บทที่ 61
เสียงเอ่ยกล่าวของชายหนุ่มปริศนาดังขึ้นบริเวณประชาสัมพันธ์ แน่นอนว่ามันเรียกร้องให้ทั้งอดัม ทั้งผู้จัดการหันไปมองที่ชายหนุ่มคนนั้นเป็นตาเดียว และพนักงานสาวเองก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เธอตงิดในใจแล้วว่าวันนี้น่าจะมีเรื่องอะไรให้น่าปวดหัวอีกแน่นอน โอ๊ตที่เพิ่งจะมาถึงคอนโดก็มึนงง เพราะจู่ๆผู้จัดการก็เชิญตัวเขาไปพูดคุยเรื่องอะไรบางอย่าง แต่จะว่าก็ว่าเถอะ จะเรียกว่าเชิญมันก็ไม่เหมาะสมสักเท่าไร เพราะเขาเรียกตัวของโอ๊ตไปอย่างไม่ค่อยจะสุภาพเท่าไร แต่ถึงอย่างนั้นโอ๊ตก็เดินตามเขาไป และพบกับชายอีกคนหนึ่งที่นั่งเก๊กอยู่“มีอะไรกันหรือเปล่าครับ.. แล้วเรียกตัวผมมาทำไมกันครับ” โอ๊ตกล่าวถามอย่างสุภาพ“มีน่ะมีแน่นอน.. แกขายคอนโดห้องคิงให้กับฉันซะสิ!..” อดัมกล่าวอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร ตั้งแต่เกิดมาไม่ว่าอะไรที่เขาอยากได้เขาก็ต้องได้ และในครั้งนี้ก็เหมือนกัน ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องบังคับให้ชายหนุ่มตรงหน้าขายคอนโดนี้ให้กับเขาให้ได้“ไอ้หนู.. คุณชายท่านนี้คือคุณชายอดัม กรรมการบอร์ดบริหารของคิงแดรี่ฟูดส์.. ถ้ารู้แล้วก็รีบๆขายให้กับคุณชายท่านซะเถอะ!..” ผู้จัดการอาทิตย์กล่าวเสริมทัพกับอดัมในทันที ถ้าหากเลือกระหว่างอดัมกับชายหนุ่มตรงหน้า มันก็เป็นอะไรที่ไม่จำเป็นต้องคิดเลย จากหน้าตาของชายหนุ่มแล้ว ทั้งผู้จัดการ และอดัมต่างก็ไม่เคยพบเห็น ไม่มีชื่อเสียง หรือไม่เป็นลูกหลานของคนสำคัญใดๆที่พวกเขาทั้งสองรู้จัก ดังนั้นพวกเขาทั้งสองจึงคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่พอจะมีเงินซื้อห้องคอนโดได้เท่านั้น“เดี๋ยวนะ! ที่พวกคุณเรียกผมมาคุยด้วย.. ก็เพราะจะขอซื้อคอนโดห้องคิงจากผม?.. ตอนแรกผมก็ไม่ได้ยึดติดอะไรกับคอนโดนี่หรอกนะ แต่จากคำพูดของพวกคุณที่ใช้กับผมแล้ว ผมคงจะไม่ขาย.. ดังนั้นขอตัวนะครับ” โอ๊ตไม่อยากสนใจกับคนที่ไม่ให้เกียรติคนอื่น แค่ประโยคแรกที่ออกจากปากพวกมันก็เป็นการเปรียบเทียบแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับพวกมันสองตัว“แกคิดว่าจะไปไหนก็ไปได้อย่างนั้นเหรอไอ้หนู.. แกมารับห้องคอนโดไม่ใช่หรือไง แกคงจะไม่รู้ถ้าฉันไม่สั่งส่งห้องคอนโด แกก็จะไม่ได้มันไป.. อีกอย่าง แกไม่มีสิทธิ์ออกจากที่นี่จนกว่าจะขายห้องคิงให้กับคุณชายอดัม เข้าใจดีแล้วก็นั่งลงไปซะ”ผู้จัดการอาทิตย์กล่าวอย่างอวดดี แต่แน่นอนว่าเขาสามารถทำอย่างที่พูดได้จริงๆ อีกอย่างตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวว่าชายหนุ่มคนนั้นจะเป็นคนใหญ่คนโตอีกต่อไป เพราะพวกลูกคุณหนูหรือคนรวยๆนั้นมักจะมีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือชอบบอกว่าตัวเองเป็นใคร แต่ไอ้หนุ่มนี่กลับยอมให้คุณชายกล่าวด่าโดยที่ไม่ตอบโต้อะไร ก็เท่ากับมันเป็นคนที่ไร้อิทธิพลใดๆ“คุณเป็นผู้จัดการของคอนโดนี้แน่เหรอ ทำไมถึงปฏิบัติกับลูกค้าของคุณอย่างนี้ล่ะ” โอ๊ตขมวดคิ้วกล่าวอย่างสงสัย เขาไม่คิดว่าผู้จัดการคอนโดแห่งนี้จะเลือกปฏิบัติกับเขาอย่างเห็นได้ชัดเจนขนาดนี้เลย“ไอ้หนู.. แกมีค่าพอให้คนอย่างฉันเคารพเหรอวะ จะบอกให้เอาบุญ กับอีแค่มีตังค์นิดๆหน่อยๆก็อย่าทำเป็นเก่งให้มันมากนัก ถ้าคุณอดัมเอาจริงๆล่ะก็ แกได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่ๆ.. ดังนั้นรีบๆทำสัญญาการซื้อ-ขายกับคุณชายอดัมได้แล้ว..” อาทิตย์ทั้งกล่าวขู่ทั้งกล่าวเหยียดโอ๊ตด้วยรอยยิ้มราวกับผู้ยิ่งใหญ่“ใช่แล้ว!.. แม้แต่สุนัขที่ดีมันก็เลือกรับใช้เจ้าของเหมือนกันนะ ดังนั้นแกกับฉัน เรามันอยู่คนละระดับกันว่ะ..” อดัมกล่าวพร้อมกับเก๊กไปอีกหนึ่งที วันนี้เหมือนว่าโอ๊ตจะค่อนข้างซวย ทำไมเขาต้องตื่นเช้ามาพบกับเรื่องอะไรไม่เป็นเรื่องอย่างนี้ด้วย และเขาก็หมดคำจะพูดกับคนพวกนี้แล้วจริงๆ“เออๆ.. ยอมใจพวกแกจริงๆเลย ฉันไม่ค่อยอยากจะเสียเวลากับพวกแกจริงๆ.. เอาเป็นว่าเราไม่มีอะไรที่ต้องคุยกันอีก และหวังว่าจะไม่ต้องพบเจอกันอีกนะ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับลุกเตรียมจะเดินออกไปจากจุดนี้ แต่ทว่าผู้จัดการอาทิตย์ก็ได้เอ่ยขึ้นเสียงดังลั่นคอนโด เมื่อเห็นว่าเจ้าหนุ่มนี้กำลังจะกลับ และมันอาจจะทำให้คุณอดัมไม่พอใจเอาได้“เด็กๆ ห้ามให้ผู้ชายคนนั้นออกไปจากที่นี่ ถ้าเขาออกไปได้ พวกแกทุกตัวจะถูกไล่ออก!..” เหล่าพนักงานคอนโด รปภ. แม้แต่แม่บ้านของคอนโดที่ได้ยินอย่างนั้นก็มาขวางทางเข้า-ออกคอนโดเอาไว้อย่างจนใจในคำสั่ง พวกเขาต่างก็มีภาระการใช้จ่าย จะถูกไล่ออกตอนนี้ก็คงจะไม่ได้ มีแต่ต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น“พวกแกจะเล่นกันอย่างนี้เลยเหรอ.. แปลว่าพวกแกต้องการที่จะมีปัญหากับฉัน?..” โอ๊ตต้องชะงักตัวไปเมื่อเห็นว่าเหล่าพนักงานได้มาขวางทางเข้า-ออก และทำให้โอ๊ตเริ่มที่จะเหลืออด ทุกๆครั้งส่วนใหญ่ถ้ามันไม่มากเกินไป เขาก็พอจะยอมรับได้ บางครั้งถึงกับเดินหนีปัญหานั้นไป แต่กับครั้งนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว“ปัญหาน่ะมันมีตั้งนานแล้วเว้ยย.. แกผิดเองที่ดันไปซื้อห้องคิงที่ฉันหมายตาเอาไว้” อดัมกล่าว“ใช่ๆ แกก็แค่ทำการซื้อ-ขายกับคุณชายตั้งแต่ทีแรกก็จบไปแล้วไอ้หนู.. เสร่อชักช้า เล่นตัวอยู่ได้” ผู้จัดการอาทิตย์เอ่ยกล่าวเสริมทัพกับอดัม คิ้วของโอ๊ตกระตุกอย่างไม่สบอารมณ์มากในตอนนี้ เขาหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมจะโทรหาใครสักคนหนึ่งอย่างเหลืออด“ฮ่าๆ แกเห็นโทรศัพท์มือถือของมันไหม...” อดัมที่ลุ้นอยู่ตั้งนานว่าไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นจะมีลูกเล่นอะไร ก็ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นโทรศัพท์เครื่องเก่าๆ ที่คนในยุคนี้ไม่ได้ใช้กันมาเป็นสิบๆปีแล้ว ผู้จัดการอาทิตย์ที่ได้ยินคุณชายหัวเราะมันก็หัวเราะตามไปด้วย“ครับคุณชาย ผมยังนึกแปลกใจว่ามันมีเงินพอซื้อคอนโดที่นี่ได้ยังไง คนอย่างนี้จะมาอาศัยอยู่ที่คอนโดของเรานับว่าเป็นเรื่องอัปยศที่สุดแล้วขอรับ..” ผู้จัดการอาทิตย์กล่าวเหยียดกับโอ๊ตอย่างรังเกียจ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็อยากจะเอาเท้าเข้าไปกระแทกหน้าพวกมันจริงๆ แต่ตอนนี้ก็ทำได้แค่ยอมให้พวกมันหัวเราะไปก่อน ‘ก็มาดูกัน.. ว่าใครจะเป็นคนที่หัวเราะคนสุดท้าย ฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆ..’ ..อีกด้านหนึ่ง ธนาคารโฮมแบงก์..เช้าวันนี้ธนาคารโฮมแบงก์มีตัวเลขของการลงทุนที่ค่อนข้างดี สูงขึ้นจากเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด เหล่านักลงทุนต่างก็หันมาใช้บริการของโฮมแบงก์มากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า ‘หม่อมหลวงภาคิน ณ สุวรรณภูมิ’ ได้ทำการฝากเงินเข้ามากว่า 5 แสนล้านบาท ทำให้กลุ่มเครือธุรกิจต่างๆของท่านเองก็เข้ามาฝากเงินตามไปด้วย แน่นอนว่ามันส่งผลต่อการลงทุน ทั้งปล่อยกู้ ทั้งกองทุนที่กำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี และมีน้อยคนเท่านั้นที่รู้ว่ามันเกิดเพราะด้วยเรื่องอะไร“ผู้จัดการคะ.. มีอีเมลปิดผนึกส่งถึงคุณค่ะ..” ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเอ่ยขึ้น เมื่อพบว่าผู้จัดการนั้นเดินทางมาถึงธนาคารสาขา“เข้าใจแล้ว.. ฉันจะรีบเปิดอ่านเดี๋ยวนี้แหละ” ตำแหน่งผู้จัดการสาขานั้นมันมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น เธอเป็นเหมือนด่านหน้าที่ต้องปะทะกับคนรวยทุกประเภท นอกจากนี้เธอยังต้องคุมพนักงานในสาขาอีกทั้งหมด ถึงแม้ว่ามันจะเหนื่อย แต่ผลตอบแทนดี เป็นใครใครก็อยากจะอยู่จุดนี้กันทั้งนั้น“ไหนดูสิ!..” ผู้จัดการกิ๊กที่เปิดอีเมลพร้อมกับใส่รหัสผ่านเข้าไปตามที่ระบบต้องการ แน่นอนว่ามันก็มีดีเลย์สำหรับการโหลดเล็กน้อย เธอจึงหันไปหยิบแก้วกาแฟที่เธอซื้อมาจากใต้ตึกธนาคารสาขา แต่เมื่อเธอดูดกาแฟไปได้แค่สองอึก เธอก็ต้องพ่นกาแฟที่ดูดเข้าไปออกอย่างตกใจ“..