เกือบชั่วโมงแล้วที่จันจิรามานั่งรออยู่ในร้านโดยไร้วี่แววของนาวิน เครื่องดื่มบนโต๊ะถูกยกมาเสิร์ฟั้แ่ตอนที่มาถึงใหม่ๆจนตอนนนี้น้ำแข็งละลายไปเกือบหมด แต่จันจิราก็ไม่ได้ยกมันขึ้นมาดื่มแม้แต่ครั้งเดียว
พนักงานคนเดิมเดินวนมาที่โต๊ะอีกครั้งเมื่อเห็นเครื่องดื่มในแก้วยังไม่ลดลงไปจากที่เขาเสิร์ฟมาในตอนแรกเขาทำได้แค่หันไปมองหน้าหญิงสาวท่าทางแปลกๆ ที่นั่งอยู่เดียวพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
“ผู้หญิงคนนั้นมันแปลกๆว่ะ” พนักงานคนนั้นเดินกลับไปสนทนากับเพื่อนร่วมงาน
“คงจะนัดใครสักคนไว้หล่ะมั้ง” เพื่อนอีกคนตอบกลับมา
“แกลองดูการแต่งกายของเธอสิโคตรเฉิ่มเลย ไม่น่าจะมานั่งร้านนี้ได้ ข้าว่า มันต้องมีอะไรแน่ๆั้แ่เกิดเื่วันนั้น ข้าไม่ไว้ใจเลยว่ะ เราไปบอกผู้จัดการดีมั้ย” พนักงานคนเดิมยังจับจ้องไปยังจันจิราตาไม่กระพริบ
“เื่แค่นี้จะไปรบกวนผู้จัดการทำไม มันก็แค่หญิงสาวคนนึงที่นัดผู้ชายไว้แล้วโดนทิ้งเดี๋ยวนางก็ออกไปเองแหละ อย่าไปคิดมากเลย”
จริงอย่างที่พนักงานอีกคนกล่าวเพียงไม่นานหลังจากนั้น จันจิราก็ลุกขึ้นก้าวออกจากร้านไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นอาคารรูปร่างประหลาดนั่นออกมาจันจิราสูดลมหายใจลึกๆ หวังให้อารมณ์ของตัวเองผ่อนคลายลงสักนิด รถยนต์ของเธอจอดอยู่อีกฟากของลานจอดรถเธอจำได้ว่า ตอนที่เข้ามาจอด รถยังไม่มากขนาดนี้ เธอแค่อยากจะจอดให้ห่างไกลรถของคนอื่นเค้าเพราะหากใครมาเห็นเธอในสถานที่แห่งนี้ บางทีมันก็ไม่เหมาะเหมือนกัน
จันจิรารีบก้าวเท้าไปยังรถของเธอเธออยากจะออกจากที่นี่ไปเร็วๆ อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงแล้วแต่มอเตอร์ไซด์คันหนึ่งขับมาปาดหน้าเธอ ก่อนจะกระชากแขนของเธออย่างแรง
“ขึ้นรถ” เสียงคุ้นๆ ดังออกมาจากหมวกกันน็อคสีดำสนิท
“ครูวิน” จันจิราอุทานออกมา
“เร็วๆ” ไม่ทันจะสิ้นเสียงจันจิรารีบะโขึ้นไปซ้อนท้าย พร้อมๆกันที่คนขับรีบบิดออกจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่พ้นออกมาจากสถานบันเทิงแห่งนั้นนาวินค่อยๆ ลดความเร็วลง เขาลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยจนกระทั่งมาหยุดที่ร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่ง
บรรยากาศช่างแตกต่างกันเหลือเกินกับสถานที่เมื่อกี้
