“ ขยะ ! “
“ อันนี้ก็ขยะ “
“ ขยะ “
“ ขยะ “
“ ขยะ “
“ เฮ้อ..มีแต่ขยะทั้งนั้นรีบไสหัวไปได้แล้ว “
“ ข..ขออภัยท่านไอรีน “
เสียงของหญิงสาวที่กำลังนั่งรับประทานอาหารด้วยท่าทีที่เบื่อหน่าย อยู่ที่โต๊ะยาว 4 เมตรมีอาหารที่ดูสวยหรูสะอาดตาวางอยู่เรียงกันเป็จำนวนมาก ทุกจานนั้นเต็มไปด้วยเนื้อสีแดงสด เธอนั่งที่หัวโต๊ะพร้อมกับเชฟที่ประจำอยู่ข้างกาย
ผมสีส้มแดงเป็เอกลักษณ์ผิวขาวใบหน้าเนียนใส หูยาวเด่นมีดวงตาที่โตกลมแดงก่ำพร้อมกับเขียวแหลมที่ฟันของเธอ เธอคือแวมไพร์สายเืบริสุทธิ์
หลังจากที่ทานอาหารด้วยความเบื่อหนายเสร็จเธอตรงดิ่งไปที่ห้องทันทีและพบกับหญิงเมด 5 คนที่รอคอยรับใช้เธอ
“ ท่านไอรีนเ้าคะ เตรียมน้ำร้อนไว้แล้วเ้าค่ะ “ เมดคนหนึ่งกล่าว
“ อืม “
เธอปลดชุดของเธอออกในสภาพที่เปลือยเปล่าและเดินตรงดิ่งไปแช่น้ำร้อนในทันที ในขณะที่เธอกำลังแช่น้ำร้อนเธอมองไปที่ด้านนอกกระจกห้องน้ำของเธอแล้วพบว่าสภาพอากาศข้างนอกที่ตกไปด้วยหิมะที่ปกคลุมไม่มีมีแม้แสงที่จะเล็ดลอดเข้ามาได้ท่าทีของเธอนั้นบ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด และหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้เข้านอนที่ห้องของเธอเป็ปกติกับเตียงใหญ่ขนาด 8 ฟุต
แต่ทว่าจู่ๆก็มีเสียงเอะอะดังขึ้นมาในหัวของเธอในขณะที่หลับตา เธอคิดว่าเป็บรรดาคนรับใช้คนเธอที่ส่งเสียงเอะอะขึ้นมาทำให้เธอสะดุ้งตื่นด้วยความโมโห เมื่อเธอลุกขึ้นแล้วลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามีตึกบ้านสองชั้นตั้งอยู่ตรงหน้าเตียงของเธอ ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแต่ทว่าพอเงียบสังเกตฟังเสียงดีๆก็มีเสียงที่ร้องเอะอะดังออกมาเมื่อสักครู่เป็เสียงที่ดังมาจากตึกบ้านหลังนั้น และเธอก็ได้กลิ่นหอมหวานลอยโชยเข้ามาที่จมูกของเธอ
“ กลิ่นมนุษย์? ”
“ ( รู้สึกว่าจะมีกลิ่นอายของเวทเทเลพอร์ตอยู่ด้วย ) ”
เธอไม่รอช้าที่จะลุกออกจาเตียงแล้วเดินไปยังหน้าประตูและเธอใช้เวทมนตร์เปิดประตูมันเข้าไปทันที และเมื่อเธอเปิดประตูเดินเข้าไปแล้วพบว่ามีเผ่าอสูรที่เป็หมาป่าอยู่สี่ตนและมนุษย์อีกห้าคน ในระหว่างที่เธอกำลังแปลกใจกับสถานการณ์ในตอนนี้ จู่ๆก็มีเสียงพูดออกมาว่า “ ยินดีต้อนรับคะ ” เสียงของนัทสึกิที่กล่าวทักทาย
“ อ..อืม ”
“ มาหนึ่งท่านใช่ไหมคะเชิญทางนี้เลยค่ะ ” นัทสึกิเชิญชวนเธอให้เข้าไปหนังที่หน้าบาร์ทันที ทำให้เธอลูกรู้สึกมึนงงเล็กน้อยแต่ก็เดินตามนัทสึกิไป แต่ทว่าจู่ๆก็มีเผ่าอสูรที่เป็หมาป่าก็รู้สึกได้รับกลิ่นบ้างอย่างทำให้เขาลุกขึ้นแล้วอุทานออกมา
