บทที่ ๑ (4จบ)
การสำรวจเป็ไปอย่างรวดเร็วเปี่ยมประสิทธิภาพนายทหารผู้นำทางและคุ้มครองเร่งเคลียร์พื้นที่อีกแปดตำหนักซึ่งสร้างลดหลั่นกันตามเชิงเขาเชื่อมต่อกันด้วยบันไดหินธรรมชาติการก่อสร้างเคร่งครัดเื่ฮวงจุ้ยไม่ต่างกับพระราชวังอื่นๆยิ่งได้เข้าไปสำรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งนำพาความประหลาดใจในความมหัศจรรย์พันลึกของพระราชวังเร้นกายแห่งนี้จากการตรวจสอบพระราชวังมีอายุไม่ต่ำกว่าสองพันปีแน่นอนทว่าข้าวของเครื่องใช้บางอย่างกลับมีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับเครื่องใช้ในปัจจุบันแม้กระทั่งวิศวกรรมในการก่อสร้างยังคล้ายคลึงกับปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด
เหมือนกับใครบางคน้าทิ้งลายเซ็นไว้เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังรับรู้ถึงตัวตนของผู้สร้างเมื่อสองพันปีก่อน
สิ่งนั้นทำให้คณะสำรวจขนคอตั้งพร้อมกันตอนเข้าประชุม่บ่ายสรุปผลการสำรวจตำหนักหน้า นักโบราณคดีทั้งสี่ต่างค้นหาชื่อ หย่งชิ่งซึ่งเป็ชื่อตำหนักในประวัติศาสตร์แต่กลับไม่มีบุคคลใดที่มีชื่อและ่เวลาตรงกับ่อายุของพระราชวังเร้นกายสักคน
ชัญญาไม่ได้เข้าไปฟังประชุมการสรุปกับบิดามีเวลาไม่มากนักในการสำรวจพระราชวังเร้นกาย เนื่องจากอาหารที่นำมามีจำกัดเด็กหญิงจึงอยากเดินสำรวจให้ทั่วทุกตำหนักก่อนที่จะต้องเดินทางลงจากเขา
“ชิ่งเอ๋อร์ เ้ายิ้มทำไม”
เด็กหญิงได้ยินเสียงพูดคุยมาจากที่ไกลๆจึงพยายามป้องหูฟังที่มาของเสียงเมื่อแน่ใจจึงเดินไปทางด้านหลังพระราชวังซึ่งเป็ป่าทึบภาษาและสำเนียงช่างแปลกประหลาดเธอไม่เคยได้ยินภาษาจีนแบบนี้มาก่อนั้แ่ติดตามบิดามาเมืองจีนอีกทั้งน้ำเสียงนุ่มทุ้มช่างคุ้นหูยิ่งดึงดูดเท้าเล็กๆ ไปตามทิศทางของเสียง
“ก็เพราะข้าจะตายก่อนท่านช่างน่ายินดียิ่งนัก”
“ความตายมีสิ่งใดน่ายินดี”
“เพราะข้าจะไม่ต้องดูท่านตายก่อนอย่างไรกันเล่า”
เสียงสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งดังชัดขึ้นเรื่อยๆทว่าเสียงผู้หญิงเบามาก แถมยังขาดห้วงฟังไม่ใคร่ชัดเจนนัก แต่ไม่ใช่เื่ดีแน่
ชัญญาสำเหนียกถึงเหตุร้ายที่กำลังเกิดขึ้นเด็กหญิงวิ่งไปโดยไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเอง วิ่ง วิ่ง และวิ่งจนปอดแทบจะะเิออกมาเขตพระราชฐานแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลสำหรับหนูน้อยตัวเล็กๆ อย่างเธอเหลือเกิน
“อุ๊ย!”