นาวินเดินนำหน้าเธอเข้าไปในร้านมีลูกค้านั่งอยู่เพียงโต๊ะเดียว และทุกคนก็ไม่ได้สนใจไม่แม้จะหันมามองว่ามีลูกค้ารายใหม่เดินเข้ามา
ทั้งคู่เดินไปนั่งที่โต๊ะด้านในสุดพร้อมๆ กับเด็กเสิร์ฟหน้าตาไม่รับแขก เดินมาที่โต๊ะในมือถือกระดาษสมุดที่ตัดเป็แผ่นเล็กๆพร้อมปากกาเก่าด้ามหนึ่ง มาวางไว้บนโต๊ะ
นาวินจดอะไรลงไปไม่กี่ตัวก็ยื่นให้เด็กคนนั้น ก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้าน
“มีอะไรก็ว่ามา”นาวินชะโงกหน้าเข้าไป โดยไม่ทันได้มองหน้าอีกฝ่าย
“คุณนั่นแหละบอกชั้นมา ว่ามันเื่บ้าอะไรกันแน่ ที่คุณลากชั้นขึ้นรถคุณมานี่ มันอะไรกันหะ” จันจิราได้ทีตะคอกสวนกลับไปเหมือนกัน
“ก็ผมบอกแล้วว่าไม่ไปที่นั่น”
“คุณบอกชั้นเมื่อไหร่”
“อ้าวก็คิดว่าคุณได้ยินแล้วซะอีก”
“อ๋อออนี่คุณแค่คิดว่า แล้วก็ปล่อยให้ฉันไปนั่งรออยู่คนเดียวเป็ชั่วโมงเลยใช่มั้ยคุณรู้มั้ยว่าฉันต้องเจอกับอะไร คุณรู้มั้ยพวกวัยรุ่นโต๊ะข้างๆ มันพูดอะไรบ้างแล้วเด็กเสิร์ฟพวกนั้นอีก คุณแค่คิดว่าเนี่ยนะ”
“ก็...”
“ไม่ต้องมาก็แล้วคุณมากระชากชั้นขึ้นมอไซด์ คุณรู้มั้ยชั้นเกือบจะล้มคะมำไปแล้ว ตอนที่คุณออกรถคิดว่าตัวเองเป็พระเอกหนังฮ่องกงหรือยังไง ถึงได้ขับรถซิ่งขนาดนั้นเกิดพลัดตกลงมาใครจะรับผิดชอบ”
พอดีกับที่เด็กในร้านยกน้ำแข็งเปล่ามาวางไว้บนโต๊ะเมื่อเห็นคนทั้งคู่เงียบไป เด็กสาวคนเดิมก็พูดขึ้นมาลอย “เชิญตามสบายเลยค่ะ ที่ร้านนี้ไม่มีใครยุ่งเื่ของใครหรอกเมื่อวานมีคู่นึงตบกันในร้าน ดูเหมือนสามีจะโดนหนักซะด้วย”พูดจบเธอก็หันมามองนาวินด้วยแววตาเรียบเฉย นาวินพยายามอธิบายว่าพวกเขาไม่ใช่คู่สามีภรรยากันแต่ก็ไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมาเด็กสาวคนนั้นเดินกลับเข้าหลังร้านไปเสียแล้ว
“ทีนี้บอกชั้นได้หรือยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ดูเหมือนจันจิราจะไม่ยอมจบง่ายๆ
“ก็บอกแล้วว่าผมไปที่นั่นไม่ได้”
“ก็ทำไมล่ะ”
“ผมเพิ่งไปมีเื่กับเด็กในร้านมา”
“ก็แค่นั้นไม่เห็นจะต้องหลบๆ ซ่อนๆ เลย คุณรู้มั้ย ถ้าคนพวกนั้นจะเล่นงานคุณ คุณไม่อยู่รอดมาถึงวันนี้หรอกที่นี่หน่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าที่นั่นมันที่ของใคร”
“แล้วมันที่ของใครเหรอ”
“จะรู้ไปทำไมรอดมาได้ก็บุญแล้ว จะบอกให้”
“บอกหน่อยนานะ” นาวินยังไม่ยอมแพ้
