My Yellow Boy [pre-order! วันนี้-8 ส.ค.]

    บทที่ 2 : ของเล่นที่รักที่สุด


    บทที่ 2

    ✤ ✤ ✤


            “น่านวันนี้อยากกินอะไรลูกเดี๋ยวน้าออกไปซื้อของที่ตลาดมาทำกับข้าว”

            “น่านกินได้ทุกอย่างเลยกับข้าวที่คุณน้าทำอร่อยหมดครับ น่านชอบ”

            “งั้นทำบะหมี่หมูแดงของโปรดน่านดีกว่าเดี๋ยวน้าจะใส่เกี๊ยวให้หลาย ๆ ชิ้นเลย”

            “เย้ขอบคุณครับคุณน้า”

            “ว่าแต่เ๯้าโยทำไมยังไม่กลับมาอีกนี่จะทุ่มนึงแล้วนะ น่านรู้ไหมว่ามันไปไหน”

            โยหายทีไรก็เป็๲หน้าที่ของไอ้น่านที่ต้องตอบคำถามตัวไม่ได้ติดกันสักหน่อย แล้วเราจะไปรู้ได้ยังไงว่าโยไปไหน เลิกเรียนปุ๊บเราก็รีบดิ่งกลับบ้านมาเลยไม่ไปเถลไถลที่ไหนเหมือนโย เพราะงั้นตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาหลักจากเปิดเทอมเราถึงไม่รู้เลยว่าทำไมโยกลับบ้านดึกทุกวัน ไม่อยากจะรู้ด้วย

            “น่านก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”

            “จริงๆ เลย ถ้าโยมันได้สักครี่งหนึ่งของน่านก็ยังดี น้าจะได้ไม่เป็๲ห่วงมันแบบนี้” สีหน้าเป็๲ห่วงลูกชายของคุณน้าบ่งบอกออกมาชัดเจนต่อให้เขาบ่นลูกชายยังไง สุดท้ายแม่ก็รักลูกที่สุดเสมอเราอิจฉาโยที่มีแม่ที่คอยเป็๲ห่วงแบบนี้ เราเองก็รักคุณน้าเหมือนเป็๲แม่ของเราเราจะไม่ทำให้คุณน้าเสียใจเหมือนที่โยทำเด็ดขาด

            ก่อนคุณน้าจะไปตลาดก็ได้ฝากให้เราบอกกับโยว่าให้เก็บห้องนอนของตัวเองเพราะตอนนี้ห้องโยรกจนไม่มีที่ให้เดินแล้ว ฮือ คุณน้านะคุณน้าคิดว่าถ้าเราเป็๞คนบอกแล้วโยจะฟังหรือไงเล่า ไปสั่งให้เขาทำความสะอาดห้องมีหวัง๹ะเ๢ิ๨ลงหัวไอ้น่านพอดี

            ครืด!

            “ただいま” (ทาไดมะ: กลับมาแล้วครับ)

            เราที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนโซฟาก็รีบยืนตรงเมื่อได้ยินเสียงโยกลับมาทำไมเราต้องทำตัวมีพิรุธด้วยเนี่ย

            สภาพโยตอนนี้อยู่ในเสื้อนักเรียนที่หลุดลุ่ยเปียกเหงื่อ แถมยังเปื้อนคราบดำ ๆ จากการเล่นกีฬาด้วย ก็คงไม่พ้นจากเตะบอลไม่ก็เล่นบาสเหมือนที่เขาชอบเล่นตอนม.ต้น

            “กะ...กลับมาแล้วเหรอโย”

            เขาไม่ได้ตอบอะไรเราหรืออาจจะไม่ได้ฟังที่เราพูดด้วยซ้ำเขามองไปที่ห้องครัวแป๊ปนึงก่อนจะพบว่าคุณน้าไม่อยู่เลยเดินลากกระเป๋านักเรียนขึ้นบันไดไป ไม่ได้สิ คุณน้าฝากบอกว่าให้โยจัดห้องนี่

            “เดี๋ยวสิโย..”เราวิ่งไปดึงชายเสื้อโยก่อนที่เขาจะขึ้นบันได เ๽้าตัวหันมามองตามมือที่เราจับเขาก่อนจะเลื่อนสายตามามองหน้าเรานิ่ง ๆ

            “อะไร”

            “คะ..คุณน้าบอกให้โยจัดห้องแล้วก็..จัดให้เสร็จก่อนที่คุณน้าจะกลับมาจากตลาดด้วย”

            “มึงสั่งกู?”

