หลังจากขับฝ่าฝนขึ้นเหนือมาสักพักหนึ่งในที่สุดก็เห็นซอมบี้ ‘พิเศษ’ ที่เทเรซ่ากล่าวถึง
เวลามองจากระยะไกลจะเห็นสีน้ำเงินเรืองแสงอ่อน ๆ เด่นชัดมาจากบริเวณ่ศีรษะและลำคอ
ณัฐธัญไม่รอช้าขับรถพุ่งชนทันที รถบ้านเสริมเหล็กหนาสองนิ้วหนัก 30 ตันกระแทกเต็มแรง ซอมบี้ปลิวกระเด็นไปประมาณสิบเมตร ก่อนจะนอนแน่นิ่งไป
เทเรซ่าและณัฐธัญกำลังจะลงจากรถแต่ลีโอนีห้ามไว้ก่อน ถามว่า “นายมีแม็กกาซีนสำรองไหมมีแค่แม็กเดียวฉันรู้สึกไม่สบายใจ”
ณัฐธัญไม่มีแต่เขาใช้เพียงมือซ้ายจิ้มหน้าจอบนคอนโซลรถ ในไม่ช้า แสงสีฟ้าร่างเป็ภาพแม็กกาซีน6 แม็ก แล้วตกลงในมือของเขา เป็แม็กกาซีนของปืนสั้น 9 มม.ของลีโอนี 4 แม็ก อีก 2แม็กเป็ของ .44 แม็กนั่มที่เขาใช้อยู่
ทั้งสองคนช่วยกันใส่ะุจนเต็ม6 แม็ก แต่พอเห็นลีโอนีใส่ะุลงในช่องรังเพลิงด้วยเขาก็ขอให้ลีโอนีช่วยสอน พลางถามว่า “ใส่ะุตรงนั้นมันจะไม่เป็ไรเหรอ”
“ถ้ายิงกับเป้าก็ไม่ควรแต่สำหรับใช้งานจริง มีเพิ่มหนึ่งนัดมันจะช่วยชีวิตได้มาก ถ้ามัวแต่เสียดายปืนจะเสียชีวิตแทน” ลีโอนีอธิบาย
ณัฐธัญพยักหน้าหงึกๆ เป็อันว่าเข้าใจ
แต่เทเรซ่าตะลึงตาค้างจู่ ๆ แม็กกาซีนโผล่ขึ้นมาจากอากาศได้อย่างไร หรือว่าเป็มายากล..?
ความสงสัยของเธอเริ่มสะสมเพิ่มพูนเรื่อยๆ เธอรู้สึกว่าณัฐธัญผู้นี้ผิดปกติกว่าชาวบ้าน
ทั้งสามคนออกจากรถตากสายฝนที่เทลงมาอย่างหนักหน่วง เดินตรงมายังร่างที่นอนแน่นิ่งของซอมบี้พิเศษ
ทว่าจู่ๆ ร่างที่แน่นิ่งนั้นลุกพรวดขึ้นมา มันพยายามจะคว้าไหล่ทั้งสองของลีโอนี แต่เธอบิดกายเอี้ยวหลบทันเวลาชักปืนพกสั้นจ่อขมับ ลั่นะุออกไปหนึ่งนัด
ปัง..!
ซอมบี้เซไปตามแรงปะทะทว่ามันไม่ล้ม บิดตัวหันมา อ้าปากที่เต็มไปด้วยฟันเหลืองหมายจะกัด ลีโอนีจึงยิงแสกหน้าซ้ำอีกหลายนัดกว่ามันจะล้มนอนจนนิ่งสนิท ก็ล่อไปเสีย 7 นัดแล้ว
ณัฐธัญลืมตาโตทึ่งกับความถึกทนของซอมบี้พิเศษตัวนี้ ถึงกับร้องออกมา “มันถึกยิ่งกว่าควายอีก..!”
