โชคดีที่ขากลับจากค่ายสานสัมพันธ์อะไรนั่นพวกเราไม่ต้องนั่งรถคันเดียวกับพวกสเต็ปเทพอีก จึงทำให้เราได้ใช้เวลาที่เหลือในการพักผ่อนเตรียมตัวรับวันเปิดเทอมอย่างสงบสุข
“แกว่าเราจะได้อยู่ห้องไหนกันอ่ะ”
“ก็รีบเดินสิจ๊ะ จะได้รู้กันสักที” ฉันตอบยัยแจงไป
ตอนนี้พวกเราทั้งห้าคนกำลังเดินไปยังอาคารอำนวยการเพื่อตรวจสอบรายชื่อตามห้องเรียน นักเรียนเกรด10 ทุกคน ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ในเวลานี้เพื่อมาดูป้ายประกาศ
ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมโรงเรียนไม่ประกาศชื่อผ่านอินเทอร์เน็ตวะ นี่มันยุคไหนแล้ว ให้ทุกคนมามุงดูที่เดียวกันแบบนี้เพื่ออะไรเนี่ย คนก็เยอะ ร้อนก็ร้อน โอ๊ย หงุดหงิด!
“ขอทางหน่อยค่ะ!” ฉันเผลอะโออกไปด้วยความหัวร้อนทำให้ทุกคนหันมามองเป็ตาเดียวกันก่อนจะค่อยๆ เปิดทางให้เราเข้าไปดูรายชื่อ
“ยังหวังว่าจะได้อยู่ห้องเออีกเหรอ โง่ๆ อย่างพวกเธอควรไปดูรายชื่อจากห้องท้ายๆ มากกว่านะ” และเ้าของเสียงดัดจริตกับถ้อยคำดูถูกแบบนี้จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก...ยัยแอ๋ม
“อุ๊ย ดูสิ ชื่อของเราทั้งกลุ่มได้อยู่ห้องบีที่เป็ห้องควีนด้วยแหละ” ยัยพิมพูดเน้นเสียงพร้อมเล่นหน้าเล่นตาใส่พวกฉัน
ฉันว่ายัยนี่ร้ายกาจกว่าที่คิดไว้เยอะเลยแฮะ
“พิมดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ” อยู่ๆ รถเมล์ก็เอ่ยเสียงใสขึ้นมาด้วยแววตาใสซื่อ “รถเมล์ได้ยินว่าพวกเก่งๆ น่ะได้อยู่ห้องเอ ส่วนห้องบีก็แค่รวมเด็กบริจาคที่อยากเด่น”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โอ๊ยยย สรุปที่ได้อยู่ห้องควีนนี่ก็คือยัดเงินนี่เอง ว่าแล้วเชียว เพราะหน้าตาอย่างพวกเธอดูยังไงก็โง๊ โง่!” ยัยแจงแขวะกลับได้เจ็บแสบมาก
“เห่าไปเถอะย่ะ ยังไงพวกหล่อนก็หนีความจริงไม่ได้อยู่ดี” ยัยพิมหัวเราะทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไป
ฉันล่ะอยากจะกระชากหนังหัวแม่นั่นลงมาฟัดซะชุดใหญ่ให้รู้แล้วรู้รอด
แล้วนี่สรุปฉันอยู่ห้องไหนเนี่ย???
“เอฟ” รถเมล์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “พวกเราอยู่ห้องเอฟกันหมดเลย”
“ห้องเอฟนี่หมายความว่าเราโง่ที่สุดรึเปล่าเนี่ย” ฉันถามกลับ
ตอนนี้เหลือแต่กลุ่มพวกเราที่ยังยืนบื้ออยู่หน้าป้ายประกาศที่อาคารอำนวยการแห่งนี้
“ก็ไม่นะ เท่าที่ฉันรู้มาก็อย่างที่รถเมล์บอกอ่ะ ห้องเอเด็กเก่ง ห้องบีเด็กบริจาค ห้องซีเป็พวกเด็กกิจกรรม ส่วนมากจะเป็เด็กเก่าที่เรียนที่นี่ั้แ่ ม.ต้น ส่วนห้องดี อี เอฟ ก็คละๆ กันไปอ่ะแก เหมือนพวกเด็กไม่มีตัวตนล่ะมั้ง” สาพูดขำๆ
“เอาน่า ก็ยังดีที่พวกเราได้อยู่ด้วยกันครบแก๊งนะ”
ถูกของบิวแหละ จริงๆ แล้วจะอยู่ห้องไหนมันก็ไม่สำคัญหรอก ขอแค่มีเพื่อนที่ดีและได้อยู่พร้อมหน้ากันก็นับว่าเป็อะไรที่สุดยอดแล้ว
ว่าแล้วพวกเราก็พากันเดินขึ้นตึกเรียนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง 10F ห้องริมสุดที่อยู่ติดบันไดริมทางเดิน พอพวกฉันมาถึงทุกคนในห้องก็พากันสะกิดกันให้หันมามองพวกเราพร้อมกับซุบซิบกันอย่างเปิดเผย
“น่ารักจังเลย ขอเบอร์ได้มั้ยครับ”
“อูยยย แบบนี้ไม่เรียกสเต็ปมารหรอก ต้องเรียกสเต็ปนางฟ้า”
เราเดินเข้ามาและมองหาที่นั่งซึ่งเหลือแค่แถวหน้าสุดกับแถวรองสุดท้าย และก็แน่นอนว่าพวกฉันต้องเลือกแถวรองสุดท้ายอยู่แล้ว ในระหว่างนั้นพวกผู้ชายที่นั่งหลังสุดก็ะโแซวเราขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ถึงจะเสียงดังน่ารำคาญไปบ้างแต่มันก็ไม่เลวร้ายสักเท่าไหร่นักหรอกที่มีหนุ่มหน้าตาดีมาคอยแอ๊วเอินแบบนี้ อิอิ
“สวัสดีค่ะนักเรียน”
พออาจารย์หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง นั่นจึงทำให้ทุกคนกลับไปนั่งที่ของตัวเองและยอมสงบลงได้ในที่สุด
“ครูชื่อแอนนะคะ สอนวิชาภาษาและประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ครูจะมาเป็อาจารย์ประจำชั้นของห้องนี้ ยินดีที่ได้รู้จักแล้วก็ขอฝากตัวกับทุกคนด้วยนะคะ”
“May I come in, please?”
