
บทที่ 2
✤ ✤ ✤
“น่านวันนี้อยากกินอะไรลูกเดี๋ยวน้าออกไปซื้อของที่ตลาดมาทำกับข้าว”
“น่านกินได้ทุกอย่างเลยกับข้าวที่คุณน้าทำอร่อยหมดครับ น่านชอบ”
“งั้นทำบะหมี่หมูแดงของโปรดน่านดีกว่าเดี๋ยวน้าจะใส่เกี๊ยวให้หลาย ๆ ชิ้นเลย”
“เย้ขอบคุณครับคุณน้า”
“ว่าแต่เ้าโยทำไมยังไม่กลับมาอีกนี่จะทุ่มนึงแล้วนะ น่านรู้ไหมว่ามันไปไหน”
โยหายทีไรก็เป็หน้าที่ของไอ้น่านที่ต้องตอบคำถามตัวไม่ได้ติดกันสักหน่อย แล้วเราจะไปรู้ได้ยังไงว่าโยไปไหน เลิกเรียนปุ๊บเราก็รีบดิ่งกลับบ้านมาเลยไม่ไปเถลไถลที่ไหนเหมือนโย เพราะงั้นตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาหลักจากเปิดเทอมเราถึงไม่รู้เลยว่าทำไมโยกลับบ้านดึกทุกวัน ไม่อยากจะรู้ด้วย
“น่านก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”
“จริงๆ เลย ถ้าโยมันได้สักครี่งหนึ่งของน่านก็ยังดี น้าจะได้ไม่เป็ห่วงมันแบบนี้” สีหน้าเป็ห่วงลูกชายของคุณน้าบ่งบอกออกมาชัดเจนต่อให้เขาบ่นลูกชายยังไง สุดท้ายแม่ก็รักลูกที่สุดเสมอเราอิจฉาโยที่มีแม่ที่คอยเป็ห่วงแบบนี้ เราเองก็รักคุณน้าเหมือนเป็แม่ของเราเราจะไม่ทำให้คุณน้าเสียใจเหมือนที่โยทำเด็ดขาด
ก่อนคุณน้าจะไปตลาดก็ได้ฝากให้เราบอกกับโยว่าให้เก็บห้องนอนของตัวเองเพราะตอนนี้ห้องโยรกจนไม่มีที่ให้เดินแล้ว ฮือ คุณน้านะคุณน้าคิดว่าถ้าเราเป็คนบอกแล้วโยจะฟังหรือไงเล่า ไปสั่งให้เขาทำความสะอาดห้องมีหวังะเิลงหัวไอ้น่านพอดี
ครืด!
“ただいま” (ทาไดมะ: กลับมาแล้วครับ)
เราที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนโซฟาก็รีบยืนตรงเมื่อได้ยินเสียงโยกลับมาทำไมเราต้องทำตัวมีพิรุธด้วยเนี่ย
สภาพโยตอนนี้อยู่ในเสื้อนักเรียนที่หลุดลุ่ยเปียกเหงื่อ แถมยังเปื้อนคราบดำ ๆ จากการเล่นกีฬาด้วย ก็คงไม่พ้นจากเตะบอลไม่ก็เล่นบาสเหมือนที่เขาชอบเล่นตอนม.ต้น
“กะ...กลับมาแล้วเหรอโย”
เขาไม่ได้ตอบอะไรเราหรืออาจจะไม่ได้ฟังที่เราพูดด้วยซ้ำเขามองไปที่ห้องครัวแป๊ปนึงก่อนจะพบว่าคุณน้าไม่อยู่เลยเดินลากกระเป๋านักเรียนขึ้นบันไดไป ไม่ได้สิ คุณน้าฝากบอกว่าให้โยจัดห้องนี่
“เดี๋ยวสิโย..”เราวิ่งไปดึงชายเสื้อโยก่อนที่เขาจะขึ้นบันได เ้าตัวหันมามองตามมือที่เราจับเขาก่อนจะเลื่อนสายตามามองหน้าเรานิ่ง ๆ
“อะไร”
“คะ..คุณน้าบอกให้โยจัดห้องแล้วก็..จัดให้เสร็จก่อนที่คุณน้าจะกลับมาจากตลาดด้วย”
“มึงสั่งกู?”