“เห้อออออออ” จันจิราถอยหายใจเสียงดัง “คุณก็ลองคิดดู ในนั้นมันมีทุกอย่าง เหล้ายาเสพติด โสเภณี ทะเลาะวิวาท ว่ากันว่าที่นั่นมีเื่กันทุกคืน ถ้าไม่ใหญ่จริงมันจะอยู่ได้เหรอ”
นาวินนั่งฟังอย่างตั้งใจแต่สิ่งที่เขาอยากฟัง ยังไม่ออกมาจากปากของจันจิรา
“เ้าของเป็ใครเหรอ” นาวินถามย้ำอีกครั้ง
“จะเป็ของใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ”
“เกี่ยวซี้...”นาวินเกือบหลุดปากออกไป แต่หุบปากไว้ได้ทัน เพราะเขารู้ดีว่า สถานะของพาฝันในตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะให้คนอื่นรู้ว่าเธอทำงานอยู่ที่ไหน “ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว ผมก็แค่อยากรู้” นาวินได้แต่ทำทีเป็ยอมแพ้
“ของนายคมกริช” จันจิราตอบกลับมาเบาๆ
“คมกริชคือใคร” นาวินถามกลับไป
“ว่ากันว่าหมอนี่คือมาเฟียตัวเป้งของที่นี่ เขาเริ่มจากเป็นักเลงหัวไม้มาก่อนแล้วรวบรวมสมัครพรรคพวกจนกลายเป็แกงค์มาเฟียใหญ่ประจำเมืองนี้คนพวกนี้ควบคุมทุกอย่างที่ไม่ดีของที่นี่ ไม่มีใครกล้าตอแยด้วย แม้แต่ตำรวจก็ยังยอมให้คนพวกนี้”
“แล้วกับพวกเราละเอ่อ ผมหมายถึง กับโรงเรียน คนพวกนี้เขามีปัญหากับพวกเราหรือเปล่า”
“จะบ้าเหรอมาเฟียที่ไหนเขาจะไปมีเื่กับครูกันเล่า”
“ใครจะไปรู้ละอย่างเช่น ส่งยามาขายนักเรียน หรืออะไรพวกนี้”
“ไม่มีหรอก” จันจิรานิ่งไปพักนึง “ว่ากันว่า คุณคมกริชกับท่านผู้อำนวยการของเราเขาเป็เพื่อนกัน”
นาวินใกับคำพูดนี้พอสมควรแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป เพราะตอนนี้จันจิราก็พร้อมที่จะเล่าทุกอย่างออกมาอยู่แล้ว
“สองคนนี้เขาเป็เพื่อนกันมานานแล้วผู้อำนวยการของเราสมัยหนุ่มๆ ก็ใช่ย่อยซะที่ไหนจึงไม่แปลกที่จะคบหากับนายคมกริชนั่น แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ดูเหมือนว่าหลังๆมานี้ สองคนนี้จะไม่ค่อยกินเส้นกัน คงเพราะหน้าที่การงาน มันต่างกันไปผู้อำนวยการก็กลับตัวเป็คนใหม่ คงไม่อยากไปวุ่นวายกับนักเลงพวกนั้นอีกแล้วเพราะเหตุนี้แหละ ที่โรงเรียนจึงไม่ถูกคนพวกนั้นมาวุ่นวาย แต่มันก็มีบ้างที่พวกเราเองก็ยังอดสงสัยไม่ได้”
“สงสัยอะไรเหรอ”
จันจิราหันมาจ้องตาเขม็ง “ครูวิน คุณรู้หรือเปล่าว่าที่โรงเรียนนี้มีเด็กตายไปกี่คนแล้ว”
นาวินส่ายศีรษะ