“ เฮ้ย!? ละไหงมีผีดิบมาอยู่ที่นี้กันฟะ? ”
“ แกมาที่นี้ได้ยังไงกันแน่? ” กลุ่มอสูรหมาป่าได้ลุกขึ้นและหยิบอาวุธประจำกายของตนเองขึ้นมา
“ ห๊า!? เมื่อกี้แกว่าใครเป็ผีดิบกัน? เ้าพวกลูกหมาชั้นต่ำ! ” ไอรีนตอบโต้ส่วนกลับด้วยท่าทีที่โมโหเธอเตรียมตัวร่ายเวทออกมาเพื่อที่จะโจมตีส่วนกลับ
ตึง! “ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะครับห้ามใช้ความรุนแรงภายในร้านต่อให้พวกคุณอยากจะใช้ก็เถอะ แต่ถ้าจะตีกันก็ชวนไปตีกันข้างนอก ” โซมะกระแทกถ้วยราเม็งเพื่อเตรียมเสิร์ฟทำให้ไอรีนกับเผ่าอสูรหมาป่าได้หยุดชะงัก
“ เหอะ! ถ้าเ้าผีดิบนี้ยังอยู่ที่นี้งั้นพวกเรากลับกันเถอะ ” เผ่าอสูรหมาป่าได้ทิ้งเงินเอาไว้แล้วลุกออกจากร้านทันทีและกับเขม็งขู่ไอรีนด้วยสายตา
“ เหอะ! เ้าพวกลูกหมาชั้นต่ำ…ว่าแต่นี่เ้ามนุษย์พวกเ้าเป็ใครทำไมร้านของพวกเ้าถึงมาตั้งที่ห้องของข้า!? ”
“ เอ๋ !? มันไปโผล่ที่ห้องของคุณงั้นเหรอครับ ” โซมะถามกลับด้วยความใ
“ ก็ใช่นะสิตอบคำถามข้ามา อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ! ” เธอปล่อยจิตสังหารออกมาพร้อมกับแรงกดดันอันมหาศาลออกมาใส่โซมะ แต่ด้วยระบบระงับความรุนแรงทำให้โซมะไม่รับรู้ถึงแรงกันดันและจิตสังหารของเธอทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
“ อ๋อพอดีพวกฉันมาจากต่างโลกน่ะแล้วประตูหน้าร้านของฉันมันก็ดันเชื่อมต่อกับอีกโลกหนึ่ง แต่ที่ร้านของฉันไปโผล่ที่ห้องของเธอก็เพราะว่าระบบลูกค้าขาจร มันจะทำให้ร้านของฉันเทเลพอร์ตไปสถานที่ใดสถานที่หนึ่งได้ชั่วคราว มันก็เลยบังเอิญไปโผล่ที่ห้องของคุณ ”
“ เอ้ะ? คุณบอกว่าร้านของฉันไปโผล่ที่ห้องของคุณเหรอ!? ห้องคุณมันใหญ่ขนาดไหนเนี่ย!! ” โซมะทำกลับด้วยความใว่าร้านของเขาไปโผล่ที่ห้องของเธอได้ยังไง
“ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นย่ะ!! ( เฮ้อ…ก่อนหน้านี้เราพยายามที่จะฆ่าเ้าพวกลูกหมาเมื่อกี้นี่แล้วแต่ทำไมถึงปล่อยพลังออกมาไม่ได้กันนะพวกมนุษย์เ้าโลกนี้มันมีพลังแบบไหนกัน? ) …นี่เ้ามนุษย์ต่างโลก ร้านของเ้าขายอะไร ”
“ อ๋อพวกอาหารแล้วเครื่องดื่มน่ะ ” โซมะตอบกลับในขณะที่กำลังทำอาหาร
“ เอาเนืุ้์มาให้ข้าสิ ”
“ ได้คร้าบรอสักครู่…หา?! ” โซมะชะงักไปชั่วขณะหนึ่งแล้วหันมามองด้วยสีหน้าที่ใและได้ถามกลับเพื่อความชัวน์ “ ม..เมื่อกี้คุณว่ายังไงน่ะ !? ”
“ ทำไมต้องให้ข้าพูดสองรอบด้วย สเต๊กเนืุ้์ไงสเต๊ก สเต๊ก ” ไอรีนเริ่มที่จะกระแทกเสียงออกมาด้วยความโมโห