“เราเปล่าสั่งนะคุณน้าเป็คนบอก” เราโพล่งตอบโยไปทันทีตามอารมณ์แล้วจะมาทำหน้าขึงขังใส่เราก่อนทำไมล่ะแค่จะบอกให้เขาจัดห้องมันต้องกดดันกันขนาดนี้เลยเหรอ
“กูไม่ทำ”
“โยทำเถอะ เดี๋ยวคุณน้าจะมาแล้วนะ”
“ทำไมกูต้องฟังมึง”
“ก็ถ้าโยไม่ทำเดี๋ยวคุณน้าก็ดุเราอ่ะ”
“กูยังไม่เคยเห็นแม่ดุมึงสักครั้ง”
“...”
“อยากให้จัดห้องมากนักก็มานี่มึงมาจัดด้วย”
“ดะ...เดี๋ยว”
โยกระชากข้อมือเราและไปที่ห้องนอนของโยร้อยวันพันปีเขาเคยจะให้เราเข้าห้องที่ไหนล่ะ ครั้งล่าสุดก็ตอนประถมนู่นถึงห้องเราจะติดกันแต่มันก็ไม่ได้เข้าไปได้ง่าย ๆ แบบนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเข้าในสถานที่ต้องห้ามหรือพวกถ้ำเสืออะไรแบบนั้นเลย
พอมาถึงในห้องโยก็ปล่อยเราเป็อิสระแต่เขาจัดการล็อคประตูเสร็จสรรพเหมือนกลัวเราจะหนีเราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณน้าบอกให้โยจัดห้องสภาพห้องตอนนี้ดูไม่ออกเลยว่าพื้นอยู่ตรงไหน มีแต่เสื้อผ้ากองเต็มพื้นไหนจะหนังสือการ์ตูนเอย นิตยสารฟุตบอลเอยและสายเครื่องเกมระโยงระยางพันกันมั่วไปหมด
“จัดดิรอไรอ่ะ”
“มะ...ไม่ใช่ห้องเราสักหน่อยห้องของใครคนนั้นก็จัดสิ”
“เถียงเก่งนะเดี๋ยวนี้”
“...”
“มึงคิดว่าถ้ากูจัดคนเดียวจะเสร็จเหรอเห็นสภาพห้องไหม”
“...”
“อยากให้เสร็จไวๆ ก็มาช่วยกันจัด”
“เดี๋ยวโยก็ให้เราจัดคนเดียวอีก”
“จะทำไม่ทำ”
“ทำก็ได้แต่โยต้องช่วยจัดด้วยนะ”
“เออ”
โยยอมจัดห้องอย่างว่าง่ายเขาไม่ได้โวยวายอะไรมากผิดจากที่เราคิดไว้ จึงทำให้พวกเราเคลียร์ห้องเสร็จเร็วขึ้นเราก็คอยเก็บหนังสือที่มันกระจัดกระจายมาเรียง ๆ ไว้ใส่ชั้นหนังสือส่วนพวกเสื้อผ้าของใช้ต่าง ๆ ก็เป็หน้าที่ของโยไป
เราเรียงหนังสือเข้าชั้นเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร บรรยากาศตอนนี้อึดอัดสุด ๆอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคยกับคนที่เกลียดเราแบบนี้ จะให้ชวนคุยมันก็ยังไงอยู่สู้รีบจัดแล้วรีบออกจากห้องนี้ยังง่ายกว่าเลย