พอได้เห็นชัดถนัดตาจึงเห็นว่าลำคอและหน้าผากของมันมีเส้นเืปูดโปนราวกับรากไม้ มันไม่ได้เรืองแสงสีน้ำเงินแต่สีน้ำเงินมันเด่นชัดเกินไป ชัดกว่าตัวที่เขาเจอเมื่อวันก่อนมาก
เทเรซ่าหยิบมีดสีเงินที่มีฝักหุ้มอย่างดีเมื่อถอดฝักออก กลายเป็ว่าใบมีดเล็กนิดเดียว คล้ายมีดผ่าตัด แต่ใหญ่กว่าเล็กน้อย เธอใช้ใบมีดผ่าเปิดบริเวณหน้าผากจากรอยะุที่ลีโอนียิงไว้
ณัฐธัญและลีโอนียืนดูกระบวนการทั้งหมดเริ่มรู้สึกพะอืดพะอม ขนาดลีโอนียังอยากจะอ้วก จึงหันไปมองรอบ ๆ แทน
สภาพแวดล้อมมีสีขาวเทาเพราะเม็ดฝนที่แน่นขนัดมองได้ไม่ไกลเท่าไร เพราะเสียงฝนที่ดังกลบทุกอย่าง เสียงปืนเมื่อครู่จึงไม่ได้ดึงดูดซอมบี้นัก
กึด กึด กึด กึด กึด...
เสียงปริศนาดังแว่วมาตามสายฝนมันดังเป็จังหวะเหมือนอยู่ไกล ๆ จับไม่ได้ว่าดังมาจากทิศทางไหน
“นี่เร่งมือหน่อยได้ไหม ฉันรู้สึกไม่ดีเลย” ลีโอนีเร่งเร้า
“เร่งอยู่”เทเรซ่าเองก็เร่งฝีมือสุดความสามารถแล้ว โชคดีที่ะุของลีโอนีเจาะกะโหลกนำร่องไว้จึงไม่เสียเวลาผ่าเปิดกะโหลก
กึด กึด กึด กึด กึด...
เสียงปริศนาดังอีกครั้งคราวนี้ได้ยินชัดเจนว่าดังมาจากในป่า เสียงมันเหมือนกับออกมาจากสิ่งมีชีวิต แถมยังดูเหมือนใกล้เข้ามาฟังแล้วน่าขนลุกอย่างยิ่ง
เธอเปลี่ยนแม็กกาซีนและขึ้นลำรอเตรียมพร้อมจับจ้องไปที่ต้นไม้พุ่มไม้ในป่าข้างทาง
ในที่สุดเทเรซ่าก็ผ่าออกมาได้แล้ว เป็วัตถุคล้ายแร่ควอตซ์สีน้ำเงินมีขนาดเท่าข้อปลายนิ้วก้อย
“ถ้าเป็ของซอมบี้ธรรมดาจะมีขนาดแค่เม็ดถั่วเหมือนของคน ซึ่งไม่คุ้มที่จะเอาไปสกัด” เทเรซ่าอธิบาย
ตึง..!
ขณะนั้นเองเสียงเหมือนมีวัตถุหนักตกใส่บนหลังคารถบ้านดังแทรกเสียงฝน ทั้งสามคนใ รีบหันไปดู
ภาพที่เห็นทำเอาแทบหยุดหายใจมันคือสิ่งมีชีวิตที่สูงประมาณสามเมตร หน้าตาของมันคล้ายมนุษย์ แต่กล้ามคอของมันใหญ่เกือบเท่าศีรษะ
มันไม่มีเส้นผมไม่มีดวงตา มีเพียงรูจมูก รูหู ส่วนปากนั้นไม่มีริมฝีปาก เห็นเหงือกและฟันที่แบนคล้ายมนุษย์อย่างชัดเจนอย่างกับหลุดออกมาจากหนังสยองขวัญ
มันมีขาที่สั้นแต่แขนยาวมาก ไม่สิ... ต้องบอกว่าปีกมากกว่า เป็ปีกที่ติดกับมือและแขนนิ้วมือทั้งห้าเต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคม รูปร่างปีกและท่ายืนของมันเหมือนกับนกดึกดำบรรพ์เทอราโนดอนที่เคยเห็นในหนังไดโนเสาร์
มันมีผิวสีเทาดำตัดกับสีเทาขาวของสภาพแวดล้อมอย่างชัดเจน ต่อให้มองด้วยหางตาก็เห็นชัด
มันยืนนิ่งอยู่บนหลังคารถค่อย ๆ หันซ้ายทีขวาที ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
ทั้งสามคนตัวแข็งทื่อมือเท้าเย็นเยียบ ไม่ทราบว่าเพราะอากาศหรือว่าความกลัว
ลีโอนีค่อยๆ ยกปืนขึ้นเล็งอย่างช้า ๆ แต่เทเรซ่ากระซิบห้ามไว้“เดี๋ยวก่อน มันอาจยังไม่เห็นพวกเรา ดูจากลักษณะของมันแล้วน่าจะใช้เสียงหาเหยื่อเป็หลัก เสียงปืนเมื่อกี้อาจดึงดูดมันมา เราอยู่เฉย ๆไว้ก่อน”
ณัฐธัญและลีโอนีเชื่อฟังเธอยืนนิ่งอยู่กับที่ หยดน้ำที่ไหลตามใบหน้าไม่แน่ใจว่าเป็ฝนหรือเหงื่อ ณัฐธัญใจเต้นระทึกตูมตามจนกลัวว่าอาจจะดังจนมันได้ยิน
มันเอียงคอมองซ้ายมองขวาอยู่สักพัก ทั้งที่ไม่มีดวงตา
แต่แล้วมันก็แหงนหน้าขึ้นร้องเสียงแปลกประหลาดออกมาจากลำคอ
กึดกึด กึด กึด กึด...