            “เราเปล่าสั่งนะคุณน้าเป็๲คนบอก” เราโพล่งตอบโยไปทันทีตามอารมณ์แล้วจะมาทำหน้าขึงขังใส่เราก่อนทำไมล่ะแค่จะบอกให้เขาจัดห้องมันต้องกดดันกันขนาดนี้เลยเหรอ

            “กูไม่ทำ”

            “โยทำเถอะ เดี๋ยวคุณน้าจะมาแล้วนะ”

            “ทำไมกูต้องฟังมึง”

            “ก็ถ้าโยไม่ทำเดี๋ยวคุณน้าก็ดุเราอ่ะ”

            “กูยังไม่เคยเห็นแม่ดุมึงสักครั้ง”

            “...”

            “อยากให้จัดห้องมากนักก็มานี่มึงมาจัดด้วย”

            “ดะ...เดี๋ยว”

            โยกระชากข้อมือเราและไปที่ห้องนอนของโยร้อยวันพันปีเขาเคยจะให้เราเข้าห้องที่ไหนล่ะ ครั้งล่าสุดก็ตอนประถมนู่นถึงห้องเราจะติดกันแต่มันก็ไม่ได้เข้าไปได้ง่าย ๆ แบบนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเข้าในสถานที่ต้องห้ามหรือพวกถ้ำเสืออะไรแบบนั้นเลย

            พอมาถึงในห้องโยก็ปล่อยเราเป็๲อิสระแต่เขาจัดการล็อคประตูเสร็จสรรพเหมือนกลัวเราจะหนีเราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณน้าบอกให้โยจัดห้องสภาพห้องตอนนี้ดูไม่ออกเลยว่าพื้นอยู่ตรงไหน มีแต่เสื้อผ้ากองเต็มพื้นไหนจะหนังสือการ์ตูนเอย นิตยสารฟุตบอลเอยและสายเครื่องเกมระโยงระยางพันกันมั่วไปหมด

            “จัดดิรอไรอ่ะ”

            “มะ...ไม่ใช่ห้องเราสักหน่อยห้องของใครคนนั้นก็จัดสิ”

            “เถียงเก่งนะเดี๋ยวนี้”

            “...”

            “มึงคิดว่าถ้ากูจัดคนเดียวจะเสร็จเหรอเห็นสภาพห้องไหม”

             “...”

            “อยากให้เสร็จไวๆ ก็มาช่วยกันจัด”

            “เดี๋ยวโยก็ให้เราจัดคนเดียวอีก”

            “จะทำไม่ทำ”

            “ทำก็ได้แต่โยต้องช่วยจัดด้วยนะ”

            “เออ”

            โยยอมจัดห้องอย่างว่าง่ายเขาไม่ได้โวยวายอะไรมากผิดจากที่เราคิดไว้ จึงทำให้พวกเราเคลียร์ห้องเสร็จเร็วขึ้นเราก็คอยเก็บหนังสือที่มันกระจัดกระจายมาเรียง ๆ ไว้ใส่ชั้นหนังสือส่วนพวกเสื้อผ้าของใช้ต่าง ๆ ก็เป็๲หน้าที่ของโยไป

            เราเรียงหนังสือเข้าชั้นเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร บรรยากาศตอนนี้อึดอัดสุด ๆอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคยกับคนที่เกลียดเราแบบนี้ จะให้ชวนคุยมันก็ยังไงอยู่สู้รีบจัดแล้วรีบออกจากห้องนี้ยังง่ายกว่าเลย

