หลังจากที่เดินหน้าเครียดจนคิ้วผูกกันเป็โบรักสีดำมาตลอดทาง จ๊อดซึ่งยืนมองเพื่อนซี้ด้วยความห่วงใยผสมความรำคาญใจก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ในฐานะเพื่อนซี้ที่โตด้วยกันมา จ๊อดรู้ดีว่าไอ้ก้อนเมฆกำลังตกอยู่ในสภาวะ 'จิตตกขั้นวิกฤต' แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าเพื่อนกำลังกลัวผีสางเทวดาหรือเครียดเื่โชคชะตาบ้าบออะไรกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยพุทธแท้ๆ ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาั้แ่โบราณกาลเมื่อเจอปัญหาชีวิตคิดไม่ตกนั่นก็คือ... "ถ้าเครียดนัก ก็ไปวัดสิวะ!"
"เอาล่ะไอ้ก้อน! กูทนดูหน้าตาเหมือนคนโดนของของมึงต่อไปไม่ไหวแล้วเว้ย!" จ๊อดตบไหล่เพื่อนเบาๆ "วันนี้วัดหลวงพ่อดีที่ตำบลเรามีงานใหญ่พอดี งานสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา เสริมบารมี ไหว้พระขอพรประจำปี มึงเดินตามกูมาเลย! กูจะพาไปรดน้ำมนต์เอาซวยออกไปให้หมด เผื่อสมองมึงจะโปร่งและเลิกทำหน้าเหมือนคนจะขาดใจตายสักที!"
ก้อนเมฆพยายามจะปฏิเสธ แต่ก็โดนจ๊อดลากไปผ่านซอยลัดมุ่งตรงสู่วัดป่าข่อยทองคำทันที กลิ่นควันธูปอบอวลลอยมาตามลม เสียงลำโพงงานวัดเปิดเพลงลูกทุ่งครึกครื้นแข่งกับเสียงประกาศเชิญชวนทำบุญดังไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านมากหน้าหลายตาพากันเดินทางมาทำบุญเสริมดวงกันอย่างคึกคัก
จ๊อดจัดการพาเพื่อนซี้เดินตรงเข้าไปในศาลาการเปรียญไม้ทรงไทยโบราณที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระประธานองค์ใหญ่ กลิ่นดอกไม้มะลิสดผสมกลิ่นควันธูปทำให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบขึ้นมาทันตา จ๊อดคว้าธูปและเทียนให้เพื่อน ก่อนจะพากันกราบพระ แล้วพาก้อนเมฆไปนั่งต่อคิวรอให้หลวงพ่อตาดี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังประจำวัดรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ให้
"ตั้งใจอธิษฐานนะมึง ขอน้ำมนต์ล้างสิ่งไม่ดีออกไปให้หมด" จ๊อดกระซิบกระซาบบอกข้างหู
เมื่อถึงคิวของก้อนเมฆ ชายหนุ่มคลานเข่าเข้าไปกราบตรงหน้าหลวงพ่อตาดี พระภิกษุชราวัยแปดสิบปีผู้มีั์ตาเรียบเฉยทว่าแฝงไปด้วยความเมตตาและหยั่งรู้ หลวงพ่อพรมน้ำมนต์ลงบนหัวของก้อนเมฆเบาๆ พร้อมกับสวดมนต์พึมพำ แต่ว่า... จู่ๆ มือของหลวงพ่อก็ชะงักค้างกลางอากาศ!
ดวงตาของหลวงพ่อเพ่งมองตรงมาที่ใบหน้าของก้อนเมฆ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปมองบริเวณ 'ว่างเปล่า' เหนือศีรษะของชายหนุ่ม แววตาของหลวงพ่อเปลี่ยนแปลงไปในทันที มันแปรเปลี่ยนเป็ความตระหนกและฉงนใจอย่างรุนแรง แผ่รังสีแห่งความเงียบงันไปทั่วบริเวณศาลา
"โยม..." หลวงพ่อเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย "ชะตากรรมของโยมมันแปลกประหลาดนัก... เส้นลายมือและเงาหัวของโยม มันไม่ได้ติดอยู่กับดิน แต่ก็ยังไม่ถูกกวาดลงสู่นรก"
ก้อนเมฆเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "หมายความว่ายังไงครับหลวงพ่อ? ผม... ผมกำลังจะตายเหรอครับ?"
หลวงพ่อตาดีวางน้ำมนต์ลง ถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับเอ่ยปริศนาธรรมออกมาเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน "มัจจุราชไม่ได้เดินตามหลังโยมหรอก... แต่มันกำลังนั่งหัวเราะอยู่บนไหล่ของโยมเลยต่างหาก การสะเดาะเคราะห์ดวงชะตาด้วยน้ำมนต์ร้อยวัดพันวัด ก็ไม่อาจลบล้างสัญญาแห่งความตายที่เขียนด้วยเืและิญญาได้ สิ่งที่โยมกำลังแบกรับอยู่ มันไม่ใช่เื่ของกรรมเก่า... แต่เป็ 'เกม' ที่โยมต้องจ่ายด้วยชีวิตของโยมเอง!"