กลายว่าเสียงปริศนานั้นเป็ของมันนั่นเองเสียงนั้นลอดออกมาตามช่องฟันและรูจมูก ดังเป็จังหวะเท่า ๆ กัน ไม่ขาดไม่เกิน
แต่เพราะบางอย่างจู่ ๆ มันก็หันขวับมาหาทั้งสามคน
ใบหน้าของมันตรงมาที่ทั้งสามแม้ไม่มีดวงตา แต่เหมือนกับว่ามันกำลังใช้ดวงตาจ้องมอง
กึดกึด กึด กึด กึด...
มันส่งเสียงอีกครั้งคราวนี้เทเรซ่าราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ เสียงดังเป็จังหวะของมันคล้ายกับเสียงคลิกของวาฬจึงะโทันทีว่า
“แย่แล้ว..! มันไม่ได้ใช้แค่หู แต่มันกำลังใช้คลื่นโซนาร์..!”
พอสิ้นเสียงสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นร้องคำรามเสียงแหลม พุ่งกระโจนจากบนหลังคารถ เมื่อมันสยายปีกออกปีกกว้างเกือบสิบเมตร ราวกับปกคลุมท้องฟ้าได้ทั้งผืน
ปังปัง ปัง ปัง..!
ลีโอนีเล็งปืนรออยู่แล้วจึงยิงสวนเข้าใบหน้า ณัฐธัญที่เพิ่งได้สติทีหลัง ก็ลั่นไกตามไป
.44 แม็กนั่มดังลั่นสลับกับ 9 มม.ประหนึ่งจุดประทัดตรุษจีน
สิ่งมีชีวิตประหลาดใช้ปีกกำบังตัวก่อนจะกลิ้งตกลงบนพื้น ะโพุ่งเข้าป่าข้างทางหายไป
ทั้งสามคนมองไปในป่าอย่างอกสั่นขวัญหาย
“ตัวอย่างกับควายแต่ไวอย่างกับลิง” ณัฐธัญอุทาน เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ายิงโดนหรือเปล่า
ลีโอนีรีบพูด“นาธาน เปลี่ยนแม็ก”
เธอปลดแม็กกาซีนที่เหลือะุเพียงไม่กี่นัดทิ้งลงพื้นหยิบแม็กกาซีนใหม่ใส่เข้าไปแทน แล้วค่อย ๆ ก้มหยิบแม็กกาซีนบนพื้นใส่ในกระเป๋ากางเกงในขณะที่สายตายังจ้องไปที่ป่าณัฐธัญก็ทำเช่นเดียวกัน
“เทเรซ่าได้ตัวอย่างมาแล้วใช่ไหม” ลีโอนีถาม
“อืม...ได้มาแล้ว” เทเรซ่าตอบ เสียงสั่นเล็กน้อย เธอไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ซอมบี้ที่ใช้คลื่นโซนาร์..?ไม่สิ มันใช่ซอมบี้หรือเปล่า ดูอย่างไรก็สัตว์ประหลาดชัด ๆ
“นาธานนายค่อย ๆ เดินไปที่รถ เทเรซ่าเดินตามไป ฉันจะดูหลังให้” ลีโอนีออกคำสั่ง สายตาจับจ้องที่ป่าตาไม่กะพริบ
ณัฐธัญพยักหน้าค่อย ๆ เดินไปหารถ สายตามองสลับระหว่างป่ากับรถ แม้ว่าฝนจะตกอากาศเย็นจนเกือบเหลือเลขหลักเดียว แต่เขารู้สึกเหมือนว่าเหงื่อออกมือ ในความรู้สึกตอนนี้ระยะสิบเมตรยาวไกลอย่างกับร้อยเมตร
พอมาถึงครึ่งทางเสียงน่าขนลุกที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากในป่า
กึดกึด กึด กึด กึด...