เดี๋ยวนะ เสียงนักเลงๆ แบบนี้มัน... O_o
“มากันแล้วเหรอพวกตัวแสบ”
“ใจเย็นครับเจ๊ คนกันเองทั้งนั้น”
นายเมลล์ตอบอาจารย์พร้อมกับเดินยกทัพเข้ามาในห้อง ทั้งนายเจลี นายพีท นายกรีน นายมุ นายอาร์ต มากันครบเซ็ตเลย นี่อย่าบอกนะว่านายพวกนี้อยู่ห้องเดียวกับเราอ่ะ!?
“เดี๋ยวเถอะ พูดกับครูบาอาจารย์ให้มันดีๆ หน่อย มานั่งนี่เลยพ่อตัวดีทั้งหลาย แถวหน้าสุดว่างหกที่พอดี”
ครูแอนเรียกพวกสเต็ปเทพให้ไปนั่งแถวหน้าสุด แต่นายพวกนั้นต่างพากันส่ายหน้า แล้วนายเมลล์ก็เดินนำทีมเข้ามาหยุดตรงแถวที่พวกฉันนั่งอยู่ก่อนจะหันมากระตุกยิ้มที่มุมปากให้เราทีนึงแล้วก็หันไป…
ปึง!!!
นายเมลล์ตบโต๊ะดังลั่นทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง ก่อนที่นายมุจะพูดจาวางมาดใส่พวกผู้ชายแถวหลังเรา
“ไปนั่งที่อื่นได้มั้ยครับ พวกผมพอใจจะนั่งตรงนี้”
สิ้นเสียงนายมุ พวกผู้ชายกลุ่มนั้นที่ฉันว่าร้ายๆ ก็กลับกลายเป็จ๋อยสนิทและยอมลุกไปนั่งหน้าสุดแต่โดยดี เฮ้ย จะไปกลัวอะไรพวกมันขนาดนั้น
“อ่ะ นักเรียน ไม่ต้องไปสนใจพวกอยากเป็จุดเด่นของสังคม” ครูแอนพูดด้วยน้ำเสียงเอือมระอาก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะทุเรศๆ ของยัยแจง
“ฮ่าๆๆ ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ ไอพวกอยากเด่น”
“ใช่ครับ ใครจะดำเด่นเหมือนเธอล่ะ มองเข้ามาก็เห็นเลย อะไรดำๆ อยู่สองจุด” นายเจลีพูดขึ้น
เอ๊ะ! ไอดำๆ สองจุดที่ว่านี่หมายถึงฉันด้วยรึเปล่าเนี่ย
“นายว่าใคร”
ยัยแจงเริ่มขึ้นเสียงทำให้ฉันต้องรีบดึงแม่นี่เอาไว้ไม่ให้ลุกขึ้นไปก่อากับนายเจลี ไม่ใช่เพราะฉันกลัวนายพวกนี้หรอกนะ แต่เพราะว่าเกรงใจครูแอนที่กำลังยืนกุมขมับอยู่หน้าห้องต่างหากล่ะ
“หนูคะ ไม่ต้องไปสนใจเค้าหรอกค่ะ ทำหูทวนลมไปเถอะ อย่าไปเสวนากับคนพรรค์นี้เลย”
ครูแอนพูดอย่างอ่อนโยนกับยัยแจงก่อนจะหันไปทำเสียงดุใส่สเต็ปเทพ
“แล้วพวกเธอจะนั่งลงได้รึยัง เพื่อนเค้าก็ย้ายมานั่งข้างหน้าแทนแล้วไง หรือว่าเปลี่ยนใจอยากจะมานั่งข้างหน้าสุด ฮึ!”
และนั่นจึงทำให้พวกสเต็ปเทพรีบหย่อนก้นลงกับที่
นายพีท นายมุ แล้วก็นายกรีน นั่งโต๊ะข้างหลังบิว สา แล้วก็รถเมล์ ส่วนนายเมลล์ เจลี แล้วก็นายอาร์ต นั่งโต๊ะข้างหลังฉันกับแจง โอ๊ย ฉันจะบ้า!
