางคืนเลยกลับมาที่นี่ทุกคนเริ่มหาที่ว่างที่กว้างพอให้กลางเต็นท์นอนพักกันแต่ว่าในช่วงเย็นก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกก็มีการโจมตีจากฝูงมอนสเตอร์
“ระวังมีมอนสเตอร์มาจากด้านบนต้นไม้”นายทหารที่ค้นพบรีบแจ้งเตือนทุกคน
ทุกคนต่างเงยหน้ามองไปยังด้านบนของต้นไม้พวกเขาก็พบว่ามีมอนสเตอร์บางอย่างกำลังกระโดดไปตามกิ่งไม้
“เครื่องตรวจจับบอกว่ามันเป็นมอนสเตอร์ที่คล้ายกับมอนสเตอร์จำพวกทากดูดเลือดถึง74% ขนาดตัวประมาณ 2-5 เมตรระดับพลังอยู่ที่ระดับ B – E” เจ้าหน้าที่ทหารรีบเปิดเครื่องสแกนพื้นที่ซึ่งเป็นอุปกรณ์เฝ้าระวังที่ติดตั้งไว้รอบ ๆ ที่นี่
“มีกันกี่ตัว” กุสตาฟถามขึ้น
“ประมาณ 3-400 ครับ”
“มากขนาดนี้เชียว” อีคอนขมวดคิ้วในทันที
“พวกเรา 5 คนรับมือพวกตัวระดับ B สั่นพวกที่เหลือสั่งให้ทุกคนฆ่าพวกมันให้หมด ใช้อาวุธหนักได้เลย”กุสตาฟกล่าวอย่างเด็ดขาด
สัญญาณเตือนเหนือมนุษย์ทุกคนที่กระจายกันอยู่รอบ ๆ ที่พัก
“สัญญาณเตือนมีมอนสเตอร์โจมตี”ลุครีบดีดตัวลุคขึ้นอย่างระวังสิ่งแรกที่ทำคือถอยไปหาพวกทหาร เพราะพวกนี้มีระดับ B อยู่และยังมีอาวุธหนักด้วย
เซล่าและริโอน่าตอบสนองตามลุคทันที ถึงพวกเขาเชื่อว่าจะจัดการได้แต่ก็ไม่ควรประมาทและดูสถานการณ์ไปก่อน พร้อมทั้งเก็บพลังในร่างไว้ด้วย
“เป็นมอนสเตอร์อะไร” เซล่าถามอย่างระวัง
“คุณหนู พวกมันเหมือนตัวทากดูดเลือดใช้การดีดตัวเพื่อเคลื่อนไหวไปบนต้นไม้คุณหนูระวังไว้ด้วยในหมู่พวกมันมีตัวที่แข็งแกร่งมากอยู่ด้วย” ริโอน่ากล่าว
ลุคมองอย่างตื่นตัวตอนนั้นพวกทหารก็สาดกระสุนปืนและอาวุธหนักไปยังทากดูดเลือดบนต้นไม้ พวกระดับ E พากันโดยยิ่งร่วงตกลงมาจากต้นไม้แต่พวกมันก็ยังไม่ตายจึงไล่โจมตีคนอื่น ๆ
การโจมตีของทากดูดเลือดพวกนี้ค่อนข้างน่าตกอยู่ไม่น้อยมันใช้วิธีการตั้งตัวตรงและยิงกระสุนที่สร้างมาจากโลหิตซึ่งจับกันแข็งตัวจนทานไม่ต่างจากโลหะพิเศษแถมตอนยิงกระสุนโลหิตที่ออกมาจากปากก็ยังมีเสียงดังไม่ต่างจากกระสุนปืนอีกด้วย
ปัง! ๆ ๆ
ทุกคนตื่นตกใจมากที่เจอกับมอนสเตอร์ที่มีความสามารถโจมตีระยะไกลที่คล้ายกับอาวุธปืนแบบนี้เป็นครั้งแรก
“หลบเร็ว!” ริโอน่าคว้าตัวของเซล่าไปหลบหลังก่อนหิน
