ตอนที่ 10 ผู้ช่วยชีวิต
ตอนที่ 10
“หนูดินหนูดาว!!”
เนติญาสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้ายใบหน้าของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาทั้งสองของเธอมีน้ำตามาคลออยู่ เธอฝันว่ามีผู้ชายคนนึงกำลังจูงมือลูกน้อยทั้งสองของเธอ ค่อยๆเดินจากไป ในภาพฝันเธอะโเรียกลูกๆของเธอเท่าไรพวกเขาก็ไม่หันกลับมาหาเธอ เธอเห็นเพียงแผ่นหลังของชายคนนั้นและลูกน้อยทั้งสองที่ค่อยๆเดินห่างไกลออกไปเรื่อยๆ และจางหายไปในที่สุด
“หม่ามี๊เรียกหนูกับพี่ดินเหรอคะ”อิงดาววิ่งเข้ามาในห้องนอนของเนติญา โดยมีไอดินวิ่งตามเข้ามาติดๆ
“หนูดาวได้ยินเหรอลูก..”เนติญาถามลูกสาวของเธอ
“ได้ยินสิคะหนูกับพี่ดินอยู่หน้าห้องค่ะ กำลังจะเข้ามาหาหม่ามี๊” อิงดาวรีบตอบคำถามแม่ของเธอ
“หม่ามี๊..ร้องไห้ทำไมครับ”ไอดินใช้ร่างเล็กๆของเขาปืนขึ้นไปบนเตียงนอนของเนติญา
“หม่ามี๊ฝันร้ายเหรอคะ”อิงดาวพูดพลาง พร้อมกับปืนตามพี่ชายฝาแฝดของเธอขึ้นมาบนเตียงด้วย
“โอ๋ๆๆหม่ามี๊ไม่ต้องกลัวนะครับ พี่ดินจะปกป้องหม่ามี๊เอง”ไอดินพูดพร้อมใช้มือน้อยๆของเขา ตบเบาๆตรงบริเวณหน้าอกใกล้ๆกับตำแหน่งหัวใจของเนติญาเสมือนเป็การปลอบโยนแม่ของเขา อิงดาวก็พุ่งตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแม่ของเธอเช่นกัน
“หม่ามี๊ไม่เป็ไรหรอกค่ะหนูดิน หนูดาว หม่ามี๊เพิ่งตื่นนอนไงคะ แต่ยังง่วงอยู่เลย เมื่อกี้หาวค่ะเลยมีน้ำตาที่ตาแบบนี้ไงคะ” เนติญาพูดพร้อมส่งยิ้มให้ลูกน้อยทั้งสองของเธอ
“ว่าแต่..วันนี้ทำไมหนูสองคนตื่นเร็วกว่าหม่ามี๊ได้ล่ะคะเนี่ย”เนติญาถามลูกๆของเธอต่อ
“วันนี้คุณครูจะพาไปทัศนศึกษาไงครับหม่ามี๊ลืมแล้วเหรอ” ไอดินตอบแม่ของเขาอย่างรวดเร็ว
“พี่ดินตื่นเต้นค่ะหม่ามี๊ฮ่าๆๆ” อิงดาวแกล้งพูดแหย่พี่ชายของเธอ
“แต่หนูดาวตื่นก่อนผมอีกครับหม่ามี๊แบร่!” ไอดินพูดพร้อมทั้งหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อิงดาว
“ไม่เอาหนูดินลูกอย่าแกล้งน้องแบบนั้นสิครับ”เนติญาหันไปดุไอดินเล็กน้อยที่ทำท่าทางทะเล้นใส่อิงดาว
“งั้นก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวทานข้าวเช้าให้เรียบร้อย วันนี้หม่ามี๊เข้าบริษัทตอนบ่าย เดี๋ยวหม่ามี๊ไปส่งที่โรงเรียนนะคะ”
“บัววันนี้พี่นัดกับทางเทศบาลไว้ตอนบ่าย จะไปคุยเื่การยื่นแบบขออนุญาตก่อสร้าง”
“ส่วนที่ออฟฟิศไม่มีงานอะไรมากแล้วบัวโทรบอกคนอื่นๆ ด้วย วันนี้ไม่ต้องเข้าออฟฟิศนะ หยุดพักกันบ้างทำงานลากยาวมาหลายวันแล้ว” เนติญาโทรหาบัวเพื่อแจ้งเื่ของการทำงานในวันนี้