เด็กหญิงสะดุดกับรากหญ้าที่ขึ้นแทรกระหว่างร่องหินปูพื้นล้มหน้าคะมำเจ็บข้อเท้าจนน้ำตาซึม มือถลอก เข่าแตกเืไหล แต่เธอกลับลุกขึ้นแล้ววิ่งต่อด้วยความสนใจเสียงนุ่มทุ้มนั้น ด้วยความเห็นใจต่อน้ำเสียงขาดห้วงอันน่าสงสารอย่างน้อยมันต้องมีสักอย่างที่เธอจะช่วยทั้งสองคนได้
ชัญญามาถึงประตูหลังของพระราชวังที่เปิดอ้าออกซึ่งมันสมควรปิดอยู่ก่อนหน้านี้หรือไม่ร่องรอยของดานเหล็กถูกขัดไว้เนิ่นนานจนเกิดความต่างของสีประตูอย่างเด่นชัดเธอไม่มีเวลาคิด ดวงตามองหาต้นกำเนิดเสียง แต่ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดเลย
“เ้าช่างเอาเปรียบข้ายิ่งนักแต่ครั้งนี้ข้าจะยอมเ้าสักครั้ง ข้ายอมรับความโศกเศร้าไว้แต่เพียงผู้เดียว”
“ใครบอกว่าข้าเอาเปรียบท่านข้าก็ต้องนั่งเหงาอยู่บน์เช่นกัน”
น้ำเสียงเจือสะอื้นดังมาจากป่าลึกเท้าเล็กก้าวตรงไปอย่างไม่ลังเล ดวงหน้ารูปหัวใจแดงก่ำ เหนื่อยหอบขาทั้งสองเริ่มอ่อนล้า แต่ยังเปี่ยมด้วยพลังใจอยากช่วยเหลือ
เมื่อเดินลึกเข้าไป ความมืดค่อยๆโรยตัวโอบล้อมป่าทึบผิวกายอ่อนนุ่มที่อยู่นอกเสื้อผ้าถูกกิ่งไม้ใบหญ้าขีดข่วนบนใบหน้าและมือทั้งสองขาเจ็บระบบเพราะหกล้มเมื่อครู่ อีกทั้งยังถูกแมลงรุมตอมไม่หยุดแล้วทำไมตอนเดินทางขึ้นเขาเธอเดินป่ามาเกือบสิบวันเนื้อตัวกลับไร้ซึ่งรอยขีดข่วนสักรอยก็ไม่มีให้เห็น
นั่นเพราะนายทหารคนนั้นปกป้องเธอจากภัยอันตรายในป่าซึ่งเธอไม่เคยรู้สึกถึงมันมาก่อน
ชัญญายิ่งได้ยินเสียงพูดคุยนั้นชัดเจนราวกับกำลังพูดอยู่ข้างหูแต่เธอไม่ชอบความมืดเลย รอบกายกำลังมืดลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังเข้าสู่ยามรัตติกาลทันใดนั้นเธอเห็นแสงสว่างลอดลงมาจากฟ้าเบื้องบน สองขาเล็กๆ ออกวิ่งอีกครั้ง
แสงสาดลงมาบนแผ่นศิลาก้อนใหญ่เธอสูดลมหายใจ ไม่ได้ยินสรรพเสียงสำเนียงอันใดอีกแล้วดวงตาเพ่งบนตัวอักษรสีแดงเลือนรางที่สลักบนแผ่นหินเมื่อไล่อ่านทีละตัวจวบจนอักษรตัวสุดท้าย
ชัญญาถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้นั์ตาเบิกกว้าง ดวงหน้าตื่นตะลึงราวกับเห็นภูตผี
บุปผาโรยราร่วงหล่น สายชลพลัดพรากสิงขร
สายร่างหนึ่งนางจากจรมิอาวรณ์ดวงใจไร้กาล
โคลงจีนโบราณที่เด็กหญิงเคยเห็นบนแผ่นศิลาในความฝันบัดนี้มันอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