“ใครยังไม่รู้เลขที่ตัวเองมาดูได้ที่หน้าห้องนะคะ ครูจะแปะกระดาษรายชื่อไว้ที่บอร์ดนี่ เอาล่ะ ถ้ามากันครบแล้วครูจะให้ทุกคนแนะนำตัวกันก่อน เพราะมีเพื่อนบางคนที่เป็นักเรียนใหม่จากที่อื่นด้วย เริ่มจากแถวแรกเลยแล้วกัน”
ฉันนั่งฟังคนในห้องแนะนำตัวเงียบๆ โดยมีสเต็ปเทพะโแซวผู้หญิงแถวหน้าเป็พักๆ โดยเฉพาะแม่สาวอเมริกันหน้าอกดูมๆ ที่ชื่อฮานนานั่น ดูท่านายพีทจะสนใจเป็พิเศษ
จนในที่สุดก็มาถึงแถวของฉันที่รถเมล์จะเริ่มแนะนำตัวเป็คนแรก
“สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เมธาพร ชื่อเล่น รถเมล์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ดูท่าว่ารถเมล์จะเป็ขวัญใจหนุ่มๆ แถวหน้าไปซะแล้ว
“บิว ชุดาภรณ์ ค่ะ” บิวเองก็ฮ็อตกับทั้งหญิงและชายเลย แหม ก็สวยซะขนาดนี้
“จักริสา ชื่อเล่นชื่อริสา เรียกสาเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” ฉันแอบเห็นหนุ่มลูกครึ่งไต้หวันคนหนึ่งส่งยิ้มให้สาด้วย หน้าตาน่ารักใช้ได้เลยอ่ะ
“แจง ภิจิตราค่ะ” ยัยแจงก็สเปคหนุ่มฝอมุมห้องนะ ต่อไปก็…
“ฟีน กุลฑีรา ค่ะ”
หลังจากที่เราแนะนำตัวเสร็จ ก็เป็คราวของพวกสเต็ปเทพที่นั่งแถวถัดไป
“มุทะลุ ชื่อจริงกิติพัฒน์ ครับ” นายมุแนะนำตัวเป็คนแรกของกลุ่ม คนบ้าอะไรชื่อมุทะลุ ตลกชะมัด
“พีท พิษณุ ปีเตอร์ สเตเลอร์ ครับ ลูกครึ่งไทยอเมริกัน” อีตาแมลงสาบ ฉันจะฉาปแก
“ผม กรีน มควัฒน์ ครับ” ชื่อจริงนายกรีนเค้าดูขึงขังจังเลย
“ผมชื่อ เจลี เป็เพื่อนกับ เจซี เ้าพ่อเพลงแรพครับ ่นี้กำลังฮ็อต มีแต่คนมาสนใจ” นายเจลีนี่ก็ชอบพูดจาไม่มีแก่นสารอยู่เรื่อย
แล้วไหนตอนแรกมันบอกไม่ให้เรียกเจลีไงวะ!?
“ชื่อจริงล่ะ?” ครูแอนทำหน้าเหนื่อยใจอีกครั้ง
“เห็นมั้ยครับ ขนาดอาจารย์ยังสนใจผมเลย ผม ลี ยอง เจ”
“ลี ยอง เจ บ้านเธอสินายคมสันต์” ดูท่าครูแอนเองก็หมดความอดทนเป็
“ฮ่าๆๆๆ ชื่ออย่างกับมัคทายกแถวงานวัด ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ว่าแล้วยัยแจงก็ปล่อยเสียงก๊ากทุเรศๆ ออกมาอีกครั้ง
“อ๋อ เธอนี่เองอ่ะ วันนั้นเห็นเดินขายพวงมาลัยอยู่ในงานวัด เป็ไง ขายดีมะ” นายเจลีตอบโต้
“นี่นาย!”
“โอ๊ยยย นักเรียนคะ เป็อะไรกันเนี่ย ทะเลาะกันจังเลยทั้งที่เป็วันเปิดเทอมแท้ๆ” ครูแอนเบรกไว้อีกครั้ง “คมสันต์ ช่วยแนะนำตัวดีๆ อย่างเป็ทางการเหมือนชาวบ้านเค้าได้มั้ยคะ”
“ครับ ผมคมสันต์ ชื่อเล่นชื่อเจครับ” นายเจลีพูดแล้วนั่งลง ครูแอนได้แต่ถอนหายใจอีกรอบก่อนจะผายมือให้นายเมลล์ลุกขึ้นเป็คนต่อไป
“ปาณัสม์ เมลล์ครับ” นายเมลล์พูดพร้อมกับส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ให้สาวๆ ในห้อง จะอ้วก ไอขี้อ่อยเอ้ย!
“คนสุดท้ายค่ะ”
“อาร์ต อำนาจ ครับ” นี่นายอาร์ตเค้าตื่นนอนรึยังเนี่ย
คาบเช้าเราแทบไม่ได้เรียนกันเลยเพราะมัวแต่มานั่งแนะนำตัวเหมือนหนังฉากเดิมที่ฉายวนซ้ำๆ น่าเบื่อจนฉันไม่อยากจะบรรยาย พอจบคาบสุดท้ายของ่เช้าเราจึงรีบลงไปทานข้าวกลางวันกันทันที
ห้องอาหารที่นี่ดูดีสุดๆ ไปเลย ส่วนอาหารก็เป็บุฟเฟ่ต์ของคาวของหวานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็อาหารญี่ปุ่น เกาหลี อิตาเลียน ฯลฯ มันก็น่าตื่นตาตื่นใจอยู่หรอกนะ แต่คนที่ชอบอาหารรสจัดอย่างฉันในหัวก็คิดถึงแต่อาหารไทยแหละ
“ป้าคะ”
ฉันกับบิวเดินไปที่ซุ้มอาหารไทยเล็กๆ ที่มุมห้อง
“กระเพราหมูสับไข่ดาวสองค่ะ”
“แหม เลือกอาหารได้บ่งบอกรสนิยมจังเลยนะ”
นี่ถ้าฉันเห็นว่ายัยพี่หมิว พี่ดรีม พี่แพน ยืนอยู่ข้างๆ ร้านแต่แรก ฉันคงไม่เดินเข้ามาหรอก
“อาหารหรูๆ มีให้เลือกตั้งเยอะก็ไม่เลือก ก็อย่างว่าอ่ะ คนเรามันก็เลือกกินเลือกใช้อะไรตามกำพืดเดิมๆ ของตัวเองนั่นแหละ”
“ฉันจะเลือกกินเลือกใช้อะไร แล้วมันไปหนักหัวใครไม่ทราบ” ฉันย้อนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงใจเย็น นี่ใจเย็นแล้วนะ
“ก็เพราะคนอย่างพวกเธอไงที่ดึงให้พวกเราดูตกต่ำไปด้วย” ยัยพี่หมิวพูดแล้วเบะปากใส่ฉันเหมือนนางร้ายในละคร
ได้!