“ได้ค่ะพี่เนย์ขอบคุณมากค่ะ” บัวตอบกลับเนติญา ก่อนจะวางสายไป
่บ่ายแก่ๆ ในวันเดียวกันนั้น
“หวอ..ปี๊ป่อ..ปี๊ป่อ”
“พ่อครับเกิดอะไรขึ้นครับพ่อ” ภาวัชซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านไร่ของดนัยรีบวิ่งมาหาพ่อของเขา ที่ยืนอยู่ในสนามหน้าบ้าน กับคนงานหลายคนเมื่อเขาได้ยินเสียงไซเรนรถดับเพลิง และรถพยาบาลหลายคันที่ประสานเสียงกันจนดังสนั่น
“ไฟไหม้ลูกไฟป่า ตรงสวนป่าสาธารณะ ใกล้ตีนเขาโน่น” ภาวัชมองตามมือที่พ่อของเขาชี้ไป เห็นเปลวเพลิงสีแดงที่กำลังลุกโชนอยู่ไกลๆ
“พ่อกำลังจะให้คนงานชายในไร่ไปช่วยเ้าหน้าที่ดับไฟ ที่นี่มักจะเกิดไฟป่าบ่อย พวกเค้าและชาวบ้านบางส่วนต่างก็เป็อาสาสมัครดับไฟป่าอยู่แล้ว” ดนัยรีบอธิบายให้ภาวัชฟัง
“งั้นเดี๋ยวผมขับรถพาคนงานไปเองครับพ่อ”ภาวัชรีบเอ่ยปากช่วยเหลือพ่อของเขา
“ได้ๆงั้นรีบเลยลูก”
ภาวัช พาคนงานที่ไร่มาถึงบริเวณที่เ้าหน้าที่ตั้งเป็จุดรวมพลเหล่าคนงานพากันวิ่งไปหากลุ่มเ้าหน้าที่ ซึ่งกำลังประชุมวางแผนกันอยู่
“คุณต้นกล้าคุณอยู่ที่นี่ด้วย” ภาวัชวิ่งไปทางต้นกล้าที่กำลังแบกอุปกรณ์ดับเพลิงพะรุงพะรัง
“อ้าว..คุณภาวัชพอดีผมทำงานที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ครับผมก็เป็หนึ่งในเ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเช่นกัน” ต้นกล้าตอบภาวัชแบบเร่งรีบ
“ผมพาคนงานมาช่วยเ้าหน้าที่ครับหากมีอะไรที่ผมพอช่วยได้ บอกผมได้เลยนะครับ”
“ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย!!”หญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่ง วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตรงที่ภาวัชและต้นกล้ากำลังยืนคุยกันอยู่
“คุณครู!! ทำไมมาอยู่ที่นี่ครับ”ต้นกล้ารีบถามหญิงสาวตรงหน้าเขา เพราะเขาจำได้ในทันทีว่าเธอคือครูประชำชั้นที่โรงเรียนของไอดินและอิงดาว
“คุณผู้ปกครองช่วยด้วยค่ะ!! วันนี้ทางโรงเรียนพาเด็กๆมาพักผ่อนทัศนศึกษาที่สวนป่านี้ค่ะ” คุณครูพูดด้วยน้ำเสียงลนลาน น้ำตาไหลลงอาบสองแก้มของเธอ
“ครู...หมายความว่ายังไงครับ” หัวใจของต้นกล้าเต้นรัวขึ้นเมื่อฟังครูคนนั้นพูด เขารีบรวบรวมสมาธิเพื่อถามสถานการณ์ต่อ
“ตอนนี้เด็กๆอยู่ที่ไหนครับ”
“ฮือๆๆ”คุณครูสาวคนนั้นร้องไห้เสียงดังทันที เมื่อต้นกล้าถามถึงเด็กๆ
“พูดมาครับครู!! อย่าเพิ่งร้องไห้โวยวายตอนนี้ เ้าหน้าที่ต้องรู้สถานการณ์ให้เร็วที่สุดเพื่อให้ความช่วยเหลือนะครับ!!”ต้นกล้าพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ค่ะๆๆตอนนี้เด็กส่วนมาก ออกมาได้หมดแล้วค่ะ ไม่ได้รับอันตรายใดๆ แต่ว่า..”