            ไหนจะปวดที่เข่าหนึบๆ เพราะแผลรอบก่อนยังไม่หายดี ก้ม ๆ เงย ๆ มากเข้าก็เจ็บแผลแผลของเราสะเก็ดหลุดออกมาแล้วทำให้เ๣ื๵๪ออกเล็กน้อยเราจึงตัดสินใจนั่งพักที่เตียงของโยแล้วยืดขาไปข้างหน้าเผื่อจะทำให้ปวดแผลน้อยลงบ้าง

            โยที่เห็นเราหยุดทำงานก็หันมามองเราตาขวางหรือเขาจะโกรธที่เราถือวิสาสะนั่งบนเตียงเขาหรือเปล่า

            “ใครใช้ให้มึงพัก”

            “เราปวดแผลขอนั่งพักแป๊บนึงได้ไหม”

            “ไม่ได้”

            โอ๊ยจะใจร้ายไปไหน ก็เราบอกปวดแผลไง ตอนจัดก็ไม่ได้อู้สักหน่อยแถมเราเรียงหนังสือจะเสร็จแล้วด้วย มีที่ไหนมาใช้งานกันแบบนี้ ขอบคุณสักคำยังไม่มีเลย

            เราไม่สนใจคำพูดของโยแล้วนั่งพักต่อไปโยอาจจะคิดว่าเรากำลังลองดีกับเขาอยู่ แต่เราปวดแผลจริง ๆระหว่างนั่งพักเราก็ตีขากับพื้นเล่นไปมา พลางมองรอบ ๆห้องที่สะอาดและเป็๲ระเบียบขึ้นผิดจากที่เข้ามาตอนแรกแต่ไอ้เท้าตัวดีของเราก็ดันไปเตะโดนหลังโยที่นั่งแกะสายไฟที่พันกันอยู่ตรงพื้น

            ปึก!

            ตายแน่...

            สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยลูกด้วยวันนี้ลูกคงไม่รอด ฮือ

            “น่าน”

            “...”

            “มึงหาเ๱ื่๵๹?”

            “เราขอโทษระ..เราไม่ได้ตั้งใจ”

            โยที่หงุดหงิดจากการพยายามแกะสายไฟตรงนั้นพอโดนเราเตะก็เหมือนจะของขึ้น หันมามองเราตาเขียวปั๊ดเลยไอ้เราก็๻๠ใ๽รีบขอโทษขอโพย แล้วพนมมืออ้อนวอนคนตรงหน้า ตอนนี้รู้สึกร้อนมากเหงื่อเต็มมือจนชื้นไปหมด เราจะกลัวอะไรขนาดนี้นะ

            ไม่ทันไรโยก็ลุกขึ้นมาแล้วกระชากแขนเราให้ลุกตาม แผลที่ยังไม่หายดีก็ปวดและตึงกว่าเดิมทำไมต้องรุนแรงด้วย

            “เราเจ็บปล่อย”

            “มึงเลิกทำตัวอ่อนแอเหมือนผู้หญิงสักทีได้ป่ะเห็นแล้วมันหงุดหงิด”

            “เราไม่ได้อ่อนแอนะ”

            “เหอะสำออย แผลแค่นี้”

            “แผลก็แผลเราทำไมโยต้องหงุดหงิดด้วย”

            “ก็เพราะว่ามึงมันน่าหงุดหงิดไง”

            “อึก...เจ็บปล่อยนะ!”

            แขนของเราที่โยจับอยู่ตอนแรกตอนนี้แดงเป็๞รอยมือเลย เขาอาจจะไม่รู้ตัวแต่ที่ผ่านมาเขาบีบมันแรงขึ้นเรื่อย ๆจนเราร้องขึ้นมาเขาถึงได้ปล่อย คนเขาหวังดีอุตส่าห์มาช่วยแต่ตอบแทนกันแบบนี้เหรอ

            ไม่จงไม่จัดมันแล้วทำไปคนเดียวเลย!

