พุทธองค์กลับเข้าไปในวิหารระฟ้า และปล่อยเยว่ชิงในนั่งอยู่บนกองหิมะเช่นนั้น
เสียงโหวกเหวกของเยว่ชิงอาจรบกวนผู้อื่นที่กำลังหลับใหล ดังนั้นพุทธองค์จึงใช้ม่านตัดเสียง หนึ่งในอาคมลูกเล่นของหลี่จิ้งหยาง ไป๋เยว่ชิงรู้ว่าะโไปก็ไม่มีผลจึงทำได้แต่นั่งอยู่แบบนั้น
“ปล่อยข้าน้อยนะ!”
“พุทธองค์หลี่จิ้งหยาง ถ้าข้าน้อยหลุดไปได้ จะบุกไปก่อกวนท่านถึงห้องนอนเลย!!”
เยว่ชิงนั้นมีมนต์ดำอยู่ทั่วทั้งกายิญญา ถือเป็ปรปักษ์กับวิหาระฟ้า การที่เยว่ชิงบอกว่าจะบุกมาก่อกวนนั้นย่อมเป็ไปไม่ได้เลย นอกเสียจากว่า...
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางจะอนุญาตให้เยว่ชิงเข้านอกออกในได้เป็กรณีพิเศษ ดังเช่นที่เคยลอบเข้ามาเมื่อคราวเสวี่ยฉินมาเยือน หลี่จิ้งหยางที่เคยเถรตรงกับทุกเื่ แต่กลับหย่อนยานให้กับเยว่ชิงไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
เท้าที่ถูกตรึงอยู่กับที่หลุดออกได้ในที่สุด เยว่ชิงมองไปทางห้องนอนของพุทธองค์อย่างแค้นใจ ใบหน้าขาวซีดสะบัดหนีเมื่อเห็นหลี่จิ้งหยางปิดหน้าต่าง ไป๋เยว่ชิงเดินดุ่มกลับไปที่เรือนเล็กด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
‘เยว่ชิงน่ะหรือ? เขายังไม่รู้ จำสิ่งใดไม่ได้ด้วยซ้ำ’
สองขาเยว่ชิงหยุดชะงักในทันที เสียงกระซิบกระซาบพูดคุยระหว่างคนสองคน ในห้องนอนของจื่อหลิง เบาจนจับใจความไม่ได้ทั้งประโยค แต่เยว่ชิงแน่ใจว่าเขาได้ยินชื่อตัวเองจากการสนทนานั้น
เพียงไม่นานเสียงพูดคุยก็เงียบหายไป เยว่ชิงพยายามสอดสายตามองว่าจื่อหลิงนัดพบใคร แต่ปรากฏว่าไม่มีใครออกมาจากห้องนอนของเขาสักคนเดียว
จื่อหลิงอาจจะละเมอ หรือไม่ก็ คงเป็กังวลเื่ของเขาจนต้องคุยคนเดียว
เยว่ชิงพับความสงสัยเก็บไป เขาเดินกลับห้องของตนเอง และเริ่มเข้าฌานสมาธิฝึกจิตอย่างที่เคยทำทุกวัน แต่ในวันนี้มันแปลกไปเมื่อในฌานนั้นเขากลับพบความสวยงาม มันไม่มืดมิดอย่างที่เห็นอยู่เป็ประจำ
“ฌานข้า...ไม่ได้เป็แบบนี้สักหน่อย เกิดอะไรขึ้น?”
“ไป๋เยว่ชิง”
เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยเรียกชื่อของเขา เป็เสียงที่เยว่ชิงคุ้นเคยและรู้ในทันทีว่าเป็ฝีมือของผู้ใด
“เหตุใดพุทธองค์จึงตามหลอกหลอนข้าน้อยไม่เลิกรา!”
“...”
“ข้าน้อยไม่้าแสงสว่างใดทั้งนั้น”
“เยว่ชิงฟังอาตมาก่อน”
“ก่อนหน้าที่ข้าน้อยอยากให้พุทธองค์รับฟัง ไยท่านเมินเฉยไม่ใส่ใจ ข้าน้อยอยากรู้ว่าทำไมตนเองถึงตาย ข้าน้อยอยากรู้ว่าศพของข้าน้อยอยู่ที่ใด และข้าน้อยผู้นี้ผิดมากเพียงไหน ถึงตัดสินโทษด้วยความตายเช่นนี้...”
“...”