พุ่มไม้ในป่าเคลื่อนไหวณัฐธัญและลีโอนีรีบเล็งปืนไปที่พุ่มไม้ที่ไหวนั้น แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนนี้ทั้งสามคนหยุดเดินสายตากวาดมองไปทั่วเกือบ 180 องศา เพ่งเล็งจดจ่ออยู่ตามพุ่มไม้
“ข้างบน..!” เทเรซ่าะโออกมา
ณัฐธัญและลีโอนีรีบแหงนมองขึ้นทว่าสายเกินไปแล้ว กรงเล็บคมกริบที่ติดปีกของมันตวัดไปอย่างรวดเร็ว ฟาดฉับไปที่หน้าท้องของลีโอนีจนกระเด็นกลิ้งไปอีกฝั่งของถนน
“ลีโอนี..! เทเรซ่า วิ่ง..!” ณัฐธัญะโแล้วยิงไปก่อนสามนัดตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าลีโอนีเป็ตายร้ายดีอย่างไร
ปังปัง ปัง
ะุกลับโดนเพียงอากาศมันะโพุ่งเข้าป่าไปอีกครั้ง
“แม่งเอ๊ยมันลูกหลานหนุมานหรือไงวะ” ณัฐธัญสบถ
เทเรซ่าวิ่งมาถึงรถแล้วแต่เปิดประตูไม่ออก ร้องว่า “นาธาน ประตูเปิดไม่ได้”
ณัฐธัญลืมไปว่าไม่ได้ให้เทเรซ่าสแกนม่านตาจึงรีบวิ่งไปที่รถ ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียง กึด กึด กึด อีกรอบแต่เขาไม่สนใจ เพราะวิ่งแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงรถแล้ว
ทว่าความคิดนั้นง่ายเกินไปก่อนที่จะถึงประตูรถ สิ่งมีชีวิตประหลาดก็พุ่งออกมาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มันโฉบมาพร้อมกับฟาดกรงเล็บเข้าใส่ณัฐธัญต้องกลิ้งหลบไปอีกทางอย่างทุลักทุเล ทำให้ห่างจากประตูรถกว่าเดิม
เทเรซ่าตัดสินใจรวดเร็วเธอรีบมุดตัวเข้าใต้ท้องรถทันที เพื่อไม่ให้ตัวเองเป็ภาระ
ณัฐธัญที่นอนอยู่บนพื้นถนนยิงปืนใส่จนหมดแม็กแต่มันก็ใช้ปีกป้องกันไว้อีกครั้ง ไม่ทราบว่าปีกมันสร้างจากวัสดุอะไร ขนาด .44 แม็กนั่มยังยิงไม่เข้า
ขณะที่ณัฐธัญกำลังเปลี่ยนแม็กกาซีนมันคำรามเสียงต่ำ ไม่พุ่งปราดมาหา แต่กลับค่อย ๆ เดินมาหาแทน ราวกับกำลังเยาะเย้ย มือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บค่อยๆ คืบคลานมาหา
เมื่อณัฐธัญเปลี่ยนแม็กกาซีนเสร็จรีบยิงออกไปอีกหลายนัด ซึ่งมันก็ใช้ปีกกันไว้เหมือนเดิม
ณัฐธัญพยายามหาช่องปีกมันคลุมถึงเท้า หัวของมันก็มุดลงใต้ปีก ไม่มีช่องให้ยิง
เขากำลังรอให้มันอ้าปีกออกประมาณว่า แกอ้าเมื่อไร ตูยิง
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือมันค่อย ๆ เดินในขณะที่ใช้ปีกต่างโล่
“เฮ้ยนี่มันโกงแล้ว..!” ณัฐธัญร้อง
ระหว่างที่เขากำลังคิดหาทางสายตาก็เหลือบไปเห็นแขนที่ติดกับปีก จึงบังเกิดความคิด ลองยิงไปที่ส่วนแขน
ปัง ปัง ปัง..!