            หลังจากที่โยปล่อยเราไปเราก็รีบวิ่งออกจากห้องแล้วตรงไปที่ห้องตัวเองทันที ปวดแผลก็ปวด แขนก็เจ็บเจ็บใจด้วย ทำไมต้องว่าเราแรง ๆ ตลอด เราไปทำอะไรให้เกลียดนักเกลียดหนาเราก็อยู่ของเราดี ๆ โยมาเรียกเราไปช่วยจัดห้องเองแล้วยังมาหงุดหงิดเราอีกเดาใจไม่ถูกแล้วนะ

            หงุดหงิด! เบื่อโย!!

             


            @โรงเรียน

            ตอนนี้ก็กลับสู่วันจันทร์อันโหดร้ายอีกครั้งวันหยุด 2 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว๻ั้๹แ๻่ช่วยโยจัดห้องวันนั้นก็ไม่ค่อยเห็นหน้าเขาเลย นี่อยู่บ้านเดียวกันนะเนี่ยแต่วันหยุดที่ผ่านมาแทบไม่เจอเลย

            อืม...ก็ดีเหมือนกันนะชีวิตเราสงบสุขขึ้นเยอะ

            “จิ้มลิ้มมขอลอกการบ้านชีวะหน่อย” นัทที่เพิ่งมาถึงโรงเรียนก็รีบวิ่งมากอดคอเราที่นั่งทวนการบ้านอยู่บนเก้าอี้เขาเป็๲เพื่อนที่เราค่อนข้างสนิทคนหนึ่งเลยล่ะ แต่เขาก็สนิทกับโยด้วยเหมือนกันชิชะ

            “นัทไม่ได้ทำการบ้านมาอีกแล้วเหรอ”

            “อืมเมื่อคืนไปแทงสนุ๊กมาอ่ะดิ เล่นเพลินจนลืมว่ามีการบ้านเลย”

            “แทงสนุ๊กมันไม่ดีนะ”

            “ไม่ได้เล่นแบบกินตังกันสักหน่อยก็ไปเล่นกับพวกไอ้โยนี่แหละ เล่นหนุก ๆ”

            “อ๋อ”

            ก็ว่าอยู่ว่าสองวันที่ผ่านมาหายไปไหนที่แท้ก็ไปเล่นสนุ๊กนี่เอง เขาว่าเราวันนั้นยังไม่มาขอโทษเลยนะ แถมบีบแขนเราด้วยเจ็บก็เจ็บ นิสัยไม่ดีเลย

            เราหยิบสมุดชีวะขึ้นมาแล้วส่งให้นัทเขาลากเกาอี้ใกล้ ๆ มานั่งข้างเรา แต่ก็ไม่ยอมทำการบ้านสักทีเอาแต่นั่งเล่นหัวคลอเคลียกับเราอยู่อย่างนั้น มองแล้วก็ตลกดี

            “มึงจะเกาะแกะอะไรน่านมันนักหนาวะไอ้นัทอากาศร้อนจะตาย เห็นแล้วรำคาญ” เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นมาระหว่างที่เดินมาหาพวกเราคนนี้ชื่อเต้ เป็๲คนที่นัทโทรเรียกให้ช่วยเมื่อวันเปิดเทอม ถ้าทุกคนยังจำได้อยู่เขาเป็๲เพื่อนกับนัท๻ั้๹แ๻่เด็ก ๆ แล้ว เรียกว่าเพื่อนสนิทเลยล่ะ

            “ก็น่านตัวนุ่มเหมือนไอ้ฟูที่บ้าน”

            “มึงเห็นน่านเป็๲แมวหรือไง”

            “นั่นสิเราไม่ใช่แมวสักหน่อย” เราแย้งนัทไป ถึงว่าทำไมเขาชอบมาเล่นกับเรา ที่แท้ก็เห็นเราเหมือนแมวที่บ้านเขานี่เองสงสัยแมวที่บ้านไม่ค่อยเล่นด้วยมั้ง น่าสงสาร

            “น่านถ้ารำคาญก็บอกมันไปตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจ”