ลุคเองก็ไม่ได้ช้าไปกว่ากันเขาเห็นถึงการโจมตีและพวกเหนือมนุษย์ที่อยู่ด้านหน้าสุดโดนกระสุนโลหิตก็ไปหลบหลังต้นไม้แล้ว
ปัง! ๆ ๆ ๆ
กระสุนโลหิตยิ่งอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพียงจากแค่พวกตัวที่ตกลงมาเท่านั้น แต่มาจากตัวที่อยู่บนต้นไม้ด้วยทำให้พวกทีมสำรวจนั้นเสียเปรียบในเรื่องของตำแหน่งในทันทีเพราะมุมมองในการยิงของพวกมันนั้นกว้างกว่ามาก
ถึงอย่างนั้นฝ่ายของทีมสำรวจก็มีระดับ B 5คนบินขึ้นไปบนฟ้าด้วยอุปกรณ์ที่ต่างกันออกไป เพื่อฆ่าพวกมัน
อีคอนขยายร่างขนาดใหญ่ก่อนจะใช้ความแข็งแกร่งกระโดดไต่ไปตามต้นไม้ราวกับลิงยักษ์ก่อนจะทุบพวกมันจนเลอะคาต้นไม้ แถมด้วยความร่างใหญ่ของพลังพรสวรรค์ไททันทำให้ความทนทานต่อกระสุนโลหิตได้
มีระดับ B อีกคนที่มีพลังพรสวรรค์เดินชมเมฆเป็นพรสวรรค์ที่ทำให้เดินในอากาศได้ ลุคเคยได้ยินมันมาก่อนเพราะนี่เป็นพลังพรสวรรค์ของผู้อำนวยการสำนักงานเหนือมนุษย์เมืองใกล้ ๆของเมืองปลายฝนที่ชื่อว่า ฟินก้าชายคนนี้วิ่งบนอากาศไม่ต่างจากพื้นดินและฆ่ามอนสเตอร์ทากดูดเลือดพวกนั้นด้วยดาบยาวสองมือได้อย่างง่ายดาย
ก่อนที่อีคอนและฟินก้าเป็นระดับ B สองคนที่เปิดใช้พลังพรสวรรค์และกำลังรบหลักในการจัดการกับทากดูดเลือดระดับB
ส่วนอีกสามคนก็อาศัยพลังกายและชุดเกราะต้านแรงโน้มถ่วงรุ่นใหม่ซึ่งทำงานหลักการเดียวกับยานเหาะ แค่ย่อส่วนทั้งขนาดและกำลังขับเคลื่อนลงมาพวกเขาอาศัยพลังกายผสานกับเครื่องบินไปฆ่าพวกมันตรง ๆ
ไม่รู้ว่าทั้งสามไม่มีพลังพรสวรรค์หรือเพราะมีแค่ไม่คิดจะใช้กันแน่แต่ไม่ว่าอย่างไหนสะถานการณ์ก็กลับมาอยู่ในการควบคุมอย่างรวดเร็ว
“ต้องฆ่าพวกมัน” ลุคสนใจไอเทมที่มอนสเตอร์พวกนี้
“ฉันจะไปทางขวา” เซล่ากล่าว ก่อนจะกระโจนออกไปตอนนี้ทุกคนกำลังรับมือกับมอนสเตอร์ทากดูดเลือดฝูงนี้อยู่พวกเขาก็ไม่สามารถเอาแต่หลบได้
ริโอน่าไม่กล่าวมาก เธอรีบตามไปเซล่าไปเพราะเธอมีหน้าที่ในการปกป้องคุณหนู ส่วนลุคเขาเห็นแบบนั้นก็ไปทางขวาซึ่งใกล้กับใจกลางค่อนข้างมาก และมีมอนสเตอร์ทากดูดเลือดตกลงมาเยอะมากแต่ว่าส่วนใหญ่เป็นแค่พวกระดับ Dเท่านั้นจึงเหมาะในการที่จะให้เขาสู้ด้วย
“ถือเป็นการทดสอบพลังระดับ D ไปด้วยแล้วกัน”ลุคทะยานร่างใส่มอนสเตอร์ทากดูดเลือดตัวที่ใกล้ที่สุดในทันที