ได้ยินวั่งซูและหูเฟิงก็ผงะไป
นี่ขนาดไม่ใช่รางวัลที่แท้จริงนะ!
แล้วถ้าแท้จริงมันเจ๋งขนาดไหนล่ะนี่?
ในความเห็นของพวกเขาการเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างฉับพลันเช่นนี้เป็นอะไรที่น่าทึ่งมากแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสําหรับชายหนุ่มมันจะเป็นเพียงเรื่องจิ๊บจ๊อยเรื่องหนึ่ง
อา...น่าทึ่งจริงๆ!
เทาก้านเองก็อดไม่ได้ที่มองอย่างตื่นตะลึงเช่นกันเพราะถึงเขาจะสัมผัสอะไรไม่ได้แต่จากเมื่อกี้นี้เขาสามารถบอกได้เลยว่ามันเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก
ไม่ช้าชายหนุ่มก็เริ่มเอ่ยด้วยเสียงลุ่มลึกอีกครั้ง“ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะมาจากเต๋าหรืออะไรก็ตามแต่สุดท้ายแล้วพวกมันล้วนแตกแขนงออกไปตามเส้นสาย พลังเองก็เช่นกันไม่ว่าจะเป็นพลังใดๆ หรือพลังปราณหากมุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างและผลักดันให้ถึงขีดสุดแล้วต้องคิดในทางตรงกันข้ามและกระทําในสิ่งที่แตกต่างเพราะอย่างนั้นการเปลี่ยนแปลงล้วนเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ…’’
ขณะที่การถ่ายทอดของชายหนุ่มเริ่มขึ้นวั่งซูก็ไม่รอช้าที่จะทําสมาธิและพยายามซึมซับมันเหมือนก่อนหน้า
ทางหูเฟิงเองก็เช่นกันแม้เมื่อครู่เขาจะไม่สามารถได้รับประโยชน์อะไรจากมันได้เลย แต่คราวนี้ดูเหมือนนว่าเขาจะสามารถเข้าถึงและเอะใจกับมันได้
ไม่ช้าภายใต้การถ่ายถอดของชายหนุ่ม วั่งซูและหูเฟิงก็เริ่มรู้แจ้งถึงบางอย่างพลังภายในร่างของพวกเขาจึงค่อยๆมีการเปลี่ยนแปลงให้เห็น
อย่างไรก็ตามวั่งซูเป็นคนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดพลังปราณของเขาที่จากเดิมเป็นเส้นตรงได้ถูกเขาโคจรและปรับเปลี่ยนมันให้กลายเป็นไหลย้อนกลับ
แน่นอนว่าถ้าเป็นคนธรรมดาหรือผู้บ่มเพาะรวมไปถึงผู้บําเพ็ญเพียรหากไร้ความสามารถและประสบการณ์พวกเขาจะไม่พ้นความวอดวายที่จะต้องถูกธาตุไฟเข้าแทรก
อย่างไรก็ตามเมื่อสามารถทํามันได้แล้วคนผู้นั้นจะก้าวขึ้นสู่ความแข็งแกร่งของพลังอย่างแท้จริงพลังที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจะมีมัน...ตาลปัตรวัฏสาร!
ตาลปัตรวัฏสารคือ รูปแบบการเดินพลังในร่างทุกชนิดให้ไหลย้อนกลับมีเพียงคนที่มีพรสวรรค์เท่านั้นที่จะทําได้ ไม่ก็ใช้วิธีการพิเศษบางอย่าง
ซึ่งหากเปรียบเทียบความสามารถคงกล่าวได้ว่าหากการโคจรตามแบบดั้งเดิมหรือพุ่งไปข้างหน้าแล้วหมายความว่าเส้นทางการทําให้มันไหลย้อนกลับและหมุนวนก็จะกลายเป็นเส้นทางที่มีความคงทนและแข็งแกร่งมากขึ้นอาจบอกได้ว่าเส้นทางเส้นนั้นที่มีความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับอะไร มันล้วนเป็นหนึ่ง!
ดังนั้นแล้วเมื่อวั่งซูสามารถเปลี่ยนมันได้พลังปราณในร่างของเขาจึงเข้าสู่รูปแบบตาลปัตรวัฏสารส่งผลให้พลังปราณของเขาแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นทั้งนี้เมื่อรวมเข้ากับรากฐานเต๋าที่ได้รับเมื่อครู่ มันได้ทําให้ความแข็งแกร่งของเขาเสถียรขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถึงจะอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังคงไม่ได้หยุดบรรยายเขาเอ่ยด้วยนํ้าเสียงลุ่มลึกเช่นเคย “แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นทุกสิ่งก็ไม่ได้จบและถูกหยุดอยู่ที่จุดสูงสุดเสมอไปมันล้วนสามารถพัฒนาและก้าวข้ามขีดจํากัดไปได้ เพราะอย่างนั้นไม่ว่าจะเป็นอะไรหรือพลังพวกมันล้วนไร้ขอบเขต!’’
เป็นอีกครั้งที่วั่งซูเริ่มซึบซับมันและตะหนักได้
จริงด้วย!พลังปราณก็เปรียบเสมือนเส้นทาง หากขัดเกลามันได้แล้วทําไมจะสร้างมันเพิ่มไม่ได้?