“ขอโทษนะคะที่พวกเราชอบทานอาหารบ้านๆ แต่จะให้เปลี่ยนรสนิยมไปกินหญ้าเคี้ยวเอื้องแบบพวกพี่ๆ ก็คงจะไม่ไหวอ่ะค่ะ คนละสปีชีส์กัน ขอตัวนะคะ” ฉันรีบรับจานข้าวมาก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานๆ ให้ยัยพี่หมิวอีกครั้งแล้วรีบเดินออกมาพร้อมกับบิวที่หัวเราะคิกคัก
กว่าที่ยัยพวกนั้นจะรู้ตัวว่าโดนฉันหลอกด่าว่าเป็ควาย ฉันก็กลับมารวมตัวกับเพื่อนๆ แล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
“ทำไมแกไม่เอาข้าวราดหน้ามันซะเลยนะยัยฟีน” ยัยแจงอารมณ์ขึ้นทันทีที่ฉันเม้าท์ให้ฟัง
“แต่ที่ฟีนพูดเมื่อกี้ตลกเป็บ้า ยัยพวกนั้นก็โง่เนอะ กว่าจะรู้ตัวว่าโดนด่าเราก็เผ่นแน่บแล้ว ฮ่าๆ” บิวหัวเราะสะใจอีกครั้ง
“แกกับฟีนน่าจะโทรตามพวกฉันให้ไปแจมด้วย” สาเองก็อารมณ์ขึ้นตามยัยแจง ฉันว่าถ้าเปลี่ยนจากฉันกับบิวเป็สากับยัยแจงที่ต้องเจอเหตุการณ์เมื่อกี้ โรงอาหารคงพังไปแล้วอ่ะ
“เอาน่า นี่มันเพิ่งเปิดเทอมวันแรกเอง แล้วนี่มันก็โรงอาหารด้วย คนเต็มไปหมด อย่าเอาประวัติอันดีงามของพวกเราไปแลกกับยัยพวกโตแต่ตัวหัวมีแต่ขี้เลื่อยแบบนั้นเลย”
“ใช่ บิวพูดถูก” ฉันเสริม “พวกเราต้องแรดอย่างสงบ ตบเมื่อจำเป็ ตอแหลอย่างเยือกเย็น เพราะเราเป็สเต็ปมาร”
หลังจากทานข้าวกลางวันกันเสร็จ บิว สา และรถเมล์ก็ทำตัวเป็ไกด์นำเที่ยวพาฉันกับยัยแจงเดินดูรอบๆ โรงเรียนพร้อมอธิบายว่าตึกไหนคืออะไร จนสุดท้ายเราก็มาจบที่ห้องน้ำใหญ่ข้างสนามฟุตบอล
ห้องน้ำใหญ่ที่นี่ใหญ่สมชื่อเลยจริงๆ เสียตรงที่ว่าอยู่ติดกับห้องน้ำชาย ซึ่งมันทำให้ฉันต้องเห็นหน้าไอพวกสเต็ปเทพ...อีกแล้ว
“ะเิถูกขว้างไปแล้ว ตู้มมม!”
เสียงนายเมลล์ดังขึ้นในขณะฉันกำลังจะก้าวเท้าเข้าห้องน้ำ
เมื่อชะโงกหน้าไปดูฝั่งห้องน้ำชายฉันก็เห็นนายมุกับนายกรีนกำลังนั่งแอบอยู่หลังพุ่มไม้ ในขณะที่นายพีทยกฝาถังขยะขึ้นมาเป็โล่กำบัง
“ระวังะเิด้วย พลทหารเมลล์โจมตี!” เสียงนายเมลล์ะโขึ้นอีกครั้งก่อนที่นายนั่นจะโผล่หน้าออกมาจากมุมห้องน้ำพร้อมกับขว้างลูกโป่งน้ำเข้าใส่นายมุกับนายกรีน
โพละ!
ไอพวกนี้ โตจนควายเลียตูดไม่ถึงแล้วยังจะเล่นอะไรปัญญาอ่อนอีก -_-
พอเสร็จธุระส่วนตัวฉันก็ออกมาส่องกระจกจัดหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางและสำรวจความเรียบร้อยของชุดนักเรียนอีกครั้ง เสื้อเชิ้ตแขนยาว เนคไทสีกรมท่าสีเดียวกับกระโปรงของเรา ฉันล่ะหลงรักชุดนักเรียนใหม่นี้จริงๆ
Less is more เรียบง่ายแต่ดูดี
“แล้วพี่เอิร์ทล่ะ แกจะปล่อยให้เื่มันค้างคาแบบนี้เหรอ” สาเปิดประเด็น
“ช่างเหอะ ไม่มีเค้าเราก็อยู่กันได้” ยัยแจงยังคงคอนเซ็ปต์ปากแข็งใจแข็งต่อไป แต่ฉันรู้นิสัยแม่นี่ดี แค่พี่เอิร์ทเอ่ยคำขอโทษเท่านั้นแหละยัยแจงก็พร้อมจะให้อภัยแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าพี่เอิร์ทจะตาสว่างเมื่อไหร่เท่านั้นเอง
“จะบ่ายแล้วอ่ะ ขึ้นห้องกันเถอะ”
“ป่ะ” ฉันตอบรับบิวและเดินนำทีมออกห้องน้ำเป็คนแรก
และเมื่อพ้นจากเขตห้องน้ำหญิงออกมาเล็กน้อย จังหวะที่ฉันกำลังจะหมุนตัวไปคุยกับยัยแจงเื่หนุ่มฝรั่งที่นั่งมุมห้องคนนั้นที่มองยัยแจงไม่วางตาั้แ่เช้า แต่แล้วก็…
โพละ
วัตถุบางอย่างลอยมากระทบหัวฉันเต็มๆ ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเย็นๆ
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ก๊ากกกก…”
เสียงหัวเราะสะใจครบทีมแบบนี้คงไม่ต้องบอกว่าของใคร =_=
“ไอพวกบ้า!!!” ฉันแผดเสียงออกมาทันทีพร้อมกับเอามือลูบหน้าตัวเองที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำจากลูกโป่งของนายเมลล์
“แน่จริงก็จับให้ได้ดิ” หมอนั่นยักคิ้วให้ฉันก่อนจะวิ่งหนีไปพร้อมรอยยิ้ม
“กลับมานี่เลยนะ!”