“ นี้คุณจะบ้าหรือไง ฉันก็เป็มนุษย์นะจะให้แล่เนื้อเผ่าพันธุ์ตัวเองมาทำอาหารหรือไง! ” โซมะะโโต้เถียงกลับด้วยท่าทีที่ใกับคำพูดของไอรีน
“ อย่ามาขึ้นเสียงใส่ข้านะย่ะเ้ามนุษย์เชฟชั้นต่ำ ข้าเป็แวมไพร์นะ ถ้าไม่กินเืมนุษย์และจะให้ข้ากินอะไร!! ”
“ กรอด..โดนว่าเชฟชั้นต่ำ!!…ได้ รอเดี๋ยว…ฉันจะทำอาหารที่อร่อยกว่าเนืุ้์ที่คุณเคยกินมาก่อน ค่อยดูเถอะ!!…นัทสึกิฝากร้านแป๊บนึ่ง ”
“ เอ๋?! นายจะไปไหน เดี๋ยวก่อนเส้! ” โซมะถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้ววิ่งไปที่หลังร้านทันทีเพื่อหาซื้อวัตถุดิบโดยทิ้งความงวยงงให้กับนัทสึกิและไอรีน
“ เอ่อ…ต้องขอโทษด้วยนะคะ รับเครื่องดื่มอะไรรอก่อนไหมคะ ? ” นัทสึกิถามไอรีนอย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบเธอให้ใจเย็น
แต่เธอปฏิเสธและลุกจากเก้าอี้และเดินกลับทันที ก่อนที่จะถึงหน้าประตูเธอชะงักอยู่ชั่วขณะหนึ่งและหันมามองและพูดคำว่า “ ถ้ามีไวน์แดงดีๆละกันฉันก็จะอยู่ต่อให้ละกัน ” นัทสึกิยิ้มและตอบกลับว่า “ มีแน่นอนคะเชิญนั่งก่อนนะคะ ”
เหตุผลที่ไอรีนชักงะเพราะนึกถึงคำพูดของโซมะที่บอกว่าจะทำอาหารที่อร่อยกว่าเนืุ้์ที่เธอเคยท่านมา เนื่องจาก่นี้เธอกำลังเบื่ออาหารที่เธอกินอยู่ปราสาทพอดี เพราะเป็เมนูเนืุ้์ซ้ำๆซากๆที่เธอกินมาตลอด 1,000 ปี หลังจากนั้นไม่นานนัทสึกิได้เสิร์ฟไวน์แดงที่ดีที่สุดของร้านให้พร้อมกับแก้วไวน์
“ อืม…ก็ไม่ได้แย่นะ ”
เธอกล่าวชมเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่นิ่งๆแต่ก็ทำให้นัทสึกิยิ้มออกมาและกล่าวขอบคุณเธอและเดินไปบริการดูแลโต๊ะอื่นแทน และหลังจากนั้นไม่นานโซมะวิ่งกลับมาจากซื้อของพร้อมกับถุงตราร้านสะดวกซื้อและเขาไม่รอช้าที่จะเริ่มทำอาหารทันที
“ อืม…( แวมไพร์จะแพ้กระเทียมไหมน่ะ ? ) นี่คุณน่ะแพ้กระเทียมไหม? ” โซมะถามไอรีนด้วยความสงสัย
“ ห๊า!? ข้าเป็ถึงชนชั้นสูงที่มีสายเืบริสุทธิ์นะแม้แต่แสงแดดก็ทำอะไรข้าไม่ได้! ”
“ คร้าบๆงั้นรอสักครู่ ฉันจะทำอาหารที่อร่อยกว่าเนืุ้์ที่พวกเธอชอบกินกัน ค่อยดูได้เลย ”
“ เป็มนุษย์ที่ทำให้ชวนน่าโมโหจริงๆ ”
หลังจากนั้นโซมะได้เริ่มทำอาหารทันที เริ่มด้วยการแล่เนื้อที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อจากนั้นใช้น้ำผึ้งนวดกับเนื้อเพื่อย่อยโปรตีนของเนื้อทำให้เนื้อมีความนุ่มมากขึ้นพร้อมกับปรุงแต่งด้วยเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ก่อนนำไปย่างที่กะทะที่เตรียมไว้ในระดับแรร์ หลังจากที่ย่างสเต๊กเสร็จเขาใช้กะทะใบเดิมแล้วเทไวน์แดงลงไปที่กะทะและผัดด้วยหอมที่หั่นเป็ลูกเต๋าพร้อมกับใช้แป้งมันละลายน้ำเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของซอสและปรุงแต่งนิดหน่อย จากนั้นจัดจานที่เตรียมไว้และลาดซอสลงพร้อมเสิร์ฟ