ไหนจะปวดที่เข่าหนึบๆ เพราะแผลรอบก่อนยังไม่หายดี ก้ม ๆ เงย ๆ มากเข้าก็เจ็บแผลแผลของเราสะเก็ดหลุดออกมาแล้วทำให้เืออกเล็กน้อยเราจึงตัดสินใจนั่งพักที่เตียงของโยแล้วยืดขาไปข้างหน้าเผื่อจะทำให้ปวดแผลน้อยลงบ้าง
โยที่เห็นเราหยุดทำงานก็หันมามองเราตาขวางหรือเขาจะโกรธที่เราถือวิสาสะนั่งบนเตียงเขาหรือเปล่า
“ใครใช้ให้มึงพัก”
“เราปวดแผลขอนั่งพักแป๊บนึงได้ไหม”
“ไม่ได้”
โอ๊ยจะใจร้ายไปไหน ก็เราบอกปวดแผลไง ตอนจัดก็ไม่ได้อู้สักหน่อยแถมเราเรียงหนังสือจะเสร็จแล้วด้วย มีที่ไหนมาใช้งานกันแบบนี้ ขอบคุณสักคำยังไม่มีเลย
เราไม่สนใจคำพูดของโยแล้วนั่งพักต่อไปโยอาจจะคิดว่าเรากำลังลองดีกับเขาอยู่ แต่เราปวดแผลจริง ๆระหว่างนั่งพักเราก็ตีขากับพื้นเล่นไปมา พลางมองรอบ ๆห้องที่สะอาดและเป็ระเบียบขึ้นผิดจากที่เข้ามาตอนแรกแต่ไอ้เท้าตัวดีของเราก็ดันไปเตะโดนหลังโยที่นั่งแกะสายไฟที่พันกันอยู่ตรงพื้น
ปึก!
ตายแน่...
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยลูกด้วยวันนี้ลูกคงไม่รอด ฮือ
“น่าน”
“...”
“มึงหาเื่?”
“เราขอโทษระ..เราไม่ได้ตั้งใจ”
โยที่หงุดหงิดจากการพยายามแกะสายไฟตรงนั้นพอโดนเราเตะก็เหมือนจะของขึ้น หันมามองเราตาเขียวปั๊ดเลยไอ้เราก็ใรีบขอโทษขอโพย แล้วพนมมืออ้อนวอนคนตรงหน้า ตอนนี้รู้สึกร้อนมากเหงื่อเต็มมือจนชื้นไปหมด เราจะกลัวอะไรขนาดนี้นะ
ไม่ทันไรโยก็ลุกขึ้นมาแล้วกระชากแขนเราให้ลุกตาม แผลที่ยังไม่หายดีก็ปวดและตึงกว่าเดิมทำไมต้องรุนแรงด้วย
“เราเจ็บปล่อย”
“มึงเลิกทำตัวอ่อนแอเหมือนผู้หญิงสักทีได้ป่ะเห็นแล้วมันหงุดหงิด”
“เราไม่ได้อ่อนแอนะ”
“เหอะสำออย แผลแค่นี้”
“แผลก็แผลเราทำไมโยต้องหงุดหงิดด้วย”
“ก็เพราะว่ามึงมันน่าหงุดหงิดไง”
“อึก...เจ็บปล่อยนะ!”
แขนของเราที่โยจับอยู่ตอนแรกตอนนี้แดงเป็รอยมือเลย เขาอาจจะไม่รู้ตัวแต่ที่ผ่านมาเขาบีบมันแรงขึ้นเรื่อย ๆจนเราร้องขึ้นมาเขาถึงได้ปล่อย คนเขาหวังดีอุตส่าห์มาช่วยแต่ตอบแทนกันแบบนี้เหรอ
ไม่จงไม่จัดมันแล้วทำไปคนเดียวเลย!
หลังจากที่โยปล่อยเราไปเราก็รีบวิ่งออกจากห้องแล้วตรงไปที่ห้องตัวเองทันที ปวดแผลก็ปวด แขนก็เจ็บเจ็บใจด้วย ทำไมต้องว่าเราแรง ๆ ตลอด เราไปทำอะไรให้เกลียดนักเกลียดหนาเราก็อยู่ของเราดี ๆ โยมาเรียกเราไปช่วยจัดห้องเองแล้วยังมาหงุดหงิดเราอีกเดาใจไม่ถูกแล้วนะ
หงุดหงิด! เบื่อโย!!
@โรงเรียน
ตอนนี้ก็กลับสู่วันจันทร์อันโหดร้ายอีกครั้งวันหยุด 2 วันผ่านไปอย่างรวดเร็วั้แ่ช่วยโยจัดห้องวันนั้นก็ไม่ค่อยเห็นหน้าเขาเลย นี่อยู่บ้านเดียวกันนะเนี่ยแต่วันหยุดที่ผ่านมาแทบไม่เจอเลย
อืม...ก็ดีเหมือนกันนะชีวิตเราสงบสุขขึ้นเยอะ
“จิ้มลิ้มมขอลอกการบ้านชีวะหน่อย” นัทที่เพิ่งมาถึงโรงเรียนก็รีบวิ่งมากอดคอเราที่นั่งทวนการบ้านอยู่บนเก้าอี้เขาเป็เพื่อนที่เราค่อนข้างสนิทคนหนึ่งเลยล่ะ แต่เขาก็สนิทกับโยด้วยเหมือนกันชิชะ
“นัทไม่ได้ทำการบ้านมาอีกแล้วเหรอ”
“อืมเมื่อคืนไปแทงสนุ๊กมาอ่ะดิ เล่นเพลินจนลืมว่ามีการบ้านเลย”
“แทงสนุ๊กมันไม่ดีนะ”
“ไม่ได้เล่นแบบกินตังกันสักหน่อยก็ไปเล่นกับพวกไอ้โยนี่แหละ เล่นหนุก ๆ”
“อ๋อ”
ก็ว่าอยู่ว่าสองวันที่ผ่านมาหายไปไหนที่แท้ก็ไปเล่นสนุ๊กนี่เอง เขาว่าเราวันนั้นยังไม่มาขอโทษเลยนะ แถมบีบแขนเราด้วยเจ็บก็เจ็บ นิสัยไม่ดีเลย
เราหยิบสมุดชีวะขึ้นมาแล้วส่งให้นัทเขาลากเกาอี้ใกล้ ๆ มานั่งข้างเรา แต่ก็ไม่ยอมทำการบ้านสักทีเอาแต่นั่งเล่นหัวคลอเคลียกับเราอยู่อย่างนั้น มองแล้วก็ตลกดี
“มึงจะเกาะแกะอะไรน่านมันนักหนาวะไอ้นัทอากาศร้อนจะตาย เห็นแล้วรำคาญ” เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นมาระหว่างที่เดินมาหาพวกเราคนนี้ชื่อเต้ เป็คนที่นัทโทรเรียกให้ช่วยเมื่อวันเปิดเทอม ถ้าทุกคนยังจำได้อยู่เขาเป็เพื่อนกับนัทั้แ่เด็ก ๆ แล้ว เรียกว่าเพื่อนสนิทเลยล่ะ
“ก็น่านตัวนุ่มเหมือนไอ้ฟูที่บ้าน”
“มึงเห็นน่านเป็แมวหรือไง”
“นั่นสิเราไม่ใช่แมวสักหน่อย” เราแย้งนัทไป ถึงว่าทำไมเขาชอบมาเล่นกับเรา ที่แท้ก็เห็นเราเหมือนแมวที่บ้านเขานี่เองสงสัยแมวที่บ้านไม่ค่อยเล่นด้วยมั้ง น่าสงสาร
“น่านถ้ารำคาญก็บอกมันไปตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจ”
“แมวมันไม่รำคาญเ้าของตัวเองหรอกเนอะจิ้มลิ้ม โอ๊ย!” นัทที่กำลังคุยกับเต้จู่ ๆ ก็ร้องขึ้นมาเพราะมียางลบปริศนามาชนหัวดังปึก ดีนะที่นัทบังไว้ไม่งั้นยางลบต้องมาลงที่หัวเราแทนแน่ ๆ
“ไอ้เชี่ยโย! ปายางลบมาได้ กลางกบาลเลย”
“เห็นหน้ามึงแล้วหงุดหงิด”
“อากาศร้อนแล้วเป็บ้าเหรอ”
“ยุ่ง”
“อ๋อหรืออยากเล่นกับน่าน ก็พูดดี ๆ ก็ได้ป่ะ”
“ใครจะอยากเล่นกับมัน”
“มึงไง ถ้าไม่อยากเล่นแล้วจะเรียกร้องความสนใจทำไม”
“ตลกไม่เล่นกับมันหรอก เดี๋ยวติดเชื้อเอ๋อ”
“...”