“ข้าน้อยถามพุทธองค์ซ้ำไปมา จนตอนนี้ข้าน้อยไม่อยากรู้แล้ว”
“อาตมาจะบอกทุกอย่างเมื่อถึงเวลา”
“ท่านพูดออกมาแต่ละคำดูง่ายดาย พุทธองค์ทำเหมือนว่าการตายของข้าน้อย ไม่ต่างจากเื่ลมฟ้าอากาศ”
“ทุกอย่างจะกระจ่างแจ้งในสักวัน ถึงวันนั้นอาตมาหวังว่าเยว่ชิงจะเข้าใจและละวางทุกสิ่ง”
“เพื่ออะไร? เพื่อให้ท่านได้ไปนิพพานหรือ?”
เยว่ชิงเอ่ยเื่นิพพานนับครั้งไม่ถ้วน พุทธองค์หลี่จิ้งหยางแม้มีจุดหมายปลายทางคือนิพพาน ทว่าเขาก็ไม่อาจทนดูดายที่เห็นเยว่ชิงเป็เช่นนี้ การไปนิพพานนั่นแปลว่าว่าทุกอย่างถูกแก้ไขจนหมดสิ้น ไม่มีสิ่งใดติดค้างต่อกันอีก จึงทำให้เป็ผู้พ้นแล้วซึ่งกิเลสอย่างแท้จริง
“อาตมาไม่เคยเอาเื่เยว่ชิงมาเป็ข้ออ้าง การไปนิพพานเป็เื่ของอาตมาเพียงผู้เดียว”
“...”
“เยว่ชิงต้องพึงระลึกว่าตนเองนั้น กำลังทำสิ่งใดลงไป”
“ท่านฆ่าข้าน้อยทิ้งอย่างเืเย็น ใช้สองมือนั้นบีบร่างกายของข้าน้อยเป็แผลพุพอง จนข้าน้อยสิ้นลมหายใจและฟื้นขึ้นที่แดนความตาย เช่นนี้ยังเรียกว่าระลึกได้อยู่บ้างไหม?”
“...”
“ท่านยังเรียกตนเองว่าสมณะ ท่านยังบอกให้ข้าน้อยละวางเพื่อปลดปล่อยท่านให้ไปนิพพาน ข้าน้อยจะพาท่านไปเยือนนรกด้วยกันต่างหาก”
ความโกรธแค้นของเยว่ชิงเป็อาหารชั้นดีของห้วงจิตมืด พลังแสงทองจากกายวัชระของพุทธองค์ที่ใช้สะกดไว้นั้นกำลังจะคลาย เยว่ชิงมีเพียงความชิงชัง สตินึกคิดก็มีแต่ภาพความตายของตนที่ยังคงชัดเจนในความทรงจำ
ความมืดคืบคลานเข้ามาแทนที่ แสงสว่างที่นั้นถูกบดบังจนเกือบหมด ไม่ว่าพุทธองค์หลี่จิ้งหยางจะพูดสิ่งใดขึ้นมา มันก็เลยผ่านหูของเยว่ชิงไปดังสายลมในอากาศ แสงทองสลายไป ฌานสมาธิที่เคยเชื่อมกันขาดหาย พุทธองค์เพียงแค่อยากให้ดึงสติของเยว่ชิง ไม่คิดเลยว่ามันจะสายจนเกินแก้เช่นนี้ ความโกรธของเยว่ชิงทำให้พลังดาราดับแข็งแกร่ง ห้วงจิตมืดกลายเป็ฌานสมาธิของเยว่ชิง มันคือจุดกำเนิดที่เยว่ชิงดูดกลืนมันเพื่อเลื่อนระดับจิต
พุทธองค์ยอมให้เยว่ชิงตามติดเป็เงา แต่จะไม่ยอมให้เยว่ชิงได้แตะต้องเคล็ดวิชานพเคราะห์เจ็ดดาราเป็อันขาด!
เยว่ชิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้งใน่รุ่งสาง และพบว่าพลังดาราดับนั้นหลุดจากการควบคุม ดูเหมือนว่าในฌานนั้นจะเป็แสงทองจากกายวัชระ การควบคุมไม่ให้มันกลืนกินจิตใจของเรานั้นยาก ยิ่งกับเยว่ชิงที่ไม่เคยเรียนรู้หรือศึกษาเื่ของพลังมาก่อน เขาส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย
“เยว่ชิง...”