“ ขอโทษที่ให้รอ มันเสร็จแล้ว ” โซมะเดินไปเสิร์ฟจานนี้ด้วยตัวเองเพื่อที่จะดูท่าทีของไอรีน เธอรู้สึกประทับใจเล็กน้อยเพราะรูปร่างหน้าตาที่สวยพร้อมกับกลิ่นหอมของซอสที่ลอยโชยมา

“ อืม…ว่าแต่นี้มันเนื้ออะไร ” ก่อนกลืนน้ำลายเธอได้ถามโซมะขึ้นมา
“ เนื้อวัวน่ะ ถึงคุณภาพเนื้อจะไม่ดีเท่าไหร่เพราะร้านที่เคยซื้อมันปิดแล้วแต่รับรองได้ว่าคุณภาพของเนื้อพอๆกับ A5 ได้เลย ” จมูกของโซมะยาวออกมาอย่างเห็นได้ชัดกับคำพูดและท่าทีที่มั่นใจ
“ เนื้อวัว? ดันทำเนื้อที่มีกลิ่นคาวออกมาซะได้ ” ไอรีนตอบกลับด้วยท่าทีที่อารมณ์เสีย
“ ห๊า!? คุณก็ลองกินก่อนเส้ค่อยมาว่าฉัน! ”
“ เหอะจะชิมดูหน่อยก็ได้ ”
ไอรีนชำเลืองตามองไปที่สเต๊กที่อยู่ด้านหน้าของเธออีกครั้งและตัดสินใจที่จะลองกินมันทันที หลังจากที่เธอหยิบมีดพร้อมที่ตัดเนื้อสเต๊ก เพียงแค่ััมันแค่นิดเดียวเท่านั้นก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มของเนื้ออย่างเห็นได้ชัด เธอรู้สึกประหลาดใจกับความนุ่มของเนื้อและลองตัดมันดู
“ ( สีของเนื้อจากด้านในทำไมถึงเรียบสวยชมพูแบบนี้ ? เชฟประจำปราสาทของฉันก็ยังทำไม่สวยเท่านี้มาก่อนเลย ) ”
“ ( เนื้อมันนุ่มมาก! ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่นิดเดียว? แถมความเข้มข้นของซอสที่มีกลิ่นไวน์แดงติดอยู่เล็กน้อยมันทำให้ชวนอยากดื่มไวน์แดงต่อหลังจากกินเ้านี้ลงไป ) ” หลังจากนั้นเธอหยิบไวน์แดงขึ้นมาดื่มทันทีหลังงจากกินเนื้อสเต๊กไปหนึ่งชิ้น
“ มันเข้ากันแบบสุดๆ! ”
เธออุทานออกมาแบบไม่รู้ตัวด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสดใส ทำให้โซมะและนัทสึกิที่เห็นท่าทีของเธอหลังจากกินอาหารของเขาไป
“ ม..มันก็พอใช้ได้ ” เธอรู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่จู่ๆอุทานแบบนั้นขึ้นมา
“ คร้าบๆทานให้อร่อย ”
สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเห็นได้ชัดหลังจากทานอาหารจานนี้ไปต่างจากก่อนหน้านี้ที่เธอแสดงท่าทีที่เบื่อหน่ายออกมา เมื่อเธอทานเนื้อสเต๊กใก้ลจะหมดจานเธอหันไปมองโซมะที่กำลังทำอะไรสักอย่างอยู่แต่จู่ๆเธอก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“ นี่…เ้ามนุษย์ต่างโลก ของหวานล่ะ ”