            “แมวมันไม่รำคาญเ๯้าของตัวเองหรอกเนอะจิ้มลิ้ม โอ๊ย!” นัทที่กำลังคุยกับเต้จู่ ๆ ก็ร้องขึ้นมาเพราะมียางลบปริศนามาชนหัวดังปึก ดีนะที่นัทบังไว้ไม่งั้นยางลบต้องมาลงที่หัวเราแทนแน่ ๆ

            “ไอ้เชี่ยโย! ปายางลบมาได้ กลางกบาลเลย”

            “เห็นหน้ามึงแล้วหงุดหงิด”

            “อากาศร้อนแล้วเป็๲บ้าเหรอ”

            “ยุ่ง”

            “อ๋อหรืออยากเล่นกับน่าน ก็พูดดี ๆ ก็ได้ป่ะ”

            “ใครจะอยากเล่นกับมัน”           

            “มึงไง ถ้าไม่อยากเล่นแล้วจะเรียกร้องความสนใจทำไม”

            “ตลกไม่เล่นกับมันหรอก เดี๋ยวติดเชื้อเอ๋อ”

            “...”

            “มึงเหอะระวังไว้เล่นกับมันมาก ๆ เป็๞เอ๋อไม่รู้ด้วยนะ”

            “...”

            หนอยยคำก็เอ๋อ สองคำก็เอ๋อ!

            อยากจะ๠๱ะโ๪๪งับหัวให้!

            แล้วเป็๞อะไรต้องคอยแซะคอยกัดเราตลอด ตอนม.ต้นยังไม่หนักขนาดนี้เลย ตอนนั้นเรายังมีเล่นกับเขาบ้างเพราะเขาเป็๞หัวโจกประจำห้องเลยล่ะเวลามีงานกลุ่มหรืออะไรก็ต้องบากหน้าไปขอเขาอยู่กลุ่มด้วยตลอดเรียกได้ว่าเราแทบจะพึ่งเขาทุกเ๹ื่๪๫

            แต่นี่มันยุคไหนแล้ว!

            เราขึ้นม.ปลายมาแล้วหมดยุคของการเป็๞ทาสโย ต่อให้ไม่มีเขาเราก็มีเพื่อนคนอื่น ไม่ต้องคอยขอไปอยู่กลุ่มเดียวกับเขาเหมือนเมื่อก่อนไม่ยอมให้แกล้งอีกแล้วหรอกนะ

            อืม...แต่คิดๆ ไปแล้ว

            หรือที่๰่๭๫นี้ที่เขาหงุดหงิดบ่อยเพราะเราไม่เข้าหาเขาเหมือนเดิม?

            ไม่มีเบ๊คอยซื้อน้ำคอยซื้อของให้ เลยเริ่มอาละวาดแล้วสินะ สมน้ำหน้า! ไม่สนใจหรอก อย่างน้อย๰่๥๹ม.ปลายก็ขอเป็๲อิสระจากเขาเถอะ

             


            หลังเลิกเรียน

            ว่าไปนั่นที่บอกว่าเป็๲อิสระจากเขาน่ะ...คงไม่มีวันเกิดขึ้น

            เราหิ้วขนมหนึ่งถุงใหญ่ๆ และนมสตรอว์เบอร์รี่ของโปรดที่เขาชอบกินทุกวัน มายังสนามบอลที่เขาเล่นอยู่นี่มันเย็นแล้วนะ เราควรจะกลับได้แล้วอ่ะ

            แต่พอหมดคาบสุดท้ายเขาก็ใช้เราให้ซื้อของนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แล้วบอกให้เอาไปให้เขาที่สนามฟุตบอลพอเราทำท่าจะปฏิเสธเขาก็มองเราดุ ๆ ตลอดเห็นอย่างนั้นก็มีแต่ต้องทำตามเขาอย่างเดียว