ฉันะโอย่างเดือดดาลแล้ววิ่งไล่ตามนายเมลล์ไปสุดแรงเท้า แต่หมอนั่นดันวิ่งเข้าห้องน้ำชายไปแล้ว หนอย
“แน่จริงก็ออกมาเซ่!!!”
“ออกให้โง่อ่ะดิ” นายเมลล์โผล่ออกมาล่อหน้าล่อตาฉันอีกครั้งแล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้องน้ำชายอีกรอบ
อย่า มา กวน ประสาท ฉัน นะโว้ยยย!!!!! =______=*
“แจง!”
ฉันะโเรียกยัยแจงเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ยัยแจงจะไม่ว่างแล้วเพราะแม่นั่นเองก็กำลังยื้อแย่งลูกโป่งจากมือนายเจลีเหมือน สากับนายกรีนก็ด้วย ส่วนนายมุก็ไปสรรหาตัวบุ้งที่ไหนไม่รู้มาวิ่งไล่ยัยรถเมล์อยู่ ฉันจึงหันไปหาบิว
บิวพยักหน้าให้ฉันอย่างรู้งานแล้วหันไปส่งยิ้มหวานๆ ให้นายพีทใจละลาย
“เล่นอะไรกันอยู่อ่ะ”
“ลูกโป่งน้ำไง”
“เหรอ น่าสนุกจัง ขอเล่นด้วยได้ป่ะ”
ได้ผล! นายพีทยื่นลูกโป่งให้บิวอย่างว่านอนสอนง่ายกลายเป็ลูกหมาแสนเชื่องไปเลย ก็แหงล่ะ บิวออกจะสวยน่ารักซะขนาดนี้ นายนั่นทำหน้าเคลิ้มเหมือนคนต้องมนต์สะกดเลยอ่ะ
“ฟีน”
บิวเรียกก่อนจะโยนลูกโป่งน้ำลูกนั้นให้ฉันเบาๆ แล้วหันไปทำหน้าเ็าใส่นายพีทเหมือนเดิม ทำเอาหมอนั่นงงไปเลย กว่าจะรู้ตัวว่าโดนบิวหลอกก็สายไปซะแล้ว
ไอบ้าเมลล์ คราวนี้นายตายแน่!
“นายเจลี!!!” อยู่ๆ ยัยแจงก็แผดเสียงลั่น ทันใดนั้น… O_O
โพละ
น้ำจากลูกโป่งค่อยๆ ไหลออกมาชุ่มหน้าอกยัยแจงเต็มๆ
“อูยยย…” นายเจลีครางออกมาเบาๆ ก่อนที่จะโดน
ผัวะ
หมัดของยัยแจงตรงดิ่งไปที่หน้านายเจลีเต็มๆ ตอนนี้หน้ายัยแจงเปลี่ยนเป็สีแดงจัดไม่รู้ว่าโกรธหรือเขิน
“ไอโรคจิต ไอลามก!!!”
เรากลับเข้าสู่สมรภูมิรบกันอีกครั้ง ในขณะที่ยัยแจงยื้อยุดฉุดกระชากกับนายเจลีอยู่ นายเมลล์ก็วิ่งออกมาจากห้องน้ำตอนจังหวะที่ทุกคนกำลังชุลมุน หมอนั่นวิ่งอ้อมมาด้านหลังฉันโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัวเพื่อแย่งลูกโป่ง
“ปล่อยเซ่!” ฉันะโ
“เอามานี่ดิ”
“ไม่ให้”
“ไม่ให้เหรอ”
“นายบ้าเมลล์ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”
พูดไม่ทันขาดคำนายนั่นก็โอบฉันจากด้านหลังเพื่อแย่งลูกโป่งทำให้ตอนนี้เราดูเหมือนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ แต่ในที่สุดโชคชะตาก็เข้าข้างฉันจนได้
“โอ๊ย”
นายเมลล์เสียหลักล้มลงไป ฉันไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย เตรียมง้างสุดแขนเพื่อขว้างลูกโป่งน้ำลูกนั้นใส่หมอนั่นทันที
“ตายซะเถอะ ย๊ากกก”
“อ๊ากกก” นายเมลล์แหกปากตามฉัน “อย่า!!”