แน่นอนว่าไม่!
วูบ!
พริบตาพลังปราณในร่างของเด็กหนุ่มบังเกิดความเปลี่ยนแปลงพวกมันถูกสร้างขึ้นและหลอมรวมกับพลังปราณดั้งเดิม ไม่ช้าพลังปราณของเขาก็ข้ามขีดจํากัดไปอีกขั้นแม้จะเป็นอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ยังคงรู้สึกว่าสามารถทําเช่นนี้ได้อีกเขาจึงทํามันไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าจะไม่สามารถรับไว้แล้วจึงหยุด
“ดังนั้นเมื่อมันไร้ขอบเขตแน่นอนว่ามันต้องไร้ซึ่งวิธีการเช่นกัน!’’ เป็นอีกครั้งที่เสียงลุ่มลึกดังขึ้น
ส่งผลให้วั่งซูที่รู้สึกว่ามาถึงจุดสิ้นสุดแล้วก็บังเกิดความมุ่งมั่นและตื่นเต้นไม่ช้า ด้วยความคิดที่รวมกับคําสอนเมื่อครู่นี้เขาได้ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างอีกครั้ง
ไร้ซึ่งวิธีการ?
งั้นก็ทําให้มันคลั่งเสียจนไม่เสถียรก็สิ้นเรื่อง!
“อั๊ก!’’แต่แล้วเมื่อวั่งซูเริ่มทําในสิ่งที่คิด เขาก็กระอักเลือดออกมา
แน่นอนว่าหลังจากวั่งซูลองที่จะทําดูมันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ผิดพลาดเพราะการทําให้พลังปราณคลั่งจนเกิดความซับซ้อนยากสุดหยั่งไ
ด้มันเป็นอะไรที่ไม่สามารถทําได้ ยกเว้น มู่หลิน!
ในอดีตความคิดของเด็กหนุ่มเป็นสิ่งที่มู่หลินเคยกระทําและก็เคยผิดพลาดมาหลายครั้งถึงจะอย่างนั้นในตอนที่เขาขึ้นสู่จุดสูงสุดเขาก็ทําสําเร็จและถือเป็นคนเดียวที่อยู่ในจุดสูงสุด
จุดสูงสุดของพลัง!
ดังนั้นเมื่อมู่หลินรับวั่งซูเป็นศิษย์ด้วยประสบการณ์และความสามารถด้านการถ่ายทอดความรู้เขาจึงสามารถสอนให้อีกฝ่ายผลักดันพลังไปให้ถึงขีดสุดได้อย่างสิ้นเชิงดังนั้นแล้วในสายตาของเขาการกระอักเลือดของอีกฝ่ายถือเป็นเพียงความผิดพลาดเล็กน้อยเท่านั้น
ทว่า!
ทว่ามันไม่ใช่ความผิดพลาดแห่งการล้มเหลว...แต่เป็นตัวแทนแห่งความสําเร็จต่างหาก!
หลังจากที่วั่งซูผิดพลาดจนกระอักเลือดเด็กหนุ่มก็ได้ใช้โอกาสนั้นผลักดันพลังปราณให้ไปถึงขีดสุดตามเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ส่งผลให้เขาสามารถทําสําเร็จในที่สุด
ฉับพลันในวินาทีต่อมา เมื่อเด็กหนุ่มลองโคจรมันพลังปราณพลันบังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากพลังที่ไม่เสถียรมันได้กลับกลายเป็นเสถียรและทรงพลังมากขึ้นส่งผลให้การไหลย้อนกลับของกระแสพลังหมุนวนด้วยความเร็วสูงมันเร็วซะจนราวกับพะยุอย่างไรอย่างนั้น
ทั้งนี้ดูเหมือนว่ามันจะซึมซับเข้ากับร่างกายของเขาอีกด้วยเขาที่สัมผัสได้ว่าพวกมันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันจึงรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก!
บัดนี้วั่งซูได้มาถึงจุดสูงสุดของพลังแล้ว!
จุดสูงสุดแห่งพลังทั้งปวง...เคล็ดพลังเทวะวิบัติ!
เคล็ดพลังเทวะวิบัติไม่ใช่เคล็ดวิชาพลังทั่วไปแต่มันเป็นสิ่งที่สามารถทําให้ทั่วทั้งแดนเต๋าโกลาหลได้เพราะในครั้งนั้นยามที่มู่หลินคิดค้นวิชานี้สําเร็จความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นมากโข ไม่อย่างนั้นแล้วในสงครามวิบัติโกลาหลเขาคงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และสูญสิ้นจิตวิญญาณไปแล้วก็ได้…
อาจบอกได้ว่าถ้ามันตกไปอยู่ในมือของผู้บ่มเพาะผู้บ่มเพาะคนนั้นก็จะไร้ผู้ต่อกรอย่างสิ้นเชิงดังนั้นมู่หลินจึงต้องการให้ศิษย์ของเขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่คนในระดับเดียวกันได้แต่แหงนหน้ามอง!
นั่นแหละถึงจะสมเป็นศิษย์ของเขา!
ศิษย์แห่งมู่หลิน!