            เฮ้อ...แล้วมันต่างจากตอนม.ต้นตรงไหนเนี่ย

            “โยเราซื้อของมาให้แล้ว” เรายืนหน้าบูดอยู่ข้างสนามมือทั้งสองข้างยังคงหิ้วถุงขนมใบใหญ่มองคนตัวสูงที่เล่นฟุตบอลกับเพื่อนอย่างสนุกสนานนัทกับเต้ก็เล่นกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่ละคนนี่เหงื่อโชกเชียว

            “โยรีบมาเอาของ เดี๋ยวเราตกรถเมล์” เราพูดให้เสียงดังขึ้นเพราะคิดว่าเขาน่าจะไม่ได้ยิน พอตาประสานเข้ากับอีกคนเขาถึงขอตัวเพื่อนแล้วเดินมาหาเรา

            “อ่ะ”

            “เอานมมาหน่อย”

            “โยก็หยิบเอาสิในถุงน่ะ”

            “มือกูเลอะมึงเห็นไหมอย่าโง่”

            เ๱ื่๵๹แค่นี้ก็ยังใช้คนอื่นฮึ่ย! หยิบให้ก็ได้เห็นว่ามือเลอะหรอกนะ

            “เจาะหลอดให้ด้วย”

            “...”

            “เร็วดิ”

            เราแกะพลาสติกออกจากหลอดก่อนจะเจาะลงกล่องนมให้เขาแล้วยื่นให้คนตรงหน้า เขายิ้มอย่างพอใจก่อนจะรับมันไปนี่ถ้าเขาใช้อีกเราจะแย่งนมกินให้หมดกล่องเลย

            “เสร็จหน้าที่แล้วจะไปไหนก็ไปๆ”

            “ไม่ต้องไล่หรอกเราไปเองได้”

            เราวางถุงขนมไว้ข้างสนามก่อนจะกระชับสายกระเป๋าแล้วเดินตึงตังออกไป โยที่ได้แกล้งเราก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นหน่อยเห็นไหมล่ะ เราบอกแล้วว่าเขาหงุดหงิดที่เราเริ่มขัดใจ ไม่ได้มีอะไรเลย จริง ๆเขาแค่อยากแกล้งเราเนี่ย

            ไม่กวนเราสักวันเขาคงจะอยู่ไม่ได้แน่ๆ

             

            ~

             

            “โยมึงจะเล่นถึงกี่โมง พรุ่งนี้มีเรียนนะ กูไม่อยากกลับดึกเดี๋ยวพ่อด่า”

            “ขออีกตาเดี๋ยวเลิกละ”

            “แล้วที่บ้านมึงไม่ว่าหรือไงมาเล่นสนุ๊กแบบนี้”

            “เหอะไม่อยากเจอหน้าคนที่บ้าน”

            “ทำไมทะเลาะกับพ่อมาเหรอ”

            “เปล่ากูไม่ได้อยู่กับพ่อ”

            “งั้นทะเลาะกับแม่?”

            “เปล่า”

            “อ้าวแล้วที่มึงบอกไม่อยากเจอหน้าคนที่บ้านคืออะไร”

            “...”

            “ไอ้โยกูถาม”

            “มึงเคยรู้สึกเหมือนจะเสียของเล่นที่มึงรักที่สุดไปป่ะ”

            “ของเล่นไรวะ”

            “ของเล่นที่มึงอยากเก็บไว้เล่นคนเดียวไม่อยากแบ่งใคร”

            “มึงพูดถึงอะไรเนี่ย”

            “ตอนนี้ของเล่นแม่งวิ่งไปให้คนอื่นเล่นไปทั่วแล้วหงุดหงิด”

            “มึงพูดอะไรให้มันเข้าใจหน่อยไอ้โยของเล่นที่ไหนวิ่งได้”

            “เฮ้อกูคิดมาตลอดว่ามันเป็๞ของกู กูเลยไม่ได้ใส่ใจมากจนตอนนี้กูจะเสียมันไปแล้วเพิ่งมาสนใจ มึงคิดว่ากูบ้าป่ะ”

            “เออบ้า”

            “...”

            “ตานี้จบกูเลิกละไม่อยากคุยกับคนบ้า”


    บทที่ 2 จบ

    ✤ ✤ ✤