“แต่อะไรพูดเร็วๆครับ” ภาวัชที่ยืนอยู่ข้างๆต้นกล้ารีบถามสวนกลับคำพูดของคุณครูที่กำลังอ้ำๆอึ้งๆขึ้นมา
“เมื่อสักครู่ครูพี่เลี้ยงนับจำนวนเด็กบนรถค่ะ แต่ไม่ครบ..เด็กหายไป 4 คนค่ะ หนึ่งในเด็กที่หายไปมี..น้องไอดินกับน้องอิงดาวด้วยค่ะฮือๆๆ” ครูพูดไปพลางร้องไห้ไปพลาง
“อะ..อะไรนะครับ”ต้นกล้าตัวสั่นไปทั้งตัวด้วยความใ น้ำตาเอ่อล้นที่ดวงตาทั้งสองของเขา
“ทุกคน!!รีบมารวมตัวกันทางนี้ครับ”ต้นกล้าะโเรียกเ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่เหลืออยู่บริเวณจุดรวมพลหลังจากเ้าหน้าที่บางส่วนได้แบ่งหน้าที่กันเพื่อขึ้นไปดับไฟบ้างแล้ว
“ตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วนคือ มีเด็กหายตัวไประหว่างที่เกิดการชุลมุน ขณะพาเด็กหนีออกมาจากจุดที่ใกล้กับไฟป่า”ต้นกล้าอธิบายเหตุการณ์ที่เกินขึ้นให้ทุกคนฟังพร้อมทั้งแบ่งหน้าที่และโซนค้นหาให้ทุกๆคนไปพร้อมๆกันด้วย
“คุณต้นกล้าผมขอไปช่วยด้วยครับ” ภาวัชเอ่ยปากขึ้นมา
“นี่ไม่ใช่เื่เล่นๆนะครับ เราต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ คุณจะมาเป็ตัวถ่วงพวกเราไม่ได้!!” ต้นกล้าพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ตอนผมอยู่ต่างประเทศผมเคยผ่านการฝึกอบรมด้านการกู้ภัย มาครับ” ภาวัชพูดพร้อมกับรีบเปิดภาพใบรับรองการฝึกอบรมในโทรศัพท์มือถือของเขาให้ต้นกล้าดู
“งั้นคุณรีบไปเอาหน้ากากและชุดกันไฟในรถดับเพลิงแล้วก็แบกถังออกซิเจนถังเล็กไปด้วย รีบตามเ้าหน้าที่คนอื่นไปครับ”
ต้นกล้าพูดจบทุกๆคนพากันวิ่งอย่างรวดเร็ว เพื่อปฏิบัติงานตามแผนงานที่คุยกันไว้เมื่อสักครู่
“ไอดิน..อิงดาว!เด็กๆครับ ได้ยินเสียงมั้ยครับ หากได้ยินตอบด้วยครับ”ภาวัชซึ่งมากับเ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอีกสองคน ะโเรียกชื่อ และเร่งค้นหาเด็กที่สูญหายในบริเวณที่ได้รับมอบหมาย
ตอนนี้มีลมแรงกระแสลมส่งผลให้ไฟป่าลุกลามเร็วขึ้น ไฟมาใกล้ถึงบริเวณที่พวกเขาค้นหาอยู่เต็มทีเวลาก็ล่วงเลยมาจนใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว ฟ้าเริ่มมืดครึ้มลง บวกกับควันไฟที่ถาโถมเข้ามาส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นแย่มาก
“ช่วยด้วยครับ” เสียงเล็กๆลอดผ่านสายลมมา กระทบเข้ากับหูของภาวัชเขารีบหันตามเสียงนั้น และวิ่งตามเสียงนั้นไปอย่างรวดเร็ว
“ไอดินครับไอดิน”ภาวัชรีบพุ่งตัวเข้าไปเมื่อเห็นร่างเล็กๆ ของเด็กชายและเด็กหญิงคู่หนึ่งหลบพิงอยู่กับท่อนไม้ใหญ่ผุๆท่อนนึง
“คุณอา..” ไอดินเห็นหน้าของภาวัชเพราะเขาถอดหน้ากากกันแก๊สที่สวมอยู่ออก เพื่อไม่ให้ไอดินรู้สึกหวาดกลัวเขาไอดินรีบโผเข้ากอดภาวัช พร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ช่วยหนูดาวด้วยครับ..ช่วยน้องด้วย”ไอดินร้องไห้และชี้ไปที่ร่างของอิงดาว ซึ่งหมดสติพิงขอนไม้อยู่
“หนูดาวหลับครับคุณอาดินเรียกน้องไม่ตื่นเลยครับ ทำยังไงดีครับ ช่วยน้องด้วยครับ..ช่วยน้อง”ไอดินพูดไปร้องไห้ไปด้วยความกังวล
