นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๓๔
ยูนั่งกับทู ความที่ทบทูเป็นเด็กเขาจึงไม่กล้าพอที่จะเปิดประเด็นสนทนากับยู ยูจึงกลายเป็นเหมือนพิธีกร ที่ถามนั่น ถามนี่ทบทูเกือบตลอดเวลา
“ไม่น่าเชื่อทูเพิ่งสิบห้าเองเหรอ ตัวสูงจัง”
“ก็..ยังไม่เต็มสิบห้าหรอกครับพี่ยู”
“แล้วทูรู้จักพี่นัทได้ยังไงล่ะ”
“พ่อของทูเป็นผู้ช่วยอานัทครับ”
“โอเครู้เรื่อง” แล้วยูก็มองทูด้วยสายตาอีกแบบ
ทบทูรู้สึกทันที “ไม่ใช่แบบนั้นครับพี่ยู พ่อทู แค่ช่วยงานทางด้านเอกสารธุรการแค่นั้นครับ พี่ยูคิดไปถึงไหนล่ะครับ”
“พี่ไม่ได้คิดอะไรไปถึงไหนเลยทู ว่าแต่.. วันนี้ทำไมมาช้าล่ะ”
“อานัทไลน์ไปบอกว่าเลิกเรียนแล้วให้นั่งแท็กซี่มาหาพี่ลี แค่นั้นครับ แต่ตอนเลิกเรียนน่ะรถมันติดมาก”
“ไม่รู้เหรอว่ารถติด” ยูกวนน้อง
“รู้ครับแต่ทูไม่รู้ว่า ต้องมาทำอะไรแบบนี้ อานัทบอกให้มาหาพี่ลี แล้วพี่ลีจะแนะนำเอง”
“แล้วพี่ลีแนะนำว่า..”
“พี่ลีบอกว่าให้ทูออกงานกับพี่ยู ให้อยู่กับพี่ยู พี่ยูไปไหนก็ให้ทูตามไปตลอด”
“งั้น..ถ้าพี่เข้าห้องน้ำล่ะ”
“ทูก็จะยืนรอหน้าห้องน้ำครับ”
ยูยิ้มให้ทบทูเธอชอบความซื่อ ความชัดเจนของเด็กชายซะแล้ว
...
เพราะทูกับยูนั่งอยู่เบาะคู่หน้าของนพกับเคน นพนิตจึงได้ยินที่ทบทูเม้ากะยูอย่างน่ารัก ที่จริงนพก็มีบางอย่างอยากเม้ากับทบทู
แต่จิตใจที่บอบช้ำมากจากเมื่อตอนบ่าย .. นพจึงขอพักสายตาก่อนดีกว่า .. เป็นการเก็บแรงไว้คืนนี้ด้วย.. สำหรับนพ.. การออกงานวันนี้ คือหน้าที่ที่นักแสดงต้องทำให้เสร็จ.. แค่นั้น!!
..
รถโค้ทเคลื่อนตัวบนท้องถนนอีกพักใหญ่ ก็จอดที่หน้าคอนโดฯ อันหรูหรากลางกรุงที่หนึ่งซึ่งไม่ไกลจากสถานที่ที่จัดงานนัก
ปณาลีจึงเดินมาสะกิดให้นพนิตตื่นและเตรียมตัวให้พร้อม
ญัฐกนกเดินขึ้นรถมาพร้อมกับสวัสดีทักทายครูโช นพนิตเห็นว่า.. พี่นัทของเขาใส่ชุดสูทอมานี่สีดำสุดเท่ ที่นพจำสูทชุดนี้ได้เพราะนพเป็นคนเลือกซื้อชุดนี้ให้พี่นัทที่เฮเว่นวิลล่ากับมือ
นพนิตมองและยิ้มให้พี่นัทของเขาอย่างไม่รู้ตัว
แต่แล้ว..ยิ้มนั้นก็ต้องเจื่อนไป ..
มีวัยรุ่นชายหุ่นสูงโปร่งเดินขึ้นตามพี่นัทของเขาขึ้นรถมาอีกคน ด้วยชุดสูทอมานี่ที่เหมือนกับชุดที่พี่นัทใส่ทุกกระเบียดนิ้ว
เขาได้ยินพี่นัทแนะนำกับครูโชและใครหลายๆ คนว่าวัยรุ่นคนนั้นชื่อ .. ทอน ..เป็นคนที่จะเดินคู่กับพี่นัทในงานคืนนี้
ในใจนพนิตที่ปวดแปลบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว... ก็ยิ่งร้านรานขึ้นอีกเป็นทบทวี ..