ร่างเล็กจ้อยลุกขึ้นก้าวเข้าไปใกล้ศิลาแผ่นมหึมานั้นลูบไล้บนเนื้อศิลาเย็นเฉียบแข็งกระด้าง ลากนิ้วมือเล็กๆตามตัวอักษรโบราณนั้นทีละตัวราวกับ้าตอกย้ำว่าสิ่งตรงหน้ามิได้ผุดขึ้นมาจากฝันดวงใจสะท้านเยือกคล้ายถูกเคลือบด้วยแผ่นน้ำแข็งบางเบา เส้นเืค้างแข็งนิ้วสั่นระริก
“ชิ่งเอ๋อร์ เ้ายิ้มทำไม”
“ก็เพราะข้าจะตายก่อนท่านช่างน่ายินดียิ่งนัก”
“ความตายมีสิ่งใดน่ายินดี”
“เพราะข้าจะไม่ต้องดูท่านตายก่อนอย่างไรกันเล่า”
น้ำเสียงสั่นเครือแหบแห้งสุดแสนเศร้าะเืใจดังแว่วอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หยดน้ำไหลรินจากดวงตากลมโตโดยไม่รู้สึกตัว
เป็ไปไม่ได้...ชัญญาส่ายหน้าเชื่องช้าเม็ดเหงื่อพราวใสซึมออกมาบนดวงหน้าอ่อนเยาว์เธอใช้หลังมือเช็ดหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นเป็สายราวไข่มุกเม็ดงามเหตุใจเธอจึงรู้สึกโศกเศร้าเจียนใจจะขาดเช่นนี้
มันเป็เพียงความฝันมิใช่หรือเหตุใดแผ่นศิลานั้นจึงมีอยู่จริง
ชัญญาพิจารณาแผ่นศิลาอีกครั้งเห็นเศษผ้าสีแดงซีดขยับไหวคราแรก เธอคิดว่ามันเป็เพียงเศษผ้าแต่แท้ที่จริงมันคือยันต์ผืนหนึ่งต่างหาก
ผ้ายันต์ที่พลิ้วไหวตามแรงลมมันน่าจะเคยเป็สีแดง บัดนี้ซีดจางไปตามกาลเวลา ติดอยู่บนตำแหน่งสูงสุดของแผ่นศิลาเธอลองเขย่งปลายเท้าพยายามดึงมันลงมา แต่ก็สุดปลายนิ้วจะเอื้อมถึงจึงหาก้อนหินแถวนั้นมาวางต่อความสูง ความพยายามเป็ผลสำเร็จมือน้อยดึงยันต์ออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ยันต์อะไรกัน” เธอขมวดคิ้วสงสัยอยู่ครามครันบนยันต์ปรากฏตัวอักษรสีทอง ต่อให้อ่านภาษาจีนโบราณออกก็ ไม่สามารถรวบรวมเป็คำได้อยู่ดีเพราะตัวอักษรมันหลุดหายไปตามกาลเวลา เด็กหญิงกำยันต์ผืนนั้นไว้ในมือเอาไปให้พ่อดูน่าจะมีประโยชน์อะไรบ้าง
รอบบริเวณแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยแสดงว่าเมื่อครู่เป็เพียงอาการหูแว่วใช่หรือไม่หรือจะเกิดจากอาถรรพ์ของโบราณสถานที่เคยมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างอยู่ในหลายแห่งและพระราชวังเร้นกายนี้ก็อยู่ในข่ายนั้นด้วย
เสียงฟ้าร้องคำรามดังขึ้นเหนือหัวสายฟ้าแปลบปลาบราวกับจะเกิดพายุฝนในไม่ช้า เด็กหญิงห่อไหล่รู้สึกหวาดหวั่นขุมหนึ่งเสียงฟ้ายามนี้แตกต่างจากฟ้าร้องทั่วไปจนเธอรู้สึกได้