“อิงดาว..อิงดาวลูก”ภาวัชเขย่าตัวของอิงดาวเบาๆ พร้อมเรียกชื่อของเธอ แต่อิงดาวไม่มีการตอบสนองใดๆภาวัชรีบตรวจเช็คสัญญาณชีพของเธอ
ภายใต้ความกังวลใจของเขาเขาโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย ที่เด็กหญิงตรงหน้าเขายังมีชีวิตอยู่ ภาวัชรีบเอาหน้ากากซึ่งต่อกับถังออกซิเจนที่แบกมาสวมให้อิงดาวอย่างรวดเร็ว
“พี่ครับๆขอออกซิเจนเพิ่มด้วยครับ”ภาวัชหันหลังไปเพื่อเรียกเ้าหน้าที่อีกสองคนที่มาพร้อมกับเขาเพราะไอดินก็ดูอ่อนล้ามากเช่นกัน เขาคิดว่าเด็กๆคงสูดควันเข้าไปเยอะมากตลอดเวลาที่หลบอยู่ตรงนี้แต่ด้านหลังเขากลับไม่พบเจอใครทั้งนั้น มีเพียงควันไฟที่ถาโถมเข้ามา จนมืดมนไปหมดทุกด้าน
เ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอีกสองคนได้พลัดหลงกับเขาไปแล้วในตอนที่ภาวัชรีบวิ่งมาตามเสียงของไอดิน
“ไอดินครับน้องจะไม่เป็นะไรนะลูก หนูเลิกร้องไห้นะครับ ถ้าหนูยังสะอื้นแรงๆแบบนี้เดี๋ยวหนูจะง่วงนอน และหลับไปเหมือนน้องนะครับ” ภาวัชพยายามพูดปลอบไอดินที่ยังไม่หยุดร้องไห้
“ใส่อันนี้นะครับเห็นมั้ยน้องก็ใส่หน้ากาก หนูใส่แล้วจะได้เหมือนกับน้องไง”ภาวัชพูดพร้อมกับถอดหน้ากากกันแก๊สของตัวเองสวมไปที่หน้าของไอดินแม้ว่าขนาดของหน้ากากจะใหญ่จนเกือบปิดหน้าเล็กๆของไอดินไปจนหมดแต่ภาวัชก็คิดว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว
ภาวัชรีบอุ้มเด็กน้อยทั้งสองคนขึ้น ด้วยแขนสองข้างของเขาเขามองไปรอบๆตัว เปลวเพลิงกำลังล้อมเข้ามาใกล้ภาวัชรีบวิ่งด้วยพละกำลังทั้งหมดที่เขามีอยู่ ตอนนี้ในใจของเขาหวังเพียงให้เด็กน้อยทั้งสองปลอดภัย
“เปรี๊ยะ!!”
เสียงต้นไม้ต้นนึงหักโค่นลงมา ภาวัชที่กำลังวิ่งอยู่หันหลังกลับมามองเห็นต้นไม้กำลังล้มลงมาทางเขาและเด็กๆเขารีบห่อตัวลงบนพื้นวางเด็กๆไว้ใต้ร่างของเขา
“โอ๊ย!!” ภาวัชร้องด้วยความเ็ปกิ่งของต้นไม้ที่ไฟกำลังลุกโชนส่วนนึง ทับลงมาบนแผ่นหลังของเขา
โชคชะตายังคงเข้าข้างกิ่งไม้นั้นไม่ใหญ่จนเกินไป ภาวัชรีบรวบรวมแรงกายของตนขยับตัวเพื่อให้กิ่งไม้นั้นตกจากแผ่นหลังของตนเอง แล้วรีบอุ้มเด็กทั้งสองวิ่งต่อไปยังจุดรวมพลให้เร็วที่สุดเพราะตอนนี้ไอดินก็หมดสติไปแล้วเช่นกันสิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มความกังวลให้เขามากขึ้น
“ช่วยด้วยครับ!!” ภาวัชพยายามะโขอความช่วยเหลือ ด้วยเสียงเหนื่อยหอบและแหบแห้ง เมื่อมองเห็นจุดรวมพลอยู่ตรงหน้าเขา
เ้าหน้าที่พยาบาลหันมาเห็นภาวัชที่แบกร่างของเด็กน้อยสองคนไว้บนไหล่ทั้งสองข้างเ้าหน้าที่ก็รีบวิ่งมารับเด็กทั้งสองคนที่หมดสติไปแล้วด้วยความรวดเร็ว
ภาวัชมองตามเด็กทั้งสองที่เ้าหน้าที่กำลังพาไปขึ้นรถพยาบาลเขายิ้มออกมาด้วยความดีใจ ที่เด็กทั้งสองได้รับความช่วยเหลือแล้วสิ้นรอยยิ้มเขาก็หมดสติลง ร่างทั้งร่างของเขากระแทกลงบนพื้นดินอย่างแรง
“คุณครับคุณ!! ขอหมอมาทางนี้เพิ่มด้วยครับ มีคนหมดสติครับ”