..น้ำตาที่แห้งผากไปแล้ว .. มันเอ่อท่วมดวงตาคู่งามอีกครั้ง ..เมื่อเห็นว่ามีใครคนหนึ่ง .. กำลังมาอยู่ข้างๆ พี่นัทแทนที่ที่เขาเคยอยู่มาก่อน
เขาไม่อยากเห็นภาพอะไรที่บาดตาบาดใจอีกแล้ว.. นพนิตจึงมองเลยออกไปทางกระจกข้างตัวรถ.. แต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงพี่นัทหัวเราะต่อกระซิกกับเด็กหนุ่มที่ชื่อ .. ทอน
นพนิตปล่อยให้ดวงตาที่แดงฉ่ำเพราะร้องไห้ไปเมื่อบ่าย .. อาบชโลมด้วยหยาดน้ำตาอีกครั้ง ..และน้ำตานั่นก็ริมไหลผ่านร่องแก้ม .. โดยที่เจ้าของมันมิได้สนใจจะเช็ดมันเลย
เคนยื่นกระดาษทิชชู่ให้ พร้อมกับรอยยิ้มที่ช่วยให้นพรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
นพนิตซับน้ำตาตนเอง
...
“เคนเปลี่ยนที่กะซีแป๊บนึง”
นพได้ยินเสียงซีพูดกับเคนจึงหันไปดู เขาเห็นซีกำลังนั่งแทนที่เคน
ส่วนเคนก็ยืนอยู่ใกล้ๆเบาะที่ซีนั่งนั่นแหละ “เคนไปเอาน้ำเย็นๆมาให้นะ” แล้วเคนก็เดินไปยังที่ตั้งของเสบียงซึ่งอยู่ด้านท้ายของตัวรถ
นพนิตหลบสายตาซี
“นพหันหน้ามา”
นพนิตทำตามแต่โดยดี ซีช่วยซับน้ำตาและลงครีมบางอย่างที่ขอบตาของนพ “ครีมนี่จะช่วยปกปิดรอยช้ำรอยแดงรอบๆ ตานะ”
“ขอบคุณมากซี”
แล้วซีก็หยิบแว่นตาที่มีเลนส์สีใสๆเจือสีเหลืองบางๆ ส่งให้ “นพใส่แว่นนี่ในงานนะ คนจะได้ไม่เห็นว่านพตาแดงๆ ”
“ขอบคุณ”
เคนเดินถือทั้งขนมขบเคี้ยวทั้งน้ำดื่มกลับมาพอดี เขาส่งให้ซีและนพ แล้วยังเผื่อแผ่ไปให้ยูกับทูด้วย
“ขอบใจซีกับเคนมาก” นพนิตพูดจากใจจริง
เขาไม่เคยรู้ซึ้งถึงคำว่า‘เพื่อน’จนมาพบกับมิตรภาพที่ทั้งซีและเคนมอบให้ มันอบอุ่น งดงามซึ่งนพไม่เคยพบอะไรแบบนี้เลย ตอนที่เขาอยู่ต่างประเทศ
...มิตรภาพที่ดีก่อเกิด ในห้วงอารมณ์ที่สุดจะพรรณาของนพ ...
เมื่อถึงงาน ทั้งหมดก็ทะยอยเดินเข้างานตามแผนที่ปณาลีบอก เด็กๆ จึงได้เห็นว่า ครูโชมีลูกศิษย์ลูกหามากมายจริงๆก็ตลอดทางที่เดินเข้างาน มีคนวิ่งเข้ามาไหว้มากอดเป็นระยะ
การออกงานของต้นน้ำฝุ่นดิน อัมพุ และมายด์ กลายเป็นปรากฏการณ์จนกองทัพนักข่าวต้องเข้ามารุมสัมภาษณ์ตั้งแต่หน้างาน ก็ทั้งสี่คนนี้ปรากฏตัวพร้อมกันครั้งสุดท้ายก็ร่วมสิบปีแล้ว หลังจากนั้น...
‘ต้นน้ำ’ ก็กลายเป็นผู้กำกับการแสดงที่โด่งดัง แต่เขาเลือกทำงานศิลปะและเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ยอมออกสื่อ ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดใด
‘ฝุ่นดิน’ ก็กลายเป็น ‘คุณมัตติกา’ เธอเลือกเดินทางสายการเมืองและการบริหารงาน แทนที่จะเป็นนักแสดง ทั้งที่ในตอนนั้น ผู้คนก็ต้อนรับงานการแสดงของเธออย่างอุนหนาฝาคั่ง
‘อั้ม’ ก็หันหลังให้วงการแสดงทั้งที่กำลังดังถึงขีดสุด เขาเลือกไปเป็น อ.อัมพุ ครูสอนการแสดง ตามแบบครูโชของเขา
‘มายด์ มารุต’ นักแสดงดางรุ่งชายซึ่งขณะนั้นเขากำลังโด่งดังกับภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และละครเวที เขากลับทิ้งทุกอย่าง และบินไปเรียนต่อต่างประเทศ
..