แหะๆ บ้าเอ้ย.. เมื่อวานฉันต้อนรับบุคคลระดับนั้นเลยเหรอ.. ตายแล้ว! ฉันพูดถูกหรือเปล่านะ ต้องใช้ทงท่านอะไรอย่างนั้นด้วยไหมเนี่ย.. อ๊ายย”ผู้จัดการกิ๊กกล่าวพร้อมกับมือที่หยิบทิชชูมาหลายแผ่น เพื่อที่จะนำมันมาเช็ดจอคอมพิวเตอร์ของเธอ เพราะมันเต็มไปด้วยกาแฟที่เธอพ่นออกมาเมื่อสักครู่ พร้อมกับปากที่เอ่ยสบถออกมาถึงเรื่องเมื่อวาน เพราะว่าตอนนี้บนจอคอมมันแสดงผลให้เห็นว่าเมื่อวานเธอต้อนรับบุคคลสำคัญอย่าง ‘หม่อมหลวงภาวิน ณ สุวรรณภูมิ’ หรือก็คือชายหนุ่มคนเมื่อวานที่มีทรัพย์สินกว่า 3 แสนล้านบาท“ตายๆ ไม่คิดเลยว่าฉันจะถูกมอบหมายให้ดูแลการเงินในบัญชีของบุคคลระดับนี้.. หรือเขาเป็นทายาทของหม่อมหลวงภาคินด้วยเหรอเนี่ยย.. ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถ้าเขาไม่พอใจอะไรเราขึ้นมา เราจะมีชีวิตรอดไหม..” ท่าทางของผู้จัดการกิ๊กดูกระวนกระวายเอามากๆ และทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น มันเป็นโทรศัพท์ที่มีแต่ลูกค้าวีไอพีเท่านั้นที่จะสามารถโทรเข้ามาได้ แล้วเธอก็ต้องขยี้ตาตัวเองมองเบอร์ที่โทรมาให้มันชัดๆ เพราะถ้าจำไม่ผิด มันก็เพิ่งจะแสดงเบอร์โทรนี้ผ่านคอมพิวเตอร์มาหมาดๆ“ขอลาตายสักวันได้ไหมคะ..” ผู้จัดการกิ๊กไม่ว่าเธอจะมองยังไง มันก็เป็นเบอร์ของวีวีไอพีคนนี้คนเดียวกัน ทำให้เธอท้อแท้กับชีวิต เธอพยายามหายใจลึกๆ และคิดบวกเอาไว้ก่อน บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ท่านชายสงสัยก็เป็นไปได้“สะ..สวัส..ดี..ค่ะ” กิ๊กกดรับสายไป แต่เธอยังไม่ทันได้กล่าวทักทายอะไร เสียงของอีกฝ่ายก็กระแทกเข้ามาเสียก่อน และนั่นมันก็เหมือนมีสายฟ้าขนาดใหญ่ฟาดลงที่กลางศีรษะของเธอ“คุณผู้จัดการธนาคาร.. คุณควรมาที่นาโนคอนโด และมาตอบคำถามของผม! ว่าทำไมคุณถึงได้หลอกขายคอนโดซังกะบ๊วยที่มีผู้จัดการเฮงซวยนี้มาให้กับผม.. ผมจะให้เวลาคุณ 10 นาที ถ้าผมยังไม่เห็นหน้าของคุณ เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดคุยกันอีกต่อไป..” โอ๊ตกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่มันเป็นอะไรที่หนักอึ้งสำหรับกิ๊กเอามากๆ ตอนนี้เธอนั้นอยากจะร้องไห้จริงๆ แต่เธอก็ทำได้เพียงแค่ตอบกลับไปอย่างสุภาพเท่านั้น“ค่ะท่านชาย..”