ปริศนาคำทำนายของหลวงพ่อเหมือนกับสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางหัวก้อนเมฆ! แทนที่จะได้ความสบายใจกลับไป เขากลับยิ่งเครียดและหวาดกลัวหนักกว่าเดิมหลายร้อยเท่า! มือไม้สั่นเทา หน้าซีด จนจ๊อดที่นั่งรออยู่ข้างหลังต้องรีบคลานเข้ามาพาเพื่อนกราบลาหลวงพ่อแล้วพากันเดินออกมานอกศาลาทันที
"เชี่ยเอ๊ย... หลวงพ่อพูดอะไรของแกวะไอ้ก้อน? กูพามาทำบุญนะเว้ย ไม่ได้พามาฟังเื่สยองขวัญ!" จ๊อดเริ่มหน้าเสียเมื่อเห็นอาการเพื่อนสนิทที่สติแทบหลุด "มึงอย่าไปคิดมากดิ! พระแก่ๆ แกอาจจะทักมั่วซั่วไปงั้นแหละ มึงอย่าไปเคลิ้มตาม!"
เพื่อไม่ให้บรรยากาศกร่อยไปกว่านี้ และหวังจะเบี่ยงเบนความสนใจของเพื่อนซี้ จ๊อดจึงรีบพาก้อนเมฆเดินตรงเข้าไปในงานวัดที่มีเสียงดนตรีดังสนั่น "มามะ! เลิกเครียด! กูจะพาไปปลดปล่อยพลังงานวัยรุ่นให้เต็มที่! ไปเล่นเกมงานวัดกัน!"
จ๊อดพาก้อนเมฆเดินลุยฝูงชนเข้าไปยังซุ้ม 'สาวน้อยตกน้ำ' เป็อันดับแรก จ๊อดควักเงินซื้อลูกบอลยางมาสามลูก ก่อนจะส่งเสียงเชียร์ลั่นลานวัด "ดูมาร์แชลมือหนึ่งอย่างกูนะเว้ย! กูจะปาให้ตกน้ำสามรอบติด!"
ป้าบ! ลูกบอลลูกแรกเลียดผ่านขอบเป้าไปอย่างน่าเสียดาย จ๊อดอุทานออกมา แต่ลูกที่สองจ๊อดออกแรงเหวี่ยงสุดแขน! ปั้งงง! เข้ากลางเป้าจังๆ! สาวน้อยเสื้อสีส้มหล่นตกลงไปในถังน้ำเสียงดังซ่า คลื่นน้ำกระจาย จ๊อดหัวเราะร่าตบมือะโ อย่างมีความสุข "เห็นไหมมึง! ฝีมือระดับกู! เอาบ้างไหมไอ้ก้อน มึงลองปาบ้างเร็ว!"
ก้อนเมฆรับลูกบอลยางมาถือไว้ในมือ ลองขว้างออกไป แต่ด้วยจิตใจที่เหม่อลอย ลูกบอลจึงลอยละลิ่วข้ามซุ้มไปตกใส่หลังคาซุ้มยิงปืนข้างๆ แทน ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบวิ่งหนีออกมาด้วยความขำขัน จากนั้นจ๊อดก็พาก้อนเมฆไปต่อที่ซุ้ม 'ยิงโป่ง' จ๊อดจับปืนอัดลมสอยลูกโป่งแตกปังๆๆ ได้ตุ๊กตาหมีตัวเล็กมาหนึ่งตัว เขายื่นตุ๊กตาให้ก้อนเมฆพลางส่งยิ้มกวนๆ "อ่ะ กูยกให้มึง เอาไว้กอดนอนคืนนี้ เผื่อจะเลิกฝันร้ายสักทีนะไอ้เพื่อนรัก"
บรรยากาศความสนุกสนานของงานวัด เสียงหัวเราะ รอยยิ้มของเด็กๆ และเสียงเพลงลูกทุ่งครึกครื้น ช่วยชะล้างความเครียดของก้อนเมฆไปได้ชั่วขณะ เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้างจากการพยายามของจ๊อดที่คอยสร้างเสียงหัวเราะและหาเื่ชวนคุยไร้สาระตลอดเวลา
แต่ว่า... ใน่พลบค่ำ ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินถือลูกชิ้นทอดคนละไม้เตรียมจะเดินออกจากเขตรั้ววัด สายตาของก้อนเมฆก็พลันปะทะเข้ากับสิ่งๆ หนึ่งตรงบริเวณกำแพงวัดโบราณอันเงียบสงบ...
บนกำแพงวัดตรงนั้น... ชายแก่ชุดสูทสีดำสนิทคนเดิมจากเมื่อวาน นั่งห้อยขาอยู่บนขอบกำแพงอิฐแดง สวมหมวกทรงสูงสไตล์โบราณ หมวกของเขาทอดเงายาวปิดใบหน้าบางส่วน แต่ริมฝีปากเหี่ยวย่นนั้นกำลังยิ้มกว้างออกมาอย่างขบขัน
ชายแก่ชุดสูทค่อยๆ ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปาก แล้วทำเสียง "ชู่ตตต..." ก่อนจะเอื้อนเอ่ยประโยคปริศนาผ่านลมหนาวยามเย็นที่พัดผ่านหูของก้อนเมฆโดยไม่มีใครคนอื่นได้ยิน:
"คิดว่าการก้าวเท้าเข้าสู่วัดวาอาราม... จะช่วยล้างคำสาปมัจจุราชและพาแกรอดพ้นจากเกมนี้ได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ ไอ้หนุ่มน้อย?"
สายลมพัดวูบเดียว ชายแก่ชุดสูทบนกำแพงก็หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและละอองความเย็นที่กักขังหัวใจของก้อนเมฆไว้! ก้อนเมฆยืนนิ่ง ตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัว... วัดและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ที่พึ่ง และคำสาปนี้ กำลังตามติดเขาไปทุกหนทุกแห่ง โดยไร้ทางหนีโดยสิ้นเชิง!