โพละ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…
ด้วยแรงบีบจากมือของฉันที่แรงมาก ทำให้ลูกโป่งน้ำแตกกระจาย
แต่ทำไมมันต้องมาแตกบนหัวฉันด้วยวะ!!!! โอ๊ยยย
“ก๊ากกกก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
พวกสเต็ปเทพพากันหัวเราะชอบใจ แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้ไล่ฆ่านายเมลล์ต่อ เสียงนกหวีดคุ้นหูก็ดังขึ้น
ปรี๊ดดด
เราหันไปตามเสียงก็ไปจ๊ะเอ๋กับครูดามเ้าเก่า นายกรีนรีบยัดลูกโป่งใส่มือสาทันที
“ไอสองแก๊งนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย”
“เปล่าครับ” นายเมลล์รีบปฏิเสธ
“เปล่าอะไรของเอ็ง ปาณัสม์”
“พวกผู้หญิงเอาลูกโป่งน้ำมาปาใส่พวกผมครับ” หมอนี่แก้ตัวหน้าด้านมาก
“พวกหนูเปล่านะคะ นายพวกนี้แหละที่ปาลูกโป่งใส่เรา ดูสิคะ หัวหนูยังเปียกอยู่เลย” ฉันพูดเื่จริง
“ปรักปรำกันชัดๆ ครับจารย์” นายเจลีเถียง “ไม่เชื่อดูที่มือกุลฑีราสิครับ เศษลูกโป่งยังอยู่ในมืออยู่เลย”
“นายนั่นแหละ!” ยัยแจงแผดเสียงก่อนจะหันไปหาครูดาม “อาจารย์คะ นายคมสันต์มันเจตนาปาลูกโป่งใส่เสื้อหนูค่ะ เค้าจะดูหน้าอกหนูค่ะอาจารย์”
“อาจารย์ดูที่มือจักริสาสิครับ หลักฐานอยู่คามือชัดๆ” นายกรีนพูดขึ้นบ้าง ทำเอาสางงไปเลย
“ก็นายเป็คนยัดลูกโป่งใส่มือฉันเองนี่!”
“โห่ อย่ามาแก้ตัว”
“นายนั่นแหละ แก้ตัวหน้าด้านๆ”
“เธอนั่นแหละ เห็นๆ กันอยู่”
“นายนั่นแหละ”
“เธอนั่นแหละ”
“นายนั่นแหละ”
“+!()_+!£$%+!£$%^&*()+!£$%^&*)_+!£$%^&*()_+”
“พวกเธอนั่นแหละผิด” แล้วเสียงแข็งๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น อาจารย์ผู้หญิงวัยยี่สิบปลายๆ คนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเราแล้วเริ่มฉอด “เหตุมันก็เกิดที่หน้าห้องน้ำหญิงชัดๆ ยังจะไปโทษพวกผู้ชายอีก”
“ครูนกครับ” อาจารย์นิรุตหันไปเรียก
“ให้นกจัดการเองค่ะ” ยัยครูนกอะไรนั่นหันไปยิ้มหวานให้ครูดามก่อนจะหันกลับมาออกคำสั่งกับเรา “พวกผู้หญิงเรียงแถวหน้ากระดานซิ”
พวกฉันหันมองหน้ากันงงๆ
“เร็วๆ สิ” แต่สุดท้ายเราก็ต้องยอมทำตาม “พวกเธออยู่ห้องไหน”
“ห้องเอฟค่ะ” บิวเป็คนตอบ
“อ๋อ ห้องเอฟ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชอบเล่นอะไรแผลงๆ”
“แต่พวกเราไม่ได้…”
“เวลาผู้ใหญ่พูด อย่าเถียง!” ยัยป้าบ้าอำนาจนี่เป็ใครกันเนี่ย “เอาล่ะ ไปวิ่งรอบสนามสามรอบ”
ทั้งที่แดดมันร้อนเนี่ยนะ!!!
“ครูนกครับ ผมว่าแค่ให้ช่วยกันเก็บเศษลูกโป่งให้สะอาดก็น่าจะพอแล้วนะครับ อีกอย่างนี่ก็ใกล้เวลาเข้าเรียนคาบบ่ายแล้วด้วย ผมว่า…”
“ไม่ได้หรอกค่ะพี่ดาม” ยัยครูนกเอ่ยเรียกครูดามอย่างสนิทสนมและยังคงบ้าอำนาจต่อไป “ถ้าเราไม่ลงโทษให้จำ เด็กพวกนี้จะโตไปเป็อนาคตที่ดีของชาติได้ยังไงคะ นกเป็เวรประจำวันนี้ ให้นกจัดการเถอะค่ะ”
โอ้โห่ พูดเหมือนจะดีนะ แต่ฉันว่ายัยครูนกนี่น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็ ยัยอีกา มากกว่า ใจดำเว่อร์!