“มึงเหอะระวังไว้เล่นกับมันมาก ๆ เป็เอ๋อไม่รู้ด้วยนะ”
“...”
หนอยยคำก็เอ๋อ สองคำก็เอ๋อ!
อยากจะะโงับหัวให้!
แล้วเป็อะไรต้องคอยแซะคอยกัดเราตลอด ตอนม.ต้นยังไม่หนักขนาดนี้เลย ตอนนั้นเรายังมีเล่นกับเขาบ้างเพราะเขาเป็หัวโจกประจำห้องเลยล่ะเวลามีงานกลุ่มหรืออะไรก็ต้องบากหน้าไปขอเขาอยู่กลุ่มด้วยตลอดเรียกได้ว่าเราแทบจะพึ่งเขาทุกเื่
แต่นี่มันยุคไหนแล้ว!
เราขึ้นม.ปลายมาแล้วหมดยุคของการเป็ทาสโย ต่อให้ไม่มีเขาเราก็มีเพื่อนคนอื่น ไม่ต้องคอยขอไปอยู่กลุ่มเดียวกับเขาเหมือนเมื่อก่อนไม่ยอมให้แกล้งอีกแล้วหรอกนะ
อืม...แต่คิดๆ ไปแล้ว
หรือที่่นี้ที่เขาหงุดหงิดบ่อยเพราะเราไม่เข้าหาเขาเหมือนเดิม?
ไม่มีเบ๊คอยซื้อน้ำคอยซื้อของให้ เลยเริ่มอาละวาดแล้วสินะ สมน้ำหน้า! ไม่สนใจหรอก อย่างน้อย่ม.ปลายก็ขอเป็อิสระจากเขาเถอะ
หลังเลิกเรียน
ว่าไปนั่นที่บอกว่าเป็อิสระจากเขาน่ะ...คงไม่มีวันเกิดขึ้น
เราหิ้วขนมหนึ่งถุงใหญ่ๆ และนมสตรอว์เบอร์รี่ของโปรดที่เขาชอบกินทุกวัน มายังสนามบอลที่เขาเล่นอยู่นี่มันเย็นแล้วนะ เราควรจะกลับได้แล้วอ่ะ
แต่พอหมดคาบสุดท้ายเขาก็ใช้เราให้ซื้อของนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แล้วบอกให้เอาไปให้เขาที่สนามฟุตบอลพอเราทำท่าจะปฏิเสธเขาก็มองเราดุ ๆ ตลอดเห็นอย่างนั้นก็มีแต่ต้องทำตามเขาอย่างเดียว
เฮ้อ...แล้วมันต่างจากตอนม.ต้นตรงไหนเนี่ย
“โยเราซื้อของมาให้แล้ว” เรายืนหน้าบูดอยู่ข้างสนามมือทั้งสองข้างยังคงหิ้วถุงขนมใบใหญ่มองคนตัวสูงที่เล่นฟุตบอลกับเพื่อนอย่างสนุกสนานนัทกับเต้ก็เล่นกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่ละคนนี่เหงื่อโชกเชียว
“โยรีบมาเอาของ เดี๋ยวเราตกรถเมล์” เราพูดให้เสียงดังขึ้นเพราะคิดว่าเขาน่าจะไม่ได้ยิน พอตาประสานเข้ากับอีกคนเขาถึงขอตัวเพื่อนแล้วเดินมาหาเรา
“อ่ะ”
“เอานมมาหน่อย”
“โยก็หยิบเอาสิในถุงน่ะ”
“มือกูเลอะมึงเห็นไหมอย่าโง่”
เื่แค่นี้ก็ยังใช้คนอื่นฮึ่ย! หยิบให้ก็ได้เห็นว่ามือเลอะหรอกนะ
“เจาะหลอดให้ด้วย”
“...”