แน่นอนว่าได้ผลมันชะงัก เปิดปีกออกแล้วร้องเสียงแหลมออกมา ณัฐธัญพยายามจะยิงซ้ำ ทว่าพอยกปืนเล็ง ก็สังเกตว่าสไลด์ค้างเป็สัญญาณว่าะุหมดแล้ว
คราวนี้มันตั้งท่าหมายจะพุ่งเข้าใส่ณัฐธัญหน้าถอดสี ระยะนี้เปลี่ยนแม็กกาซีนไม่ทันแน่นอน เขากัดฟัน เตรียมจะเอาปืนฟาดแทนไม่เอ็งตายก็ข้าตาย
แต่ไม่ทราบว่าั้แ่เมื่อใดลีโอนีะโขึ้นตัวของมัน ขาทั้งสองเกี่ยวรัดรึงที่คอของมัน จ่อปากกระบอกปืนติดกับศีรษะของมันกล่าวว่า “ปีกแข็งนักใช่ไหมไอ้เวร ขอดูหน่อยว่ากะโหลกจะแข็งเหมือนปีกไหม”
ปังปัง ปัง ปัง ปัง ปัง..!
เสียงปืนดังลั่นมันพยายามสะบัดลีโอนีออกจากศีรษะ แต่ลีโอนีเกี่ยวขาไว้รอบคอของมันแน่น ยิงกระหน่ำต่อเนื่องไม่หยุดยั้งสิบห้านัดรวด
อันที่จริงสิ่งมีชีวิตประหลาดล้มทรุดลงั้แ่นัดที่สิบแล้วลีโอนีก็ลงตามแรงทรุดของมัน แต่เธอแถมซ้ำให้อีกห้านัดขณะที่ขายังเกี่ยวคอไว้จนหมดแม็ก
พอเห็นร่างนั้นล้มตึงแน่นิ่งไปณัฐธัญก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สำหรับเขามันคือศึกครั้งแรกที่เข้าคิวบู๊ด้วยตัวเอง มือยังสั่นไม่หายแต่ในใจก็รู้สึกตื่นเต้น มันสะใจดีจริง ๆ
เขาพยุงตัวลุกขึ้นรีบมาหาลีโอนีด้วยสีหน้าเป็ห่วง “เป็อะไรหรือเปล่า าเ็ตรงไหนไหม”
ณัฐธัญช่วยประคองลีโอนีให้ลุกขึ้นพยายามค้นหาาแตามตัวของลีโอนีจนมือพัลวันวุ่นวาย ลีโอนีทำตัวไม่ถูก หยุดมือของเขา“ไม่ได้เจ็บตรงไหน แค่อาจจะช้ำนิดหน่อย โชคดีที่ชุดของนายป้องกันได้ผลดี ไม่งั้นคงขาดสองท่อนไปแล้ว”
บริเวณท้องของเธอรู้สึกจุกเล็กน้อยแต่เธอรู้สึกอบอุ่นแช่มชื่นหัวใจ การที่เขาเป็ห่วงเธอ แสดงว่ามีเธออยู่ในใจแล้ว
เมื่อพบว่าลีโอนีปลอดภัยดีไม่มีเืตกยางออก ค่อยแสดงสีหน้าโล่งใจ
เขาเปลี่ยนแม็กกาซีนแล้วเดินอ้อมมาด้านหลังของมันผ่านกระดูกสันหลังที่โผล่ออกมาชัดเจน จ่อปืนยิงที่กระดูกเชิงกรานของมันซ้ำจนหมดแม็ก
ปังปัง ปัง...