“พวกเธอต้องวิ่งพร้อมกับะโออกมาดังๆ ว่า ต่อไปนี้หนูจะไม่ทำให้โรงเรียนสกปรกอีกแล้วค่ะ”
นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมฉันต้องมารับผิดทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยล่ะ
“เอ้า! ฉันสั่งก็ไปสิ”
ถึงจะไม่พอใจแต่เราก็ต้องวิ่งตามคำสั่ง เถียงไปคงไม่มีประโยชน์หรอก ยัยอาจารย์บ้าเืคนนี้ไม่เปิดโอกาสให้พวกเราพูดอธิบายเลยสักนิด
“ต่อไปหนูจะทำให้โรงเรียนสกปรกกว่าเดิมค่ะ!” ฉันพูดประโยคนี้ซ้ำๆ จนเมื่อวนมาใกล้ยัยแม่มดอีกาบ้าเืคนนั้นแล้วถึงจะเปลี่ยนเป็ “ต่อไปนี้หนูจะไม่ทำให้โรงเรียนสกปรกอีกแล้วค่ะ”
“เอ้าๆ พอๆ” เสียง์ของครูดามสั่งให้พวกเราหยุดเมื่อวนครบแค่รอบเดียว แค่นี้พวกเราก็หน้าดำหน้าแดงกันแล้ว และวันนี้แดดก็ดันแรงเป็บ้า
“แต่…”
ก่อนที่ยัยครูนกจะได้แย้งอะไร ครูดามก็ช่วยหาข้ออ้างมาช่วยพวกเราอีก
“ตอนนี้มันก็บ่ายโมงแล้ว ผมว่าท่าน ผอ. คงไม่ชอบใจนักถ้ามาเห็นว่าเด็กๆ ยังไม่เข้าห้องเรียนในเวลานี้นะครับ”
ยัยครูนกออกอาการไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะครูดามพูดมีเหตุผล
“จำไว้นะ ทีหลังอย่าทำอีก”
แล้วยัยเจ๊อีกาก็เดินสะบัดตูดไปไม่สนใจเลยว่าพวกฉันจะเป็ลมอยู่แล้ว
“คราวต่อไปจะเล่นอะไรกันก็ระวังกันหน่อยล่ะ ถ้าไปเจออาจารย์คนอื่นที่เค้าเข้มงวดแบบนี้ก็ตัวใครตัวมันนะ”
ครูดามมองพวกเราอย่างอดสงสารไม่ได้ก่อนจะหันไปหาพวกสเต็ปเทพ
“ไอพวกผู้ชาย เก็บกวาดให้เรียบร้อยนะ อย่าให้เหลือเศษลูกโป่งแม้แต่นิดเดียว ไม่งั้นโดนล้างห้องน้ำทั้งอาทิตย์แน่”
“ครับ” นายพวกนั้นตอบอย่างพร้อมเพรียงกันแล้วครูดามก็เดินออกไป
“หิวน้ำว่ะ ไปหาน้ำกินกันเหอะ”
“อ่ะ น้ำ”
สาพูดยังไม่หายหอบ แล้วอยู่ๆ พวกสเต็ปเทพก็พร้อมใจกันยื่นขวดน้ำมาให้ พวกเราหันมาสบตากันก่อนจะทำในสิ่งที่ไม่ได้นัดหมายอย่างพร้อมใจนั่นคือการรับขวดน้ำจากสเต็ปเทพ แล้วก็…
ซ่า…
อันที่จริงเื่ลูกโป่งน้ำฉันก็ไม่ได้โกรธนายพวกนั้นมากมายนักหรอก ที่โกรธมากๆ ก็คือท่าทางของยัยแม่มดอีกานั่นต่างหาก ฉันยิ่งหัวเสียมากขึ้นไปอีกเมื่อรู้จากปากบิวและสาว่ายัยครูคนนี้คืออาจารย์ประจำชั้นของห้อง 10B ห้องของยัยพวกสเต็ปนาง แถมเจ๊แกยังชอบดูถูกเด็กห้องอื่นเอามากๆ ด้วย
เราไม่หันไปมองพวกสเต็ปเทพเลยั้แ่มาถึงบนห้อง ฉันััได้ว่านายพวกนั้นพยายามจะเล่นตลกให้เราหัวเราะ แต่ไม่มีวันซะล่ะที่ฉันจะขำ!
“~ ต้องทำยังไงเธอจึงจะยอมหายโกรธ...ต้องทำยังไงเธอจึงจะยกโทษให้ฉัน...อย่าทรมานโดยการไม่มองหน้ากัน...นึกว่าสงสารคนรักกัน พ่อชื่อปราโมช ~”
“เฮ้ย ไอห่า เลิกล้อชื่อพ่อกูสักที” เสียงนายมุโวยวาย
บางทีฉันก็ขำนะ แต่ก็ต้องกลั้นหัวเราะไว้ เดี๋ยวจะเสียมาด
“สวัสดีค่ะ อาจารย์ชื่อสุรางคณา เรียกครูแอมป์นะคะ เป็อาจารย์วิชาแนะแนว”
พออาจารย์หญิงท่าทางใจดีคนนี้เดินเข้ามาจึงทำให้บรรยากาศกลับมาเป็ห้องเรียนอีกครั้ง
“รายละเอียดของรายวิชาอยู่ในกระดาษที่ครูเพิ่งแจกไปนะคะ ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า อาจารย์อยากรู้ว่าพวกเราถนัดแล้วก็อยากเป็อะไร จะได้ช่วยวางแผนเื่การเรียนในระดับอุดมศึกษาของพวกเราได้ั้แ่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา เรามาเริ่มจากด้านหน้าสุดเลยนะคะ”
ฉันนั่งฟังเพื่อนๆ มาเรื่อยๆ จนกระทั่งวนมาถึงคราวของแถวเราอีกครั้ง
“รถเมล์อยากเป็คนฝึกหมาค่ะ”
“ห๊ะ อะไรนะ อยากเป็คนฝึกมุ” นายเจลีพูดขัดขึ้นแล้วก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของคนทั้งห้อง
“ทำไมถึงอยากเป็คนฝึกหมาคะ” ครูแอมป์ถามต่อ
“ก็…รถเมล์ชอบหมาอ่ะค่ะ”
“อะไรนะ!? รถเมล์ชอบมุ” นายเจลีนี่ก็ยังไม่เลิก
“คมสันต์ เธอช่วยอยู่เงียบๆ สักห้านาทีได้มั้ย” ครูแอมป์หันไปดุ ดูท่าอาจารย์โรงเรียนนี้จะคุ้นเคยกับพวกสเต็ปเทพเป็อย่างดีเลยนะ “คนต่อไปเลยค่ะ”
“อยากเป็พยาบาลค่ะ” บิวลุกขึ้นตอบอย่างมั่นใจก่อนจะโดนนายพีทปล่อยมุขเสี่ยวใส่อีกครั้ง
“ดีครับ จะได้ช่วยมาดูแลผมตอนป่วย”
“ฉันอยากเป็พยาบาล ไม่ได้อยากเป็สัตวแพทย์!”