“ อะไรนะ? ของหวานงั้นเหรอ ” โซมะมึนงงในขณะที่กำลังทำค็อกเทลให้ลูกค้าคนอื่น
“ ก็ใช่ไงกินอาหารจานหลักแล้วก็ต้องกินของหวานปิดท้ายสิ ช่างเป็เชฟที่ไม่รู้จักอะไรซะเลย ” ไอรีนถอนหายใจออกมาในท่าทีเยาะเย้ยความเป็เชฟของโซมะ ทำให้โซมะรู้สึกโมโหขึ้นมา
“ ห๊า!? ร้านของฉันไม่ใช่ร้านตามสั่งหรือร้านอาหารโรงแรมหรูๆซะหน่อย ฉันขายแค่พวกกับแกล้มที่ทานไปพร้อมกับเครื่องดื่มได้ก็เท่านั้น! ”
“ ก็แค่ทำขึ้นมาไงเหมือนที่ทำสเต๊กจานนี้…ทำไม? หรือว่าเ้าจะทำไม่ได้? ” ไอรีนยิ้มแสยะออกมาเยาะเย้ยโซมะทำให้โซมะทำให้โซมะรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย
“ ได้…คอยดูได้เลย! ” โซมะไม่รอช้าวิ่งไปที่ห้องเก็บของเพื่อดูวัตถุดิบทันที
“ หึ! นี่เ้ามนุษย์น่ะเอาไวน์นี้มาอีกขวดสิ ” ไอรีนมองไปนัทสึกิที่กำลังยืนเอ๋อเพื่อสั่งไวน์เพิ่ม นัทซึกิประหลาดใจสถานการณ์ที่โซมะพูดคุยกับแวมไพร์อย่างเป็ปกติ
หลังจากนั้นไม่นานโซมะที่กำลังยืนคิดเมนูของหวานที่จะทำให้กับแวมไพร์
“ ( อืม…ของหวานปกติเธอคงไม่กินแน่เลย เอาของสดมาทำของหวานไม่ได้ด้วยเนี่ยสิอะไรน้าที่พวกแวมไพร์เขากินกันปกตินอกจากเื… ) ”
เขาครุ่นคิดอยู่นานพอสมควรและหันไปมองนัทซึกิที่กำลังถือขวดไวน์ไปให้ไอรีนนั้นเองจากนั้นเขาก็ปิ๊งไอเดียของหวานที่จะทำทันที หลังจากนั้นเขาเดินไปที่ถุงตราร้านสะดวกซื้อที่เขาไปซื้อเนื้อวัวมา มีบางอย่างที่เขาซื้อติดมาด้วยเพื่อที่จะเอากลับไปกินที่บ้านมันคือ ลูกแพร์
ตั้งหม้อแล้วเทไวน์แดงลง 3 ถ้วย เพื่อต้มมัน จากนั้นเทน้ำตาลลง ½ ถ้วย เหล้ารัม ¼ ถ้วยและก้านอบเชย 2-3 ก้าน และจากนั้นใช้พายไม้คนให้เข้ากันพอได้ที่แล้วใช้ไฟอ่อนในการต้มจากนั้นนำลูกแพร์ที่ปลอกเปลือกเหลือแค่ก้านของมันลงในหม้อทันทีเพื่อตุ๋นรอประมาณ 1 ชั่วโมง และระหว่างที่รอก็ตั้งกะทะอีกใบเพื่อเคี้ยวไวน์แดงให้กลายเป็ซอสโดยการใช้สูตรส่วนผสมเหมือนกับการการตุ๋นลูกแพร์ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยตกแต่งใส่จานพร้อมกับบีบวิปครีมลงข้างๆจานและพร้อมเสิร์ฟ
“ ขอโทษที่ให้รอเอาล่ะ มันเสร็จแล้ว ”

“ เ้านี่คือ ? ” ไอรีนถามกลับด้วยความสงสัย
“ มันคือลูกแพร์ตุ๋นไวน์แดง จะกินคู่กับวิปครีมก็ได้ ”
ไอรีนลังเลอยู่สักพักหนึ่งเพราะเขาไม่เคยเห็นของหวานแบบนี้มาก่อนจากนั้นเขาใช้มีดในการตัดเป็ชิ้นเล็กๆและลองใช้มันดู