“แม่งเอ๊ยทำใจหายใจคว่ำหมด” ณัฐธัญสบถด้วยความโมโห
ลีโอนีเห็นแล้วยิ้มกริ่มเดินมาหาเขาพลางกล่าวว่า “ไม่ยักรู้ว่านายเ้าคิดเ้าแค้นขนาดนี้ สงสัยฉันต้องระวังเสียแล้ว”
ณัฐธัญใช้นิ้วลูบจมูกแก้เขินส่วนเทเรซ่าคลานออกมาจากใต้ท้องรถ ลีโอนีเห็นก็อดชื่นชมไม่ได้ “เธอไหวพริบดีนะ”
“จะให้ฉันยืนเป็ตอไม้ให้มันลับเล็บเล่นหรือไง”เทเรซ่ากล่าว แล้วหันมามองค้อนณัฐธัญ กล่าวเหน็บว่า “ทีหลังถ้าประตูใช้ระบบอะไรก็บอกกันล่วงหน้าด้วยคนอื่นจะตายเอา”
ณัฐธัญยิ้มอย่างรู้สึกผิดกล่าวขอโทษไป ก่อนจะเปลี่ยนเื่ “ลองผ่ากะโหลกไอ้ตัวนี้ดูไหม ว่าจะมีนิวโรอะไรนั่นหรือเปล่า”
“จริงด้วย..!” เทเรซ่าตาลุกวาว ควักมีดเดินจ้ำอ้าวไปหาสิ่งมีชีวิตประหลาดทันทีแม้ใบหน้าจะยังเฉื่อยชา แต่ท่าทางไม่ต่างอะไรกับเด็กได้ของเล่นใหม่
เธอผ่าด้านหลังกะโหลกอย่างชำนาญวุ่นวายกับมันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะควักผลึกนิวโครคริสต์ออกมา ขนาดใหญ่พอ ๆกับลูกปิงปอง..!
เทเรซ่าตาเป็ประกายกล่าวว่า “นี่เป็นิวโรคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย แบบนี้หัวหน้าคงยิ้มหน้าบานไปสามวันสามคืน”
ณัฐธัญเดินมาหาเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใครจะยกให้เธอ”
เทเรซ่ากุมนิวโรคริสต์ด้วยมือทั้งสองเหมือนกับกลัวว่าณัฐธัญจะขโมยไป กล่าวว่า “หมายความว่ายังไง”
“ฉันกับลีโอนีเป็คนฆ่ามันเธอไม่ได้ช่วยอะไร ใครจะยกให้เธอ”
“คุณ...คุณจะเอาไปทำอะไร คุณไม่ใช่นักวิจัย เอาไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่แล้ว” น้ำเสียงของเทเรซ่าดูกระวนกระวาย
ณัฐธัญเพิ่งสังเกตเห็นอดนึกในใจไม่ได้ว่า หญิงสาวที่ชอบทำหน้าซังกะตายก็ทำหน้าตาน่ารักเป็กับเขาด้วย
“ก็มันเป็ของฉันฉันจะใช้ทำอะไรก็ได้ จะวางโชว์ไว้เฉย ๆ ก็ได้ ถ้าเธออยากได้ก็จ่ายมา” ณัฐธัญยิ้ม
“้าเท่าไรฉันจะไปเจรจากับหัวหน้าให้”
“เธอคิดว่าฉันขาดแคลนอะไรหรือไงฉันอยากให้เธอขึ้นรถมากับฉัน ถ้าเธอมากับฉัน ฉันจะให้เธอวิจัยมันเต็มที่เลยเพราะฉันไม่ยอมยกเ้าสิ่งนี้ให้ใครแน่”
เทเรซ่าคิดหนัก“นายไม่เห็นแก่มนุษยชาติหรือไง”
“ฉันนี่แหละมนุษยชาติ”ณัฐธัญตอบเสียงหนักแน่น
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังอยู่ใน่เจรจาลีโอนีก็พูดแทรกขึ้น “จะคุยกันก็ขึ้นไปคุยบนรถ ถ้ามีไอ้ตัวนี้มาอีกสองสามตัว ระวังจะได้ไปคุยกันบน์แทน”
ณัฐธัญกับเทเรซ่าเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันรีบขึ้นรถทันที คราวนี้เทเรซ่าเป็คนนั่งตรงกลาง ส่วนลีโอนีนั่งริมประตูเหมือนปกติ
อลิเซียที่อยู่ด้านหลังได้ถามไถ่ถึงสถานการณ์ด้วยความเป็ห่วงเธอรู้สึกว่าตัวเองช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว ณัฐธัญจึงพูดปลอบประโลม สำหรับเขาการที่พวกเธอช่วยดูแลความสะอาดเรียบร้อยภายในรถก็ถือว่าช่วยได้มากแล้ว