“ไป๋เยว่ชิง... มาหาข้า มาหาข้า”
แว่วเสียงเรียกจากที่ไหนสักที่ เป็เสียงที่คล้ายคลึงกับเย่วชิง เขาสะบัดหน้าไล่ความฟุ้งซ่านในสมอง คงเป็เพราะจิตยังไม่คงที่หลังจากที่ออกกฌานมา
“เยว่ชิง... มาหาข้า พลังดาราดับข้ารู้ ข้าช่วยเ้าได้”
“...” เสียงเรียกนั้นกำลังหลอกล่อเยว่ชิงให้หลงกล เขาลุกจากเตียงพลันก็เหมือนจะวูบ ร่างกายอ่อนแรงอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งที่ตอนเข้าฌานเยว่ชิงนั้นยังเป็ปกติ
“มันจะควบคุมเ้า เยว่ชิงมาหาข้า มีแต่ข้าที่จะช่วยเ้า”
“ไม่!!! อย่ามายุ่งกับข้า”
เสียงร้องเรียกนั้นรบกวนสมาธิของเยว่ชิง เขาทรุดลงไปกับพื้นกุมใบหูทั้งสองไว้ เพื่อหวังว่ามันจะช่วยให้ไม่ต้องได้ยินเสียงอื่นใด ทว่ามันกลับชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม จนเยว่ชิงนั้นต้องออกไปหาที่มาของเสียง
ศิษย์ในวิหารต่างก็เล่าเรียนโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เยว่ชิงลอบเข้ามาในวิหารก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ เสียงนั้นไม่ได้อยู่ในวิหารระฟ้า แต่มาจากทางด้านหลังของวิหารต่างหาก
หรือว่า....!
เขาคิดไปถึงิญญาที่โดนกักขังอยู่ใต้สระบัว์ อาจเป็เสียงของซื่ออิง นามที่พุทธองค์หลี่จิ้งหยางเคยเอ่ย เมื่อคราวที่เยว่ชิงลอบตามพุทธองค์
“เ้าเป็ปีศาจตนใด ก็อย่าหวังว่าข้าจะเชื่อ!”
“ฮะฮะฮ่า!”
เสียงนั้นหัวเราะตอบกลับมา ท่าทางราวกับสุขใจเต็มประดาที่ได้ฟังเยว่ชิงเอ่ยเช่นนี้
“ข้ากับพลังดาราดับถือเป็ของคู่กัน หากเ้าไม่ควบคุมมัน สักวันหนึ่งพลังนี้จะฝังเข้าไปยังไขิญญาของเ้า เมื่อเป็เช่นนั้นสิ่งที่เ้าจะได้รับก็คือโทษทัณฑ์อันน่าอดสู”
“...”
“เ้าจะกลายเป็เพียงสวะที่หลี่จิ้งหยางจะเขี่ยทิ้ง ดูไม่ออกเลยหรือไป๋เยว่ชิง ฮ่าฮ่า”
เยว่ชิงหลับตาลงข่มอารมณ์ในจิต เวลานี้เขาเองก็หมดหนทางที่จะควบคุมพลังมืดในกาย มนต์ดำพวกนี้สกปรกโสโครก อย่างไรก็ต้องโดนกำจัดเข้าในสักวัน ทว่าเขาเองก็ยังตายไม่ได้ในตอนนี้เช่นกัน จนกว่าเป้าหมายที่วางเอาไว้จะลุล่วงสมดังใจ
สระบัว์เคลื่อนตัวออกจากกัน เยว่ชิงมองเห็นบันไดที่ทอดยาวไปถึงด้านล่าง เขาผ่อนลมหายใจแล้วเดินลงไปอย่างระวัง ความลับคราวก่อนที่ตามลงมาเยว่ชิงไม่เคยปริปาก เกรงว่าหากพุทธองค์รู้จะปิดซ่อนทุกสิ่งอย่างจากสายตาผู้อื่น
“ข้ามาแล้ว”
“มาทางนี้เยว่ชิง”
ไม่ผิดจากที่เยว่ชิงคิดแม้แต่น้อย เสียงนั้นมาจากหลุมศพที่มีมนต์กักขังล้อมอยู่ น่าแปลกที่ิญญานี้ยังคงแข็งแกร่งถึงขนาดเรียกเขาให้มาหาได้
“บอกมา ว่าข้าจะควบคุมพลังดาราดับนี้ได้อย่างไร?”
“ไป๋เยว่ชิงหนอไป๋เยว่ชิง เ้าคิดว่าเป็คนดีเพื่อหลี่จิ้งหยางแล้ว เขาจะรักเ้า ถนอมเ้างั้นหรือ? ”
“พูดบ้าอะไร!”
ิญญาตนนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เยว่ชิงรู้สึกเหมือนพลังิญญาของเขากำลังถูกดูดไป
สดับเพียรหมื่นภพชาติ