“ ( อร่อย!? มันหอมหวานมากๆ กลิ่นของเครื่องเทศและไวน์แดงเข้ากันกับผลไม้ลูกนี้ได้อย่างลงตัว ) ก..ก็พอใช้ได้ ” ไอรีนยังคงปากแข็งที่จะเอ่ยชมออกมาว่าอร่อย แต่โซมะได้เห็นท่าทีของเธอเขาก็พอใจแล้วเพราะแค่ท่าทีของเธอมันก็บ่งบอกชัดเจนว่าเธอชอบของหวานจานนี้ จากนั้นเขาก็ได้กลับไปทำอาหารของเขาต่อด้วยท่าทีที่พอใจ
และหลังจากนั้นไม่นานลูกค้าในร้านก็เริ่มทยอยกันกลับเหลือเพียงแค่ไอรีนคนเดียวที่ยังนั่งดื่มไวน์อยู่ เธอดื่มคนเดียวไปแล้ว 3 ขวด พร้อมกับของหวานลูกแพร์ตุ๋นไวน์แดงอีก 3 จาน
“ นี่คุณน่ะ…ร้านจะปิดร้านแล้วนะ ” โซมะกล่าวขึ้นมาในขณะที่ยืนดูเธอดื่มไวน์ด้วยท่าทีที่ร่าเริง
“ อย่างงั้นเหรอ…แต่ข้ากำลังได้ที่เลยแท้ๆเลยนะ ”
“ นี่โซมะ วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะฉันมีธุระต้องไปต่อ ” นัทสึกิกล่าวลาในขณะที่กำลังเก็บของเพื่อออกจากหลังร้าน
“ อ่าแต้งกิ้วสำหรับวันนี้นะ ”
“ โอเคแล้วเจอกัน…ขอตัวก่อนนะคะคุณไอรีน ”
“ อ..อืม ” นัทสึกิกล่าวลาไอรีนด้วยทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับท่าทีของมนุษย์พวกนี้
“ หลังประตูบานนั้นคือโลกของเ้าสินะ ” ไอรีนกล่าว
“ เอ๋?! รู้ได้ยังไง ? ”
“ ก็ข้าััถึงมานาจากฝั่งนั้นไม่ได้เลยไงล่ะ ถ้าสังเกตดีๆก็จะรู้ถึงความแตกต่างระหว่างหน้าร้านกับหลังร้าน ”
“ แบบนี้นี่เอง เจ๋งไปเลยเนาะเวทมนตร์เนี่ย ” โซมะบ่นพึมพำออกมา
“ ที่โลกของเ้าไม่มีงั้นเหรอ ? ”
“ ไม่มีหรอก…แต่ที่โลกของฉันมีสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์น่ะ ”
“ วิทยาศาสตร์ ? มันคืออะไรน่ะอร่อยไหม ”
“ มันไม่ใช่ของกินซะหน่อย…มันคือความรู้น่ะ รู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆในธรรมชาติ ความรู้ของมนุษย์ที่สะสมมานานหลายร้อยทศวรรษจนก่อให้เกิดอารยธรรมและวัฒนธรรม ”
“ ถ้าเปรียบเทียบให้เข้าใจง่่ายโลกของพวกเธอใช้ปีกหรือเวทมนตร์ในการบินแต่โลกของฉันใช้บินโดยเครื่องจักรนกั์ โลกของพวกเธอใช้ม้าในการลากเกวียนแต่โลกของพวกฉันมีสิ่งที่เรียกว่ารถในการขับเคลื่อนที่ พวกเธอใช้การสื่อสารระยะไกลด้วยโทรจิต ส่วนของพวกฉันใช้สิ่งที่เรียกว่าโทรศัทพ์ ”
โซมะยื่นโทรศัทพ์ขึ้นมาให้เธอดูพร้อมกับเปิดรูปเครื่องบินและรถยนต์ให้ไอรีนดูทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากเพราะเธอไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนในชีวิตตลอด 1,000 ปีของเธอ
“ อืม…น่าสนใจจังแฮะ ข้าตัดสินใจแล้ว ” ไอรีนดีดนิ้วออกมาหนึ่งครั้งเพื่อเสกถุงเงินออกมาแต่โซมะรู้สึกสงสัยกับการตัดสินใจของเธอ
“ หือ ? ”
“ ข้าจะไปที่โลกของเ้าด้วย ”
“ หา? ”