“เร็วดิ”
เราแกะพลาสติกออกจากหลอดก่อนจะเจาะลงกล่องนมให้เขาแล้วยื่นให้คนตรงหน้า เขายิ้มอย่างพอใจก่อนจะรับมันไปนี่ถ้าเขาใช้อีกเราจะแย่งนมกินให้หมดกล่องเลย
“เสร็จหน้าที่แล้วจะไปไหนก็ไปๆ”
“ไม่ต้องไล่หรอกเราไปเองได้”
เราวางถุงขนมไว้ข้างสนามก่อนจะกระชับสายกระเป๋าแล้วเดินตึงตังออกไป โยที่ได้แกล้งเราก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นหน่อยเห็นไหมล่ะ เราบอกแล้วว่าเขาหงุดหงิดที่เราเริ่มขัดใจ ไม่ได้มีอะไรเลย จริง ๆเขาแค่อยากแกล้งเราเนี่ย
ไม่กวนเราสักวันเขาคงจะอยู่ไม่ได้แน่ๆ
~
“โยมึงจะเล่นถึงกี่โมง พรุ่งนี้มีเรียนนะ กูไม่อยากกลับดึกเดี๋ยวพ่อด่า”
“ขออีกตาเดี๋ยวเลิกละ”
“แล้วที่บ้านมึงไม่ว่าหรือไงมาเล่นสนุ๊กแบบนี้”
“เหอะไม่อยากเจอหน้าคนที่บ้าน”
“ทำไมทะเลาะกับพ่อมาเหรอ”
“เปล่ากูไม่ได้อยู่กับพ่อ”
“งั้นทะเลาะกับแม่?”
“เปล่า”
“อ้าวแล้วที่มึงบอกไม่อยากเจอหน้าคนที่บ้านคืออะไร”
“...”
“ไอ้โยกูถาม”
“มึงเคยรู้สึกเหมือนจะเสียของเล่นที่มึงรักที่สุดไปป่ะ”
“ของเล่นไรวะ”
“ของเล่นที่มึงอยากเก็บไว้เล่นคนเดียวไม่อยากแบ่งใคร”
“มึงพูดถึงอะไรเนี่ย”
“ตอนนี้ของเล่นแม่งวิ่งไปให้คนอื่นเล่นไปทั่วแล้วหงุดหงิด”
“มึงพูดอะไรให้มันเข้าใจหน่อยไอ้โยของเล่นที่ไหนวิ่งได้”
“เฮ้อกูคิดมาตลอดว่ามันเป็ของกู กูเลยไม่ได้ใส่ใจมากจนตอนนี้กูจะเสียมันไปแล้วเพิ่งมาสนใจ มึงคิดว่ากูบ้าป่ะ”
“เออบ้า”
“...”
“ตานี้จบกูเลิกละไม่อยากคุยกับคนบ้า”
บทที่ 2 จบ
✤ ✤ ✤