ชัญญาไม่ลืมหยิบกล้องตัวบางออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตถ่ายรูปแผ่นศิลาจนพอใจแล้วหมุนตัวกลับ เธอออกมานานแล้วถ้าบิดาหาไม่เจอคงเป็ห่วงแย่ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าออกเดินเด็กหญิงกลับต้องถอยกรูดอย่างตื่นตระหนกหน้าซีดขาวราวกระดาษงูพิษตัวใหญ่เลื้อยตรงเข้ามาหาเธอ ร่างน้อยยืนแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวอันตรายจากมฤตยูแห่งคมเขี้ยวที่ชูคออยู่ตรงหน้า
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เสียงเล็กดังแค่ในลำคอตีบตันสิ้นหวัง
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากมันฉกใส่มือเธอที่กำลังปัดป้องด้วยความกลัวสุดชีวิต
ร่างน้อยล้มลงศีรษะกระแทกพื้นทันทีความเ็ปแผ่ซ่านจากรอยกัดที่มือลามไปทั้งแขนเด็กหญิงถอยไปชนแผ่นศิลาด้านหลังด้วยความหวาดกลัวอสรพิษชูคอเลื้อยคืบคลานเข้ามาอย่างมุ่งร้ายหมายชีวิต
ฉับ!
มีดสั้นเล่มหนึ่งปักบนหัวงูอย่างแม่นยำมันแน่นิ่งหัวแนบไปกับพื้นดินตายสนิท
ชัญญาหายใจรวยรินใจชื้นขึ้นมาส่วนหนึ่งที่มีคนมาช่วยเหลือไว้ทันมีทางรอดแล้ว...บัดนี้ร่างกายแข็งทื่อไม่สามารถขยับได้แม้กระทั่งนิ้วมือเธอพยายามฝืนลืมตามองผู้มีพระคุณ ก็พบใบหน้าอันคุ้นเคยใน่สิบกว่าวันมานี้
“เกอเกอ” ริมฝีปากเล็กเปล่งเสียงแ่เบาออกมาคำหนึ่ง
มือใหญ่แข็งแรงและอบอุ่นยิ่งนักประคองเธอนั่งพิงกับแผ่นศิลาเย็นเยียบั์ตาเหยี่ยวจับมือบอบบางที่กำลังเขียวคล้ำด้วยพิษร้ายเขาสบตาเธอด้วยสีหน้าสาสมใจ
สีหน้าสาสมใจหมายความเช่นไร
เขาจับมือทั้งสองข้างของเธอวางบนหน้าท้องแล้วลุกขึ้นยืนเดินจากไปเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างพร่าเลือนเล็กลงเรื่อยๆ
เขาทิ้งเธอแล้ว
เขาไปแล้วเสียงฝีเท้าแ่ไกลห่างออกไปดังเช่นความฝัน
ทำไม ทำไม ทำไม!
ทำไมเขาไม่ปกป้องเธอเหมือนที่แล้วมา
ดวงใจเ็ปรุนแรงราวกับถูกกรีดด้วยกรงเล็บแหลมคม
เสียงสะอื้นอ่อนโรยแรงดังขึ้นในป่าอันเงียบสงัดแสงสว่างสายหนึ่งสาดลงมาบนแผ่นศิลา ค่อยๆ แผดจ้าร้อนแรงจนแสบตา
ไว้ใจไม่ได้เขาทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร
ลมหายใจของเด็กหญิงขาดห้วงช้าๆมือที่วางบนหน้าท้องผล็อยตกลงมาบนพื้น น้ำตาหลั่งรินเป็สายอาบแก้มนวลกระทั่งแผ่นอกที่สะท้อนขึ้นลงหยุดนิ่งในที่สุด
ดวงิญญาสายหนึ่งหลุดจากร่างเล็กล่องลอยไปตามแสงสว่างจ้าจากเบื้องบน
หรือนี่คือลิขิต์!
เลี่ยงหลิน