เคนกับยูเคยแอบเม้ากันไว้ว่าถ้ามีนักข่าวมาสัมภาษณ์นพเรื่องรถ หรือเรื่องที่เขาไปอยู่บ้านพี่นัททั้งสองจะช่วยกันตัดบทให้ ซึ่งก็ดีไปที่ไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นเพราะกองทัพนักข่าวรุม ๔ คนนั่นจนไม่สนใจหาข่าวอะไรอีก
กระทั่งการควงทอนเข้างานของณัฐกนกก็ยังไม่มีนักข่าวคนไหนสนใจทำให้มันเป็นข่าว ซึ่งนัทก็แอบถอนหายใจกับตนเอง เขาอุตส่าออกงานกับทอนเพื่อย้ำกระแสที่เขาเคยสร้างไว้ ข่าวของนพนิตกับเขาจะได้เงียบไป
.. ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้..เดินกอดนพเข้างานดีกว่า .. ความรู้สึกหนึ่งแว่บเข้ามาในความคิด .. แค่นั้น.. ณัฐกนกก็แอบยิ้มจนหน้าแดง
..
ปณาลีและอุรวีจึงพาทีมเด็กๆ เข้าไปเดินเฉิดฉายในงาน โดย.. อุรวีพา ชีท ซี เคน เดินไปกลุ่มหนึ่ง ปณาลีพา นพ ทบทู ยู เดินไปอีกกลุ่มหนึ่ง ตามแผนที่ณัฐกนกวางไว้ และฝุ่นดินก็กำชับทั้งปณาลีกับอุรวีมาแล้วว่า หาวิธีหางานให้เด็กๆ ในงานนี้ได้เลย
แป๊บเดียว.. ทีมเด็กๆ ก็กลายเป็นเป้าสายตาของผู้กำกับภาพยนตร์ผู้จัด ผู้สร้าง และใครอีกหลายคนในงานนั้น
หลายครั้งที่กลุ่มของนพเดินเข้าไปใกล้ณัฐกนก นพนิตลอบมองพี่นัทของเขา ซึ่งทุกครั้งนพจะเห็นพี่นัทเฮฮากับผู้คนอย่างสนุกสนาน มีทอนอยู่เคียงข้างตลอด
นพก็รู้สึกแย่ๆกับภาพตรงหน้า จนต้องเดินหนีไป
พอเลิกงาน ปณาลีและอุรวีก็พาทีมเด็กกลับมานั่งพักผ่อนรอทีมผู้ใหญ่ที่รถโค้ท ซึ่งบรรดาทีมผู้ใหญ่ต่างก็มีธุรกิจการงานต้องเจรจาตกลงอยู่อีกประมาณหนึ่ง
ทบทูไม่อยากคุยกับพี่นพเขาจึงขอตัวทุกคนไปงีบทีเบาะหนึ่ง อ้างว่า.. พรุ่งนี้เช้า เขามีสอบ และต้องไปโรงเรียนแต่เช้า
ชีทกับเคนนั่งเม้ากันอยู่อีกเบาะหนึ่ง ซึ่งซีช่วยดังม่านบังตาปิดไม่ให้นักข่าวที่เดินผ่านรถมองเห็นว่าสองคนนี้นั่งคุยกัน
ยูกับซีนั่งเป็นเพื่อนนพทั้งสามเปิดเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ที่อยู่ในรถดื่ม
“นพ” ยูเรียกชื่อเพื่อน “ยูไม่เชื่อนะ ที่นพเคยบอกว่า นพไม่รู้สึกอะไรกับพี่นัท”
นพฟังแล้วก็หลบตายูดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ต่อ
ซีแปลกใจจึงถามยู
ยูเล่าให้ซีฟัง..นพเคยพูดกับยูและเคนว่าที่เขาอยู่กับพี่นัทน่ะ เขาไม่ได้รักพี่นัทแค่ชอบที่มีอะไรด้วยกันเท่านั้น..
“ยูคิดว่านพชอบพี่นัทเหรอ?” นพนิตถามเพื่อน
“ไม่ใช่แค่ชอบ” ยูมองหน้านพนิต “แต่รักมากมายเลยล่ะ”
จบตอน ๓๔