ว่าแล้วบิวก็กระแทกเสียงอีกครั้งก่อนจะนั่งลง แต่นายพีทกลับไม่สะทกสะท้านและยังส่งสายตาเ้าชู้ให้บิวต่อจนฉันต้องกรอกตา
“อยาก…”
“เป็นางเอกงิ้วค่ะ ไอ๊หยา ฮว้อ...” นายกรีนเลียนแบบเสียงผู้หญิงตอบแทนสา ฉันเคยบอกรึยังว่าบ้านสาเป็ผู้ดูแลศาลเ้าจีน เ้าของโรงเจ แล้วก็เ้าของโรงงิ้วด้วย ว่าแต่นายกรีนมันรู้ได้ไงเนี่ย
“อยากเป็ทันตแพทย์ค่ะ จะได้ศึกษาวิธีผ่าหมาออกจากปากคน!”
แล้วสาก็นั่งลงกระแทกโต๊ะอย่างแรง ทำเอานายกรีนสะดุ้งเลย ครูแอมป์คงไม่รู้จะพูดยังไงจึงพยักหน้าให้ยัยแจงพูดต่อ
“อยากเป็ผู้พิพากษาค่ะ”
“เปาบุ้นจิ้นแห่งศาลไคฟง เอิ๊กๆๆ” นายเจลีหัวเราะได้ทุเรศพอกับยัยแจงเลย นี่นายพวกนี้มันจะไม่หยุดล้อเลียนเราจริงๆ ใช่มั้ย!
“คนต่อไปเลยค่ะ”
“อยากเป็...เ้าของร้านกาแฟค่ะ” พูดจบฉันก็รีบนั่งลงทันทีเพื่อปิดช่องไม่ให้ให้สเต็ปเทพได้พูดอะไรต่อ แต่ก็มิวาย...
“จะแดกได้เหรอวะ”
“ปาณัสม์!” ครูแอมป์ส่งเสียงดุนายเมลล์อีกครั้ง “แถวสุดท้ายเลยค่ะ”
“มุอยากเกิดมาขี้เหร่”
“แค่นี้มึงยังขี้เหร่ไม่พอเหรอวะ” นายเจลีะโแซวเรียกเสียงหัวเราะให้คนทั้งห้องอีกยก ฉันว่านายมุก็ดูน่ารักดีออก ถ้าตัดนิสัยกวนประสาทแบบไม่น่าให้อภัยออกไปอ่ะนะ
“เอ้า เอาดีๆ” ครูแอมป์เริ่มเอามือเท้าเอว
“ผมอยากเปิดอาบอบนวดครับ” คนทั้งห้องพากันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ครูแอมป์จึงได้แต่ส่ายหน้าแล้วสั่งให้นายมุนั่งลงทันที
“มีอาชีพคนไข้ประจำมั้ยครับ ผมอยากมีพยาบาลแถวหน้ามาคอยดูแล” เอาเข้าไปนายพีท
“นั่งลงเลยนายปีเตอร์ คนต่อไปครูหวังว่าจะเป็อาชีพอะไรที่มีแก่นสารกว่าที่ผ่านๆ มานะคะ”
“จริงๆ แล้วผมอยากลองเป็พระเอกงิ้วดูอ่ะครับ มันดูเป็อะไรที่ท้าทาย” นายกรีนก็ยังไม่เลิกล้อสา
“ผมอยากเกิดมาหล่อน้อยกว่านี้ครับ ่นี้มีแต่คนชม ตอนแรกก็เขินๆ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มชิน” อยากจะอ้วกกับประโยคเมื่อกี้ที่นายเจลีพูดขึ้นจริงๆ
โอ๊ย พวกสเต็ปเทพมันเป็บ้าอะไรกันเนี่ย
“อ่ะ ต่อไป เร็วๆ เลย รีบจบเถอะ ฉันเริ่มปวดหัวละ” ครูแอมป์เองก็ดูจะไม่ไหวกับนายพวกนี้แล้วเหมือนกัน ต่อไปก็เป็อีตาบ้าเมลล์แล้วสิ
“อยากเป็คนหลายใจครับ จะได้ไม่ต้องเ็ป” นายเมลล์ลุกขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ที่เสแสร้งขึ้น แล้วก็นั่งลงไปอย่างรวดเร็ว
อะไรวะ? แล้วงี้ฉันจะแซวว่าไงอ่ะ
ในที่สุดก็มาถึงคนสุดท้ายของห้องนั่นก็คือนายอาร์ต
“เป็อะไรก็ได้ ง่ายๆ” บ้า ไอพวกนี้มันบ้า!
“เอาล่ะค่ะ ครูคิดว่าตอนนี้เราก็รู้จักกันแล้วไม่มากก็น้อยนะ อาทิตย์หน้าค่อยมาเริ่มเนื้อหาก็แล้วกัน วันนี้พอแค่นี้ค่ะ เลิกเรียนได้”
เสียง์ดังขึ้น ่เวลาที่พวกเรารอคอยมาถึงแล้ว…
“ไปไหนกันดี”
“มาเที่ยวในใจผมมั้ยครับ” นายพีทเป็คนตอบคำถามของบิวก่อนจะเดินตามพวกสเต็ปเทพคนอื่นๆ ออกไปโดยไม่ลืมโปรยเสน่ห์ใส่สาวๆ ที่นั่งแถวหน้าห้อง
นี่ฉันจะทำยังไงกับพวกนายดีเนี่ย ไหนว่าจะไม่ยุ่งกับพวกเราอีกแล้วไง!!! นี่ทั้งแกล้ง ทั้งแซว ทั้งแหย่ บางทีก็เหมือนจะมาทำดีด้วย
นี่พวกนายจริงจังบ้างรึเปล่าเนี่ย เราเป็ศัตรูกันนะว้อย!