“ฉันจะบอกให้นะว่าหลายปีมานี้ ที่โรงเรียนมีเด็กตายกันทุกปี บ้างก็ตกจากอาคารชั้น 3 บ้างก็ฆ่าตัวตายในห้องเรียนทุกคนที่ตายตำรวจยังสืบหาสาเหตุไม่ได้ ที่สำคัญก็คือทุกคนโฟกัสไปที่ยัยเด็กพาฝันนั่น”
นาวินไม่แปลกใจเลยสักนิดที่จันจิราพูดออกมาเขาทำทีเป็ใเล็กน้อย แล้วถามกลับไป
“พาฝันจะทำไปทำไมเธอจะได้อะไร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณคมกริชนั่น”
“นี่ฉันจะบอกอะไรให้ มีคนเห็นนายคมกริชนั่นมาหาพาฝันเป็ประจำก็ใช่สิ ถ้าลองมองดีดี เด็กคนนั้นก็หน้าตาไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แถมยังเด็กมันไม่แปลกหรอก ที่จะไปถูกใจกับไอ้นักเลงพวกนั้น นี่แหละ หากเธอจะลงมือฆ่าใครสักคนเธอก็แค่บอกคนพวกนั้น มีรึที่จะไม่สำเร็จ เพราะเมืองนี้มีแต่คนพวกนั้นเท่านั้นที่จะทำอะไรแบบนี้ได้”
“เออออไม่รู้สิ ผมว่า เราไม่ควรจะไปปรักปรำเด็กแบบนั้น อีกอย่างทำไมเธอจะต้องลงมือฆ่าเพื่อนของตัวเองด้วย เธอไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะต้องทำแบบนั้น”
“เธอ้าทำลายชื่อเสียงของผู้อำนวยการและของโรงเรียนไงล่ะ” จันจิราโพล่งออกมาเสียงดัง ก่อนจะค่อยลดเสียงลง “คุณรู้มั้ย วันที่เกิดเื่กับผู้อำนวยการยัยเด็กนั่นมันประกาศชัดเลยว่า มันจะทำลายผู้อำนวยการให้สิ้นซากแถมมันยังด่าอีกด้วย ว่าผู้อำนวยกาของเราเป็พวกปลิ้นปล้อน สร้างภาพ มันว่าคอยดูมันจะแฉให้หมด ว่าใครทำอะไรเอาไว้ ฉันก็อยากจะรู้ ว่ามันจะเอาอะไรมาแฉก็ผู้อำนวยการดีออกซะขนาดนี้ มีแต่พวกมันนั่นและ ที่จะถูกตำรวจแฉ”
“แน่ะ... คุณก็ เข้าข้างผู้อำนวยการอย่างเดียวเลยนะ”นาวินแอบยิ้มที่มุมปาก
“นี่คุณอย่าออกนอกเื่สิ คิดดูนะ ถ้าเด็กคนนั้น้าทำลายทุกอย่างที่นี่มันจะมีอะไรดีไปกว่า การทำให้ใครสักคนต้องตาย แล้วเป็ไงชื่อเสียงของโรงเรียนก็ป่นปี้”
“แล้วตอนนี้ชื่อเสียงมันป่นปี้หรือยังละ”นาวินถามแบบกวนๆ กลับไป
“คุณก็เห็นแล้วนิว่าเดี๋ยวนี้มันเป็ยังไง....”
จันจิราพูดไม่ทันจบเด็กเสิร์ฟก็ยกสำรับออกมาพอดี
“เอาละๆๆๆเราหยุดคุยเื่นี้กันดี มา กินข้าวกันดีกว่า ผมหิวแล้ว” นาวินชิงตัดบท แล้วตั้งหน้าตั้งตาสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ได้คุยเื่ของพาฝันอีกเลย จันจิราก็แตะข้าวเพียงไม่กี่คำเธอเอาแต่งนั่งเขี่ยโทรศัพท์เล่นอย่างเซ็งๆ
...................................................................